โปรแกรม Oligio vs โปรแกรม Thermage FLX ต่างกันยังไง? เทียบให้ชัด ก่อนตัดสินใจเลือกสิ่งที่ใช่!
คู่ปรับด้านการยกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด “โปรแกรม Oligio vs โปรแกรม Thermage FLX” เป็นที่ถูกพูดถึงกันอย่างมาก เพราะทั้งคู่ต่างก็เป็นเทคโนโลยีฟื้นฟูผิวให้อ่อนเยาว์ ลดเลือนริ้วรอย กระชับผิวหย่อนคล้อย ปรับกรอบหน้าให้ชัด ที่มีประสิทธิภาพและนิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย
แต่หลายคนอาจจะยังลังเลหรือตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกตัวไหนดี วันนี้ AM Intenational Hospital เรามีข้อมูลเปรียบเทียบหลากหลายด้าน ทั้งเรื่องปัญหาผิวที่เหมาะกับเทคโนโลยีแต่ละตัว ความรู้สึกขณะทำหัตถการ ผลลัพธ์ที่คาดหวังได้ รวมไปถึงงบประมาณ เพื่อช่วยให้เลือกโปรแกรมที่เหมาะกับผิวและเป้าหมายของตัวเราเอง
เลือกอ่านตามหัวข้อด้านล่าง
ทำความรู้จัก 2 เทคโนโลยี Monopolar RF กับโปรแกรม Oligio และโปรแกรม Thermage FLX
ทั้งโปรแกรม Oligio กับโปรแกรม Thermage FLX เป็นหัตถการยกกระชับผิวด้วยพลังงาน Monopolar Radiofrequency (RF) ที่ส่งพลังงานความร้อนลงลึกถึงชั้นผิวและชั้นไขมัน กระตุ้นการหดตัวของเส้นใยคอลลาเจนเดิม และฟื้นฟูสร้างคอลลาเจนใหม่ในระยะยาว แต่มีจุดเด่นและจุดเด่นที่ต่างกัน
โปรแกรม Thermage FLX ตำนาน Gold Standard จาก USA (เน้นงานผิวแน่น อยู่นาน)
โปรแกรม Thermage FLX เป็นเครื่องยกกระชับระดับ Gold Standard ที่แพทย์ทั่วโลกใช้มาอย่างยาวนาน ด้วยจุดเด่นที่เป็นพลังงานซึ่งสามารถลงลึกและมีความสม่ำเสมอ ด้วยการใช้พลังงาน Monopolar RF ร่วมกับระบบ AccuREP™ ซึ่งช่วยปรับระดับพลังงานให้เหมาะกับสภาพผิวในแต่ละจุด ส่งผลให้การกระจายความร้อนมีความสม่ำเสมอ ช่วยย
โปรแกรม Oligio เทคโนโลยีรุ่นใหม่ (เน้นงานผิวกระชับ เจ็บน้อย)
โปรแกรม Oligio เป็นเทคโนโลยี Monopolar RF รุ่นใหม่ที่พัฒนาพัฒนาบนพื้นฐานของ Monopolar RF รวมถึงระบบควบคุมพลังงานและอุณหภูมิผิวให้มีความสม่ำเสมอมากขึ้น ช่วยส่งพลังงานลงสู่ชั้นผิวเป้าหมายได้อย่างอ่อนโยน ลดการกระตุ้นความรู้สึกไม่สบายผิวขณะทำ เหมาะกับผู้ที่ต้องการผิวกระชับ เรียบตึง และสามารถวางแผนทำซ้ำเพื่อดูแลผิวอย่างต่อเนื่อง
ตารางเปรียบเทียบ Oligio vs Thermage FLX
ก่อนตัดสินใจเลือกระหว่าง โปรแกรม Oligio vs โปรแกรม Thermage FLX การเปรียบเทียบข้อมูลข้อแตกต่างแบบเห็นภาพชัดในตารางด้านล่าง จะช่วยให้เข้าใจว่าโปรแกรม Oligio กับ โปรแกรม Thermage ต่างกันยังไง ทั้งในมุมเทคโนโลยี ความรู้สึกขณะทำ ระยะเวลาเห็นผล และความคุ้มค่าในระยะยาว ซึ่งเป็นปัจจัยแกรมสำคัญที่แพทย์ใช้พิจารณาในการเลือกโปรแกรมให้เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
หัวข้อเปรียบเทียบ | โปรแกรม Oligio | โปรแกรม Thermage FLX |
เทคโนโลยี | Monopolar RF รุ่นใหม่ | Monopolar RF เทคโนโลยีมาตรฐานที่ใช้มายาวนาน |
แหล่งพัฒนาเทคโนโลยี | เกาหลีใต้ | สหรัฐอเมริกา |
จุดเด่น | เจ็บน้อย ผิวกระชับดูเรียบ | ผิวแน่น ยกกระชับลึก ผลลัพธ์มีความคงทน |
เหมาะกับเคส | ผิวบาง เริ่มหย่อน ต้องการดูแลต่อเนื่อง | ผิวหนา ไขมันเยอะ ต้องการยกโครงสร้างผิว |
ความรู้สึกขณะทำ | อุ่น ๆ เล็กน้อย | ความร้อนชัดเป็นช่วง ๆ รู้สึกลึกและเข้มข้นกว่า อาจรู้สึกอุ่นมากขึ้นในบางจุด |
ระยะเวลาเห็นผล | เห็นผลชัดเต็มที่ใน 2-3 เดือน | เห็นผลชัดเต็มที่ใน 1-3 เดือน |
ความคงทนของผลลัพธ์ | ประมาณ 6-8 เดือน | ประมาณ 12-18 เดือน |
ความถี่ในการทำ | ทำซ้ำได้ปีละ 1-2 ครั้ง | ส่วนใหญ่มักทำปีละครั้ง |
ราคา | เข้าถึงง่ายกว่า | ราคาอาจสูงกว่า |
ข้อดี – ข้อเสีย ของโปรแกรม Oligio กับ Thermage
ทั้งสองเทคโนโลยีใช้พลังงานคลื่นวิทยุ (Monopolar RF) เหมือนกัน แต่มีความต่างที่เทคโนโลยีการปล่อยพลังงานและความแรง ซึ่งส่งผลต่อความรู้สึกและผลลัพธ์ที่ได้
ข้อดี – ข้อเสีย ของการทำโปรแกรม Oligio
ข้อดีของการทำโปรแกรม Oligio
- เจ็บน้อยกว่า มีระบบ Cooling System และการสั่นที่ช่วยปลอบประโลมผิวได้ดี เหมาะกับคนกลัวเจ็บ
- ราคาย่อมเยา เข้าถึงได้ง่ายกว่า Thermage ในขณะที่ได้เทคโนโลยีการทำงานที่ใกล้เคียงกัน
- งานผิวละเอียด โดดเด่นเรื่องการกระชับรูขุมขนและทำให้ผิวดูเรียบเนียน (Skin Texture) อย่างเห็นได้ชัด
- ใช้เวลาทำน้อย: หัวทิปออกแบบมาให้ยิงได้ต่อเนื่อง รวดเร็ว ประหยัดเวลาได้เยอะ
ข้อเสียของการทำโปรแกรม Oligio
- พลังงานอาจไม่ลึกเท่า การส่งพลังงานอาจไม่เข้มข้นเท่า Thermage ทำให้ผลลัพธ์เรื่องความยกกระชับในเคสที่ย้วยมากอาจไม่ชัดเท่า
- ระยะเวลาของผลลัพธ์ ผลลัพธ์มักอยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน ซึ่งสั้นกว่า Thermage เล็กน้อย
ข้อดี – ข้อเสีย ของการทำ Thermage
ข้อดีของการทำโปรแกรม Thermage
- พลังงานเข้มข้นสูง ส่งพลังงานความร้อนลงได้ลึกและแม่นยำ จัดการปัญหาไขมันแก้มและผิวหย่อนคล้อยได้ดีมาก
- ผลลัพธ์อยู่ได้นาน การทำเพียง 1 ครั้ง ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นานถึง 12-18 เดือน คุ้มค่าในระยะยาว
- มาตรฐานระดับโลก เป็นมาตรฐานที่มีการยอมรับและมีงานวิจัยรองรับมาอย่างยาวนานทั่วโลก
ข้อเสียของการทำโปรแกรม Thermage
- ความรู้สึกขณะทำ แม้จะมีระบบสั่นช่วยลดความเจ็บ แต่พลังงานที่เข้มข้นมักทำให้รู้สึกร้อนและเจ็บจี๊ด ๆ กว่าโปรแกรม Oligio
- ราคาสูง เนื่องด้วยต้นทุนหัวทิปและมาตรฐานเครื่อง ทำให้มีราคาค่าบริการต่อครั้งที่สูงกว่าตัวอื่น
เจาะลึก 4 ปัจจัยในการเลือกโปรแกรม Oligio หรือ โปรแกรม Thermage อันไหนที่ตอบโจทย์คุณ?
การเลือกระหว่าง “โปรแกรม Oligio vs โปรแกรม Thermage” ไม่ได้มีคำตอบตายตัวว่าอันไหนดีกว่ากัน เพราะทั้งสองเป็นเทคโนโลยี Monopolar RF ที่มีจุดเด่นต่างกัน การพิจารณาจากหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งงบประมาณ ความทนต่อความรู้สึกขณะทำ ลักษณะปัญหาผิว และผลลัพธ์ที่คาดหวัง จะช่วยให้เลือกโปรแกรมที่ตอบโจทย์ผิวและไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคลได้อย่างเหมาะสม
งบประมาณ (ความคุ้มค่าในมุมมองต่าง ๆ)
ถ้ามองความคุ้มค่าในระยะยาว การทำโปรแกรม Thermage FLX จะเหมาะกับคนที่อยากทำครั้งเดียวแล้วอยู่ได้นาน แต่ถ้าต้องการวางแผนดูแลฟื้นฟูผิวอย่างต่อเนื่องในงบที่ยืดหยุ่นกว่า การเลือกทำโปรแกรม Oligio จะตอบโจทย์มากกว่าความทนต่อความเจ็บ (ใครกลัวเจ็บต้องเลือกตัวไหน?)
ถ้าเปรียบเทียบโปรแกรม Oligio vs โปรแกรม Thermage FLX ในเรื่องของความรู้สึกขณะทำ ผู้ที่กังวลเรื่องความเจ็บ มักตอบโจทย์กับการทำโปรแกรม Oligio มากกว่า ในขณะที่โปรแกรม Thermage FLX ต้องอาศัยเทคนิคแพทย์และระบบจัดการความเจ็บที่ดี เพื่อช่วยให้ผู้เข้ารับบริการทำหัตถการได้อย่างสบายผิวขึ้นปัญหาผิว (ผิวชั้นไขมันหนา vs ผิวบาง)
เมื่อเปรียบเทียบโปรแกรม Oligio vs โปรแกรม Thermage FLX ในมุมของปัญหาผิว สิ่งสำคัญที่แพทย์ใช้พิจารณาเป็นอันดับต้น ๆ คือ ความหนาของชั้นผิวและชั้นไขมันใต้ผิว เพราะโครงสร้างผิวที่ต่างกันจะตอบสนองต่อพลังงาน Monopolar RF ได้ไม่เหมือนกัน ดังนั้น- ผิวบาง หย่อนเล็กน้อย ต้องการงานผิวเนียน เหมาะสำหรับการทำ “โปรแกรม Oligio”
- ชั้นไขมันหนา ไขมันแก้มเยอะ กรอบหน้าไม่ชัด เหมาะสำหรับการทำ “โปรแกรม Thermage FLX”
ผลลัพธ์ที่คาดหวัง (ต้องการผลระยะยาว หรือเน้นทำบ่อย ๆ ได้)
ถ้าอยากได้ผลลัพธ์ระยะยาวแบบชัดเจน แนะนำให้ทำโปรแกรม Thermage FLX แต่ในบางกรณีที่อยากดูแลผิวสม่ำเสมอต่อเนื่อง ปรับแผนได้ตามช่วงวัย แนะนำให้ทำโปรแกรม Oligio
เช็กให้ชัวร์! เคสแบบไหนเหมาะกับโปรแกรม Oligio vs โปรแกรม Thermage
ก่อนตัดสินใจเลือกระหว่างโปรแกรม Oligio vs โปรแกรม Thermage การพิจารณาจากลักษณะสภาพผิวของแต่ละบุคคลเป็นสิ่งสำคัญ เพราะแม้ทั้งสองจะเป็นเทคโนโลยี Monopolar RF เหมือนกัน แต่การตอบสนองของผิวและผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกัน การเลือกโปรแกรมให้เหมาะกับเคสจึงช่วยให้เห็นผลลัพธ์ชัดเจนและปลอดภัยมากขึ้น
ใครที่ควรเลือกโปรแกรม Thermage FLX?
- กรอบหน้าไม่ชัด มีไขมันแก้ม
- ผิวหนาและมีความหย่อนคล้อยระดับปานกลาง–มาก
- ต้องการผลลัพธ์ที่คงอยู่ได้นาน
- คนที่ไม่ต้องการทำหัตถการบ่อย ๆ
ใครที่ควรเลือก Oligio?
- ลักษณะผิวบาง เริ่มสังเกตเห็นความหย่อนคล้อย
- กลัวเจ็บหรือไม่ชอบความร้อนมาก ๆ ที่ผิว
- ต้องการผิวกระชับ ปรับสภาพผิวให้อ่อนเยาว์
- ต้องการหรือสะดวกวางแผนดูแลผิวระยะยาว
จับคู่ทำโปรแกรม Thermage + โปรแกรม Oligio ได้ไหม? แนะนำเทคนิคลับผิวยกกระชับคูณสอง
แม้หลายคนจะมองว่าโปรแกรม Thermage และโปรแกรม Oligio เป็นหัตถการที่ให้ผลลัพธ์คล้ายกัน แต่ในทางการแพทย์ ทั้งสองมีบทบาทต่อผิวคนละมิติ ซึ่งการวางแผนทำร่วมกันอย่างเหมาะสมจะช่วยเสริมประสิทธิภาพการยกกระชับได้ดียิ่งขึ้น ทั้งในระดับโครงสร้างผิวและคุณภาพผิวด้านบน จึงเป็นเหตุผลที่แพทย์อาจแนะนำให้ใช้ทั้งสองโปรแกรมร่วมกันในบางเคส
ทำไมแพทย์ถึงแนะนำให้ทำคู่กัน?
หากจะเปรียบเทียบการทำโปรแกรม Oligio vs โปรแกรม Thermage จะพบว่าเทคโนโลยีทั้งสองจะมีความโดดเด่นที่ต่างกัน เพราะโปรแกรม Oligio เด่นเรื่องคุณภาพผิวในชั้นตื้นถึงกลาง ผิวเรียบเนียนละเอียดขึ้น ส่วนโปรแกรม Thermage เน้นเรื่องกระชับกรอบหน้า ผิวแน่น แข็งแรง ดังนั้น การทำร่วมกันภายใต้แผนการรักษาที่เหมาะสม จึงช่วยเติมเต็มผลลัพธ์ซึ่งกันและกัน ทำให้ผิวดูยกกระชับ มีมิติ และดีขึ้นในภาพรวม
ควรเว้นระยะห่างการทำอย่างไร?
สำหรับการทำโปรแกรม Oligio ร่วมกับโปรแกรม Thermage FLX แพทย์มักแนะนำให้เว้นระยะห่างประมาณ 4-8 สัปดาห์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิว ปริมาณพลังงานที่ใช้ และเป้าหมายการรักษาของแต่ละบุคคล การเว้นระยะในช่วงเวลาที่เหมาะสมช่วยให้ผิวมีเวลาฟื้นตัวตามกระบวนการธรรมชาติ และเปิดโอกาสให้พลังงานของแต่ละโปรแกรมทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงของการระคายเคือง
ทำไมต้องทำ Oligio และ Thermage ที่ AM International Hospital
การทำโปรแกรม Oligio กับโปรแกรม Thermage ให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวเครื่องเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยการประเมินผิวที่แม่นยำ เทคนิคการรักษาที่เหมาะสม และมาตรฐานความปลอดภัย ซึ่งที่ AM International Hospital เราให้ความสำคัญกับทุกขั้นตอน ตั้งแต่การวางแผนการรักษาไปจนถึงการดูแลหลังทำ
มั่นใจเครื่องได้มาตรฐาน แกะกล่องหัวใหม่ให้ดูทุกเคส
ที่ AM International Hospital เราเลือกใช้เทคโนโลยีเครื่องยกกระชับรุ่นใหม่ ซึ่งผ่านการรับรองตามมาตรฐานอย่างถูกต้อง นำเข้าจากบริษัทโดยตรง พร้อมเปลี่ยนอุปกรณ์หัวทิปใหม่สำหรับผู้รับบริการทุกคน คำนึงถึงมาตรฐานความสะอาด ปลอดเชื้อ และมั่นใจได้ในประสิทธิภาพของพลังงานที่ส่งสู่ผิวในแต่ละเคสแพทย์ดูแลเองทุกเคส วิเคราะห์ปัญหาผิวแบบ Personalized Design
ผู้เข้ารับบริการทุกเคสจะได้รับการดูแลโดยทีมแพทย์ด้านผิวหนังและการทำโปรแกรมเลเซอร์ ซึ่งที่มีทักษะด้านโครงสร้างผิวและกายวิภาคศาสตร์ใบหน้า พร้อมการประเมินสภาพผิว โครงสร้างใบหน้า และปัญหาเฉพาะบุคคล เพื่อออกแบบแผนการรักษาที่เหมาะสม ไม่ใช้แนวทางเดียวกันกับทุกคนเทคนิคการยิงยกกระชับโดดเด่น เก็บกรอบหน้าชัด ผลลัพธ์อยู่ได้นาน
แพทย์มีการวางแผนด้านการยิงพลังงานให้สอดคล้องกับทิศทางผิว รวมไปถึงโครงสร้างใบหน้าในแต่ละจุด เพื่อช่วยให้ผลลัพธ์ของการยกกระชับแลดูเป็นธรรมชาติ กรอบหน้าชัด และเมื่อมีการแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกจุดแล้วจะส่งผลให้ผลลัพธ์อยู่ได้ยาวนานใส่ใจทุกความรู้สึกด้วยระบบ Pain Management ดูแลความเจ็บปวดอย่างใกล้ชิด
เราให้ความสำคัญในด้านการดูแลความรู้สึกไม่สบายระหว่างทำอย่างเป็นขั้นตอน เริ่มตั้งแต่การเตรียมผิวและการประเมินความไวของผิวก่อนทำ การใช้ระบบช่วยลดความรู้สึกไม่สบายระหว่างปล่อยพลังงาน พร้อมปรับระดับพลังงานให้เหมาะกับแต่ละบริเวณ รวมถึงมีการสื่อสารกับผู้รับบริการตลอดการรักษา เพื่อให้ทำหัตถการได้อย่างสบายผิวและอ่อนโยนต่อผิวมาตรฐานความปลอดภัยระดับโรงพยาบาล สะอาด ปลอดภัย เป็นส่วนตัว
ทุกขั้นตอนดำเนินการภายใต้มาตรฐานโรงพยาบาล โดยอุปกรณ์ที่ใช้ผ่านการฆ่าเชื้อ มีการเปลี่ยนหัวทิปในทุกเคส ไม่นำมาใช้ซ้ำ รวมถึงให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัว ด้วยห้องตรวจสภาพผิวและห้องทำหัตถการที่จัดสรรให้เป็นสัดส่วนและมีความเป็นส่วนตัว เพื่อให้ผู้รับบริการมั่นใจได้ทั้งผลลัพธ์และประสบการณ์ในการรักษา
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรม Oligio vs โปรแกรม Thermage
Q: โปรแกรม Oligio ยิงจำนวน Shot เท่าโปรแกรม Thermage ไหม?
สำหรับจำนวน Shot ในการทำหัตถการมีความแตกต่างกัน เนื่องจากรูปแบบการปล่อยพลังงานและการออกแบบหัวทิปแตกต่างกัน โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินจำนวน Shot ที่เหมาะสมกับสภาพผิวและพื้นที่รักษาของแต่ละบุคคล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ
Q: ถ้าเคยทำโปรแกรม Thermage มาแล้ว จะสลับมาทำโปรแกรม Oligio ได้ไหม?
สามารถทำได้ โดยแพทย์จะพิจารณาจากระยะเวลาที่ทำครั้งก่อนหน้านี้ สภาพผิวในปัจจุบัน และเป้าหมายการรักษา ซึ่งการสลับหรือวางแผนทำหัตถการต่อเนื่องอย่างเหมาะสม จะช่วยเสริมผลลัพธ์ด้านความกระชับและคุณภาพผิวได้ดีขึ้น
Q: หลังทำหน้าบวมกี่วัน และดูแลตัวเองต่างกันไหม?
หลังทำโปรแกรม Oligio กับโปรแกรม Thermage อาจมีอาการบวมแดงหรือรู้สึกอุ่นผิวเล็กน้อย ซึ่งมักหายได้เองภายในประมาณ 1–3 วัน สำหรับการดูแลหลังทำของทั้งสองโปรแกรมใกล้เคียงกัน โดยเน้นหลีกเลี่ยงความร้อนจัด ดูแลผิวให้ชุ่มชื้น ทาครีมกันแดดเป็นประจำ และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
Q: ทั้งสองเครื่องช่วยลดไขมันแก้มได้เหมือนกันไหม?
ทั้งโปรแกรม Oligio กับโปรแกรม Thermage FLX ช่วยให้ชั้นไขมันหดตัวได้จากผลของพลังงานความร้อน แต่โปรแกรม Thermage FLX จะเด่นในเคสที่มีไขมันแก้มหนาและต้องการยกกระชับโครงสร้างผิวมากกว่า ทั้งนี้ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์เป็นรายบุคคล
สรุป เลือกโปรแกรม Oligio กับ โปรแกรม Thermage อันไหนดีกว่ากัน?
คำตอบของการทำโปรแกรม Oligio vs โปรแกรม Thermage FLX ต้องเลือกทำโปรแกรมไหน ทั้งนี้ไม่มีตัวไหนที่ดีกว่ากัน เพราะหลักการพิจารณาเลือกขึ้นอยู่กับสภาพผิว งบประมาณ และผลลัพธ์ที่คุณต้องการ โดยทางเลือกที่ดีที่สุด คือ การเข้าพบแพทย์เพื่อรับการวิเคราะห์สภาพผิวและประเมินแผนการรักษาอย่างละเอียด เพื่อเลือกทำโปรแกรม Oligio กับโปรแกรม Thermage FLX ที่เหมาะกับเรา เพราะไม่ใช่แค่ “ตัวที่ดัง” แต่เป็น “ตัวที่ใช่” สำหรับผิวของคุณ
Social Media




