
โปรแกรม Ultherapy vs โปรแกรม Thermage อันไหนดีกว่ากัน ? คำถามนี้มักเกิดขึ้นกับหลายคนที่กำลังมองหาวิธียกกระชับผิวหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด เพราะทั้งสองโปรแกรมต่างก็เป็นเทคโนโลยียอดนิยมที่เน้นการฟื้นฟูคอลลาเจนให้ผิวกลับมากระชับ เต่งตึง ดูอ่อนเยาว์ แม้จะดูคล้ายกันในภาพรวม แต่จริง ๆ แล้วทั้ง 2 โปรแกรมต่างมีจุดเด่น กลไกการทำงาน และผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน ดังนั้น การเลือกให้เหมาะกับผิวและปัญหาของแต่ละคนจึงสำคัญไม่น้อย มาทำความเข้าใจให้ชัดว่าทั้งสองโปรแกรมนี้แตกต่างกันอย่างไร และเราเหมาะสำหรับฟื้นฟูผิวด้วยเครื่องไหนดี
สิ่งสำคัญก่อนที่เราจะเลือกใช้เทคโนโลยีกระชับผิว ต้องมาทำความเข้าใจกับโครงสร้างของผิวก่อน เนื่องจากโปรแกรมจะทำงานในชั้นผิวที่แตกต่างกัน โดยปกติแล้วผิวของเราจะประกอบไปด้วย 3 ชั้นหลัก ดังนี้
ชั้น SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) คือชั้นโครงสร้างพิเศษที่อยู่ลึกกว่าชั้นหนังแท้ แต่ตื้นกว่ากล้ามเนื้อ ทำหน้าที่เชื่อมโยงระหว่างกล้ามเนื้อใบหน้าและผิวหนัง ชั้นนี้เป็นจุดที่ศัลยแพทย์ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า เนื่องจากเป็นชั้นที่มีผลต่อการยกและการพยุงผิว
ความสำคัญของชั้น SMAS ต่อการยกกระชับ คือหากสามารถกระตุ้นหรือยกชั้นนี้ได้จะช่วยให้ผิวดูยกขึ้นดูเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่แค่ตึงผิวด้านบน แต่เป็นการยกโครงสร้างจากภายใน ซึ่งเป็นจุดเด่นสำคัญของโปรแกรม Ultherapy ที่สามารถส่งพลังงานลงลึกถึงขั้น Ultherapy ได้โดยไม่ต้องผ่าตัด
โปรแกรม ultherapy กับโปรแกรม thermage ต่างกันอย่างไร? แม้ทั้งสองโปรแกรมช่วยฟื้นฟูคอลลาเจนและยกผิวให้กระชับ แต่ต่างกันที่เทคโนโลยี กลไกการทำงาน และระดับความลึกของพลังงาน โดยมีรายละเอียดที่ต่างกัน ดังนี้
โปรแกรม Ultherapy (หรือชื่อทางการคือโปรแกรม Ulthera) คือเทคโนโลยีการยกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด ที่ใช้พลังงานคลื่นเสียงความถี่สูงแบบเฉพาะเจาะจง (Microfocused Ultrasound) จุดเด่นของโปรแกรม Ultherapy คือสามารถส่งพลังงานลงลึกถึงระดับชั้น SMAS ซึ่งเป็นโครงสร้างผิวที่ศัลยแพทย์ใช้ในการดึงหน้า เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาความหย่อนคล้อย ผิวขาดความกระชับ แต่ยังไม่ต้องการผ่าตัดศัลยกรรม
โดยคุณสมบัติของโปรแกรม Ultherapy ที่สามารถฟื้นฟูผิวได้คือ
โปรแกรม Ultherapy ทำงานโดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูงที่โฟกัสเฉพาะจุด (MFU-V) ยิงลงสู่ผิวได้อย่างแม่นยำ โดยไม่ทำลายผิวชั้นบน โดยพลังงานที่ส่งลงไปจะก่อให้เกิดความร้อนใต้ผิวที่อุณหภูมิประมาณ 60–70°C ซึ่งเป็นระดับที่เหมาะสมในการฟื้นฟูคอลลาเจนใหม่ในชั้นผิว เมื่อเวลาผ่านไป ผิวจึงค่อย ๆ กระชับและเต่งตึงขึ้นดูเป็นธรรมชาติ ผลลัพธ์จะชัดเจนขึ้นภายใน 2-3 เดือน และสามารถอยู่ได้ประมาณ 12–18 เดือน
โปรแกรม Ultherapy เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการยกกระชับผิวหน้าโดยไม่ต้องพักฟื้น สามารถทำได้ในหลายบริเวณ ได้แก่
ขณะทำโปรแกรม Ultherapy อาจรู้สึกตึงหรือจี๊ดลึก ๆ คล้ายกับแรงสะกิดจากด้านในโดยเฉพาะบริเวณกรอบหน้าหรือใต้คางซึ่งเป็นจุดที่หลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS อย่างไรก็ตาม สามารถใช้ยาชา ประคบเย็น หรือปรับระดับพลังงานเพื่อช่วยลดความรู้สึกไม่สบายได้
โปรแกรม Thermage คือเทคโนโลยีที่ใช้พลังงานคลื่นวิทยุแบบขั้วเดียว (Monopolar Radiofrequency) ในการส่งพลังงานลงสู่ผิว เพื่อฟื้นฟูคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ (Dermis) และชั้นไขมันใต้ผิว ซึ่งโปรแกรม Thermage เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาหน้าอ้วน จากไขมัน ต้องการยกกระชับปรับรูปหน้า ลดริ้วรอย ลดไขมันส่วนเกินบนใบหน้า
โดยคุณสมบัติของโปรแกรม Thermage ที่สามารถฟื้นฟูผิวได้คือ
โปรแกรม Thermage ส่งพลังงานคลื่นวิทยุลงไปยังผิวหนังในลักษณะกระจายตัวเป็นวงกว้าง แต่ควบคุมความลึกได้อย่างแม่นยำ พลังงานความร้อนที่เกิดขึ้นจะช่วยกระตุ้นการหดตัวของคอลลาเจนเดิม และกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่เพิ่มเติม ทำให้ผิวดูตึง กระชับ แน่นขึ้นในบางส่วนหลังทำ เป็นอีกหนึ่งวิธีลดไขมันที่หน้า ที่จะเห็นผลชัดเจนยิ่งขึ้นในช่วง 1–3 เดือนหลังการรักษา ผลลัพธ์มักอยู่ได้นานประมาณ 6–12 เดือน ทั้งนี้ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและอายุของแต่ละบุคคล
โปรแกรม Thermage มีหัวทิปหลากหลายให้เลือกใช้ตามแต่ละจุดของใบหน้าและร่างกาย จึงสามารถรักษาได้ครอบคลุมหลายบริเวณ เช่น
ขณะที่ทำจะรู้สึกอุ่น ๆ หรือร้อนใต้ผิวเป็นช่วง ๆ บางจุดอาจมีรู้สึกจี๊ดเล็กน้อย แต่โดยรวมถือว่าสบายและพอทนได้ ผู้เข้ารับบริการส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องใช้ยาชา
โปรแกรม Ultherapy vs โปรแกรม Thermage ในเชิงการใช้งานจริง ทั้งสองโปรแกรมมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน และเหมาะกับสภาพผิวหรือปัญหาผิวที่ต่างกันด้วย ดังนั้น การเลือกทำโปรแกรมให้เหมาะกับตัวเองจึงมีความสำคัญไม่น้อย ซึ่งความแตกต่างของทั้งสองเครื่องมีดังนี้
เปรียบเทียบ | โปรแกรม Ultherapy | โปรแกรม Thermage |
ประเภทพลังงาน | คลื่นเสียงความถี่สูงแบบโฟกัส (Microfocused Ultrasound) | คลื่นวิทยุความถี่สูงแบบขั้วเดียว (Monopolar Radiofrequency) |
ชั้นผิว | ส่งพลังงานเฉพาะจุดลงถึงชั้น SMAS โดยมีหน้าจอแสดงภาพแบบ Real Time เพื่อความแม่นยำ | ส่งพลังงานความร้อนสม่ำเสมอผ่านชั้นผิวและชั้นไขมัน ช่วยยกกระชับและลดไขมันบางส่วน |
จุดเด่น | ยกผิวเชิงโครงสร้าง | กระชับและลดไขมัน |
เหมาะกับใคร | เหมาะสำหรับผิวหย่อนคล้อย | เหมาะสำหรับผู้ที่มีไขมันสะสม |
ทำส่วนไหนได้บ้าง +ความรู้สึก | สามารถทำได้ทั้งใบหน้า และบางจุดในร่างกาย รู้สึกจี๊ดลึก ๆ | สามารถทำได้ทั้งใบหน้า รอบดวงตา และลำตัว รู้สึกอุ่น ๆ |
ระยะเวลาขณะทำ | ใช้ระยะเวลาในการทำประมาณ 45-90 นาที | ใช้ระยะเวลาในการทำประมาณ 40-90 นาที |
โปรแกรม Ultherapy vs โปรแกรม Thermage เป็นหัตถการยกกระชับปรับรูปหน้าที่สามารถทำได้โดยไม่ต้องผ่าตัดเหมือนกันทั้งคู่ แต่ระยะเวลาในการเห็นผลลัพธ์ของทั้งสองโปรแกรมกลับมีความแตกต่างกันพอสมควร เพราะแต่ละโปรแกรมใช้พลังงานในการรักษาที่แตกต่างกัน
ความคงทนของผลลัพธ์จากการทำโปรแกรม Ultherapy และโปรแกรม Thermage ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งอายุ สภาพผิว การดูแลตัวเองหลังทำ และไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน แต่โดยทั่วไปสามารถสรุปได้ดังนี้
อย่างไรก็ตาม ทั้งสองโปรแกรมสามารถกลับมาทำซ้ำได้ปีละครั้ง หรือตามระยะเวลาที่แพทย์กำหนด เพื่อคงผลลัพธ์ให้ดูเป็นธรรมชาติและชะลอความหย่อนคล้อยได้อย่างต่อเนื่อง
สรุป หากถามโปรแกรม Ultherapy กับโปรแกรม Thermage อันไหนเจ็บกว่า ? โดยทั่วไปโปรแกรม Ultherapy จะรู้สึกมากกว่าโปรแกรม Thermage เล็กน้อย เพราะสามารถส่งพลังงานได้ลึกและเฉพาะจุดมากกว่า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ระดับความรู้สึกระหว่างทำหัตถการขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
โปรแกรม Ultherapy เป็นวิธีลดเหนียง หรือช่วยแก้ไขความหย่อนคล้อยของผิว ที่เหมาะสำหรับกลุ่มคนเหล่านี้
โปรแกรม Ultherapy เป็นวิธีทําให้หน้าเรียว ขึ้น ลดไขมันสะสมบนผิวหน้า ซึ่งเหมาะสำหรับกลุ่มคนเหล่านี้
เพื่อให้ผิวพร้อมสำหรับการกระตุ้นคอลลาเจนอย่างเต็มที่ แนะนำให้เตรียมตัวดังนี้
หลังทำเสร็จทันที อาจมีอาการบวม แดง หรือระบมใต้ผิวเล็กน้อย ซึ่งเป็นเรื่องปกติและจะค่อย ๆ ดีขึ้นเอง โดยเราแนะนำการดูแลตัวเองต่อที่บ้านดังนี้
การเลือกสถานที่ในการทำโปรแกรม Ultherapy หรือโปรแกรม Thermage ควรให้ความสำคัญกับมาตรฐานและความรู้ ทักษะของแพทย์เป็นสิ่งสำคัญ ที่ AM International Hospital มีการให้บริการ ทั้งสองโปรแกรมพร้อมด้วยมาตรฐาน ทีมแพทย์ที่มีความชำนาญการเฉพาะด้าน มีการประเมินใบหน้าก่อนทำ เพื่อเลือกเทคโนโลยี พลังงาน ออกแบบการรักษาให้เหมาะกับแต่ละบุคคล
ความรู้สึกหลังทำจะแตกต่างกันตามชนิดของโปรแกรมที่เลือกใช้ โดยที่โปรแกรม Ultherapy มักรู้สึกตึงหรือจี๊ด ๆ ลึกใต้ผิว เนื่องจากพลังงานคลื่นเสี่ยงถูกส่งไปถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นโครงสร้างเดียวกับผ่าตัดดึงหน้า จึงอาจรู้สึกชัดเจนกว่าหัตถการอื่น แต่สามารถใช้ยาชาหรือการปรับลงพลังงานเพื่อลดความรู้สึกได้ ส่วนโปรแกรม Thermage จะรู้สึกอุ่น ๆ หรือร้อนลึกใต้ผิวเป็นช่วง ๆ จากพลังงานคลื่นวิทยุที่กระจายความร้อนในชั้นหนังแท้และชั้นไขมัน โดยทั่วไปความรู้สึกจะเบากว่าโปรแกรม Ultherapy และหลายคนไม่ต้องต้องใช้ยาชา
ทั้งโปรแกรม Ultherapy และโปรแกรม Thermage เป็นหัตถการยกกระชับผิวที่ไม่ได้เป็นการผ่าตัดจึงไม่ต้องพักฟื้น หลังทำเสร็จสามารถกลับบ้านได้ปกติ อาจมีอาการผิวแดง บวม หรือระบมเล็กน้อยในบางราย ซึ่งมักหายไปเองใน 1-3 วัน โดยไม่ส่งผลต่อการทำงานหรือการใช้ชีวิต
โดยทั่วไปทั้งสองโปรแกรมสามารถเห็นเห็นผลได้ตั้งแต่ครั้งแรก แต่ผลลัพธ์จะมีความแตกต่างกัน โดยโปรแกรม Ultherapy จะเห็นการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยหลังทำ และผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นในช่วง 2-3 เดือน จากกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ในชั้นลึก ส่วนโปรแกรม Thermage บางรายอาจมีความตึงขึ้นเล็กน้อยหลังทำทันที และผลลัพธ์จะชัดขึ้นในช่วง 1-3 เดือน เมื่อคอลลาเจนถูกฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง
สำหรับระยะเวลาการทำซ้ำขึ้นอยุ่กับชนิดของโปรแกรมและสภาพผิวของแต่ละบุคคล
การทำซ้ำอย่างเหมาะสมจะช่วยคงความกระชับของผิวและชะลอความหย่อนคล้อยในระยะยาว
การเลือกโปรแกรมให้เหมาะสมควรพิจารณาจากโครงสร้างผิวเป็นหลัก เช่น
โปรแกรม Ultherapy vs โปรแกรม Thermage เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวที่มีเป้าหมายคล้าย ๆ กัน แต่ใช้พลังงานคนละชนิดและให้ผลลัพธ์ในแบบที่ต่างกัน โปรแกรม Ultherapy ใช้คลื่นเสียง (Ultrasound) เจาะลึกถึงชั้น SMAS เหมาะกับคนที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยชัดเจน ขณะที่โปรแกรม Thermage ใช้คลื่นวิทยุ (RF) กระจายความร้อนทั่วผิว เหมาะกับคนที่ต้องการยกกระชับพร้อมลดไขมันส่วนเกิน ซึ่งทั้งสองอย่างไม่ต้องผ่าตัดและไม่ต้องพักฟื้น แต่การเลือกใช้งานควรพิจารณาตามปัญหาและสภาพผิวของแต่ละบุคคล
Post Info
Social Media
You details has been successfully submitted. Thanks!