หน้าอกเล็ก อกห่าง หรือหย่อนคล้อย เป็นปัญหาที่ทำให้สาว ๆ หลายคนขาดความมั่นใจในเรื่องการแต่งตัวหรือการใช้ชีวิต แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะปัญหาเหล่านี้แก้ได้ด้วยการเสริมหน้าอกซึ่งมีหลายวิธีให้เลือก แล้วแบบไหนจะเหมาะกับเรามากที่สุด? วันนี้ AM Hospital ขนข้อมูลดี ๆ มาให้แล้ว กับการเสริมหน้าอกที่ปลอดภัย แผลเล็ก และดูเป็นธรรมชาติในบทความ ‘เสริมหน้าอกมีกี่แบบ? สิ่งที่ควรรู้ก่อนทำศัลยกรรม’
การเสริมหน้าอกมีหลายรูปแบบให้เลือกตามความต้องการของแต่ละคน โดยหลัก ๆ จะแบ่งออกเป็น 3 เทคนิค ได้แก่ การเสริมด้วยซิลิโคน, การใช้ไขมันตัวเอง และการทำแบบ Hybrid ซึ่งรวมทั้งซิลิโคนและไขมันเข้าด้วยกัน มาดูกันว่าทั้ง 3 แบบนี้มีความแตกต่างและข้อดีอย่างไรบ้าง
การเสริมหน้าอกด้วยซิลิโคนเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เพราะให้ผลลัพธ์ที่ดูสวยงาม แลดูเป็นธรรมชาติ และสามารถเลือกขนาดหน้าอกได้ตามต้องการ ซิลิโคนที่โรงพยาบาลเอเอ็มอินเตอร์เนชั่นแนลใช้ ได้แก่ Mentor และ Motiva ซึ่งเป็นซิลิโคนที่ผลิตในสหรัฐอเมริกา มีคุณสมบัติที่ให้สัมผัสใกล้เคียงกับหน้าอกจริง ซิลิโคนแบ่งออกเป็นประเภทต่าง ๆ ดังนี้
รูปทรงของซิลิโคนที่ใช้ในการเสริมหน้าอกแบ่งออกเป็น 2 แบบหลัก ๆ คือ ทรงกลม และ ทรงหยดน้ำ ซึ่งมีข้อแตกต่างกัน ทั้งนี้การเลือกทรงซิลิโคนขึ้นอยู่กับลักษณะของร่างกายและผลลัพธ์ที่ต้องการ จึงควรปรึกษาแพทย์เพื่อให้เลือกทรงซิลิโคนได้เหมาะสมกับสัดส่วน
นอกจากรูปทรงแล้ว ผิวสัมผัสของซิลิโคนก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ต้องคำนึงถึงเมื่อพิจารณาเสริมหน้าอก เนื่องจากผิวสัมผัสที่แตกต่างกันจะส่งผลต่อความรู้สึกหลังการเสริม ความยืดหยุ่น และการยึดเกาะกับเนื้อเยื่อในร่างกาย ซึ่งผิวสัมผัสของซิลิโคนสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ๆ ดังนี้
เทคนิคการวางซิลิโคนเป็นปัจจัยสำคัญ เพราะตำแหน่งที่ใส่ส่งผลต่อความเป็นธรรมชาติของหน้าอก รวมถึงลดปัญหาต่าง ๆ เช่น การเคลื่อนที่หรือเกิดริ้วรอย จึงควรเลือกเทคนิคที่เหมาะกับปัญหาของเรา โดยเทคนิคการเสริมซิลิโคนมีด้วยกัน 3 วิธี ได้แก่
การฉีดไขมันหน้าอก (Breast Fat Grafting) คือการเสริมหน้าอกโดยการนำไขมันจากส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย เช่น หน้าท้อง, ต้นขา หรือสะโพก แล้วนำมาผ่านกระบวนการถ่ายโอนเซลล์ไปยังหน้าอก และเนื่องจากเดิมที หน้าอกของผู้หญิงก็ประกอบไปด้วยไขมันอยู่แล้ว ทำให้เมื่อเวลาผ่านไป เซลล์ไขมันที่ฉีดเข้าไปจะผสานตัวกันกลายเป็นเนื้อเยื่อส่วนหนึ่งของหน้าอกไปจริง ๆ การฉีดไขมันหน้าอกจึงช่วยทั้งกำจัดไขมันส่วนเกินเฉพาะส่วน และนำไขมันกลับมาเสริมหน้าอกได้ในครั้งเดียว!
การใส่ซิลิโคนและฉีดไขมันหน้าอก เป็นวิธีที่ช่วยให้หน้าอกมีขนาดใหญ่ขึ้นตามความต้องการ แต่ยังดูเป็นธรรมชาติ เพราะการใช้ซิลิโคนจะช่วยเพิ่มขนาดและโครงสร้างให้ชัดเจน ส่วนการเติมไขมันจะช่วยปรับรูปทรงหน้าอกให้ดูละมุนและนุ่มนวลขึ้น ลดการเห็นขอบหรือรอยของซิลิโคน ทำให้หน้าอกชิดและเข้ารูปสวย นอกจากนี้ การเติมไขมันยังช่วยให้หน้าอกมีสัมผัสที่คล้ายกับหน้าอกจริงมากขึ้น
การเสริมหน้าอกแบบ Hybrid แพทย์จะใส่ซิลิโคนด้วยเทคนิคกึ่งใต้กล้ามเนื้อ (Dual Plane) ก่อนเพื่อเพิ่มขนาด จากนั้นจึงเติมไขมันในขั้นตอนต่อมา เพื่อปรับให้ผิวสัมผัสให้นิ่มเหมือนหน้าอกจริง
การเสริมหน้าอกแบบ Hybrid ทำให้ไม่จำเป็นต้องเลือกซิลิโคนไซซ์ใหญ่เกินไป เนื่องจากจะมีไขมันเข้ามาช่วย การใส่ซิลิโคนซึ่งเป็นสิ่งแปลกปลอมเล็กลงทำให้เนื้อเยื่อบริเวณรอบ ๆ ผ่อนคลายขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้แพทย์แก้ไขความไม่สมดุลของขนาดหน้าอกได้ผ่านการถ่ายโอนไขมันไปยังจุดต่าง ๆ ได้ดีขึ้นด้วย แต่ข้อเสียคือจะเจ็บทั้งบริเวณที่ดูดไขมันและบริเวณหน้าอกพร้อมกัน แต่ยังอยู่ในระดับที่ทนไหว
แผลหลังเสริมหน้าอกจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับว่าทำเทคนิคอะไร หากเสริมหน้าอกแบบใส่ซิลิโคนจะมีขนาดแผลจะอยู่ที่ 2 – 3 เซนติเมตร โดยสามารถเปิดแผลเพื่อใส่ถุงเต้านมได้ 3 จุด ได้แก่
ส่วนแผลจากการฉีดไขมันจะมีขนาด 1 – 2 มิลลิเมตรเท่านั้น (มีแผลตรงจุดที่ดูดไขมันด้วย เช่น ต้นขา, สะโพก หรือหน้าท้อง ซึ่งแผลดูดไขมันจะมีขนาดไม่เกิน 3-5 มิลลิเมตร) ซึ่งสามารถรักษาแผลให้หายในภายหลังได้ โดยทั่วไปมักจะต้องรวมอยู่ในบริการดูแลหลังทำ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของสถานที่ให้บริการ
เมื่อพูดถึงการศัลยกรรมเสริมหน้าอก หลายคนอาจจะรู้สึกว่าฟังดูซับซ้อนและน่ากังวล แต่ความจริงแล้วขั้นตอนการเสริมหน้าอกไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด โดยกระบวนการเสริมหน้าอกนั้นมีด้วยกัน 6 ขั้นตอน ดังนี้
ก่อนเข้ารับการผ่าตัดหรือหัตถการทางการแพทย์ใด ๆ ย่อมต้องเตรียมตัวก่อนให้พร้อมเสมอ สำหรับการเสริมหน้าอกก็เช่นกัน สิ่งที่ควรเตรียมพร้อมล่วงหน้าเพื่อให้การรักษาผ่านไปอย่างราบรื่น มีดังนี้
แม้ทำนมเสร็จเรียบร้อย แต่กระบวนการยังไม่ถือว่าเสร็จสิ้น เพราะยังต้องดูแลตัวเองต่อเพื่อให้ผลลัพธ์ที่จะออกมาตอนท้ายทั้งสวย ดูดี และตรงตามที่ต้องการ ซึ่งการดูแลตัวเองหลังทำนมมีข้อควรปฏิบัติ ดังต่อไปนี้
เสริมหน้าอกพักฟื้นกี่วัน ระยะเวลาที่ร่างกายจะฟื้นตัวจนหายเป็นปกติขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เพราะการเสริมหน้าอกในผู้หญิงแต่ละคนมีความแตกต่างกัน ทั้งขนาดเต้านมที่เสริม, ประเภทของซิลิโคน, ตำแหน่งที่ใส่ รวมถึงเทคนิคและประสบการณ์ของแพทย์แต่ละท่าน ทำให้ระบุวันอย่างชัดเจนไม่ได้ แต่เราสามารถคำนวณคร่าว ๆ ได้
โดยเฉลี่ยแล้วเสริมหน้าอกพักฟื้นประมาณ 4 – 6 สัปดาห์ก็จะกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้ แต่จริง ๆ แล้วพักฟื้นเพียง 2 – 3 วันก็สามารถกลับไปทำงานได้แล้ว เพียงแต่ต้องเลี่ยงงานหนัก และควรปฏิบัติตามวิธีดูแลตัวเองหลังทำนมที่แพทย์แนะนำจึงจะหายได้เร็ว หากไม่ปฏิบัติอย่างถูกต้องอาจทำให้ร่างกายบาดเจ็บ แผลฉีกขาด หรือมีอาการแทรกซ้อนได้
เสริมหน้าอกกี่เดือนเข้าที่? โดยทั่วไปมักจะเริ่มรู้สึกพอใจกับหน้าอกของตัวเองหลังเสริมไปประมาณ 4 สัปดาห์ แต่ถ้าต้องการให้หน้าอกเข้าที่และดูเป็นธรรมชาติเต็มที่จะใช้เวลา 3 – 6 เดือน ทั้งนี้ ควรดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่อง เช่น การนวดเพื่อให้หน้าอกนิ่มและหลีกเลี่ยงการกระแทกบริเวณหน้าอกอย่างรุนแรง
ในช่วงก่อนที่หน้าอกจะเข้าที่ อาจมีข้างใดข้างหนึ่งบวมหรือเข้าที่เร็วกว่า แต่อย่าเพิ่งกังวล เพราะไม่นานอีกข้างจะฟื้นตัวตามมาและทำให้หน้าอกดูสวยเสมอกัน สิ่งสำคัญคือการรอเวลาเพื่อดูผลลัพธ์ที่ชัดเจนในระยะยาว ซึ่งหน้าอกไม่เท่ากันช่วงแรกสามารถพบได้ทั่วไป แต่หากมีความกังวลจริง ๆ ก็สามารถเข้าปรึกษาแพทย์ได้
หลังทำนมมีโอกาสเกิดผลข้างเคียงขึ้นได้ ซึ่งเป็นเรื่องปกติของการผ่าตัด การศึกษาและทำความเข้าใจถึงอาการข้างเคียงเหล่านี้จะช่วยให้สามารถรับมือและดูแลตัวเองได้อย่างถูกต้อง ทั้งนี้ควรปรึกษาแพทย์ทันทีเมื่อรู้สึกว่าอาการข้างเคียงเหล่านี้รุนแรงเกินไป เช่น
การเสริมหน้าอกที่ AM International Hospital มีทั้งโปรแกรมเสริมหน้าอกแบบซิลิโคนและเสริมหน้าอกด้วยไขมันตัวเอง ทั้งนี้ เรายังมีบริการเสริมหน้าอกที่ช่วยแก้ปัญหาโดยรวมในการเสริมหน้าอกได้อย่างถูกจุด สู่เทคนิค ‘Hybrid Dual Plane’ ที่ช่วยเพิ่มขนาดหน้าอกได้หลากหลายไซซ์ พร้อมแก้ปัญหาขอบซิลิโคนด้วยโปรแกรมเติมไขมันหน้าอก
(นพ. วันเฉลิม จงสิริวัฒนา) เลข ว. 44595
สรุปสั้น ๆ การเสริมหน้าอกแบบไฮบริด ต่างจากเสริมซิลิโคนอย่างเดียวยังไง?
นอกจากนี้ เรายังผสานเทคนิค TrioSmooth อันเป็นการมัดรวมสามองค์ประกอบที่จะช่วยให้แผลเสริมหน้าอกสวยงามยิ่งขึ้น จากการใช้เทคนิคผ่าตัดส่องกล้อง การใช้กรวยทางการแพทย์ และกาวทางการแพทย์สำหรับปิดแผล ทำให้แผลเสริมหน้าอกมีขนาดเล็ก สั้น และแลดูลดเลือนได้เร็ว
เมื่อพูดถึงการเสริมหน้าอก หลายคนมักมีคำถามและข้อสงสัยที่ต้องการคำตอบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเสริมหน้าอกราคาเท่าไหร่? เสริมหน้าอกที่ไหนดี? หรือข้อกังวลอื่น ๆ ทาง AM International Hospital จึงรวบรวมคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเสริมหน้าอก พร้อมคำตอบที่ช่วยคลายข้อสงสัย เพื่อให้คุณเตรียมตัวอย่างมั่นใจก่อนเข้ารับการผ่าตัด
ราคาเสริมหน้าอกมักจะเริ่มต้นที่ 60,000 บาทขึ้นไป โดยจะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของทางสถานที่ให้บริการนั้น ๆ และอาจจะมีการปรับเปลี่ยนตามความซับซ้อนของแต่ละเคส ไปจนถึงวิธีที่ใช้ในการเสริมหน้าอกด้วย (เช็กโปรโมชั่นเพิ่มเติม)
มีโอกาส โดยเฉพาะผู้ที่เสริมหน้าอกเหนือกล้ามเนื้อ เพราะทำให้หน้าอกรับน้ำหนักเต็ม ๆ หรือการเสริมหน้าอกที่ใหญ่เกินไปก็เกิดภาวะนี้ได้เช่นกัน แต่ทั้งนี้ไม่ใช่ว่าทุกคนที่ทำนมแล้วจะมีอาการปวดหลังเสมอไป เพราะมีหลากหลายสาเหตุที่อาจเกี่ยวข้อง แนะนำให้ปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ
ซิลิโคนปัจจุบันนั้นมีการพัฒนาขึ้นอย่างมาก ถูกออกแบบมาให้หนา ทนทาน และยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น แต่ทั้งนี้ หากซิลิโคนแตก อาจเป็นเพราะมีการนำซิลิโคนเก่า ไม่ได้มาตรฐาน ใช้ซิลิโคนปลอม หรือเลือกเทคนิคการผ่าตัดไม่เหมาะสมทำให้เสี่ยงซิลิโคนแตกได้
อาจทำให้หน้าอกผิดรูปและเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ กรณีที่ซิลิโคนรั่วเพียงเล็กน้อยอาจไม่มีผลมากนัก แต่หากตัวเจลไหลออกมาอยู่นอกซิลิโคนก็อาจทำให้เกิดพังผืดหรือซิลิโคนไหล ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาหน้าอกผิดรูป ต่อมน้ำเหลืองโต หากปล่อยไว้อาจกลายเป็นมะเร็งในอนาคตได้
เมื่อซิลิโคนแตกจะรู้สึกได้ว่าหน้าอกตึงน้อยลง ไม่แน่นเหมือนเดิม เมื่อเปรียบเทียบสองข้างจะรู้สึกว่าอกอีกข้างนิ่มและเหลวกว่าอีกข้าง
ไม่จำเป็น เพราะซิลิโคนที่ผ่านการทดสอบว่าเหมาะต่อการใช้ทางการแพทย์ (Medical Grade Silicone) จะอยู่ได้ยาวนานหลายสิบปี เว้นแต่เกิดอุบัติเหตุจนซิลิโคนแตก หรือเกิดพังผืดจนต้องแก้ไขใหม่ หรือต้องการเปลี่ยนไซซ์ให้เล็กลงหรือใหญ่ขึ้นจึงจะถึงเวลาเปลี่ยนซิลิโคน แต่ทั้งนี้ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจ
หลังทำนมให้นมลูกได้ เพราะการเสริมเต้านมไม่ได้รบกวนระบบเนื้อเต้านมและท่อน้ำนม
เสริมหน้าอกที่ไหนดี? การทำนมต้องคำถึงหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นความชำนาญและประสบการณ์ของศัลยแพทย์ที่ทำการผ่าตัด เทคโนโลยีและอุปกรณ์ที่ใช้ มาตรฐานความปลอดภัย รวมถึงการดูแลหลังการผ่าตัด
การเสริมหน้าอกสามารถทำได้หลายวิธี ทั้งการใส่ซิลิโคนหรือฉีดไขมันหน้าอก ซึ่งมีข้อดีข้อเสียต่างกัน การทำนมควรเข้ามาปรึกษาแพทย์ด้วยตัวเอง เนื่องจากปัญหาของผู้หญิงแตกต่างกัน สรีระและความต้องการก็ไม่เหมือนกัน ทางที่ดีควรเข้ารับการปรึกษากับแพทย์เฉพาะทาง เพื่อให้สามารถหาวิธีแก้ไขรูปทรงหน้าอกที่เหมาะสมและตอบโจทย์ตัวเรา
ปรึกษาแพทย์ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมรับโปรโมชั่นก่อนใคร
You details has been successfully submitted. Thanks!