เทคโนโลยีดูดไขมันพลังน้ำ Body-Jet ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์การกำจัดไขมันส่วนเกินอย่างอ่อนโยน ลดอาการบวมช้ำ และช่วยให้สามารถนำไขมันที่ดูดออกไปใช้เติมเต็มในส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งช่วยให้การฟื้นตัวหลังทำเป็นไปอย่างราบรื่นยิ่งขึ้น! เรามาทำความรู้จักกับเครื่องดูดไขมันพลังน้ำ Water-Jet ชนิดนี้กัน!
ดูดไขมัน Body-Jet คือ เทคโนโลยีการกำจัดไขมันใต้ชั้นผิวหนัง โดยใช้ ‘แรงดันน้ำ’ เป็นตัวกลางในการแยกเซลล์ไขมันออกจากเนื้อเยื่อโดยรอบอย่างอ่อนโยน วิธีดูดไขมันประเภทนี้จะไม่ก่อให้เกิดความร้อนสูงใต้ผิว จึงช่วยลดการได้รับความเสียหายของเส้นเลือด เส้นประสาท และเนื้อเยื่อใต้ผิว ทำให้ผู้เข้ารับบริการมีอาการข้างเคียงหลังทำไม่รุนแรง
นอกจากนี้ การดูดไขมัน Body-Jet ยังสามารถนำเซลล์ไขมันไปใช้เติมเต็มในบริเวณอื่นได้ เนื่องจากเซลล์ไขมันจากการใช้เครื่อง Body-Jet จะมีอัตราการรอดชีวิตสูง ซึ่งหมายความถึงการได้เซลล์ไขมันคุณภาพดี ทำให้เมื่อเติมไขมันไปแล้วจะมีโอกาสติดมากขึ้น
การดูดไขมันด้วยเทคโนโลยี Body-Jet อาศัยแรงดันน้ำที่ปล่อยออกมาในลักษณะเป็นรูปพัด (Fan Shape) อย่างต่อเนื่อง เพื่อแยกเซลล์ไขมันที่เกาะตัวกันสะสมอยู่ในชั้นใต้ผิวหนัง โดยอัตราการทำลายเส้นเลือดหรือเส้นประสาทน้อยกว่าการใช้เครื่องดูดไขมันที่สร้างพลังงานความร้อน จึงลดโอกาสการเกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ได้ดี
เซลล์ไขมันนั้นจะเปลี่ยนสถานะเป็นน้ำมันเมื่อโดนความร้อนสูง ซึ่งถือเป็นเซลล์ไขมันที่ตายแล้วและไม่สามารถนำมาเติมต่อได้ ดังนั้น เมื่อระหว่างการแยกเซลล์ไขมันด้วย Body-Jet ที่ไม่ก่อให้เกิดความร้อนสูง จะช่วยให้เซลล์ไขมันที่ได้มีคุณภาพดี โอกาสอยู่รอดสูงกว่า เหมาะสำหรับการนำไปเติมเต็มในจุดอื่น ๆ ของร่างกาย (Fat Grafting) ซึ่งเป็นหนึ่งในข้อได้เปรียบสำคัญของการดูดไขมันพลังน้ำเมื่อเทียบกับการดูดไขมันแบบอื่น ๆ
เทคโนโลยี Body-Jet สามารถดูดไขมันได้หลากหลายบริเวณทั่วร่างกาย โดยเหมาะกับผู้ที่ต้องการลดสัดส่วนเฉพาะจุดหรือเตรียมไขมันไปใช้ในการเติมต่อ ซึ่งตำแหน่งที่นิยม ได้แก่
โปรแกรมฉีดโบท็อก (Botox) เป็นหัตถการเสริมความงามที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน เพราะช่วยลดริ้วรอยและปรับรูปหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด ซึ่งโปรแกรมโบท็อกซ์เหมาะกับกลุ่มคนที่มีปัญหาและความต้องการ ดังนี้
แม้การดูดไขมัน Body-Jet จะได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายว่ามีความอ่อนโยนกว่าการดูดไขมันแบบก่อพลังงานความร้อย แต่เช่นเดียวกับทุกการศัลยกรรมเพื่อความงามทางการแพทย์ การดูดไขมัน Body-Jet ก็ยังมีข้อจำกัดที่ควรพิจารณา เพื่อให้ผู้เข้ารับบริการสามารถตัดสินใจได้อย่างเหมาะสมตามความต้องการและสภาพร่างกายของตนเอง
การดูดไขมัน Body-Jet เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับรูปร่าง ลดไขมันเฉพาะจุดอย่างอ่อนโยน และต้องการผลลัพธ์ชัดเจนโดยไม่ต้องใช้เวลาฟื้นตัวนาน พร้อมทั้งสามารถนำไขมันที่ได้ไปใช้เติมเต็มในส่วนอื่น ๆ ของร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยกลุ่มที่เหมาะสม ได้แก่
การดูดไขมัน Body-Jet ต้องการขั้นตอนที่เป็นระบบเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งลดการบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อข้างเคียง ขั้นตอนต่าง ๆ ได้รับการออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน ตั้งแต่การวางแผน จนถึงการดูแลหลังทำ ดังนี้
การดูแลตัวเองหลังการดูดไขมัน Body-Jet มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อผลลัพธ์ที่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการลดอาการบวม ฟื้นฟูเนื้อเยื่อ หรือช่วยให้สัดส่วนเข้าที่ได้เร็วขึ้น โดยแนวทางการดูแลหลังดูดไขมันพลังน้ำที่ควรปฏิบัติมีดังนี้
ในปัจจุบันมีเทคโนโลยีดูดไขมันและสลายไขมันหลากหลายรูปแบบที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ตอบโจทย์ทั้งเรื่องความปลอดภัย ประสิทธิภาพ และผลลัพธ์ทางด้านรูปร่างที่ดีที่สุด ซึ่งแต่ละเครื่องมีจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้
เทคโนโลยีดูดไขมันที่ใช้พลังน้ำ (Water-Jet Assisted Liposuction: WAL) ในการแยกไขมันออกจากเนื้อเยื่ออย่างอ่อนโยน ลดการบวมช้ำ ไม่เจ็บเท่าเครื่องดูดไขมันที่ก่อความร้อน และสามารถเก็บไขมันที่มีคุณภาพดีสำหรับการนำไปเติมเต็ม (Fat Grafting) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เครื่องดูดไขมันที่ใช้พลังงานคลื่นเสียงอัลตราซาวด์ (Ultrasound-Assisted Liposuction: UAL) ในการแยกเซลล์ไขมัน ทำให้ไขมันแตกตัวอย่างละเอียดก่อนดูดออก เหมาะสำหรับบริเวณที่มีไขมันหนาแน่น พร้อมช่วยกระชับผิวระดับหนึ่ง มักใช้กับผู้ที่มีไขมันสะสมมากและต้องการการกำจัดไขมันที่รวดเร็วเพื่อลดการเสียเลือดมากเกินไป เช่น กลุ่มน้ำหนักตัวเยอะ หรือกลุ่มผู้ชายที่มักมีความหนาแน่นของไขมันมากกว่าผู้หญิง
เทคโนโลยีดูดไขมันที่ใช้คลื่นอัลตราซาวด์เช่นเดียวกับ Vaser แต่ให้พลังงานในระดับที่เบากว่า เหมาะกับการดูดไขมันในกลุ่มน้ำหนักตัวน้อย ผิวบาง หรือชั้นไขมันไม่ได้มีความหนาแน่นมาก
เครื่องดูดไขมันระบบสั่นสะเทือน (Power-Assisted Liposuction: PAL) ที่ใช้หัวดูดไขมันเชื่อมกับมอเตอร์ทำให้หัวดูดสั่นอัตโนมัติ ช่วยลดการใช้แรงของแพทย์ที่มักก่อให้เกิดความเหนื่อยล้า จนไม่สามารถเก็บสัดส่วนได้ละเอียดเท่าที่ควร ทำให้ดูดไขมันได้อย่างต่อเนื่อง เหมาะกับการดูดไขมันในพื้นที่ที่ต้องการความแม่นยำและละเอียด ทั้งนี้ แพทย์มักจะใช้ MicoAire PAL ร่วมกับเครื่องอื่น ๆ เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการดูดไขมันมากยิ่งขึ้น
เทคโนโลยีดูดไขมันที่ผสานพลังงานคลื่นวิทยุ (Radiofrequency-Assisted Liposuction: RFAL) ในการแยกเซลล์ไขมันและกระชับผิวพร้อมกันในขั้นตอนเดียว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดไขมันพร้อมกับยกกระชับผิวไปด้วยกัน
เครื่องสลายไขมันด้วยคลื่นวิทยุขนาดเล็ก หลักการทำงานแบบเดียวกับ BodyTite Pro แต่จะออกแบบมาเพื่อใช้ในบริเวณที่มีพื้นที่แคบและละเอียดอ่อน เช่น ใต้ตา รอบปาก หรือแนวกรอบหน้า สามารถกำจัดไขมันพร้อมกระตุ้นการกระชับผิวได้
เทคโนโลยีที่พัฒนามาเพื่อการกระชับผิวและลดไขมันเฉพาะบริเวณใบหน้าและลำคอ ด้วยพลังงานคลื่นวิทยุ ช่วยยกกระชับโครงหน้า ลดเหนียง และปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วน โดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่
ผู้เข้ารับบริการหลายคนที่ AM International Hospital มักมีคำถามเข้ามากันอยู่เสมอว่าจะเลือกดูดไขมันด้วย Body-Jet ดีไหม? เครื่องดูดไขมันพลังงานน้ำจะเหมาะกับเราหรือเปล่า? ทาง AM จึงเรียบเรียงคำตอบจากคุณหมอไอซ์ - นพ. วิษณุ เฮ้งสวัสดิ์ (ว.51179) มาให้! Body-Jet จะเหมาะกับผู้ที่มีไขมันเฉพาะจุด แต่อยากได้วิธีที่อักเสบน้อย และอยากกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เร็ว ๆ ทั้งยังเหมาะอย่างมากกับผู้ที่ต้องการนำไขมันที่ได้ไปเติมส่วนอื่น ๆ ต่อ เนื่องจาก Body-Jet สามารถเก็บเกี่ยวไขมันคุณภาพดีได้มาก ทั้งนี้ ในบางกรณี หากเป็นกลุ่มที่มีชั้นไขมันหนาแน่น ไขมันสะสมในปริมาณ ไขมันสะสมมานานหลายปี อาจต้องพิจารณาใช้เครื่องดูดไขมันประเภทอื่น ๆ ร่วมด้วย สิ่งสำคัญคือการเลือกเครื่องมือให้ตรงกับเป้าหมายของตัวเอง และพิจารณาความสามารถของแพทย์ร่วมด้วย จึงต้องศึกษารายละเอียดและทำความเข้าใจเกี่ยวกับการดูดไขมันอย่างชัดเจน ร่วมกับการปรึกษาแพทย์เพื่อให้ได้แผนที่เหมาะสม
ค่าบริการดูดไขมันพลังน้ำ Body-Jet โดยทั่วไปเริ่มต้นที่ประมาณราคา 25,000 บาทต่อตำแหน่ง ทั้งนี้ ราคาเบ็ดเสร็จจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น จำนวนตำแหน่งหรือบริเวณที่ทำการดูดไขมัน, ความซับซ้อนของรูปร่างแต่ละบุคคล, เทคนิคที่นำมาใช้ร่วม เช่น การเติมไขมัน (Fat Grafting) หรือการใช้เครื่องกระชับผิว, วิธีการระงับความเจ็บปวด (การใช้ยาชาเฉพาะที่จะมีค่าใช้จ่ายต่างจากการดมยาสลบ) รวมไปถึงค่าธรรมเนียมการให้บริการอื่น ๆ ที่โรงพยาบาลกำหนด แนะนำให้สอบถามกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อทราบราคาดูดไขมันที่ชัดเจน
การเลือกสถานพยาบาลสำหรับดูดไขมันพลังน้ำ Body-Jet เป็นสิ่งสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อทั้งความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ได้ ควรพิจารณาจากหลายปัจจัย เช่น ความสามารถของแพทย์, การใช้เครื่องมือแท้ที่ได้มาตรฐาน, มาตรฐานห้องผ่าตัด, การดมยาสลบโดยวิสัญญีแพทย์, การดูแลหลังทำอย่างต่อเนื่อง และความน่าเชื่อถือและรีวิวจากผู้รับบริการจริง
AM International Hospital เป็นหนึ่งในโรงพยาบาลที่ให้บริการดูดไขมันพลังน้ำ Body-Jet ด้วยมาตรฐานคุณภาพ พร้อมทีมแพทย์ที่ให้บริการดูดไขมันและการเติมไขมันกับผู้เข้ารับบริการหลากหลายกลุ่ม ต่างเพศ ต่างวัย ซึ่งมีทั้งผู้เข้ารับบริการจากในไทยและต่างประเทศ
โรงพยาบาลเอเอ็ม อินเตอร์เนชั่นแนล ฮอสปิตอล ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาเฉพาะบุคคล (Personalized Solutions) เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะกับตัวเอง และดูแลอย่างต่อเนื่องในทุกขั้นตอน เพื่อให้การตัดสินใจเข้ารับบริการเป็นไปอย่างคุ้มค่าและตอบโจทย์
การดูดไขมันพลังน้ำ Body-Jet เป็นเทคนิคที่พัฒนาเพื่อลดผลข้างเคียงจากการดูดไขมันแบบเดิม ช่วยกำจัดไขมันอย่างอ่อนโยน ลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อ เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว และสามารถนำไขมันที่ได้ไปเติมเต็มส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แม้ Body-Jet จะมีข้อดีหลายประการ แต่ก็ยังมีข้อจำกัดบางประการที่ควรพิจารณา เช่น ค่าใช้จ่ายที่สูง หรือข้อจำกัดในกรณีที่ต้องการกำจัดไขมันในปริมาณมาก ดังนั้นการเลือกสถานพยาบาลที่มีมาตรฐาน พร้อมทีมแพทย์ที่มีความสามารถและเทคโนโลยีที่ทันสมัย จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาตอบโจทย์และเหมาะสม
We always take care of your mobility
Tell : 064 445 5666
You details has been successfully submitted. Thanks!