ดูดไขมันต้นขา แก้ปัญหาขาใหญ่ ขาเบียด ให้เรียวเล็กกระชับ
ดูดไขมันต้นขา เป็นหนึ่งในวิธีทางการแพทย์ที่ช่วยแก้ไขรูปร่างเฉพาะจุดอย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาต้นขาใหญ่ ขาเบียด หรือมีเซลลูไลท์สะสมบริเวณต้นขาจนส่งผลต่อความมั่นใจ ไม่ว่าจะเป็นจากกรรมพันธุ์ น้ำหนักตัว หรือฮอร์โมน การออกกำลังกายหรือควบคุมอาหารอาจไม่สามารถลดไขมันในบริเวณนี้ได้อย่างเหมาะสม การดูดไขมันต้นขาจึงเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยให้ขาดูเรียวขึ้น กระชับมากขึ้น และสวมใส่เสื้อผ้าได้อย่างมั่นใจมากกว่าเดิม
Key Takeaway
- ราคาเพียง 25,000 บาท/ตำแหน่ง ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีและปริมาณไขมัน
- ดูดไขมันได้ 5 บริเวณ: ด้านใน ด้านนอก ด้านหน้า ด้านหลัง และรอบหัวเข่า
- ใช้เทคนิคเฉพาะ Real Legs Liposuction ออกแบบทรงขาตามหลักกายวิภาค ไม่แบนราบ
- แผลเล็กประมาณ 3-5 มม. ซ่อนตามรอยพับผิว
- ระยะพักฟื้นประมาณ 1-2 สัปดาห์ กลับไปทำงานเบา ๆ ได้ใน 5-7 วัน
- ดมยาสลบโดยวิสัญญีแพทย์ดูแล 1:1 ตลอดการผ่าตัด
ดูดไขมันต้นขา คืออะไร
ดูดไขมันต้นขา (Thigh Liposuction) คือ ศัลยกรรมที่ช่วยลดไขมันเฉพาะจุดบริเวณต้นขา เช่น ด้านใน ด้านนอก ด้านหน้า และด้านหลัง โดยใช้เทคนิคทางการแพทย์ร่วมกับเครื่องมือดูดไขมันเพื่อลดไขมันส่วนเกินออกจากชั้นใต้ผิวหนัง การดูดไขมันในบริเวณนี้ไม่ใช่เพียงการ “ลดขนาดต้นขา” เท่านั้น แต่ยังเป็นการปรับรูปทรงให้ขาดูเรียวลง สมส่วนกับร่างกายส่วนอื่น ๆ ดูเป็นธรรมชาติ
สิ่งสำคัญในการดูดไขมันต้นขา คือ ความเข้าใจในกายวิภาคของกล้ามเนื้อต้นขา เช่น กล้ามเนื้อ Quadriceps, Hamstrings และ Adductors ที่อยู่ในแนวและระดับชั้นต่างกัน การวางแผนดูดไขมันจะอิงจากแนวกล้ามเนื้อเหล่านี้ เพื่อให้แพทย์สามารถกำหนด “ปริมาณไขมันที่ควรเหลือไว้” ได้อย่างเหมาะสม นั่นทำให้ผลลัพธ์ของการดูดไขมันต้นขาด้วยเทคนิคเชิงกายวิภาคนั้น
ดูดไขมันขา ส่วนใดได้บ้าง
ดูดไขมันขาไม่ได้จำกัดแค่บริเวณต้นขาเพียงอย่างเดียว แต่สามารถปรับรูปร่างได้หลากหลายจุด ตั้งแต่ต้นขาด้านใน ด้านนอก ไปจนถึงรอบหัวเข่า โดยแพทย์จะประเมินตำแหน่งไขมันสะสม ความหนาของไขมัน และสัดส่วนโดยรวม เพื่อวางแผนดูดไขมันในตำแหน่งที่เหมาะสม โดยมีรายละเอียดของแต่ละตำแหน่งดังนี้
- ต้นขาด้านใน (Inner Thighs) บริเวณต้นขาด้านในเป็นจุดที่ไขมันสะสมได้ง่ายและมักเกิดอาการขาเบียดเสียดสี โดยเฉพาะเวลาสวมกางเกงหรือกระโปรง การดูดไขมันในจุดนี้จะช่วยให้ขาด้านในเรียวขึ้น ลดการเสียดสี และปรับระยะห่างระหว่างขาให้เหมาะสม ส่งผลให้รูปร่างดูโปร่งและสมส่วนมากยิ่งขึ้น
- ต้นขาด้านนอก (Outer Thighs) ต้นขาด้านนอกหรือที่เรียกกันว่า “ปีกสะโพก” เป็นบริเวณที่ไขมันป่องออกข้าง ทำให้สะโพกดูใหญ่หรือรูปร่างดูเป็นทรงลูกแพร์ การดูดไขมันบริเวณนี้ช่วยลดความโป่งของต้นขาด้านนอก ปรับแนวสะโพกให้เข้ากับเอวและต้นขาด้านล่าง ทำให้ขาดูเรียวยาวขึ้น
- ต้นขาด้านหน้า (Anterior Thighs) บริเวณต้นขาด้านหน้าเป็นตำแหน่งที่มักสะสมไขมันแบบแบนหนา เมื่อไขมันส่วนนี้มากเกินไปจะทำให้ต้นขาดูตันและขาดความโค้งเว้า การดูดไขมันบริเวณนี้จึงช่วยให้ต้นขาดูแบนราบมากขึ้น เห็นเส้นกล้ามเนื้อชัดขึ้นโดยไม่แข็งทื่อ
- ต้นขาด้านหลัง (Posterior Thighs) ไขมันที่สะสมด้านหลังต้นขาส่งผลให้ขาดูหนาและไม่กระชับ โดยเฉพาะบริเวณใต้ก้นหรือช่วงเหนือข้อพับ การดูดไขมันบริเวณนี้สามารถช่วยเสริมให้ขาด้านหลังดูเรียบขึ้น เพิ่มความต่อเนื่องกับแนวสะโพก ทำให้รูปร่างโดยรวมดูสมดุลจากทุกมุมมอง
- รอบหัวเข่า (Knee Area) แม้บริเวณรอบหัวเข่าจะเป็นจุดเล็ก แต่หากมีไขมันสะสมจะทำให้ขาดูบวมหนาและขาดความเรียวยาว การดูดไขมันรอบเข่าช่วยให้หัวเข่าดูชัดขึ้น ลดความหนาของหัวเข่า ทำให้แนวขาดูยาวต่อเนื่องโดยไม่สะดุด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรูปร่างขาแบบเรียวชัดเจนตั้งแต่บนลงล่าง
ดูดไขมันต้นขาเหมาะกับใคร
- ขาเบียด ดูดไขมันด้านในเพื่อสร้างช่องว่างระหว่างต้นขาทั้งสองข้างเมื่อยืนตรงโดยให้เท้าชิดกัน ให้ขาโปร่งและเรียวขึ้น
- ขาปลิ้นด้านข้าง ดูดไขมันด้านนอก หรือสะโพก ปรับให้รูปร่างสมดุลแบบทรงนาฬิกาทราย
- เหนือเข่าหนา เก็บรายละเอียดจุดเล็กเหนือเข่า ให้แนวขาดูตรงและต่อเนื่อง
- ไขมันสะสมรอบต้นขา ดูดไขมันรอบขาทุกด้าน ลดขนาดโดยรวมให้เพรียวขึ้น
- ขาใหญ่ร่วมกับผิวย้วย ดูดไขมันควบคู่กับ J-Plasma เพื่อกระชับผิวไปพร้อมกัน
ข้อดี-ข้อเสียการดูดไขมันต้นขา
ข้อดีของการดูดไขมันต้นขา
- ช่วยลดขาเบียด ขาหนีบดำ และความไม่มั่นใจเวลาสวมเสื้อผ้า
- ต้นขาดูเรียวขึ้น กระชับ และได้สัดส่วนมากขึ้น
- ปรับความสมดุลระหว่างช่วงล่างและช่วงบนของร่างกาย
- เห็นผลชัดเจนกว่าการออกกำลังกายเพียงอย่างเดียว
- เป็นศัลยกรรมที่ไม่ต้องผ่าตัดใหญ่และมีแผลขนาดเล็ก
- สามารถเลือกดูดเฉพาะจุด เช่น ด้านใน ด้านนอก หรือรอบเข่าได้ตามปัญหา
ข้อเสียของการดูดไขมันต้นขา
- อาจมีอาการบวม ช้ำ หรือเจ็บในช่วงแรกของการพักฟื้น
- หากทำโดยแพทย์ไม่มีความชำนาญ อาจเกิดผิวไม่เรียบหรือพังผืดใต้ผิวหนัง
- ต้องใส่ชุดกระชับอย่างต่อเนื่องนานหลายสัปดาห์
- ไม่เหมาะกับผู้ที่คาดหวังการลดน้ำหนักแบบทั้งตัว
ดูดไขมันต้นขาราคา เท่าไหร่ ?
ดูดไขมันต้นขาที่ AM International Hospital เรามีโปรแกรมให้เลือกหลากหลายตามความต้องการและสภาพไขมันของแต่ละบุคคล โดยราคาจะเริ่มต้นตามเทคโนโลยีที่แพทย์แนะนำเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตอบโจย์ ดังนี้
เครื่องดูดไขมันที่ใช้ | ราคาเริ่มต้น (บาท) | จุดเด่นที่คุ้มค่า |
ดูดไขมันพลังงานความร้อน (โปรแกรม Vaser หรือ Ultra Z) | 25,000 บาท | แยกเซลล์ไขมันที่หนาแน่นได้ดี เหมาะกับเคสเน้นลดสัดส่วนชัด ๆ หรือคนที่มีต้นขาใหญ่จากไขมันมาก ๆ |
ดูดไขมันพลังงานน้ำ (โปรแกรม Body-jet) | 39,000 บาท | อ่อนโยนกว่า ถนอมเซลล์ไขมันเพื่อนำไปเติมส่วนอื่นต่อได้ |
รวมเครื่องดูดไขมันต้นขาที่ AM International Hospital
| เครื่องมือ | หลักการทำงาน | จุดเด่น | เหมาะกับใคร |
| เครื่อง Water-Assisted Liposuction – WAL | ใช้พลังงานน้ำฉีดพ่นแยกเซลล์ไขมันออกจากเนื้อเยื่ออย่างอ่อนโยน | เซลล์ไขมันไม่ถูกทำลาย นำไปฉีดเติมส่วนอื่นได้ ลดบอบช้ำเส้นเลือด-เส้นประสาท | เซลล์ไขมันไม่ถูกทำลาย นำไปฉีดเติมส่วนอื่นได้ ลดบอบช้ำเส้นเลือด-เส้นประสาท |
เครื่อง Radiofrequency Assisted Liposuction (RFAL) | ใช้คลื่นความถี่วิทยุเปลี่ยนเป็นความร้อนลดไขมัน พร้อมฟื้นฟูคอลลาเจน | ยกกระชับผิวหย่อนคล้อยให้เรียบตึงขึ้น | ผู้ที่มีไขมันต้นขาควบคู่ปัญหาผิวไม่กระชับหรือผิวเปลือกกล้วย |
เครื่อง Power-assisted Liposuction (PAL) | ท่อดูดสั่นสะเทือนเร็วเพื่อแยกไขมันออกจากเนื้อเยื่อ | เก็บรายละเอียดสัดส่วนเหมาะสม ไม่ใช้ความร้อนสูง ลดโอกาสแผลไหม้ | ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์สม่ำเสมอ เรียบเนียน |
เครื่อง Ultrasound-assisted Liposuction (UAL) | ใช้พลังงานอัลตราซาวนด์ทำให้ไขมันแตกตัวเป็นของเหลวก่อนดูดออก | จัดการไขมันแน่น/ตื้อได้ดี เสริมสร้างคอลลาเจนเล็กน้อย | ผู้ที่มีปริมาณไขมันมากหรือไขมันตื้อในบางพื้นที่ |
ทำไมต้องดูดไขมันขาที่ AM International Hospital
AM International Hospital เราให้ความสำคัญกับทั้งเทคนิคทางการแพทย์ เทคโนโลยี และการดูแลผู้เข้ารับบริการในทุกขั้นตอน เพื่อให้ทุกการรักษาเกิดผลลัพธ์ที่ตรงต่อความต้องการ ดูแลให้เกิดความปลอดภัยทุกเคส
- เทคนิคเฉพาะ Real Legs Liposuction คือ เทคนิคการดูดไขมันต้นขาที่เน้นผลลัพธ์ให้ออกมาเป็นธรรมชาติตามหลักกายวิภาคศาสตร์ เพื่อปรับสัดส่วนขาให้เรียวยาว โดยอิงจากแนวกล้ามเนื้อจริงของต้นขา ไม่ใช่แค่การลดปริมาณไขมันแบบทั่วไป เทคนิคนี้ช่วยให้ขาดูมีมิติ ลดขาเบียด และยังคงความโค้งเว้าตามหลักสรีระ ซึ่งต่างจากการดูดไขมันแบบดั้งเดิมที่อาจทำให้ขาดูแบนจนเกินไป สัดส่วนดูไม่มีมิติ
- เครื่องมือการรักษาทีไ่ด้มาตรฐาน ใช้เทคโนโลยีที่ช่วยแยกไขมันอย่างอ่อนโยน ลดการกระทบเนื้อเยื่อรอบข้าง ส่งผลให้ผิวเรียบเนียน ลดอาการบวมช้ำ และช่วยให้ฟื้นตัวได้ดี
- ดมยาสลบโดยวิสัญญีแพทย์ดูแลแบบ 1:1 มีวิสัญญีแพทย์คอยดูแลตลอด ช่วยควบคุมความปลอดภัย ลดความกังวล และเฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิด
- การดูแลและติดตามผลอย่างต่อเนื่อง มีการนัดตรวจหลังทำ พร้อมคำแนะนำการดูแลตัวเองในแต่ละช่วง เพื่อให้ผลลัพธ์เข้าที่ และลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน
การเตรียมตัวก่อนดูดไขมันต้นขา
- งดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ก่อนทำ
- หยุดยาที่ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน (ตามคำแนะนำแพทย์)
- พักผ่อนให้เพียงพอ และดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อให้ร่างกายพร้อม
- เตรียมชุดยกกระชับตามคำแนะนำ และเสื้อผ้าหลวมใส่สบายสำหรับวันผ่าตัด
- แจ้งประวัติสุขภาพ โรคประจำตัว หรือการแพ้ยาให้แพทย์ทราบอย่างละเอียด
ขั้นตอนการดูดไขมันต้นขาด้วยเทคนิค Real Legs Liposuction
- ปรึกษา วางแผน และออกแบบทรงขาเฉพาะบุคคล ก่อนเริ่มเข้าสู่กระบวนการรักษา แพทย์จะทำการพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจความกังวลและเป้าหมายของผู้เข้ารับบริการ จากนั้นจะทำการตรวจเช็กปริมาณไขมันและคุณภาพผิวหนัง เพื่อวางแผนการดูดไขมันในแต่ละจุดอย่างเหมาะสม เมื่อถึงวันนัดหมาย แพทย์จะทำการวาดเส้นประ (Marking) บนต้นขาเพื่อกำหนดจุดที่จะดูดไขมันและตำแหน่งการเปิดแผล เพื่อให้ผู้เข้ารับบริการเห็นภาพรวมของผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นก่อนเข้าสู่ห้องผ่าตัด
- การเตรียมชั้นไขมันด้วยสารน้ำ ขั้นตอนแรกในห้องผ่าตัดคือการใส่สารน้ำ Tumescent ซึ่งประกอบด้วยน้ำเกลือ ยาชา และตัวยาที่ช่วยให้เส้นเลือดหดตัวเข้าไปในชั้นไขมัน ซึ่งสารนี้จะช่วยให้ชั้นไขมันขยายตัวออกและแยกตัวออกจากเนื้อเยื่อได้ง่ายขึ้น นอกจากจะช่วยลดความเจ็บปวดแล้ว ยังช่วยปกป้องเส้นเลือดและเส้นประสาทไม่ให้ได้รับบาดเจ็บระหว่างทำ ส่งผลให้ลดอาการบวมช้ำหลังผ่าตัดได้เป็นอย่างดี
- การลดไขมันส่วนเกิน เมื่อชั้นไขมันพร้อมแล้ว แพทย์จะใช้เครื่องดูดไขมันต้นขา เช่น WAL PAL UAL หรือคลื่นเสียง เพื่อจัดการเซลล์ไขมันให้กลายเป็นของเหลวอย่างอ่อนโยน ในเทคนิค Real Legs Liposuction แพทย์จะไม่ได้เน้นเพียงแค่การดูดไขมันออกมาให้เยอะสุดแต่จะเน้นการ “ปั้นทรง” ให้มีความสมมาตรและเรียบเนียน โดยคำนวณปริมาณที่เหมาะสมในแต่ละจุดเพื่อป้องกันไม่ให้ผิวเป็นคลื่นหรือบุ๋มหลังทำ
- การทำความสะอาดและกระชับสัดส่วน หลังจากดูดไขมันต้นขาเสร็จสิ้น แพทย์จะทำการรีดสารน้ำที่ตกค้างออกจากร่างกาย เพื่อลดอาการบวมและช่วยให้ผู้เข้ารับบริการรู้สึกสบายตัวขึ้น จากนั้นจะทำการเย็บปิดแผลเพียงบางส่วนเพื่อให้ระบายน้ำเหลืองที่อาจหลงเหลืออยู่ได้ ขั้นตอนสุดท้ายที่สำคัญมากคือการสวมชุดกระชับสัดส่วน เพื่อช่วยกดทับช่องว่างใต้ผิวหนังให้ติดกับกล้ามเนื้อได้ไวขึ้น ช่วยให้ผิวกระชับเรียบเนียนและเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนได้เร็วขึ้น
การดูแลตนเองหลังดูดไขมันต้นขา
- ใส่ชุดกระชับต้นขาตลอด 24 ชั่วโมงในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก
- หลีกเลี่ยงการนั่งไขว่ห้างหรือนอนตะแคงทับต้นขา
- เดินเบา ๆ เป็นระยะเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด
- หลีกเลี่ยงกิจกรรมหนัก เช่น วิ่ง หรือยกของหนักในช่วง 4–6 สัปดาห์
- นวดกระตุ้นระบบน้ำเหลือง (หากแพทย์แนะนำ) เพื่อลดพังผืดและช่วยให้ผิวเรียบเนียน
- เข้ารับการตรวจติดตามผลตามนัดอย่างเคร่งครัด
ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้หลังดูดไขมันต้นขา
- อาการบวม ช้ำ ตึง และเจ็บเล็กน้อยในช่วง 3-7 วันแรก
- ผิวหนังรู้สึกชาหรือไวต่อการสัมผัสในบางจุด
- น้ำซึมหรือของเหลวออกจากแผลในช่วงวันแรก
- ผิวไม่เรียบ มีรอยนูนเล็กน้อย (มักดีขึ้นเมื่อใส่ชุดกระชับและใช้การนวด)
- เสี่ยงต่อการติดเชื้อ หากดูแลแผลไม่สะอาดหรือสัมผัสสิ่งสกปรก
- หากมีไข้สูง แผลแดงร้อน หรือเจ็บมากผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์โดยเร็วแพทย์
ดูดไขมันต้นขาพักฟื้นกี่วัน
การดูดไขมันต้นขาโดยทั่วไปจะใช้เวลาพักฟื้นประมาณ 1-2 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับปริมาณไขมันที่ดูดออก เทคนิคที่ใช้ และการดูแลหลังทำของแต่ละคน โดยในช่วง 3-5 วันแรก อาจมีอาการบวม ตึง หรือช้ำเล็กน้อย ซึ่งสามารถบรรเทาได้ด้วยการใส่ชุดกระชับอย่างต่อเนื่อง หลีกเลี่ยงการนั่งหรือนอนทับบริเวณต้นขาโดยตรง และเริ่มขยับร่างกายเบา ๆ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต
โดยทั่วไปสามารถกลับไปทำงานเบา ๆ ได้ภายใน 5-7 วัน แต่ควรงดกิจกรรมหนักหรือออกกำลังกายประมาณ 1 เดือนเพื่อให้ผลลัพธ์เข้าที่และลดความเสี่ยงของพังผืดใต้ผิวหนัง
รีวิวดูดไขมันต้นขาที่ AM International Hospital
รีวิวดูดไขมันต้นขาหลังทำทันที
ดูดไขมันต้นขา Before & After







คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ดูดไขมันต้นขา
ดูดไขมันต้นขาเจ็บไหม?
ขณะทำจะไม่รู้สึกเจ็บ เพราะมีการให้ยาชาหรือดมยาสลบตามแผนการรักษาาของแพทย์ หลังทำอาจมีอาการตึงหรือปวดเล็กน้อยคล้ายออกกำลังกายหนักในช่วง 2-3 วันแรก ซึ่งสามารถบรรเทาได้ด้วยยาแก้ปวดและการดูแลที่เหมาะสม
แผลหลังดูดไขมันต้นขามีกี่จุด แผลใหญ่ไหม?
โดยปกติจะมีแผลเล็ก ๆ ประมาณ 2-4 จุดต่อขา ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ดูดไขมัน แผลมีขนาดประมาณ 3-5 มม. เท่านั้น และมักซ่อนอยู่ตามรอยพับของผิว ทำให้มองเห็นได้ยากหลังแผลหายดี
จะมีรอยแผลเป็นหลังดูดไขมันต้นขาไหม?
แผลที่เกิดขึ้นมีขนาดเล็กและมักหายได้ดี หากดูแลแผลตามคำแนะนำของแพทย์ โอกาสเกิดแผลเป็นนูนหรือรอยดำถาวรจะน้อยมาก และส่วนใหญ่จางลงจนแทบไม่เห็นภายในไม่กี่เดือน
สรุป ดูดไขมันต้นขา
การดูดไขมันต้นขาเป็นศัลยกรรมที่ช่วยลดไขมันเฉพาะจุดและปรับสัดส่วนขาให้เรียว กระชับ และสมดุลกับรูปร่างโดยรวม เหมาะสำหรับผู้ที่มีไขมันสะสมดื้อบริเวณต้นขา แม้จะควบคุมอาหารหรือออกกำลังกายแล้วไม่เห็นผล ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและการออกแบบแนวดูดไขมันตามแนวกล้ามเนื้อ ผสานกับหลักกายวิภาคศาสตร์ ส่งผลให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและการดูแลให้เกิดความปลอดภัย หลังทำมีการฟื้นตัวได้เร็วและแผลขนาดเล็กจนแทบมองไม่เห็นเมื่อหายดี