Medically Reviewed by นพ. วัชพล ธนมิตรามณี
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คาง เป็นอีกหนึ่งหัตถการความงามที่ได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะเป็นการปรับรูปคางแบบไม่ต้องผ่าตัด เหมาะสำหรับคนที่ต้องการให้คางเรียวยาวขึ้น และให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ หลังทำไม่จำเป็นต้องพักฟื้น สำหรับคนที่กำลังเตรียมตัวทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คางครั้งแรก แนะนำให้ศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด ตั้งแต่ขั้นตอนการทำ ข้อควรรู้ว่าหัตถการนี้เหมาะกับใคร ไม่เหมาะกับใคร หากใช้สารเติมเต็มฟิลเลอร์ 1 cc พอไหมที่จะฉีดคาง ทำโปรแกรมฟิลเลอร์คางราคาเท่าไหร่ เพื่อเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจและการเตรียมความพร้อมก่อนเข้ารับบริการ
การทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คาง ช่วยปรับรูปทรงคางให้มีความยาวขึ้น ทำให้ใบหน้าโดยรวมดูสมดุลมีมิติมากยิ่งขึ้น ช่วยแก้ปัญหารูปทรงคางต่าง ๆ ที่ยังไม่ได้รูป ดังนี้
ปัญหารูปคางที่ไม่ได้สัดส่วนอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งส่วนมากจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ทั้งสาเหตุจากกรรมพันธุ์ อายุที่มากขึ้น และการสูญเสียคอลลาเจน รวมถึงชั้นไขมันบริเวณคางที่ฝ่อตัวลง
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คาง คือ วิธีปรับรูปทรงคางด้วยการใช้สารเติมเต็มชนิดไฮยาลูรอนิก แอซิด (Hyaluronic Acid หรือ HA) ซึ่งเป็นสารชนิดเดียวกับที่ร่างกายผลิตได้เองตามธรรมชาติ โดยนำมาใช้เพื่อการแก้ไขปัญหารูปทรงคางที่ยังไม่ได้สัดส่วน ปั้นรูปทรงคางให้ยาวขึ้นรับกับรูปหน้าเดิม ส่งผลให้รูปหน้ามีความเรียวแบบวีเชฟมากขึ้น
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คางเป็นการใช้เทคนิคการฉีดสารเติมเต็มในชั้นใต้เยื่อหุ้มกระดูก ซึ่งจะช่วยให้รูปทรงคางแลดูเป็นธรรมชาติ ปั้นทรงคางให้อยู่ทรง ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้เรียบเนียกลืนไปกับผิว และยังช่วยพยุงผิวบริเวณคางไว้ โดยจะต้องทำหัตถการโดยแพทย์ที่มีทักษะความรู้ด้านกายวิภาคศาสตร์ใบหน้า เพื่อทำการวิเคราะห์ปัญหารูปทรงคาง วางแผนการรักษา และใช้เทคนิคการฉีดสารเติมเต็มได้ถูกชั้นถูกตำแหน่ง เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น ฉีดแล้วเป็นก้อน ผิวไม่เรียบ หรือคางผิดรูป
การทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คาง เป็นหัตถการที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้หลายคน เพราะช่วยให้ใบหน้าโดยรวมดูละมุนและมีมิติมากขึ้น ซึ่งเหมาะกับผู้ที่มีปัญหารูปคางและมีความต้องการ ดังนี้
ถึงแม้ว่าการทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คางจะเป็นเทคนิคที่ไม่ต้องผ่าตัด ไม่จำเป็นต้องพักฟื้น และช่วยแก้ไขปัญหารูปทรงคางได้ แต่ทั้งนี้ อาจมีข้อจำกัดและอาจไม่เหมาะกับบางราย อาทิ
ที่ AM International Hospital มีบริการโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คางซึ่งแบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอนหลัก ๆ ได้แก่ การเข้าพบแพทย์เพื่อประเมินรูปหน้า วางแผนการรักษา, การเตรียมตัวก่อนทำ, ขั้นตอนการฉีดสารเติมเต็ม และการดูแลตัวเองหลังทำซึ่งแพทย์จะแนะนำให้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
การทำโปรแกรม Ultherapy Prime เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวให้ดูอ่อนวัยโดยไม่ต้องผ่าตัด เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวและมีความต้องการ ดังนี้
เมื่อผู้เข้ารับบริการตัดสินใจที่จะทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คาง จะต้องมีการพูดคุย ปรึกษา และรับการตรวจวิเคราะห์รูปหน้าอย่างละเอียดแบบรายบุคคล รวมถึงมีการวางแผนการรักษา เช่น ตำแหน่งที่จะฉีด การเลือกชนิดของสารเติมเต็มที่จะใช้ ปริมาณสารเติมเต็ม เพื่อการแก้ไขรูปคางที่เหมาะสม ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ รูปคางรับกับใบหน้า และตรงกับความต้องการของผู้เข้ารับบริการ
หลังทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คาง รูปหน้าจะดูเรียวยาวขึ้น คางมีมิติและได้สัดส่วนมากขึ้น ช่วยปรับสมดุลใบหน้าให้ดูสมส่วนโดยไม่ต้องพักฟื้น หลังทำสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงได้เลย สังเกตได้ว่าใบหน้าโดยรวมดูละมุน โดยเฉพาะเมื่อมองจากด้านข้างหรือมุมเฉียง ทั้งนี้ ในช่วงแรกอาจมีอาการบวมเล็กน้อย ซึ่งเป็นปฏิกิริยาปกติของร่างกาย โดยผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นเมื่ออาการบวมลดลง ส่งผลให้รูปทรงคางดูสมดุลยิ่งขึ้น โดยไม่เปลี่ยนโครงสร้างเดิมของใบหน้ามากจนเกินไป และยังคงความเป็นธรรมชาติ
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คาง ราคาประมาณ 9,900 บาทขึ้นไป* (ราคาอาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับชนิด ยี่ห้อ รวมถึงปริมาณของสารเติมเต็มที่ใช้ในแต่ละราย ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาเป็นกรณีตามความเหมาะสม) นอกจากนี้ ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับโปรโมชั่นที่จัดขึ้นตามช่วงเวลาต่าง ๆ ทั้งนี้แนะนำให้ผู้เข้ารับบริการปรึกษาพูดคุยกับแพทย์ที่ทำการรักษา เพื่อรับการตรวจประเมินอย่างและทราบข้อมูลราคาอย่างละเอียด
สำหรับการทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คาง 1 CC ราคาประมาณ 9,900 บาท* (ขึ้นอยู่กับยี่ห้อที่เลือกใช้) และโดยส่วนมากแล้ว โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คางจะใช้ปริมาณของสารเติมเต็ม 1 – 2 CC ซึ่งแพทย์จะมีการประเมินตามลักษณะรูปคางเดิมและความต้องการของผู้เข้ารับบริการแต่ละท่าน โดยในกรณีที่มีรูปคางที่มีเนื้ออยู่บ้างแล้วและต้องการปรับเล็กน้อย แพทย์อาจแนะนำให้ใช้ปริมาณ 1 CC ก็เพียงพอแล้ว ส่วนกรณีที่มีปัญหาคางสั้น คางตัด หรือต้องการรูปทรงคางที่ยาวขึ้น อาจใช้ปริมาณ 2 CC เพื่อปรับรูปคางให้ชัดขึ้น
ในปัจจุบัน โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คางมีให้เลือกหลากหลายยี่ห้อ ซึ่งแต่ละยี่ห้อมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับเนื้อเจล ความคงรูป ระยะเวลาของผลลัพธ์ และความเหมาะสมกับรูปหน้าของแต่ละคน ตัวอย่างยี่ห้อและรุ่นที่ได้รับความนิยม ได้แก่
สรุป “ยี่ห้อไหนดีกว่ากัน” การเลือกสารเติมเต็มที่ใช้ในโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คางควรคำนึงถึงคุณสมบัติของเนื้อเจลและความต้องการของแต่ละบุคคล เพราะแต่ละยี่ห้อมีราคาและระยะเวลาของผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน รวมถึงคำแนะนำจากแพทย์ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยงามและตรงกับความต้องการของผู้เข้ารับบริการ
ผลลัพธ์หลังทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คางอยู่ได้นานหลักเดือนไปถึงเป็นปี ขึ้นอยู่กับชนิดและยี่ห้อของสารเติมเต็มที่ใช้ พฤติกรรมการใช้ชีวิต และการดูแลตัวเองของแต่ละคน ซึ่งสารเติมเต็มฟิลเลอร์เนื้อแน่นและคงรูปดี มักให้ผลลัพธ์ที่ยาวนานกว่า โดยถึงแม้ว่าการทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คางจะไม่ใช่การปรับรูปหน้าแบบถาวร แต่สามารถเติมซ้ำได้เมื่อต้องการคงรูปคางให้สวยอย่างต่อเนื่อง และควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์
ผลลัพธ์หลังทำโปรแกรมฟิลเลอร์คางอาจอยู่ได้เป็นปี หรือประมาณ 24 เดือน* ซึ่งส่วนมากแล้วเป็นสารเติมเต็มจากโปรแกรมฟิลเลอร์คาง Juvederm ที่มีเทคโนโลยีการผลิต Hylacross และ Vycross ที่ทำให้ได้เนื้อเจลที่มีความยืดหยุ่นสูง กระจายตัวได้ดี ให้ผลลัพธ์ที่แลดูเป็นธรรมชาติและอยู่ได้ค่อนข้างนานกว่า
หลังทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คางอยู่ได้ประมาณ 6 – 24 เดือน* หากเลือกใช้สารเติมเต็มของฝั่งอเมริกาหรือยุโรปอาจจะอยู่ได้นานกว่าฝั่งของเอเชีย แต่ทั้งนี้ หากอยากให้ผลลัพธ์อยู่ได้นาน สิ่งสำคัญ คือ การดูแลตัวเองตามคำแนะนำของแพทย์
การทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คางซ้ำไม่ได้มีระยะเวลาที่ตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละคน บางคนอาจพอใจกับรูปคางที่ดูละมุนเป็นธรรมชาติ ในขณะที่บางคนอาจต้องการรูปทรงคางที่ชัดอยู่เสมอ ซึ่งจะทำให้ความถี่ในการเติมสารเติมเต็มแตกต่างกันออกไป รวมถึงปัจจัยสำคัญ คือ สรีระและพฤติกรรมส่วนบุคคล เช่น ผู้ที่ลดน้ำหนักเร็ว ออกกำลังกายหนัก หรือมีโครงหน้าที่เปลี่ยนง่าย อาจเลือกเติมถี่กว่าเพื่อรักษาทรงให้คงที่ ในขณะที่บางคนเติมเล็กน้อยปีละครั้งเพื่อปรับทรงเล็กน้อยก็เพียงพอแล้ว ดังนั้น แพทย์จะเป็นผู้ประเมินว่าควรเติมเมื่อไหร่ โดยพิจารณาจากรูปหน้าปัจจุบัน ความเปลี่ยนแปลงของสารเติมเต็ม และความต้องการของผู้รับบริการเป็นหลัก
สำหรับการเตรียมตัวก่อนทำโปรแกรมฟิลเลอร์คางนั้น นับว่าเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อเป็นการเตรียมร่างกาย หลีกเลี่ยงความเสี่ยงต่ออาการข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ตามมา ซึ่งข้อแนะนำหลัก ๆ คือ ก่อนเข้ารับการฉีดฟิลเลอร์คาง ควรงดการใช้ยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เพื่อป้องกันการฟกช้ำหรือบวมหลังฉีด และควรหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงควรแจ้งแพทย์เกี่ยวกับโรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ประจำ หรือประวัติการแพ้ผลิตภัณฑ์ เพื่อให้แพทย์ประเมินความเหมาะสม นอกจากนี้ ควรพักผ่อนให้เพียงพอ และดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อช่วยให้ผิวมีความชุ่มชื้นและส่งผลต่อผลลัพธ์ที่ดี
หลังทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คางควรระมัดระวังเรื่องการกดทับ ความร้อน และการทำหัตถการอื่น ๆ ที่บริเวณใบหน้า โดยเฉพาะควรหลีกเลี่ยงการจับ กด หรือคลึงบริเวณคาง งดการนวดหน้า ทำเลเซอร์ อบซาวน่า หรืออยู่กลางแดดเป็นเวลานาน เพื่อป้องกันไม่ให้สารเติมเต็มเคลื่อนตัว นอกจากนี้ ควรงดดื่มแอลกอฮอล์ งดสูบบุหรี่ และดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อช่วยให้สารเติมเต็มฟิลเลอร์คงรูปและเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น
อาการบวมหลังฉีดสารเติมเต็มปรับรูปคางถือเป็นปฏิกิริยาปกติของร่างกาย โดยทั่วไปจะเริ่มบวมในช่วง 1 – 2 วันแรก และค่อย ๆ ลดลงใน 3 – 7 วัน หลังจากนั้นผิวบริเวณคางจะเริ่มเรียบเนียนและสารเติมเต็มฟิลเลอร์จะเริ่มเข้าที่มากขึ้น ร่วมกับดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม เช่น งดจับ กด หรือนวดบริเวณคางในช่วงแรก
อาการบวมโดยทั่วไปจะหายได้ใน 1 สัปดาห์ และจะเริ่มเข้าที่ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นเมื่อสารเติมเต็มฟิลเลอร์เริ่มเซตตัวเต็มที่ โดยระยะเวลาหายบวมอาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับการตอบสนองของร่างกายและการดูแลหลังฉีด
หมายเหตุ ทั้งนี้ หากสังเกตพบว่าอาการบวมนานเกิน 1 สัปดาห์ หรือมีอาการผิดปกติ เช่น เจ็บ แดง ร้อน ควรกลับไปพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินโดยละเอียด เพราะอาจเป็นสัญญาณของภาวะแทรกซ้อนที่ต้องได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง
หลังทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คางกี่วันเข้าที่ โดยทั่วไป ผลลัพธ์จะเห็นได้ชัดเจนโดยเฉลี่ยประมาณ 2 สัปดาห์ ซึ่งเป็นช่วงระยะเวลาที่เรียกว่า “สารเติมเต็มฟิลเลอร์เซตตัวเข้าที่” และปรับตัวกับชั้นผิวโดยรอบ โดยในช่วงแรกอาจมีอาการบวมเล็กน้อยหรือรู้สึกไม่ชินกับรูปคางใหม่ ซึ่งถือว่าเป็นอาการปกติ และผลลัพธ์ที่ได้จะดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นเมื่ออาการบวมยุบและเนื้อเจลของสารเติมเต็มเซตตัวเต็มที่
ในช่วง 72 ชั่วโมงแรกหรือประมาณ 1 – 3 วันหลังทำหัตถการนี้ แนะนำให้ผู้เข้ารับบริการหลีกเลี่ยงการนอนตะแคงและการนอนคว่ำหน้า เปลี่ยนเป็นท่านอนหงายพร้อมหนุนหมอนให้สูง เพราะท่านอนตะแคงอาจทำให้เกิดการกดทับส่งผลให้คางอาจผิดรูปได้ รวมถึงอาจทำให้อาการบวมหายได้ช้า
หลังการทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คาง อาจทำให้มีอาการข้างเคียงที่พบได้ปกติ เชน รอยแดงจากเข็ม มีรอยช้ำ รวมถึงอาการบวมที่ผิวได้เล็กน้อย ซึ่งอาการเหล่านี้สามารถหายได้เองเป็นปกติในช่วง 1 – 2 สัปดาห์ (ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคน)
สำหรับอาการข้างเคียงชนิดรุนแรงที่อาจพบได้น้อยมาก เช่น การอุดตันเส้นเลือด อาการอักเสบติดเชื้อ ซึ่งมักพบในรายที่ฉีดกับแพทย์ที่ขาดทักษะ รวมถึงการใช้สารแปลกปลอมที่ไม่ใช่สารเติมเต็ม HA ดังนั้น ก่อนเลือกทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คางที่ไหน ทำกับใคร ควรพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วน เลือกทำกับแพทย์ที่มีทักษะความรู้ด้านโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์โดยเฉพาะ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงร้ายแรงเหล่านี้
ในรายที่ฉีดสารเติมเต็มคางแล้วเกิดอาการจับตัวเป็นก้อน โดยอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ฉีดตื้นเกินไป เนื้อสารเติมเต็มกระจายตัวไม่ดี หรือฉีดผิดตำแหน่ง รวมถึงเทคนิคการปั้นทรงหลังฉีดที่ไม่เหมาะสม หรือการเลือกใช้สารเติมเต็มที่ไม่ได้มาตรฐาน ทำให้เนื้อเจลรวมตัวเป็นก้อน
ในกรณีที่เพิ่งฉีดและเป็นก้อนเล็กน้อย อาจเกิดจากอาการบวมเฉพาะจุดซึ่งสามารถหายได้เองภายใน 5 – 7 วัน แต่หากก้อนยังอยู่หรือรู้สึกแข็งผิดปกติ อาจต้องให้แพทย์ประเมิน โดยวิธีแก้ไขอาจใช้การนวดกระจายเนื้อสารเติมเต็ม หรือในกรณีที่เนื้อเจลไม่เข้าที่จริง ๆ แพทย์อาจพิจารณาใช้วิธีการแก้ไขฟิลเลอร์
การปรับรูปคางให้ได้สัดส่วนรับกับใบหน้า สามารถทำได้ทั้งแบบไม่ผ่าตัดและผ่าตัด ซึ่งแต่ละวิธีมีจุดเด่นและข้อจำกัดต่างกัน โดยผู้เข้ารับบริการสามารถทำความเข้าใจในรายละเอียด เพื่อช่วยให้ตัดสินใจง่ายขึ้นถึงความแตกต่างระหว่าง “โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คาง” และ “การผ่าตัดเสริมคาง” ตามตารางด้านล่าง
ข้อเปรียบเทียบ | โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คาง | การผ่าตัดเสริมคาง |
ขั้นตอนและวัสดุ/สารที่ใช้ | – เทคนิคฉีดสารเติมเต็ม Hyaluronic Acid ในชั้นใต้เยื่อหุ้มกระดูก | – การผ่าตัดเสริมคางด้วยซิลิโคนทางการแพทย์ ทำได้ 2 วิธี คือ แผลนอกและแผลในช่องปาก |
ระยะเวลาในการทำ | – ประมาณ 30 – 45 นาที | – ประมาณ 1.5 – 2 ชั่วโมง |
การพักฟื้น | – หลังทำไม่ต้องพักฟื้น | – พักฟื้นประมาณ 5 – 7 วัน อาจมีอาการบวมช้ำ 1 – 2 สัปดาห์ |
ระยะเวลาผลลัพธ์ | – 12 – 18 เดือน ขึ้นอยู่กับชนิดสารเติมเต็มและการดูแลตัวเอง | – อยู่ได้ถาวร |
ความยืดหยุ่นในการรักษา | – เป็นวิธีที่สามารถแก้ไขฟิลเลอร์และฉีดเติมเต็มใหม่ได้ | – หากต้องการแก้ไขต้องใช้วิธีการผ่าตัดนำซิลิโคนออกเท่านั้น |
ความเสี่ยงและผลข้างเคียง | – รอยแดงจากเข็มและบวมได้เล็กน้อย บางรายอาจพบอาจแพ้สารเติมเต็ม (พบได้น้อยมาก) | – หากทำการผ่าตัดที่ไม่ได้มาตรฐานหรือดูแลตัวเองไม่ดีพอ อาจเสี่ยงกับการอักเสบ ติดเชื้อ ซิลิโคนเบี้ยวเอียง |
เหมาะกับใคร | – คนที่ไม่ต้องการผ่าตัด อยากเห็นผลเร็ว ไม่อยากพักฟื้น ไม่อยากลาหยุดงาน | – คนที่ต้องการผลลัพธ์ถาวร ปรับรูปคางได้เยอะ มีเวลาพักฟื้น |
ค่าใช้จ่าย | – ประมาณหลักหมื่นต้น ๆ (ขึ้นอยู่กับยี่ห้อและปริมาณสารเติมเต็มที่ใช้) | – ราคาอาจสูงกว่า (ขึ้นอยู่กับแต่ละสถานพยาบาล เทคนิคการผ่าตัด และซิลิโคนที่เลือกใช้) |
ส่วนหนึ่งของภาพรีวิวก่อนและหลังทำโปรแกรมฟิลเลอร์คางที่ AM International Hospital โดยสังเกตเห็นได้ว่าก่อนทำผู้เข้ารับบริการมีปัญหาคางสั้น รูปหน้ายังไม่ได้สัดส่วน หลังการปรับรูปคางแล้วช่วยให้ในหน้าดูเรียวยาวขึ้น มีองศาที่รับกับใบหน้าที่พอดี ผลลัพธ์ที่ได้จึงมีความเป็นธรรมชาติ
การทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คางเป็นหัตถการที่ต้องอาศัยความแม่นยำสูง การเลือกสถานที่จึงไม่ควรพิจารณาแค่ราคา แต่ควรเน้นมาตรฐาน การดูแลให้เกิดความปลอดภัย และทักษะของแพทย์เป็นหลัก ซึ่งเป็นเหตุผลที่หลายคนไว้วางใจเลือกทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คางที่ AM International Hospital
จุดเด่นของโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คางที่ AM International Hospital
Vatchapon Tanamittramanee, M.D.
License Number (M.D.) 46184
“เวลาทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คาง ผมอยากให้ทุกคนเข้าใจก่อนว่า ไม่ใช่แค่เติมให้คางยาวขึ้น แต่เป็นการปรับสมดุลของใบหน้าให้ดูละมุน ซึ่งต้องอาศัยทั้งเทคนิคและความเข้าใจในสัดส่วนใบหน้าอย่างแท้จริง บางคนมองว่าคางตัวเองสั้น แต่พอมาดูจริง ๆ อาจจะเป็นเพราะแนวกรามหรือมุมมองจากด้านข้างไม่บาลานซ์ ซึ่งการแก้ปัญหาต้องมีการวิเคราะห์ทั้งมิติ ไม่ใช่ฉีดตามความรู้สึก
สิ่งสำคัญเลย คือ ที่เราจะไม่ฉีดเยอะในครั้งเดียว แต่ต้องค่อย ๆ เติมแบบเป็นธรรมชาติ ให้ผู้เข้ารับบริการได้ดูและรู้สึกไปพร้อมกันว่า ‘แบบนี้โอเคมั้ย’ เพราะสุดท้ายเราไม่ได้แค่เสริมคาง แต่กำลังสร้างความมั่นใจให้เขา อีกสิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึง คือ การเลือกใช้สารเติมเต็มที่ได้มาตรฐานเท่านั้น และฉีดในชั้นที่ถูกต้อง ไม่เสี่ยง และต้องได้ผลลัพธ์ที่เข้ากับรูปหน้าแต่ละคน ไม่ฝืนธรรมชาติครับ”- นพ.วัชพล ธนมิตรามณี (แพทย์ผู้สอนโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์)
ก่อนการทำหัตถการจะมีการทายาชาเฉพาะที่เพื่อระงับความรู้สึกขณะทำ ทั้งนี้ ในบางรายอาจรู้สึกเจ็บได้บ้างเล็กน้อยและอยู่ในระดับที่ทนได้ ซึ่งความเจ็บมาจากเข็มขนาดเล็กที่ผ่านไปยังผิวหนัง
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คางเป็นการใช้สารเติมเต็มชนิด Hyaluronic Acid ที่ถูกสังเคราะห์ให้เหมือนกับสารที่มีอยู่ตามธรรมชาติในร่างกาย เมื่อเวลาผ่านไปจะสามารถสลายได้เอง หรือในกรณีที่ต้องการนำสารเติมเต็มออกก่อนเวลาสลายตามธรรมชาติ สามารถใช้วิธีแก้ไขฟิลเลอร์ได้ โดยหลังแก้แล้วประมาณ 2 – 4 สัปดาห์สามารถฉีดสารเติมเต็มเพื่อปรับรูปทรงคางใหม่ได้หลังทำโปรแกรม Ultherapy Prime จะให้ผลลัพธ์ได้เลยตั้งแต่ครั้งแรก โดยหลังจากนี้จะค่อย ๆ เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนเต็มที่ใน 2 – 3 เดือน ช่วยให้ผิวแน่น อิ่มฟู ปัญหาริ้วรอยลดเลือน ร่องลึกกลับมาเต็มขึ้น ผิวเรียบเนียน และผิวที่ยกกระชับขึ้น
หากต้องการทำโปรแกรมเลเซอร์หรือทรีทเมนท์หน้า แนะนำให้ทำก่อนทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คางอย่างน้อย 3 – 5 วัน แต่หากเพิ่งทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คางมา ควรเว้นระยะประมาณ 14 วัน ก่อนทำหัตถการอื่น เพื่อให้สารเติมเต็มฟิลเลอร์เซตตัวเข้าที่สมบูรณ์และลดความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คางไม่ได้ทำให้หน้าดูอ้วนหรือคางใหญ่เกินจริง หากประเมินสัดส่วนใบหน้าอย่างเหมาะสมก่อนทำ แพทย์จะออกแบบทรงคางให้รับกับแนวกรอบหน้า เพื่อให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติและไม่ทำให้ใบหน้าดูอ้วนหรือคางดูใหญ่ไป โดยยังต้องคำนึงถึงการฉีดในปริมาณที่พอดี ไม่มากเกินไป และทำโดยแพทย์ที่มีทักษะ ฉีดด้วยเทคนิคที่ถูกต้อง
หลังทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คางจะไม่มีผลต่อการแสดงสีหน้าหรือการยิ้ม หากฉีดในตำแหน่งที่ถูกต้องและไม่ลึกจนไปรบกวนกล้ามเนื้อ โดยแพทย์จะออกแบบรูปทรงคางให้รับกับการเคลื่อนไหวตามธรรมชาติของใบหน้า ไม่แข็งตึงหรือดูแปลกเมื่อต้องยิ้มหรือพูด แต่หากฉีดผิดชั้นหรือปริมาณมากเกินไป อาจรู้สึกตึงหรือเคลื่อนไหวไม่เป็นธรรมชาติในช่วงแรกได้ ซึ่งสามารถปรับแก้ได้โดยแพทย์ที่มีทักษะและความชำนาญ
สารเติมเต็มฟิลเลอร์ที่ใช้ในปัจจุบันเป็นสาร Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งสามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ จึงไม่ทำให้เกิดพังผืดในระยะยาว อย่างไรก็ตาม หากใช้สารเติมเต็มที่ไม่ได้มาตรฐาน ใช้สารแปลกปลอมอื่น หรือฉีดโดยแพทย์ที่ไม่มีความชำนาญ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการอักเสบเรื้อรังและเกิดพังผืดตามมาได้ จึงแนะนำให้เลือกใช้สารเติมเต็มที่มีมาตรฐานและฉีดกับแพทย์ที่มีทักษะ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยง
หากเคยผ่าตัดเสริมคางด้วยซิลิโคนมาแล้ว ยังสามารถทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คางได้ในบางกรณี โดยต้องอยู่ภายใต้การประเมินอย่างละเอียดจากแพทย์ การฉีดสารเติมเต็มจะช่วยเติมส่วนที่ยังไม่สมดุล หรือเก็บรายละเอียดร่องเล็ก ๆ รอบซิลิโคนให้คางดูเนียนขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้องระวังเรื่องตำแหน่งการฉีด เพราะหากฉีดผิดชั้นอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเคลื่อนหรือกดเบียดซิลิโคน และควรเลือกทำกับแพทย์ที่มีความชำนาญ
โปรแกรมฟิลเลอร์คางเป็นทางเลือกที่ไม่ต้องผ่าตัด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับรูปคางให้ได้สัดส่วนและกลมกลืนกับใบหน้า ให้ผลลัพธ์ที่ดูละมุน ไม่แข็งทื่อ และสามารถออกแบบได้ตามความต้องการโดยไม่เปลี่ยนโครงหน้าเดิมจนเกินไป สิ่งสำคัญ คือ ต้องเลือกใช้สารเติมเต็มที่ได้มาตรฐาน เลือกทำหัตถการโดยแพทย์ เพื่อให้ผลลัพธ์สวยและมีความปลอดภัยในระยะยาว นับว่าเป็นเทคนิคที่เหมาะทั้งคนที่ไม่เคยปรับรูปหน้ามาก่อน หรือผู้ที่ต้องการเติมเล็กน้อยให้ใบหน้าดูละมุนขึ้น หากไม่แน่ใจว่าลักษณะคางของตัวเองเหมาะกับทรงแบบไหน สามารถเข้ามาปรึกษาแพทย์ที่ AM International Hospital พร้อมช่วยออกแบบรูปทรงคางให้สวยอย่างเป็นธรรมชาติ
ปรึกษาแพทย์ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมรับโปรโมชั่นก่อนใคร
You details has been successfully submitted. Thanks!