BodyTite Pro เครื่องดูดไขมันพร้อมยกกระชับผิวในตัวเดียว จบปัญหาส่วนเกิน สร้างหุ่นเฟิร์มสวย!

BodyTite

การดูดไขมันเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถแก้ไขปัญหาผิวย้วยหลังดูดไขมันได้อย่างสมบูรณ์ BodyTite จึงเป็นนวัตกรรมใหม่ที่รวมการดูดไขมันและยกกระชับผิวไว้ในขั้นตอนเดียว ช่วยให้ได้สัดส่วนกระชับมากขึ้น โดยไม่ทิ้งรอยแผลเป็นขนาดใหญ่ แต่ตัว bodytite คืออะไร ได้ผลดีเรื่องกระชับผิวจริงไหม มาดูกันเลย

HIGHLIGHTS:

  • BodyTite Pro ใช้พลังงานคลื่นวิทยุ (RF) ดูดไขมันและกระชับผิวในขั้นตอนเดียว ไม่ต้องผ่าตัดใหญ่
  • เหมาะกับคนที่มีไขมันสะสมร่วมกับผิวหย่อนคล้อยระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง
  • ผลลัพธ์เริ่มเห็นใน 1–2 สัปดาห์ และเต็มที่ในช่วง 3–6 เดือน
  • ใช้เวลาทำประมาณ 2–4 ชั่วโมง กลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ใน 3–7 วัน
เลือกอ่านตามหัวข้อด้านล่าง

BodyTite Pro คืออะไร

BodyTite คืออะไร

BodyTite Pro คือ เทคโนโลยีดูดไขมันพร้อมยกกระชับผิวในขั้นตอนเดียว ด้วยการใช้พลังงานคลื่นความถี่วิทยุ (Radio Frequency Assisted Liposuction: RFAL) ปล่อยพลังงานความร้อนลงสู่ชั้นไขมันใต้ผิวหนังอย่างแม่นยำ เพื่อทำให้ไขมันแปรสภาพเป็นของเหลวและดูดออกมาได้ง่ายขึ้น ในขณะเดียวกันพลังงานความร้อนที่ปล่อยออกมายังช่วยกระตุ้นเส้นใยคอลลาเจนในชั้นผิว ทำให้ผิวหดตัวและกระชับขึ้นหลังทำ

หลักการทำงานของ BodyTite

BodyTite Pro ทำงานโดยการปล่อยพลังงานคลื่นความถี่วิทยุ (RF) จากเครื่องดูดไขมันที่มีหัวสองส่วนทำงานประสานกัน โดยหัวที่อยู่ใต้ผิวหนังจะมีความร้อนสูงราว 40–60 องศาเซลเซียสเพื่อกำจัดไขมันส่วนเกิน ส่วนหัวที่อยู่ด้านบนผิวหนังจะมีความร้อนต่ำกว่าเพื่อทำหน้าที่กระชับผิว โดยไม่ทำให้ผิวไหม้

พลังงาน RF จากส่วนหัวใต้ผิวจะทำหน้าที่สลายไขมันในชั้นใต้ผิวให้อ่อนตัว ทำให้ดูดไขมันออกได้ง่ายขึ้น พร้อมส่งความร้อนลงลึกอย่างแม่นยำเพื่อกระตุ้นการหดตัวของเส้นใยที่ยึดผิว (Fibroseptal Network) ส่งผลให้ผิวบริเวณที่ดูดไขมันตึงกระชับขึ้น และยังกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ในระยะยาว ทำให้ผิวกระชับและยืดหยุ่นดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

BodyTite ดูดไขมันและยกกระชับผิวบริเวณไหนได้บ้าง

ก่อนวางแผนการทำ BodyTite Pro จำเป็นต้องประเมินสภาพผิวและชั้นไขมันในแต่ละตำแหน่ง เพื่อเลือกพื้นที่ที่เหมาะสม โดยบริเวณที่สามารถทำ BodyTite ได้แก่

  • เหนียงและกรอบหน้า ช่วยลดไขมันใต้คาง เก็บแนวกรอบหน้าให้ชัดขึ้น และยกกระชับผิวใต้คางที่หย่อนคล้อย
  • ต้นแขน ลดไขมันบริเวณต้นแขนที่หย่อนคล้อย และกระชับผิวให้แน่นขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีแขนห้อย แขนย้วย หลังลดน้ำหนัก หรือจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น
  • หน้าท้อง ดูดไขมันสะสมที่หน้าท้อง พร้อมยกกระชับผิวหนังที่หย่อนคล้อย ช่วยให้หน้าท้องเรียบแน่นขึ้น โดยไม่ต้องตัดหนังหน้าท้อง (กรณีที่ไม่ได้หย่อนคล้อยรุนแรง)
  • ต้นขา ลดไขมันที่สะสมบริเวณต้นขา และช่วยยกกระชับผิวต้นขาให้กระชับ ไม่หย่อนยาน ช่วยให้เรียวขาดูเรียวกระชับได้รูป
  • เข่าและบริเวณเนื้อปลิ้นข้อพับ ลดไขมันสะสมรอบข้อพับ และกระชับผิวบริเวณหัวเข่าที่หย่อนคล้อย ให้เรียบเนียนและได้สัดส่วนที่เพรียวบางยิ่งขึ้น
  • แผ่นหลัง กำจัดไขมันสะสมบริเวณแผ่นหลังและปีกหลัง พร้อมเก็บผิวให้ตึงกระชับ ลดเนื้อปลิ้นที่เกิดจากการสะสมของไขมันหรือผิวเหี่ยว หย่อนคล้อย

ใครบ้างที่เหมาะกับการทำ BodyTite Pro

BodyTite Pro เหมาะกับใคร
  • มีไขมันสะสมเฉพาะจุด และมีภาวะผิวหย่อนคล้อยร่วมด้วย
  • ผิวเริ่มสูญเสียความยืดหยุ่นหลังลดน้ำหนักหรือคลอดบุตร
  • ต้องการดูดไขมันและยกกระชับผิวพร้อมกันในขั้นตอนเดียว
  • ต้องการฟื้นฟูรูปร่างโดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่หรือยกกระชับแบบดั้งเดิม
  • มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัวร้ายแรง
  • ต้องการลดเลือนริ้วรอยบนผิว ไม่ต้องการผ่าตัดหรือฉีดสารเติมเต็ม
  • ผู้ที่มีงบจำกัด ไม่ต้องการเสียค่าใช้จ่ายสูง ๆ ในการยกกระชับ

เปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสีย ของการยกกระชับผิวด้วย BodyTite Pro

การดูดไขมันพร้อมยกกระชับผิวด้วย BodyTite Pro เป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยม แต่การตัดสินใจทำควรเข้าใจทั้งข้อดีและข้อจำกัดอย่างรอบคอบ

ข้อดีของโปรแกรม BodyTite Pro

  • ดูดไขมันและกระชับผิวได้ในขั้นตอนเดียว
  • ลดเลือนริ้วรอย ทำให้ผิวดูเรียบเนียนแลดูอ่อนเยาว์ยิ่งขึ้น
  • ลดปริมาณไขมันส่วนเกินพร้อมแก้ไขปัญหาผิวย้วยได้ทันที
  • แผลมีขนาดเล็ก ลดบวมช้ำได้ดี
  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในระยะยาว
  • สามารถใช้ดูดไขมันในพื้นที่เล็ก ๆ ได้ เช่น นมน้อย เป็นต้น
  • ระยะเวลาในการทำไม่นาน

 ข้อเสียของโปรแกรม BodyTite Pro

  • มีความเสี่ยงเรื่องการสะสมความร้อน หากไม่ได้ควบคุมพลังงานอย่างเหมาะสม
  • ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวเดิม และต้องใช้เวลา 3–6 เดือนเพื่อเห็นผลเต็มที่
  • ต้องใส่ชุดกระชับสัดส่วนตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด
  • ไม่เหมาะกับการทำยกกระชับผิวในกลุ่มคนที่มีผิวหย่อนคล้อยรุนแรง

ขั้นตอนการดูดไขมันพร้อมยกกระชับผิวด้วย BodyTite Pro

  1. ประเมินร่างกายโดยแพทย์ เพื่อวิเคราะห์สัดส่วนไขมันและระดับความหย่อนคล้อยของผิว เพื่อวางแผนตำแหน่งที่ต้องดูดไขมันและยกกระชับ
  2. ระงับความเจ็บปวด โดยสามารถเลือกการใช้ยาชาเฉพาะที่ หรือการดมยาสลบโดยวิสัญญีแพทย์ 
  3. เปิดแผลขนาดเล็กประมาณ 3–5 มิลลิเมตร หรือเจาะรูเล็ก ๆ บนผิว เพื่อสอดหัวเครื่อง BodyTite เข้าไปใต้ชั้นผิวหนังในตำแหน่งที่กำหนด
  4. แยกเซลล์ไขมันและกระชับผิวด้วยพลังงานคลื่น RF อย่างต่อเนื่องระหว่างขั้วไฟฟ้าใต้ผิวและบนผิว กำจัดไขมันและกระตุ้นการหดตัวของเส้นใยยึดผิว
  5. ดูดไขมันที่แปรสภาพเป็นของเหลวออกอย่างนุ่มนวล ผ่านทางท่อดูดไขมันที่เชื่อมต่อไปยังถังเก็บไขมันระบบสุญญากาศ 
  6. ใส่ชุดกระชับทันทีหลังทำ ช่วยพยุงรูปร่าง ลดอาการบวม และเพื่อช่วยกระชับผิวในช่วงพักฟื้ โดยรวมแล้ว ขั้นตอนทั้งหมดจะใช้เวลาประมาณ 2–4 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่และปริมาณไขมันที่ทำการรักษา

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับบริการ

การเตรียมตัวที่ถูกต้องก่อนดูดไขมันพร้อมยกกระชับผิวด้วย BodyTite มีบทบาทสำคัญในการลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน และช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วหลังทำ แนวทางการเตรียมตัวที่สำคัญ ได้แก่

  • งดสูบบุหรี่และแอลกอฮอล์อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนทำ เพราะการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์จะทำให้แผลหายช้า และเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
  • งดยาและอาหารเสริมบางชนิด เช่น แอสไพริน, วิตามินอี, น้ำมันปลา หรือสมุนไพรบางชนิดที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด ควรงดอย่างน้อย 7 วันก่อนทำ
  • แจ้งประวัติโรคประจำตัวหรือการแพ้ยาให้แพทย์ทราบ เพื่อให้แพทย์สามารถวางแผนการดูดไขมันและการใช้ยาระหว่างทำได้อย่างปลอดภัย
  • พักผ่อนให้เพียงพอในคืนก่อนวันทำจริง ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง พร้อมรับการรักษาและฟื้นตัวได้ดี
  • งดอาหารและน้ำ 6–8 ชั่วโมงก่อนทำ ในกรณีที่มีการใช้ยานอนหลับหรือยาสลบ
  • เตรียมเสื้อผ้าที่ใส่สบาย ชุดกระชับ และอุปกรณ์ดูแลแผลเบื้องต้น เพื่อความสะดวกในการดูแลตนเองหลังทำ

การดูแลหลังทำและระยะพักฟื้น

หลังทำ BodyTite Pro สามารถกลับไปทำงานหรือเคลื่อนไหวทั่วไปได้ในช่วง 3–7 วันแรก แต่อาจมีอาการบวม ช้ำ หรือหน่วงตึงบริเวณที่ดูดไขมัน ซึ่งจะค่อย ๆ ดีขึ้นใน 1–2 สัปดาห์ แนวทางดูแลตัวเองที่ช่วยให้ฟื้นตัวได้ดีและผลลัพธ์คงอยู่นาน ได้แก่

  • ใส่ชุดกระชับต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง ในช่วง 2–4 สัปดาห์แรก เพื่อพยุงรูปร่าง ลดบวม และเสริมการกระชับ
  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมหนักหรือออกกำลังกายแรง ๆ เช่น วิ่ง กระโดด ยกน้ำหนัก อย่างน้อย 4–6 สัปดาห์
  • ดูแลแผลให้สะอาด หลีกเลี่ยงการแช่น้ำ ว่ายน้ำ หรือซาวน่าในช่วงแรก
  • รับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างครบถ้วน เพื่อลดการอักเสบและป้องกันการติดเชื้อ
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอและรับประทานโปรตีน ผักผลไม้ เพื่อเสริมการซ่อมแซมเนื้อเยื่อและสร้างคอลลาเจนใหม่
  • มาติดตามผลตามนัดทุกครั้ง เพื่อให้แพทย์ประเมินการฟื้นตัวและแก้ไขภาวะแทรกซ้อน (ถ้ามี) ได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ

ผลลัพธ์การดูดไขมันพร้อมยกกระชับผิวด้วย BodyTite Pro เป็นอย่างไร

หลังทำ BodyTite จะเริ่มเห็นรูปร่างที่กระชับและผิวตึงขึ้นตั้งแต่ช่วง 1–2 สัปดาห์แรก ผิวจะค่อย ๆ สร้างคอลลาเจนใหม่อย่างต่อเนื่อง และเห็นผลเต็มที่ในช่วงประมาณ 3–6 เดือน ช่วยลดไขมันส่วนเกินพร้อมฟื้นฟูความกระชับของผิว ให้สัดส่วนดูแน่น กระชับ และดูเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องทำศัลยกรรมใหญ่

BodyTite Pro เปรียบเทียบกับเทคนิคดูดไขมันอื่น ๆ

การเลือกเทคนิคดูดไขมันที่เหมาะสมควรพิจารณาจากสภาพไขมันและความหย่อนคล้อยของผิวเป็นหลัก ตารางด้านล่างสรุปความแตกต่างระหว่าง BodyTite กับ J Plasma, โปรแกรม VASER และการดูดไขมันแบบดั้งเดิม เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นก่อนตัดสินใจ

หัวข้อ

BodyTite Pro

J Plasma

โปรแกรม VASER

ดูดไขมันแบบดั้งเดิม

เทคโนโลยี

คลื่นความถี่วิทยุ (RF) สองขั้ว

พลาสมาฮีเลียมผสม RF

คลื่นเสียงอัลตราซาวด์

ดูดไขมันโดยตรง ไม่ใช้พลังงานช่วย

กลไกหลัก

ลดไขมัน + กระชับผิวพร้อมกัน

กระชับผิวอย่างเดียว ไม่ดูดไขมัน

ลดไขมัน เก็บรายละเอียดสัดส่วน

ดูดไขมันออกโดยตรง

การกระชับผิว

กระชับได้ในตัวระดับเล็กน้อย-ปานกลาง

กระชับผิวได้ล้ำลึกเหมาะกับผิวหย่อนคล้อยมาก

แทบไม่กระชับผิว เน้นความคมชัดของกล้ามเนื้อ

แทบไม่กระชับผิว เสี่ยงผิวหย่อนคล้อยมากกว่า

จุดเด่น

จบในขั้นตอนเดียว

กระชับผิวได้ลึกในเคสหย่อนคล้อยรุนแรง

ปั้นสัดส่วนแบบ Hi-Definition ได้ชัดเจน

ดูดไขมันปริมาณมากได้รวดเร็ว

เหมาะกับใคร

ไขมันสะสม + ผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง

ผิวหย่อนคล้อยรุนแรง ต้องใช้ร่วมกับเครื่องดูดไขมันอื่น

ต้องการความคมชัดของสัดส่วน เช่น ซิกแพค เอวคอด

ไขมันเยอะ ผิวยังกระชับดีอยู่

นพ. วิษณุ เฮ้งสวัสดิ์

Dr. Wisanu Hengsavasdi, M.D.

License Number (M.D.) 51179

,,

คุณหมอไอซ์ชวนคุย BodyTite Pro เหมาะกับใคร ทำแล้วถึงจะได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ

จากการพูดคุยกับคุณหมอไอซ์ – นพ. วิษณุ เฮ้งสวัสดิ์ (ว.51179) พบว่าการทำ BodyTite มักแนะนำสำหรับผู้ที่มีไขมันสะสมร่วมกับปัญหาผิวหย่อนคล้อยในระดับเล็กน้อยเท่านั้น โดยเฉพาะในบริเวณที่ต้องการลดปริมาณไขมันและยกกระชับผิวในขั้นตอนเดียว จะช่วยแก้ไขปัญหาได้อย่างครอบคลุมมากกว่าการดูดไขมันเพียงอย่างเดียว
“การยกกระชับผิว จะต้องตรวจเช็กสภาพผิวอย่างละเอียดก่อนว่ามีความหย่อนคล้อยรุนแรงหรือไม่ จึงสามารถเลือกวิธีที่เหมาะกับปัญหาที่เป็นอยู่ได้”
ดังนั้น สำหรับผู้ที่วางแผนดูดไขมันในพื้นที่ที่มีไขมันสะสมมาก เช่น หน้าท้อง ต้นแขน หรือต้นขา และมีแนวโน้มว่าผิวจะหย่อนคล้อยหลังดูดไขมัน การวางแผนทำ BodyTite จึงเป็นทางเลือกที่ช่วยให้ได้รูปร่างที่เฟิร์ม กระชับ และมีสัดส่วนที่สวยงามมากยิ่งขึ้น

ดูดไขมัน BodyTite Pro ราคาเท่าไหร่ ที่ AM International Hospital

ดูดไขมัน bodytite ราคา ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น จำนวนตำแหน่งที่ทำ ขนาดพื้นที่และปริมาณไขมัน ความซับซ้อนของสภาพผิวแต่ละบุคคล วิธีระงับความเจ็บปวด (ยาชาเฉพาะที่มีค่าใช้จ่ายต่างจากการดมยาสลบ) รวมถึงเทคนิคเสริมที่ใช้ร่วม เช่น การเติมไขมันหรือการยกกระชับเพิ่มเติม

สำหรับส่วนของการยกกระชับผิวด้วย BodyTite เพิ่มเติมจากการดูดไขมันปกติ มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นตำแหน่งละราคาอยู่ที่ประมาณ 30,000 บาท ทั้งนี้ราคารวมสุดท้ายยังขึ้นอยู่กับจำนวนตำแหน่งที่ต้องการทำและปัจจัยอื่น ๆ ข้างต้นร่วมด้วย

ดูดไขมันพร้อมยกกระชับผิวด้วย BodyTite Pro ที่ไหนดี ควรพิจารณาจากปัจจัยใด

การเลือกโรงพยาบาลสำหรับการดูดไขมัน bodytite ที่ไหนดีเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความปลอดภัยและคุณภาพผลลัพธ์ ควรพิจารณาจากองค์ประกอบดังนี้

  • แพทย์ต้องมีความสามารถในการใช้งานเครื่องมืออย่างเหมาะสม หากมีประสบการณ์ในการใช้เทคโนโลยี BodyTite อย่างชำนาญ เข้าใจชั้นผิวและเนื้อเยื่อในแต่ละตำแหน่ง ก็จะช่วยให้แต่ละขั้นตอนมีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น
  • มีการวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคลอย่างละเอียด ทั้งการประเมินไขมัน สภาพผิว และความยืดหยุ่นของเนื้อเยื่อในแต่ละบุคคล เพื่อวางแผนการดูดไขมัน ปรับระดับพลังงาน RF และกำหนดจุดการปล่อยพลังงานอย่างเหมาะสม
  • ควรเลือกสถานที่ที่มีห้องผ่าตัดปลอดเชื้อ ระบบฆ่าเชื้ออุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน และมีเครื่องมือช่วยชีวิตฉุกเฉินครบถ้วน เพื่อความปลอดภัยในกรณีเกิดเหตุไม่คาดคิด
  • สถานพยาบาลควรมีระบบติดตามผลหลังทำอย่างต่อเนื่อง ให้คำแนะนำในการดูแลตัวเองหลังดูดไขมัน และสามารถให้คำปรึกษาหากเกิดอาการผิดปกติในช่วงพักฟื้นได้
  • ศึกษาผลงานเคสรีวิวก่อน-หลังทำจริง และประสบการณ์ของผู้ที่เคยเข้ารับบริการ ทั้งในเรื่องของผลลัพธ์และการบริการของสถานพยาบาล เพื่อประกอบการตัดสินใจอย่างรอบด้าน

สรุปบทความ

การดูดไขมันพร้อมยกกระชับผิวด้วย BodyTite Pro เป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งในด้านการลดไขมันตามสัดส่วนต่าง ๆ และการฟื้นฟูความกระชับของผิวในขั้นตอนเดียว ซึ่งจะเหมาะกับกลุ่มผู้ที่มีปัญหาไขมันสะสมใต้ชั้นผิวร่วมกับปัญหาผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อยจนถึงปานกลาง แต่การทำ BodyTite Pro ก็ต้องพิจารณาหลายปัจจัยเช่นกัน หากได้รับการประเมินและดูแลจากทีมแพทย์โดยตรง จะช่วยให้เราได้ผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์มากยิ่งขึ้น

แชร์ :
โปรโมชั่นสุดพิเศษ
ลงทะเบียนติดต่อเรา

ปรึกษาแพทย์ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมรับ
โปรโมชั่นก่อนใคร

Thank You!

You details has been successfully submitted. Thanks!

ขอบคุณ!

ข้อมูลของคุณถูกส่งเรียบร้อยแล้ว 

ขอบคุณข้อเสนอแนะติชม