Medically Reviewed by นพ.วันเฉลิม จงสิริวัฒนา on Aug 13, 2025.
การดูดไขมันด้วยโปรแกรม Vaser ถือเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่มีไขมันสะสมปริมาณมาก หรือมีปัญหาไขมันดื้อ ไขมันหนา ที่ลดได้ยากด้วยวิธีปกติ โปรแกรม Vaser ใช้เทคโนโลยีพลังงานอัลตราซาวด์ในการแยกเซลล์ไขมัน ทำให้การกำจัดไขมันทำได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ช่วยลดโอกาสในการเสียเลือดมาก
ในปัจจุบัน โปรแกรม Vaser ได้ถูกพัฒนามาเป็นโปรแกรม Vaser Smooth 2.2 ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยให้การดูดไขมันมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมลดปัญหาผิวไม่เรียบเนียนหลังดูดไขมัน ช่วยให้ผิวกระชับ และมีพลังงานในการแยกเซลล์ไขมันสูงกว่าแบบเดิม ซึ่งจะช่วยให้แพทย์สามารถเก็บไขมันส่วนเกินได้เร็วยิ่งขึ้น เรามาทำความรู้จักกับการดูดไขมันเวเซอร์กัน
การดูดไขมันโปรแกรม Vaser คือ เทคโนโลยีดูดไขมันที่ใช้พลังงานคลื่นเสียงอัลตราซาวนด์ในการสร้างความร้อนเพื่อสลายไขมันใต้ผิวหนัง โดยจัดอยู่ในกลุ่ม Ultrasound-assisted Liposuction เช่นเดียวกับเครื่องดูดไขมันระบบพลังงานคลื่นเสียงอื่น ๆ แต่โปรแกรม Vaser มีพลังงานที่สูงกว่า จึงเหมาะกับเคสที่มีไขมันหนาแน่น เช่น ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก ไขมันสะสมหนา หรือผู้ชายที่มีโครงสร้างไขมันแข็งแรงและจับตัวกันแน่น การใช้โปรแกรม Vaser จึงช่วยแยกเซลล์ไขมันออกได้อย่างมีประสิทธิภาพกว่า
โปรแกรม Vaser Smooth 2.2 ใช้พลังงานคลื่นเสียงอัลตราซาวด์ในการแยกเซลล์ไขมันใต้ชั้นผิวหนัง โดยการส่งคลื่นพลังงานผ่านหัวดูดไขมัน (Cannula) ซึ่งทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือน ไขมันที่อยู่ในชั้นใต้ผิวจะถูกทำให้สั่นจนแตกตัวออกมาเป็นอนุภาคขนาดเล็กในลักษณะของเหลว ไขมันเหลวตัวนี้จะไม่สามารถนำไปเติมต่อได้ เนื่องจากเซลล์ไม่มีชีวิต และจะถูกดูดออกจากร่างกายโดยใช้หัวดูดที่เชื่อมต่อกับถังเก็บไขมัน
คุณสมบัติเด่นอีกประการของโปรแกรม Vaser Smooth 2.2 คือการควบคุมพลังงานให้เสถียรระหว่างการทำงาน ช่วยลดความเสี่ยงต่อการทำลายเนื้อเยื่อข้างเคียง เช่น เส้นประสาท เส้นเลือด และเนื้อเยื่อผิว ทั้งยังช่วยลดโอกาสการเกิดปัญหาผิวไหม้ ผิวไม่เรียบเนียน หรือผิวเป็นคลื่นหลังดูดไขมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงเหมาะสำหรับกลุ่มที่มีพังผืดเยอะ ไขมันหนาแน่น หรือผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ผิวที่เรียบเนียนหลังทำในระยะยาว
โปรแกรม Vaser Smooth 2.2 คือเครื่องดูดไขมันเวเซอร์รุ่นหนึ่งที่ได้รับการพัฒนาประสิทธิภาพให้เหนือกว่ารุ่นเดิม ตัวเครื่องมีการออกแบบหัวท่อดูดไขมันให้สามารถสลายพังผืดใต้ผิวหนังได้ดีขึ้น ลดปัญหาเซลลูไลท์ ผิวเปลือกส้ม และช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวได้มากขึ้น ทำให้ผิวเรียบเนียนและกระชับหลังดูดไขมัน ช่วยลดโอกาสการเกิดปัญหาผิวบุ๋มหรือเป็นคลื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ความแตกต่างระหว่างโปรแกรม Vaser Smooth 2.2 กับรุ่นดั้งเดิมอย่างโปรแกรม Vaser คือ ตัวเครื่องโปรแกรม Vaser Smooth 2.2 มีพลังงานที่เสถียรกว่า สามารถกำจัดไขมันได้รวดเร็วขึ้น ทำให้แพทย์ใช้เวลาน้อยลงขณะดูดไขมัน นอกจากนี้ยังช่วยดูแลผิวให้เรียบเนียนกว่าเดิม โดยเฉพาะในเคสที่มีพังผืดหรือไขมันหนาแน่นมาก จึงทำให้โปรแกรม Vaser Smooth 2.2 ได้รับความนิยมในการดูดไขมันในกลุ่มผู้ที่มีน้ำหนักมาก ไขมันสะสมเยอะมาเป็นเวลานาน
การดูดไขมันเป็นหนึ่งในวิธีปรับสัดส่วนที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเทคโนโลยีโปรแกรม Vaser (เวเซอร์) ที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำและอ่อนโยนมากยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรูปร่างกระชับอย่างดูเป็นธรรมชาติ โดยลดผลกระทบที่ไม่จำเป็นต่อเนื้อเยื่อข้างเคียง ช่วยให้การฟื้นตัวเร็วและเห็นผลชัดเจน
เทคโนโลยีโปรแกรมดูดไขมัน Vaser เป็นการใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวนด์ที่สามารถลดไขมันเฉพาะจุดได้อย่างแม่นยำ ไม่กระทบเส้นเลือด เส้นประสาท หรือเนื้อเยื่อรอบข้าง จึงเหมาะสำหรับบริเวณที่ต้องการความละเอียด เช่น หน้าท้องต้นแขน หรือแนวขอบเอว ทำให้ได้สัดส่วนที่ดูสมดุลและเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น
เทคโนโลยีที่ต่างจากการดูดไขมันแบบเดิม โดยทำงานด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasound) ทำให้เซลล์ไขมันกลายเป็นของเหลวและถูกดูดออกง่าย จึงมีความอ่อนโยน ลดความเจ็บ อาการช้ำ และอาการบวมหลังทำได้ดี ผู้เข้ารับบริการจึงสามารถฟื้นตัวได้เร็ว ไม่ต้องพักฟื้นนาน และมีโอกาสเกิดรอยช้ำน้อยลงเมื่อเทียบกับเทคนิคทั่วไป
อีกหนึ่งจุดเด่นของโปรแกรมเทคโนโลยี Vaser คือ ช่วยกระตุ้นการหดตัวของผิวหลังดูดไขมัน ทำให้ผิวบริเวณที่ทำดูดไขมันไม่หย่อนคล้อยในภายหลัง โดยเฉพาะบริเวณที่มักมีปัญหา เช่น หน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา จึงเหมาะกับคนที่ต้องการรูปร่างกระชับโดยไม่ต้องพึ่งการทำศัลยกรรมยกกระชับผิว
ด้วยนวัตกรรมที่อัปเกรดล่าสุดอย่างโปรแกรม Vaser Smooth 2.2 ที่ถูกพัฒนาเพื่อช่วยเก็บรายละเอียดผิวหลังดูดไขมันให้ดูเรียบสม่ำเสมอมากขึ้น โดยใช้พลังงานอัลตราซาวนด์ในระดับที่เหมาะสม ช่วยสลายไขมันชั้นตื้นและปรับพื้นผิวใต้ผิวหนังให้เรียบเนียน ลดความไม่สม่ำเสมอที่อาจทำให้เกิดลักษณะผิวเป็นคลื่นหรือผิวเปลือกส้ม
โปรแกรมเทคโนโลยีดูดไขมัน Vaser ไม่ได้มีดีแค่ช่วยลดไขมันปรับสัดส่วนเท่านั้น แต่ยังตอบโจทย์ในด้านการปรับรูปร่างและความกระชับของผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงรูปร่างเฉพาะจุดโดยไม่ต้องพักฟื้นนาน หรือเจ็บตัวมากเกินความจำเป็น
โปรแกรมการดูดไขมันด้วย Vaser เหมาะสำหรับผู้ที่มีปริมาณไขมันสะสมจำนวนมาก หรือมีชั้นไขมันหนาแน่น โดยเฉพาะเคสที่ต้องกำจัดไขมันอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ตัวอย่างกลุ่มคนที่เหมาะกับการดูดไขมันด้วยโปรแกรม Vaser ได้แก่
การดูดไขมันด้วยเวเซอร์ สามารถตอบโจทย์ทั้งเรื่องปริมาณไขมันที่กำจัดได้ และคุณภาพผิวหลังการดูดไขมัน อย่างไรก็ตามเช่นเดียวกับการดูดไขมันแบบอื่น ๆ โปรแกรม Vaser ก็มีทั้งข้อดีและข้อจำกัดที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจ ดังนี้
การเตรียมตัวอย่างเหมาะสมก่อนเข้ารับการดูดไขมันเวเซอร์มีความสำคัญอย่างมาก เพื่อช่วยลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน และทำให้การฟื้นตัวหลังทำเป็นไปอย่างราบรื่น การเตรียมตัวจะมีข้อแตกต่างเล็กน้อยขึ้นอยู่กับว่าดูดไขมันโดยใช้ยาชาเฉพาะที่ หรือวางยาสลบ โดยเบื้องต้น แนวทางการเตรียมตัวก่อนโปรแกรมดูดไขมัน Vaser มีดังนี้
การดูดไขมันด้วยโปรแกรม Vaser Smooth 2.2 เป็นกระบวนการที่เน้นการสลายไขมันอย่างนุ่มนวลและแม่นยำ โดยใช้เทคโนโลยีพลังงานคลื่นเสียงอัลตราซาวด์ที่สามารถแยกไขมันออกจากเนื้อเยื่อข้างเคียงได้อย่างปลอดภัย ขั้นตอนดำเนินไปอย่างเป็นระบบตั้งแต่ต้นจนจบ ดังนี้
แพทย์จะทำการเปิดแผลขนาดเล็กไม่เกิน 5 มิลลิเมตร ในบริเวณที่จะทำการดูดไขมัน เพื่อเป็นช่องทางสำหรับสอดหัวดูดไขมัน (Cannula) เข้าไปใต้ผิวหนัง ซึ่งเป็นชั้นไขมัน
แพทย์จะทำการใส่สารระงับความเจ็บปวดหรือ Tumescent เข้าไปยังชั้นไขมันใต้ผิวหนัง ซึ่งจะประกอบไปด้วยสารประกอบต่าง ๆ ที่ช่วยลดการอักเสบและกระตุ้นให้เส้นเลือดเกิดการหดตัว เพื่อช่วยลดความเจ็บปวด ลดปริมาณการเสียเลือดมาก และทำให้ไขมันแยกตัวออกจากเนื้อเยื่อได้ง่ายขึ้น
ใช้หัวเข็มปล่อยพลังงานคลื่นเสียงอัลตราซาวด์ไปยังชั้นไขมัน เพื่อทำให้ไขมันแตกตัวเป็นของเหลว กระบวนการนี้ต้องมีการควบคุมอุณหภูมิอย่างแม่นยำ เพื่อป้องกันความร้อนเกินที่อาจทำให้ผิวไหม้ หรือเกิดปัญหาผิวเป็นคลื่นหลังทำ
เมื่อดูดไขมันออกจากใต้ชั้นผิวหนังเรียบร้อยแล้ว แพทย์จะทำการดูดไขมันในรูปแบบของเหลวออกมาอย่างนุ่มนวล ผ่านท่อดูดไขมันที่เชื่อมต่อกับระบบโปรแกรม Vaser โดยไขมันจะถูกลำเลียงผ่านท่อสุญญากาศเข้าสู่ถังเก็บไขมันแบบระบบปิด เพื่อป้องกันการปนเปื้อน
หลังดูดไขมันเสร็จสิ้น จะมีการเย็บแผลแบบเปิด (Open Drainage Technique) เพื่อช่วยระบายของเหลวที่ตกค้างออกจากร่างกาย และลดโอกาสการสะสมของของเหลวใต้ผิวหนังจนเกิดเป็นก้อนแข็งใต้ผิว (Seroma) ซึ่งต้องรักษาด้วยการนวดเดรนน้ำเหลือง
การดูแลตัวเองอย่างเหมาะสมหลังการดูดไขมันด้วยโปรแกรม Vaser Smooth 2.2 มีบทบาทสำคัญในการช่วยลดอาการบวมช้ำ ป้องกันภาวะแทรกซ้อน และทำให้ผลลัพธ์ของรูปร่างกระชับเรียบเนียนยิ่งขึ้น การปฏิบัติตัวอย่างถูกต้องตามคำแนะนำของแพทย์จะช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้อย่างราบรื่น ดังนี้
แม้การดูดไขมันด้วยเทคโนโลยีโปรแกรม Vaser จะมีความอ่อนโยนและมีความแม่นยำ แต่การดูแลตัวเองหลังทำก็ยังเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากอาจมีอาการข้างเคียงเล็กน้อยที่เกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติของกระบวนการฟื้นฟูร่างกาย ซึ่งมักไม่เป็นอันตรายและสามารถหายไปเองภายในระยะเวลาที่เหมาะสม โดยผลข้างเคียงที่อาจพบได้หลังทำ ได้แก่
หลังดูดไขมันด้วยโปรแกรม Vaser ผู้เข้ารับบริการมักสังเกตเห็นว่าสัดส่วนดูเล็กลงและได้รูปมากขึ้น เนื่องจากพลังงานคลื่นอัลตราซาวด์ช่วยสลายไขมันได้อย่างละเอียดและอ่อนโยน ทำให้การดูดไขมันออกเป็นไปอย่างสม่ำเสมอ ผิวบริเวณที่ทำจึงดูเรียบเนียน ไม่เป็นคลื่นง่ายเหมือนการดูดไขมันแบบเดิม
ในปัจจุบันมีเทคนิคดูดไขมันหลากหลายรูปแบบให้เลือก ซึ่งแต่ละวิธีก็มีข้อดีและข้อจำกัดต่างกันออกไป หนึ่งในเทคโนโลยีที่ได้รับความนิยม คือ ดูดไขมันด้วยเทคโนโลยีโปรแกรม Vaser เนื่องจากมีจุดเด่นด้านความแม่นยำและการกระชับผิวดี แต่หลายคนอาจยังสงสัยว่าโปรแกรม Vaser แตกต่างจากเทคนิคอื่นอย่างไร โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับเทคโนโลยีดูดไขมัน Body-Jet ที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน และการดูดไขมันแบบดั้งเดิม
สำหรับการดูดไขมันด้วยเทคโนโลยี Body-Jet เป็นการใช้แรงดันน้ำในการแยกไขมันออกจากเนื้อเยื่อ ก่อนจะดูดออกจากร่างกาย ข้อดี คือ ช่วยลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อโดยรอบ และเหมาะกับการนำไขมันที่ดูดออกมาฉีดไขมันต่อ แต่ในบางกรณีอาจลดไขมันได้ไม่ลึกเท่าที่ต้องการ โดยเฉพาะในบริเวณที่มีไขมันหนาแน่น
ในขณะที่การดูดไขมันด้วยเทคโนโลยีโปรแกรม Vaser เป็นการใช้พลังงานคลื่นเสียงอัลตราซาวนด์เพื่อทำให้ไขมันเป็นของเหลวก่อนดูดออก ทำให้สามารถดูดไขมันออกได้อย่างง่ายดาย เหมาะกับบริเวณที่ต้องการปรับสัดส่วนให้ชัดเจน และยังมีข้อดีในด้านการกระชับผิวร่วมด้วย
ในกรณีที่ใช้เทคนิคการดูดไขมันแบบดั้งเดิมสมัยก่อน เป็นการใช้วิธีการดูดไขมันออกด้วยเครื่อง (manual suction) ซึ่งเป็นแรงดูดแบบสุญญากาศร่วมกับแรงมือแพทย์ โดยไม่ได้มีเทคโนโลยีใด ๆ ช่วยเลย ส่งผลให้การดูดไขมันออกอาจติดเนื้อเยื่ออื่นร่วมด้วย หลังทำแล้วเกิดรอยช้ำมาก ฟื้นตัวนาน ต้องลางานหลายวัน และเสี่ยงต่อผิวไม่เรียบในบางเคส
ส่วนการดูดไขมันด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ อย่างเทคโนโลยีโปรแกรม Vaser จึงเป็นทางเลือกที่อ่อนโยนกว่า เพราะช่วยแยกไขมันออกจากเนื้อเยื่อก่อนดูดไขมันออก จึงลดการบาดเจ็บของเส้นเลือดและเส้นประสาท มีความแม่นยำ ทำให้ร่างกายฟื้นตัวเร็วกว่า และให้ผลลัพธ์ที่เรียบเนียน ผิวกระชับขึ้นดูเป็นธรรมชาติ
โปรแกรม Vaser สามารถทำร่วมกับหัตถการอื่นได้ โดยเฉพาะการทำควบคู่กับ J-Plasma หรือโปรแกรม BodyTite เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาสำหรับคนที่ไขมันลดลงไปแล้วแต่ผิวยังไม่ตึง หรือมีความกังวลเรื่องผิวหย่อนคล้อยหลังดูดไขมัน
โดยทั่วไปแล้วโปรแกรม Vaser จะทำหน้าที่ลดไขมันในร่างกายอย่างอ่อนโยน และช่วยให้แพทย์สามารถดูดไขมันออกได้อย่างละเอียดและมความเรียบเนียน ในขณะที่ J-Plasma และโปรแกรม BodyTite จะเข้ามาเสริมในส่วนของการกระชับผิว ทำให้การทำโปรแกรม Vaser + J-Plasma หรือ BodyTite จึงช่วยให้ได้ทั้งการลดไขมันและการกระชับผิวในขั้นตอนเดียว ลดโอกาสเกิดผิวหย่อนหลังดูดไขมัน และทำให้สัดส่วนดูเฟิร์มชัดมากขึ้น
การดูดไขมันด้วยเทคโนโลยีโปรแกรม Vaser เป็นหัตถการที่ต้องอาศัยทั้งเทคโนโลยีที่ทันสมัยและทักษะของแพทย์ผู้ทำหัตถการอย่างใกล้ชิด การเลือกสถานพยาบาลที่เหมาะสมจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของความสวยงาม แต่ยังเกี่ยวข้องกับการดูแลให้เกิดความปลอดภัย และผลลัพธ์ในระยะยาวที่มั่นใจได้
ควรเลือกทำกับแพทย์ที่มีประสบการณ์ตรงในโปรแกรมการดูดไขมันด้วย Vaser โดยเฉพาะ เพราะแม้เทคโนโลยีจะทันสมัยแค่ไหน แต่การออกแบบรูปร่าง การเลือกหัวดูด และการจัดการชั้นผิว ล้วนเป็นทักษะที่ต้องอาศัยประสบการณ์ การดูเคสรีวิวจริงที่เคยทำหัตถการโดยแพทย์ท่านนั้น ๆ รวมถึงการสื่อสารที่ดีระหว่างแพทย์และผู้รับบริการ จะช่วยให้เข้าใจเป้าหมายร่วมกัน รวมถึงได้ผลลัพธ์ที่เหมาะกับแต่ละบุคคล
มาตรฐานความปลอดเชื้อ และมีทีมแพทย์-พยาบาลดูแลอย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง การใช้เครื่องดูดไขมันที่ผ่านการรับรองก็เป็นอีกหนึ่งจุดที่ไม่ควรมองข้าม เพราะมีผลต่อประสิทธิภาพ การดูแลให้ปลอดภัย และการฟื้นตัวหลังทำ
ส่วนหนึ่งของรีวิวดูดไขมันด้วยโปรแกรม Vaser จากผู้เข้ารับบริการที่ AM International Hospital แสดงให้เห็นถึงผลลัพธ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน ทั้งสัดส่วนที่เล็กลง ผิวกระชับ เรียบเนียน โดยใช้ระยะเวลาพักฟื้นสั้น และยังได้รับเสียงตอบรับที่ดีในด้านความมั่นใจที่มีมากขึ้นในรูปร่างของตัวเอง
คุณ I’m Peony แชร์ผลลัพธ์หลังดูดไขมันว่า หน้าท้องที่เคยย้วยและเป็นปัญหา เห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจนสัดส่วนดูเล็กลง รูปร่างกระชับขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ปัจจุบันเวลาใส่ชุดไหนก็มั่นใจมากขึ้น
คุณแอนเล่าว่า ก่อนทำรู้สึกอึดอัดกับรูปร่าง แต่หลังดูแลกับ AM International Hospital หน้าท้องเล็กลง สัดส่วนเปลี่ยนชัด ตอนนี้กลับมาใช้ชีวิตได้คล่องตัวขึ้น แต่งตัวง่ายขึ้น และรู้สึกดีกับตัวเองมากขึ้น
คุณหน่อยเล่าว่า หลังดูดไขมันกับ AM International Hospital รูปร่างกระชับขึ้นชัด โดยเฉพาะ Sexy Line ทำให้กล้าถ่ายรูปและแต่งตัวมากขึ้น ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ ผิวเรียบเนียน ฟื้นตัวไว จนอยากกลับมาดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่อง
การดูดไขมันด้วยโปรแกรม Vaser Smooth 2.2 ราคาจะอยู่ที่ 25,000 – 85,000 บาท โดยค่าบริการในแต่ละเคสอาจไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับปริมาณไขมันที่ดูดออก พื้นที่ในการรักษา เทคนิคการรักษา ไปจนถึงวิธีระงับความเจ็บขณะทำ นอกจากนี้ยังมีในส่วนของโปรโมชั่นที่ทางโรงพยาบาลได้จัดขึ้นตามเทศกาลต่าง ๆ หากใครสนใจดูดไขมันแนะนำให้เข้ามาสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือพูดคุยกับทีมแพทย์ก่อนได้เพื่อประเมินการรักษา
การดูดไขมันด้วยโปรแกรม Vaser Smooth 2.2 เป็นดูดไขมันที่มีการใช้พลังงานคลื่นเสียงอัลตราซาวด์ในการแยกเซลล์ไขมัน ซึ่งจะก่อให้เกิดความร้อนใต้ผิว หลังจากการดูดไขมัน อาจมีอาการปวดตึงหรือรู้สึกระบมบริเวณที่ดูดไขมันบ้างในช่วง 3–7 วันแรก แต่โดยทั่วไปอาการเหล่านี้จะอยู่ในระดับที่สามารถควบคุมได้ด้วยการรับประทานยาแก้ปวดตามที่แพทย์สั่ง และจะค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับภายใน 1–2 สัปดาห์ การดูแลตัวเองอย่างเหมาะสมหลังทำจะช่วยลดอาการไม่สบาย และช่วยให้ฟื้นตัวได้ราบรื่นยิ่งขึ้น
หลังดูดไขมันด้วยโปรแกรม Vaser หรือแม้แต่เทคโนโลยีอื่น ๆ ให้ผลลัพธ์ที่อยู่ได้นาน เพราะเซลล์ไขมันถูกกำจัดออกไปแล้ว แต่ทั้งนี้ เซลล์ไขมันที่เหลืออยู่จะมีการขยายตัวได้ตลอดเวลา และไขมันใหม่อาจกลับมาสะสมได้อีก หากละเลยการดูแลตัวเอง ซึ่งหากต้องการให้ผลลัพธ์อยู่ได้นาน ๆ แนะนำให้ดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ทั้งการควบคุมอาหารและการออกกำลังกาย
แนะนำให้ใส่ 4 – 6 สัปดาห์ หรือในบางกรณี แพทย์แนะนำให้ใส่ 1 – 3 เดือน โดยในช่วง 1 เดือนแรกให้ใส่ตลอด 24 ชั่วโมง ยกเว้นเวลาอาบน้ำ เพื่อช่วยลดอาการบวมช้ำและช่วยให้ผิวหนังกระชับเรียบเนียน ซึ่งหลังจากนี้ ให้ลดเวลาใส่เหลือ 12 ชั่วโมงต่อวัน
โดยทั่วไปแล้ว หลังทำการดูดไขมันด้วยเทคโนโลยีโปรแกรม Vaser ในช่วง 2 – 7 วันก็สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันหรือกลับไปทำงานได้ตามปกติ แต่บางรายอาจยังมีอาการบวมช้ำอยู่บ้าง โดยในบางเคสจะใช้เวลาพักฟื้นเต็มที่ในช่วง 1 – 2 สัปดาห์ (ขึ้นอยู่กับปริมาณไขมันที่ดูดออกและตำแหน่งที่ดูดไขมัน)
การดูดไขมันหลายตำแหน่งสามารถทำได้ภายในการรักษาเพียงครั้งเดียว เช่น การดูดหน้าท้องร่วมกับเอว หรือต้นแขนร่วมกับต้นขา ขึ้นอยู่กับปริมาณไขมันรวมที่ต้องดูด และความปลอดภัยของร่างกายเป็นหลัก
ในกรณีที่มีปริมาณไขมันมากหรือมีหลายจุดที่ต้องการดูดไขมันออก แพทย์อาจแนะนำให้แบ่งการทำออกเป็นรอบ ๆ เพื่อลดความเสี่ยงและให้ร่างกายฟื้นตัวได้อย่างเหมาะสม เช่น รอบแรกดูดไขมันเฉพาะครึ่งบนของร่างกายก่อน แล้วค่อยทำครึ่งล่างในรอบถัดไป โดยทิ้งช่วงเวลาห่างกันประมาณ 3 – 6 เดือน
ไขมันที่ได้จากการทำโปรแกรม Vaser สามารถนำไปใช้เติมเต็มในบางบริเวณได้ เพราะเป็นการลดไขมันอย่างอ่อนโยน ทำให้เซลล์ไขมันยังคงสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ อย่างไรก็ตาม แพทย์จะต้องคัดแยกและเตรียมไขมันอย่างเหมาะสมก่อนนำไปใช้ และผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับเทคนิคแพทย์และสภาพร่างกายของแต่ละคน
อาการก้อนแข็งหรือตึงใต้ผิวหนังสามารถเกิดขึ้นได้ในช่วงพักฟื้น ถือเป็นกระบวนการซ่อมแซมของร่างกาย โดยอาการมักค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป การใส่ชุดกระชับ นวดตามคำแนะนำแพทย์ หรือทำหัตถการฟื้นฟูเพิ่มเติม จะช่วยให้อาการนิ่มลงและผิวเรียบขึ้นได้
โปรแกรม Vaser ช่วยกระตุ้นการหดตัวของผิวได้ระดับหนึ่ง จึงลดความเสี่ยงผิวหย่อนเมื่อเทียบกับการดูดไขมันทั่วไป แต่หากเป็นเคสที่มีผิวหย่อนมากหรือผิวขาดความยืดหยุ่น อาจต้องพิจารณาหัตถการกระชับผิวเพิ่มเติม หรือประเมินความจำเป็นในการตัดหนังหน้าท้องเป็นรายบุคคลตามดุลยพินิจแพทย์
การดูดไขมันโปรแกรม Vaser โดยเฉพาะโปรแกรม Vaser Smooth 2.2 คือเครื่องดูดไขมันที่พัฒนาขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกำจัดไขมันให้รวดเร็ว แม่นยำ การใช้พลังงานคลื่นเสียงอัลตราซาวด์ช่วยให้ไขมันแตกตัวกลายเป็นของเหลว ทำให้สามารถดูดออกได้ง่ายขึ้น พร้อมลดปัญหาเซลลูไลท์ และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้ผิวเรียบเนียนกระชับหลังทำ
เทคโนโลยีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีไขมันหนาแน่น ต้องการลดสัดส่วนอย่างชัดเจน รวมถึงผู้ที่เคยออกกำลังกายแต่ไขมันบางส่วนยังคงสะสมอยู่ การเลือกดูดไขมันด้วยโปรแกรม Vaser ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ที่เคยดูดไขมันมาก่อน และเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์ในระยะยาว
You details has been successfully submitted. Thanks!