Medically Reviewed by นพ. วัชพล ธนมิตรามณี
โปรแกรมฟิลเลอร์คือทางเลือกที่น่าสนใจ และตอบโจทย์สำหรับคนยุคใหม่ทุกไลฟ์สไตล์ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการปรับความสมดุลของใบหน้าให้ดูเข้าที่และสมส่วนกันมากยิ่งขึ้น หรือผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับร่องลึกบนใบหน้า ซึ่งการเติมโปรแกรมฟิลเลอร์นี้จะช่วยเติมเต็มร่องลึก และปรับโครงหน้าให้แลดูอ่อนเยาว์ลง โดยเห็นผลได้ตั้งแต่ครั้งแรกแบบไม่ต้องพักฟื้น ฉีดเสร็จกลับไปใช้ชีวิตหรือทำงานได้ตามปกติ แต่ก่อนตัดสินใจฉีดควรรู้ข้อมูลและรายละเอียดในการรักษา เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มีคุณภาพและดูแลให้ปลอดภัย
โปรแกรมฟิลเลอร์ (Filler) คือ การรักษาทางเวชศาสตร์ความงามที่ใช้ “สารเติมเต็ม” เพื่อฟื้นฟูและปรับรูปหน้า โดยสารที่นิยมใช้มากที่สุดคือ Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งเป็นสารประกอบที่พบได้ตามธรรมชาติในร่างกายมนุษย์ โดยเฉพาะในชั้นผิวหนัง ข้อต่อ และดวงตา
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อลดเลือนริ้วรอย เติมเต็มร่องลึก หรือเพิ่มวอลุ่มในบริเวณที่มีการยุบตัวของชั้นไขมันหรือกระดูก เช่น ร่องแก้ม ใต้ตา ขมับ คาง หรือริมฝีปาก รวมถึงช่วยยกกระชับผิวให้เรียบเนียน อิ่มฟู แลดูอ่อนเยาว์ขึ้น นอกจากนี้ฟิลเลอร์ยังมีคุณสมบัติในการกักเก็บความชุ่มชื้น ส่งผลให้ผิวมีความยืดหยุ่นและเนียนกระจ่างใสยิ่งขึ้น
โปรแกรมสารเติมเต็มประเภท HA มีข้อดีคือสามารถสลายตัวได้เองตามกลไกธรรมชาติของร่างกายภายในระยะเวลาประมาณ 6–18 เดือน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ ปริมาณที่ใช้ และตำแหน่งที่ฉีด โดยไม่ทิ้งสารตกค้างสะสมและสามารถฉีดซ้ำได้ภายใต้การดูแลของแพทย์
สารเติมเต็มที่ได้รับการรับรองว่าโปรแกรมการฉีดสามารถดูแลให้ปลอดภัยในการใช้ทางการแพทย์ต้องเป็นประเภท Hyaluronic Acid (HA) ที่มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท โดยมีรายละเอียด ดังนี้
โปรแกรมฟิลเลอร์เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเติมร่องลึก ปรับโครงหน้าให้ดูมีมิติ อ่อนเยาว์ หรือแก้ไขปัญหาผิวที่เหมาะสำหรับบุคคลดังต่อไป
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์และโปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ (Botox) แม้จะเป็นหัตถการที่ใช้เพื่อปรับสัดส่วนใบหน้าและลดเลือนริ้วรอยเช่นเดียวกัน แต่มีกลไกการทำงานที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์เป็นสารเติมเต็มที่ใช้ฉีดเพื่อเพิ่มปริมาตรให้กับผิวในบริเวณที่ยุบตัว เช่น ร่องแก้ม ใต้ตา หรือริมฝีปาก โดยเน้นการเติมเต็มจากภายในเพื่อให้ผิวดูอิ่มฟูและเรียบเนียนขึ้น
ส่วนโปรแกรมฉีดโบท็อกซ์คือ สาร Botulinum Toxin Type A ที่ทำหน้าที่ยับยั้งการทำงานของกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีด ช่วยลดการหดตัวของกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นสาเหตุของริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงสีหน้า เช่น รอยตีนกา หน้าผาก และรอยย่นระหว่างคิ้ว
การเลือกใช้โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์หรือโปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ขึ้นอยู่กับลักษณะปัญหาของแต่ละบุคคล หากมีปัญหาใบหน้าดูโทรม มีร่องลึก หรือสูญเสียปริมาตรใบหน้าจากการยุบตัวของไขมัน โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์จะเหมาะสมในการช่วยเติมเต็มและคืนความอ่อนเยาว์ให้กับใบหน้า แต่หากมีริ้วรอยที่เกิดจากการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ เช่น ยิ้ม ขมวดคิ้ว หรือเลิกหน้าผาก โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์จะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมกว่า
โปรแกรมฉีดฉีดฟิลเลอร์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเติมเต็มริ้วรอยเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นหัตถการที่สามารถตอบโจทย์ปัญหาด้านโครงสร้างใบหน้าและคุณภาพผิวได้อย่างหลากหลาย ด้วยคุณสมบัติของ Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งสามารถเติมปริมาตรสัดส่วน เพิ่มความชุ่มชื้น และปรับรูปหน้าให้ดูอ่อนเยาว์แบบดูเป็นธรรมชาติ การวางแผนโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์อย่างถูกต้องและเหมาะสมในแต่ละจุด จึงช่วยฟื้นฟูความสดใสให้กับใบหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ช่วยลดเลือนริ้วรอยจากวัยหรือการยุบตัวของชั้นผิว เช่น ร่องแก้ม ร่องมุมปาก และรอยลึกบนใบหน้า โดยการเติมสาร HA เข้าไปในผิวเพื่อให้ดูเต็มตื้นขึ้นอย่างดูเป็นธรรมชาติ
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์สามารถใช้เติมเต็มในจุดที่ต้องการปรับรูปหน้า เช่น คาง หน้าผาก ขมับ หรือกรอบหน้า เพื่อเสริมสัดส่วนให้ใบหน้าดูสมดุล คมชัด และได้สัดส่วนที่กลมกลืนมากยิ่งขึ้น
เหมาะสำหรับผู้ที่มีร่องลึกหรือเบ้าตาลึก ซึ่งทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้า การเติมโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาช่วยให้ผิวบริเวณนั้นดูเรียบเนียนขึ้น ลดความหมองคล้ำ และให้ภาพลักษณ์โดยรวมดูสดชื่นขึ้น
ช่วยเพิ่มปริมาตรสัดส่วนให้ริมฝีปากที่บางหรือขาดรูปทรงให้ดูอวบอิ่มได้สัดส่วน พร้อมเพิ่มความชุ่มชื้น ลดความแห้ง แตก ลอก ให้ริมฝีปากดูสุขภาพดีและมีความสมส่วนมากยิ่งขึ้น
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์สามารถช่วยเติมน้ำให้ผิวในชั้นลึก ทำให้ผิวดูอิ่มฟู เปล่งปลั่ง และกระจ่างใสขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวแห้ง ขาดความชุ่มชื้น หรือริ้วรอยเล็ก ๆ ที่เกิดจากผิวขาดน้ำ
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์บนใบหน้า สามารถปรับรูปหน้า ฟื้นฟูโครงสร้างผิว และแก้ไขจุดบกพร่องได้อย่างเห็นผลทันที โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่ละตำแหน่งมีเป้าหมายเฉพาะในการแก้ไขปัญหาบนใบหน้า ช่วยให้ใบหน้าดูสมดุล สดใส และอ่อนเยาว์ยิ่งขึ้น ภายใต้การดูแลจากแพทย์
เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาใต้ตาลึก เบ้าตาลึก หรือร่องใต้ตาชัดเจน ซึ่งส่งผลให้ใบหน้าดูโทรมและเหนื่อยล้า การเติมโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์บริเวณนี้ช่วยให้ใต้ตาดูเต็มขึ้น ลดรอยคล้ำ และคืนความสดใสให้กับดวงตา
ร่องแก้มลึกเป็นหนึ่งในสัญญาณของผิวที่สูญเสียคอลลาเจนและไขมัน โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์สามารถเติมเต็มร่องลึกให้ตื้นขึ้น ช่วยลดเงาใต้ตาและบริเวณข้างจมูก ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์และมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์บริเวณคางช่วยปรับความยาวและรูปทรงของคางให้ดูสมส่วน ส่งเสริมความสมดุลของใบหน้า และเพิ่มปริมาตรสัดส่วนให้ใบหน้าดูเรียวยาวขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมองจากด้านข้าง
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มความอวบอิ่มให้ริมฝีปาก แก้ไขริมฝีปากที่บาง แห้ง หรือขาดรูปทรง โดยโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์จะช่วยเติมปริมาตร เพิ่มความชุ่มชื้น และปรับรูปปากให้ได้สัดส่วนอย่างดูเป็นธรรมชาติ
ขมับที่ตอบหรือยุบตัวลงส่งผลให้ใบหน้าดูอิดโรย และขาดปริมาตรสัดส่วน โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์จะช่วยเติมเต็มบริเวณนี้ให้ได้รูปโค้งสวย ทำให้ใบหน้าดูอิ่มเอิบและมีความสมดุลจากด้านข้างมากยิ่งขึ้น
หน้าผากที่แบนหรือมีรอยบุ๋มเล็ก ๆ สามารถแก้ไขได้ด้วยการเติมโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ให้ดูโหนกนูนเรียบเนียน ช่วยปรับรูปหน้าส่วนบนให้ละมุน และทำให้ภาพรวมใบหน้าดูอ่อนโยนและหวานขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
เพื่อให้ได้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนและสวยงาม โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ที่ AM International Hospital จึงดำเนินกระบวนการภายใต้แนวทางที่เป็นระบบ ครอบคลุมทั้งการประเมิน วิเคราะห์ และดูแลอย่างใกล้ชิดโดยทีมแพทย์ ดังนี้
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ แม้จะมีข้อดีหลายด้าน แต่ก็ยังมีสิ่งสำคัญที่ควรรู้และพิจารณาก่อนตัดสินใจ เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ได้รับสามารถตอบโจทย์ได้มากยิ่งขึ้น
การเลือกยี่ห้อและรุ่นของโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อผลลัพธ์ของการรักษา เพราะแต่ละรุ่นมีคุณสมบัติ เนื้อสัมผัส และความเหมาะสมที่แตกต่างกัน ดังนั้นจึงควรเลือกใช้โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ที่ผ่านการรับรองจาก อย. ไทย และเหมาะสมกับปัญหาเฉพาะจุด โดยสามารถพิจารณาได้จากตัวอย่างยี่ห้อและรุ่นที่ได้รับความนิยมดังนี้
โปรแกรมฟิลเลอร์ Restylane จากสวีเดน ที่มีเทคโนโลยี NASHA™ และ obt ช่วยให้เนื้อเจลสามารถคงรูปได้ดี มีความยืดหยุ่นตามความเคลื่อนไหวของใบหน้า เหมาะสำหรับเติมเต็มใต้ตา ร่องแก้ม และคาง มีหลายรุ่นให้เลือกใช้เหมาะกับทุกสภาพผิว ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 6-18 เดือน
โปรแกรมฟิลเลอร์จากอเมริกา โดยมี 2 เทคโนโลยีคือ Hylacross™ และ Vycross™ ทำให้เนื้อเจลเนียนละเอียด ฉีดแล้วให้ความเป็นธรรมชาติ นิยมใช้กับใต้ตา ปาก และยกกระชับปรับรูปหน้า โดยโปรแกรมฟิลเลอร์ Juvederm ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 8-24 เดือน
โปรแกรมฟิลเลอร์ Belotero จากสวิตเซอร์แลนด์ มีเทคโนโลยี CPM™ ทำให้เวลาที่ฉีดเข้าไปแล้ว เนื้อเจลสามารถกลืนกับผิวได้ดี ลดโอกาสเกิดก้อนใต้ชั้นผิว เหมาะสำหรับฉีดบริเวณผิวที่บาง เช่น ใต้ตาและร่องแก้ม ทั้งยังมีรุ่นที่เหมาะแก่การปรับสภาพผิวโดยเฉพาะอีกด้วย ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 6-18 เดือน
โปรแกรมฟิลเลอร์เกาหลีที่ใช้เทคโนโลยี HICE™ ที่ช่วยให้เนื้อเจลสามารถคงตัวดี มีความยืดหยุ่น และกระจายตัวอย่างสม่ำเสมอ เหมาะสำหรับเติมเต็มริ้วรอยร่องลึกอย่างขมับ แก้ม และปรับโครงหน้า โปรแกรมฟิลเลอร์ yvoire ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน
เป็นอีกหนึ่งโปรแกรมฟิลเลอร์ Neuramis จากเกาหลี โดยมีเทคโนโลยี SHAPE™ ทำให้เนื้อเจลมีความคงรูปได้ดีและมีความยืดหยุ่นสูง เหมาะสำหรับฉีดเติมเต็มร่องลึกบนใบหน้าหรือปั้นทรงได้สวย ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน
เป็นโปรแกรมฟิลเลอร์จากสวิตเซอร์แลนด์ ใช้เทคโนโลยี RHA™ ทำให้ตัวเนื้อเจลยืดหยุ่นดีตามการเคลื่อนไหวของใบหน้าและปรับเข้ากับผิวหน้าได้ดี ฉีดแล้วไม่เป็นก้อน นิยมใช้กับริมฝีปาก ใต้ตา และขมับ ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 9-18 เดือน
ฟิลเลอร์จากสเปน โดยใช้เทคโนโลยี Densimatrix ทำให้เนื้อเจลมีความสม่ำเสมอ ลดการจับตัวกันเป็นก้อน มีความคงรูปได้ดี ความพิเศษของยี่ห้อนี้คือมีรุ่นที่เหมาะสำหรับฉีดจุดซ่อนเร้นโดยเฉพาะ ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน
โปรแกรมฟิลเลอร์จากเกาหลี มีเทคโนโลยี Monophasic ทำให้ได้เนื้อเจลที่มีความเรียบเนียน เกลี่ยง่าย และกระจายตัวได้ดี เหมาะสำหรับเติมร่องลึก ปรับโครงหน้า เช่นบริเวณคาง ร่องแก้ม กรอบหน้า และขมับ ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 12-18 เดือน
โปรแกรมฟิลเลอร์จากเกาหลีที่ใช้เทคโนโลยี R Square หรือ R2 ทำให้เนื้อเจลยึดเกาะกับผิวและคงรูปได้ดี ให้ความยืดหยุ่นสูงและเกลี่ยง่าย เหมาะสำหรับนำมาเพิ่มวอลลุ่มผิว ยกกระชับกรอบหน้า เติมเต็มร่องลึก ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 12-18 เดือน
ไม่ว่าจะเลือกยี่ห้อใดก็ตาม ควรเลือกให้เหมาะสมกับความต้องการและปรึกษาแพทย์ก่อนฉีดเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับความปลอดภัย
การเลือกใช้โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ที่เป็นของแท้ถือเป็นหัวใจสำคัญของการลดความเสี่ยงในการรับบริการ เพราะฟิลเลอร์ปลอมอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงรุนแรง เช่น การอักเสบ ติดเชื้อ หรืออุดตันเส้นเลือด เพื่อป้องกันความเสี่ยงเหล่านี้ จึงควรตรวจสอบผลิตภัณฑ์ก่อนฉีดด้วยวิธีต่อไปนี้
ปริมาณโปรแกรมฟิลเลอร์ที่ใช้ฉีดในแต่ละจุดบนใบหน้าและร่างกาย ขึ้นอยู่กับลักษณะผิวและปัญหาของแต่ละบุคคล เช่น ระดับความลึกของผิว หรือขนาดของพื้นที่ที่ต้องการแก้ไข รวมไปถึงผลลัพธ์ที่ต้องการ และนี่คือปริมาณที่เหมาะสมที่แพทย์มักประเมินในการฉีดแต่ละจุด
โปรแกรมฟิลเลอร์และโปรแกรมฉีดไขมันมีจุดประสงค์เดียวกันก็คือการปรับเพื่อให้ผิวดูเต่งตึงขึ้น แต่อย่างไรก็ตามทั้งสองหัตถการก็มีความแตกต่างกันในด้านของสารที่ใช้ วิธีการรักษา โดยมีรายละเอียดดังนี้
ความแตกต่าง | โปรแกรมฟิลเลอร์ | โปรแกรมฉีดไขมัน |
สารที่ใช้ | Hyaluronic Acid (HA) | เซลล์ไขมันจากในร่างกาย |
วิธีการรักษา | สารเติมเต็มจะถูกฉีดเข้าไปในชั้นผิวเพื่อเติมเต็มริ้วรอยร่องลึก หรือเพิ่มปริมาณผิวตามจุดต่าง ๆ | ดูดไขมันส่วนเกินในร่างกายมาผ่านกระบวนการปั่นแยกเซลล์ จนได้ไขมันที่ต้องการมาฉีดให้ผิวดูเต่งตึงขึ้น |
ผลลัพธ์ | หลังฉีดเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ในครั้งแรก และสามารถคงอยู่ได้ราว ๆ 6-18 เดือน | สามารถอยู่ได้นานในระยะยาว หากเซลล์ไขมันที่ฉีดเริ่มเกาะเข้ากับเนื้อเยื่อผิวได้ดี |
ข้อดี | มีกระบวนการรักษาที่ไม่ซับซ้อน ไม่ต้องพักฟื้น แก้ไขได้ง่าย | ใช้ไขมันตัวเอง ไม่เสี่ยงต่ออาการแพ้ |
ข้อจำกัด | ผลลัพธ์ที่ได้ไม่ถาวร ต้องฉีดซ้ำตามระยะเวลาที่เหมาะสม | มีกระบวนการรักษาที่ซับซ้อน และต้องใช้ระยะเวลาพักฟื้น |
แม้โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์จะเป็นหัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัด แต่หากดำเนินการโดยแพทย์ที่ไม่มีความชำนาญ หรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน ก็อาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ฟิลเลอร์ไหล ติดเชื้อ หรือแม้กระทั่งเส้นเลือดอุดตันได้ ดังนั้นการเลือกสถานพยาบาลที่น่าเชื่อถือจึงเป็นปัจจัยสำคัญ เพื่อให้โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ได้รับการดูแลให้ปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่สวยงามตามต้องการ
สถานพยาบาลต้องได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการจากกระทรวงสาธารณสุข และติดป้ายเลขที่ใบอนุญาต 11 หลักอย่างชัดเจน สามารถตรวจสอบได้ผ่านเว็บไซต์ของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.)
แพทย์ต้องมีใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมจากแพทยสภา และควรมีประสบการณ์ด้านการให้บริการโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ รวมถึงสามารถวิเคราะห์รูปหน้าและแนะนำผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลได้อย่างแม่นยำ
ต้องมีเลขทะเบียน อย. บนกล่อง พร้อมฉลากภาษาไทย และเอกสารกำกับผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย กล่องต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์ มี QR Code ให้ตรวจสอบจากเว็บไซต์บริษัทผู้นำเข้า และควรให้ผู้เข้ารับบริการเห็นการแกะกล่องต่อหน้า พร้อมรับกล่องกลับบ้าน
ควรมีภาพรีวิวก่อน-หลังฉีด หรือวิดีโอจากผู้ใช้บริการจริง ทั้งในเว็บไซต์ของโรงพยาบาลและแพลตฟอร์มภายนอก เพื่อช่วยยืนยันความโปร่งใสและคุณภาพการให้บริการ พร้อมตรวจสอบว่าโรงพยาบาลไม่มีประวัติร้องเรียน มีกรณีที่เคยเกิดอันตรายหรือผลข้างเคียงที่รุนแรงหลังทำ
โรงพยาบาลควรให้คำแนะนำการดูแลหลังฉีด พร้อมติดตามผลในช่วง 1–2 สัปดาห์ เพื่อประเมินความเปลี่ยนแปลง และแก้ไขหากมีภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้น โดยไม่ปล่อยให้ผู้เข้ารับบริการดูแลตัวเองเพียงลำพัง
หากว่าเราต้องการให้ผลลัพธ์ของการฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ออกมาดูดีและตอบโจทย์ การเตรียมตัวก่อนฉีด รวมไปถึงการดูแลหลังฉีดถือเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งข้อที่ควรปฏิบัติมีดังนี้
ทีมแพทย์ผู้ชำนาญการของ AM International Hospital แนะนำว่า ก่อนตัดสินใจเข้ารับบริการโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ ควรให้ความสำคัญกับการปรึกษาและวางแผนกับแพทย์ก่อน เพื่อให้เข้าใจถึงปัญหาของตนเองอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาริ้วรอย ร่องลึก หรือโครงสร้างใบหน้าที่ต้องการปรับรูป ซึ่งจะช่วยให้การเลือกตำแหน่ง ปริมาณ และรุ่นของฟิลเลอร์เป็นไปอย่างเหมาะสมและดูแลให้ความปลอดภัยได้อย่างถูกต้อง
นอกจากนี้ หลังทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์แล้ว ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เช่น หลีกเลี่ยงการสัมผัส กด หรือนวดบริเวณที่ฉีด งดออกกำลังกายหนักและกิจกรรมที่มีความร้อนสูงในช่วง 48 ชั่วโมง และเข้ารับการติดตามผลตามนัดหมาย เพื่อประเมินผลลัพธ์และความเรียบร้อยของสารเติมเต็มในชั้นผิว ซึ่งการดูแลหลังฉีดอย่างถูกต้องจะช่วยให้สารเติมเต็มคงรูป สวยเนียน และอยู่ได้นานขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ
ตัวอย่างภาพเปรียบเทียบผลลัพธ์ก่อนและหลังฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตา ปาก หน้าผาก ขมับ และคางจากผู้ที่เคยเข้ารับบริการ ซึ่งหลังจากฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์เข้าไปแล้วผิวดูเต่งตึง เรียบเนียน อิ่มเอิบ และดูสมดุลกับใบหน้ามากขึ้น (*ผลการรักษาขึ้นอยู่กับรายบุคคล)
โปรแกรมฟิลเลอร์เป็นหัตถการที่ให้ความปลอดภัย เนื่องจากสารเติมเต็ม HA เป็นสารที่ถูกผลิตขึ้นมาเลียนแบบสารที่มีอยู่ในร่างกายของเราอยู่แล้วตามธรรมชาติ แต่เมื่ออายุมากขึ้นมันจะค่อย ๆ ลดลง ดังนั้นมันจึงเข้ากันได้ดีกับผิว และสามารถนำมาเติมเต็ม ปรับโครงหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตาม แม้ว่ามันจะเป็นหัตถการที่ไม่ก่อให้เกิดอันตราย แต่ก็ควรเลือกใช้บริการกับคลินิกที่ได้มาตรฐาน และฉีดโดยแพทย์ที่มีความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ในการรักษา รวมถึงการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรองมาอย่างถูกต้องเพื่อความปลอดภัย และไม่เพื่อไม่ให้เกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ตามมา
การเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานเป็นถือสิ่งสำคัญ และเพื่อให้มั่นใจว่าการฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์จะมีความปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่ดี โดยสามารถเราตรวจสอบได้ด้วย 5 วิธีดังนี้
โปรแกรมฟิลเลอร์ราคาจะอยู่ที่ 9,900 บาทขึ้นไป ซึ่งค่าบริการขึ้นอยู่หลายปัจจัย เช่น สภาพผิว ยี่ห้อ ปริมาณที่ใช้ ตำแหน่งที่ฉีด ไปจนถึงเทคนิคการรักษาของแพทย์ที่จะมีการประเมินและวางแผนแบบรายบุคคล
หากใครที่กำลังสนใจโปรแกรมฟิลเลอร์ แต่ยังมีข้อสงสัยอื่น ๆ เพิ่มเติม เราได้รวบรวมคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ให้เข้าใจกันมากยิ่งขึ้น
โดยทั่วไปแล้วการฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์จะให้ความรู้สึกเจ็บน้อย เนื่องจากในบางยี่ห้อหรือบางรุ่นจะมีส่วนผสมของยาชารวมอยู่ด้วย จึงช่วยบรรเทาความเจ็บระหว่างฉีด นอกจากนี้แพทย์จะมีการใช้ยาชาเฉพาะที่ร่วมกับการประคบเย็น เพื่อให้ผู้เข้ารับบริการรู้สึกเจ็บน้อยลงขณะทำหัตถการ หากใครที่มีความกังวลสามารถปรึกษาแพทย์เพื่อขอยาชา หรือให้แพทย์วางแผนใช้เทคนิคการฉีดที่ช่วยลดความเจ็บได้
อาการบวมหลังฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ถือเป็นเรื่องปกติ โดยทั่วไปจะอาการบวมจะอยู่ประมาณ 1-3 วันแรก หลังจากนั้นมันจะค่อย ๆ ดีขึ้นภายใน 5-7 วัน ซึ่งในระหว่างนี้สามารถรับประทานยาตามที่แพทย์จ่าย ร่วมกับการประคบเย็นเพื่อบรรเทาอาการบวมให้ลดลงได้
หลังจากฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์จะสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ฉีด แต่มันจะยังไม่ใช่ผลลัพธ์ที่เสร็จสมบูรณ์ เนื่องจากในช่วงระยะแรกอาจมีรอยแดง อาการบวมเกิดขึ้นเล็กน้อย แต่เมื่อผ่านไปแล้ว 2 สัปดาห์ก็จะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนขึ้น โดยมันจะคงสภาพระยะเวลาอยู่ได้ประมาณ 6-18 เดือน ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับสภาพผิว ปริมาณที่ฉีด ยี่ห้อที่ใช้ในการรักษาที่ทำให้ผลลัพธ์มีระยะเวลาที่ต่างกัน
หลังฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ควรหลีกเลี่ยงอาอาหารรสจัด เค็ม เผ็ด ของหมักดอง อาหารที่มีโซเดียมสูงหรืออาหารทะเล อาหารดิบ เนื่องจากอาหารเหล่านี้เมื่อทานเข้าไปแล้วอาจทำให้เกิดอาการบวม ช้ำได้ง่าย นอกจากนี้พวกของดิบที่ไม่ผ่านการปรุงสุกยังอาจเสี่ยงต่อการอักเสบอีกด้วย หากใครที่ต้องการให้สารเติมเต็มเข้าที่ได้เร็วและอยู่ได้นานควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำให้เพียงพอและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
เมื่อโปรแกรมฟิลเลอร์สลายไปแล้วจะไม่ทำให้หน้าดูเหี่ยวหรือแก่ลงกว่าตอนก่อนฉีด แต่ใบหน้าจะกลับเข้าสู่สภาวะเดิมตามธรรมชาติ เนื่องจากสารเติมเต็ม HA มีคุณสมบัติช่วยในการเติมเต็มร่องลึก เพิ่มความชุ่มชื้นพร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เมื่อมันสลายไปแล้วผิวหน้าก็อาจจะไม่ได้ดูเต่งตึงเท่ากับช่วงที่มีสารเติมเต็ม
โปรแกรมฟิลเลอร์สามารถกลับมาฉีดใหม่ได้ โดยระยะเวลาที่ฉีดครั้งถัดไปขึ้นอยู่กับการสลายตัวของสารเติมเต็มและตำแหน่งที่ฉีด แต่โดยทั่วไปแล้วควรเว้นระยะห่างกันประมาณ 6 เดือนไปจนถึง 1 ปี อย่างไรก็ตาม หากต้องการฉีดซ้ำควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินปริมาณและวางแผนการรักษาให้เหมาะสมกับแต่ละคน
สามารถเปลี่ยนยี่ห้อได้หากโปรแกรมฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าไปสลายออกหมดแล้ว หรืออยู่ในปริมาณที่ไม่ได้ส่งผลต่อการฉีดครั้งถัดไป ซึ่งถ้าสารเติมเต็มยังสลายไม่หมดแต่ต้องการฉีดเพิ่ม ควรให้แพทย์ประเมินก่อน เพราะสารเติมเต็มแต่ละยี่ห้อมีคุณสมบัติรวมไปถึงความหนาแน่นที่ไม่เหมือนกัน ก่อนฉีดแพทย์จึงต้องพิจารณาความเข้ากันได้ของตัวยา
ในกรณีที่ฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ไปแล้วรู้สึกว่ายังไม่พอใจ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของรูปทรง ปริมาณ หรือผลลัพธ์ที่ได้ สามารถแก้ไขได้ 2 วิธีหลัก ๆ คือ
ถุงใต้ตาเป็นปัญหาที่หลายคนเผชิญ แต่สามารถแก้ไขได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยหัตถการที่เหมาะสมตามสภาพปัญหาแต่ละบุคคล การเลือกทำการรักษากับแพทย์ที่มีทักษะความรู้และมีประสบการณ์ ผสานกับการใช้เทคนิคทันสมัยจะช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาดูเป็นธรรมชาติ มีการดูแลให้เกิความปลอดภัย และสามารถตอบโจทย์กับปัญหาใต้ตาที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ การดูแลตัวเองทั้งก่อนและหลังทำก็สำคัญไม่แพ้กัน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและช่วยให้มีความมั่นใจเพิ่มมากขึ้น ใบหน้าโดยรวมดูอ่อนวัย ใต้ตากลับมาดูสดใสอีกครั้ง
You details has been successfully submitted. Thanks!