เทียบให้เห็นชัดโปรแกรม Ultherapy vs. โปรแกรม Thermage ต่างกันยังไง?

Ultherapy vs โปรแกรม Thermage

โปรแกรม Ultherapy vs โปรแกรม Thermage อันไหนดีกว่ากัน ? คำถามนี้มักเกิดขึ้นกับหลายคนที่กำลังมองหาวิธียกกระชับผิวหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด เพราะทั้งสองโปรแกรมต่างก็เป็นเทคโนโลยียอดนิยมที่เน้นการฟื้นฟูคอลลาเจนให้ผิวกลับมากระชับ เต่งตึง ดูอ่อนเยาว์ แม้จะดูคล้ายกันในภาพรวม แต่จริง ๆ แล้วทั้ง 2 โปรแกรมต่างมีจุดเด่น กลไกการทำงาน และผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน ดังนั้น การเลือกให้เหมาะกับผิวและปัญหาของแต่ละคนจึงสำคัญไม่น้อย มาทำความเข้าใจให้ชัดว่าทั้งสองโปรแกรมนี้แตกต่างกันอย่างไร และเราเหมาะสำหรับฟื้นฟูผิวด้วยเครื่องไหนดี

เลือกอ่านตามหัวข้อด้านล่าง

รู้จักชั้นผิวก่อนทำ Ultherapy หรือ Thermage

      สิ่งสำคัญก่อนที่เราจะเลือกใช้เทคโนโลยีกระชับผิว ต้องมาทำความเข้าใจกับโครงสร้างของผิวก่อน เนื่องจากโปรแกรมจะทำงานในชั้นผิวที่แตกต่างกัน โดยปกติแล้วผิวของเราจะประกอบไปด้วย 3 ชั้นหลัก ดังนี้

  • ชั้นหนังกำพร้า (Epidermis)
    เป็นชั้นผิวที่อยู่ด้านนอกสุด ทำหน้าที่ปกป้องผิวจากสิ่งกระตุ้นภายนอก เช่น แสงแดด มลภาวะ และเชื้อโรค ชั้นนี้เป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการผลัดเซลล์ผิวและมีผลต่อโทนสีผิวโดยรวม

  • ชั้นหนังแท้ (Dermis)
    เป็นชั้นกลางของผิวที่อุดมไปด้วยคอลลาเจน อีลาสติน และกรดไฮยาลูรอนิค ซึ่งช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่น เต่งตึง และดูอ่อนเยาว์ เมื่อคอลลาเจนในชั้นนี้เสื่อมลง จะส่งผลให้เกิดริ้วรอยและความหย่อนคล้อยตามมา

  • ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Tissue)
    เป็นชั้นที่อยู่ลึกที่สุดในกลุ่มชั้นผิว ทำหน้าที่สะสมไขมันเพื่อรองรับแรงกระแทกและคงโครงสร้างใบหน้า ความหนาบางของชั้นนี้มีผลต่อรูปหน้า เช่น ความอิ่มฟูหรือการยุบตัวเมื่ออายุมากขึ้น
ชั้นผิวหนัง

ชั้น SMAS คืออะไร และสำคัญกับการยกกระชับอย่างไร

ชั้น SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) คือชั้นโครงสร้างพิเศษที่อยู่ลึกกว่าชั้นหนังแท้ แต่ตื้นกว่ากล้ามเนื้อ ทำหน้าที่เชื่อมโยงระหว่างกล้ามเนื้อใบหน้าและผิวหนัง ชั้นนี้เป็นจุดที่ศัลยแพทย์ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า เนื่องจากเป็นชั้นที่มีผลต่อการยกและการพยุงผิว 

ความสำคัญของชั้น SMAS ต่อการยกกระชับ คือหากสามารถกระตุ้นหรือยกชั้นนี้ได้จะช่วยให้ผิวดูยกขึ้นดูเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่แค่ตึงผิวด้านบน แต่เป็นการยกโครงสร้างจากภายใน ซึ่งเป็นจุดเด่นสำคัญของโปรแกรม Ultherapy ที่สามารถส่งพลังงานลงลึกถึงขั้น Ultherapy ได้โดยไม่ต้องผ่าตัด

เปรียบเทียบ Ultherapy vs. Thermage

โปรแกรม ultherapy กับโปรแกรม thermage ต่างกันอย่างไร? แม้ทั้งสองโปรแกรมช่วยฟื้นฟูคอลลาเจนและยกผิวให้กระชับ แต่ต่างกันที่เทคโนโลยี กลไกการทำงาน และระดับความลึกของพลังงาน โดยมีรายละเอียดที่ต่างกัน ดังนี้

โปรแกรม Ultherapy คืออะไร ช่วยเรื่องอะไรบ้าง?

โปรแกรม Ultherapy (หรือชื่อทางการคือโปรแกรม Ulthera) คือเทคโนโลยีการยกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด ที่ใช้พลังงานคลื่นเสียงความถี่สูงแบบเฉพาะเจาะจง (Microfocused Ultrasound) จุดเด่นของโปรแกรม Ultherapy คือสามารถส่งพลังงานลงลึกถึงระดับชั้น SMAS ซึ่งเป็นโครงสร้างผิวที่ศัลยแพทย์ใช้ในการดึงหน้า เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาความหย่อนคล้อย ผิวขาดความกระชับ แต่ยังไม่ต้องการผ่าตัดศัลยกรรม

โดยคุณสมบัติของโปรแกรม Ultherapy ที่สามารถฟื้นฟูผิวได้คือ

  • ช่วยลดความหย่อนคล้อยบริเวณใบหน้า กรอบหน้า และลำคอ
  • ช่วยลดเหนียง ปรับกรอบหน้าให้ดูชัดขึ้น
  • ช่วยยกคิ้ว หรือแก้ไขปัญหาหนังตาตก
  • ช่วยลดเลือนริ้วรอยบริเวณรอบดวงตา หน้าผาก มุมปาก ให้กลับมาดูเรียบเนียน
  • ช่วยกระชับหน้าแก้มให้ดูเต่งตึงขึ้น

การทำงานของโปรแกรม  Ultherapy

โปรแกรม Ultherapy ทำงานโดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูงที่โฟกัสเฉพาะจุด (MFU-V) ยิงลงสู่ผิวได้อย่างแม่นยำ โดยไม่ทำลายผิวชั้นบน โดยพลังงานที่ส่งลงไปจะก่อให้เกิดความร้อนใต้ผิวที่อุณหภูมิประมาณ 60–70°C ซึ่งเป็นระดับที่เหมาะสมในการฟื้นฟูคอลลาเจนใหม่ในชั้นผิว เมื่อเวลาผ่านไป ผิวจึงค่อย ๆ กระชับและเต่งตึงขึ้นดูเป็นธรรมชาติ ผลลัพธ์จะชัดเจนขึ้นภายใน 2-3 เดือน และสามารถอยู่ได้ประมาณ 12–18 เดือน

โปรแกรม Ultherapy ทำจุดไหนได้บ้าง?

โปรแกรม Ultherapy เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการยกกระชับผิวหน้าโดยไม่ต้องพักฟื้น สามารถทำได้ในหลายบริเวณ ได้แก่

  • กรอบหน้า และแนวขากรรไกร ลดความหย่อนคล้อยของผิว
  • ใต้คางและลำคอ ลดเหนียง ยกกระชับคอ
  • หน้าผากและหางตา ยกคิ้ว แก้หนังตาตก ลดเลือนริ้วรอย
  • ใต้ตา กระชับผิวบางรอบดวงตา แก้ไขเรื่องริ้วรอย
  • หน้าแก้ม คืนความกระชับให้ใบหน้าโดยรวม

จุดเด่นของโปรแกรม Ultherapy

  • สามารถส่งพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นระดับเดียวกับการผ่าตัดดึงหน้า 
  • มีหน้าจอแสดงภาพโครงสร้างผิวแบบ Real-Time ช่วยให้แพทย์ส่งพลังงานได้
  • เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยชัดเจน แต่ยังไม่ต้องการศัลยกรรม
  • ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ ผิวค่อย ๆ ยกกระชับจากภายใน
  • ไม่ต้องพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

ข้อจำกัดของโปรแกรม Ultherapy

  • อาจรู้สึกเจ็บหรือจี๊ดขณะทำมากกว่าโปรแกรม Thermage
  • ไม่เหมาะกับผู้ที่มีชั้นไขมันบนใบหน้ามาก ต้องการลดไขมันเป็นหลัก
  • ราคาสูงกว่าหัตถการบางประเภท
  • ต้องอาศัยแพทย์ที่มีความชำนาญการ เพื่อดูแลให้เกิดความปลอดภัยและผลลัพธ์ตามต้องการ

ความรู้สึกระหว่างทำโปรแกรม Ultherapy

ขณะทำโปรแกรม Ultherapy อาจรู้สึกตึงหรือจี๊ดลึก ๆ คล้ายกับแรงสะกิดจากด้านในโดยเฉพาะบริเวณกรอบหน้าหรือใต้คางซึ่งเป็นจุดที่หลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS อย่างไรก็ตาม สามารถใช้ยาชา ประคบเย็น หรือปรับระดับพลังงานเพื่อช่วยลดความรู้สึกไม่สบายได้

โปรแกรม Thermage คืออะไร ช่วยเรื่องอะไรบ้าง?

โปรแกรม Thermage  คือเทคโนโลยีที่ใช้พลังงานคลื่นวิทยุแบบขั้วเดียว (Monopolar Radiofrequency) ในการส่งพลังงานลงสู่ผิว เพื่อฟื้นฟูคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ (Dermis) และชั้นไขมันใต้ผิว ซึ่งโปรแกรม Thermage เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาหน้าอ้วน จากไขมัน ต้องการยกกระชับปรับรูปหน้า ลดริ้วรอย ลดไขมันส่วนเกินบนใบหน้า

 โดยคุณสมบัติของโปรแกรม Thermage ที่สามารถฟื้นฟูผิวได้คือ

  • ช่วยฟื้นฟูผิวที่หย่อนคล้อยให้ดูแน่นกระชับ
  • ช่วยลดเลือนริ้วรอยบนใบหน้า ทั้งบริเวณรอบดวงตา ไปจนถึงริ้วรอยที่ลำคอ
  • ช่วยให้รูขุมขนดูกระชับ ผิวหน้าเนียนละเอียดขึ้น
  • ช่วยให้เมคอัพติดทนและผิวดูเรียบเนียน
  • ช่วยลดไขมันสะสมในบางจุด เช่น เหนียง ใบหน้า หรือช่วงลำตัว ทำให้ผิวดูยกตัวและเฟิร์มขึ้น

การทำงานของโปรแกรม  Thermage

โปรแกรม Thermage ส่งพลังงานคลื่นวิทยุลงไปยังผิวหนังในลักษณะกระจายตัวเป็นวงกว้าง แต่ควบคุมความลึกได้อย่างแม่นยำ พลังงานความร้อนที่เกิดขึ้นจะช่วยกระตุ้นการหดตัวของคอลลาเจนเดิม และกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่เพิ่มเติม ทำให้ผิวดูตึง กระชับ แน่นขึ้นในบางส่วนหลังทำ เป็นอีกหนึ่งวิธีลดไขมันที่หน้า ที่จะเห็นผลชัดเจนยิ่งขึ้นในช่วง 1–3 เดือนหลังการรักษา ผลลัพธ์มักอยู่ได้นานประมาณ 6–12 เดือน ทั้งนี้ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและอายุของแต่ละบุคคล

โปรแกรม Thermage ทำจุดไหนได้บ้าง

โปรแกรม Thermage มีหัวทิปหลากหลายให้เลือกใช้ตามแต่ละจุดของใบหน้าและร่างกาย จึงสามารถรักษาได้ครอบคลุมหลายบริเวณ เช่น

  • ใบหน้า กระชับรูขุมขน ผิวแน่นขึ้น
  • รอบดวงตา ลดถุงใต้ตา แก้ไขหนังตาหย่อนคล้อย
  • แก้มและแนวกราม ลดความหย่อนคล้อยจากไขมัน
  • ลำคอ กระชับผิวคอ ลดริ้วรอย
  • ลำตัว สำหรับผู้ที่ต้องการยกกระชับผิวกาย เช่น หน้าท้อง ต้นแขน หรือสะโพก

จุดเด่นของโปรแกรม Thermage

  • ช่วยกระชับพร้อมลดไขมันสะสมบางส่วนได้ในขั้นตอนเดียว
  • เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาหน้าอวบ ไขมันแก้ม เหนียง
  • ช่วยให้ผิวเรียบเนียน รูขุมขนกระชับ และเมคอัพติดทนหน้า
  • ความรู้สึกตอนทำค่อนข้างสบายกว่าโปรแกรม Ultherapy
  • ใช้ได้ทั้งใบหน้า รอบดวงตา และลำตัว

ข้อจำกัดของโปรแกรม Thermage

  • โปรแกรม Thermage อาจไม่ลงลึกถึงชั้น SMAS ได้
  • ผลลัพธ์การยกกระชับโครงสร้างอาจไม่ชัดเท่าโปรแกรม Ultherapy
  • ผลลัพธ์อยู่ได้สั้นกว่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับโปรแกรม Ultherapy
  • ต้องเลือกหัวทิปและพลังงานให้เหมาะสมเพื่อป้องกันผิวไหม้

ความรู้สึกระหว่างทำโปรแกรม Thermage

ขณะที่ทำจะรู้สึกอุ่น ๆ หรือร้อนใต้ผิวเป็นช่วง ๆ บางจุดอาจมีรู้สึกจี๊ดเล็กน้อย แต่โดยรวมถือว่าสบายและพอทนได้ ผู้เข้ารับบริการส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องใช้ยาชา

ควรเลือกทำโปรแกรม Ultherapy vs. โปรแกรม Thermage?

โปรแกรม Ultherapy vs โปรแกรม Thermage ในเชิงการใช้งานจริง ทั้งสองโปรแกรมมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน และเหมาะกับสภาพผิวหรือปัญหาผิวที่ต่างกันด้วย ดังนั้น การเลือกทำโปรแกรมให้เหมาะกับตัวเองจึงมีความสำคัญไม่น้อย ซึ่งความแตกต่างของทั้งสองเครื่องมีดังนี้

เปรียบเทียบ

โปรแกรม Ultherapy

โปรแกรม Thermage

ประเภทพลังงาน

คลื่นเสียงความถี่สูงแบบโฟกัส (Microfocused Ultrasound)

คลื่นวิทยุความถี่สูงแบบขั้วเดียว (Monopolar Radiofrequency)

ชั้นผิว

ส่งพลังงานเฉพาะจุดลงถึงชั้น SMAS โดยมีหน้าจอแสดงภาพแบบ Real Time เพื่อความแม่นยำ

ส่งพลังงานความร้อนสม่ำเสมอผ่านชั้นผิวและชั้นไขมัน ช่วยยกกระชับและลดไขมันบางส่วน

จุดเด่น

ยกผิวเชิงโครงสร้าง

กระชับและลดไขมัน

เหมาะกับใคร

เหมาะสำหรับผิวหย่อนคล้อย

เหมาะสำหรับผู้ที่มีไขมันสะสม

ทำส่วนไหนได้บ้าง +ความรู้สึก

สามารถทำได้ทั้งใบหน้า และบางจุดในร่างกาย รู้สึกจี๊ดลึก ๆ 

สามารถทำได้ทั้งใบหน้า รอบดวงตา และลำตัว รู้สึกอุ่น ๆ 

ระยะเวลาขณะทำ

ใช้ระยะเวลาในการทำประมาณ 45-90 นาที

ใช้ระยะเวลาในการทำประมาณ 40-90 นาที

ระยะเวลาเห็นผลหลังทำโปรแกรม Ultherapy vs. โปรแกรม Thermage

โปรแกรม Ultherapy vs โปรแกรม Thermage เป็นหัตถการยกกระชับปรับรูปหน้าที่สามารถทำได้โดยไม่ต้องผ่าตัดเหมือนกันทั้งคู่ แต่ระยะเวลาในการเห็นผลลัพธ์ของทั้งสองโปรแกรมกลับมีความแตกต่างกันพอสมควร เพราะแต่ละโปรแกรมใช้พลังงานในการรักษาที่แตกต่างกัน

  • โปรแกรม Ultherapy หลังทำมักเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นได้เล็กน้อย โดยเฉพาะในบริเวณที่มีความหย่อนคล้อยมาก แต่ผลลัพธ์ที่ชัดเจนจะค่อย ๆ พัฒนาในช่วง 2–3 เดือนถัดมา ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ตามธรรมชาติ ส่งผลให้ผิวตึงกระชับขึ้น
  • โปรแกรม Thermage หลังทำแม้จะไม่ได้เห็นผลทันทีชัดเจนมากนัก แต่ผู้รับบริการบางรายอาจรู้สึกว่าผิวตึงขึ้นเล็กน้อย ผลลัพธ์จริงจะเริ่มปรากฏขึ้นชัดเจนในช่วง 1–3 เดือน โดยพลังงาน RF จะช่วยฟื้นฟูคอลลาเจนอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังช่วยลดไขมันสะสมบางส่วนในผิวชั้นลึก ทำให้ผิวดูกระชับแน่นและเรียบเนียนมากขึ้น

โปรแกรม Ultherapy vs. โปรแกรม Thermage ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน?

ความคงทนของผลลัพธ์จากการทำโปรแกรม Ultherapy และโปรแกรม Thermage ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งอายุ สภาพผิว การดูแลตัวเองหลังทำ และไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน แต่โดยทั่วไปสามารถสรุปได้ดังนี้

  • โปรแกรม Ultherapy ให้ผลลัพธ์ที่อยู่ได้ประมาณ 12–18 เดือน
  • โปรแกรม Thermage ให้ผลลัพธ์ที่อยู่ได้ประมาณ 6–12 เดือน

อย่างไรก็ตาม ทั้งสองโปรแกรมสามารถกลับมาทำซ้ำได้ปีละครั้ง หรือตามระยะเวลาที่แพทย์กำหนด เพื่อคงผลลัพธ์ให้ดูเป็นธรรมชาติและชะลอความหย่อนคล้อยได้อย่างต่อเนื่อง

โปรแกรม Ultherapy vs. โปรแกรม Thermage อะไรเจ็บกว่ากัน

  • โปรแกรม Ultherapy มักรู้สึกตึงหรือจี๊ดเล็กน้อยใต้ คล้ายถูกสะกิดจากด้านใน เนื่องจากพลังงานถูกส่งถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นที่ลึกสุดของผิว ความรู้สึกนี้อาจชัดเจนกว่าหัตถการอื่น แต่สามารถปรับระดับพลังงานหรือใช้ยาชาเพื่อลดความรู้สึกได้
  • โปรแกรม Thermage ความรู้สึกจะ คล้ายอุ่น ๆ หรือร้อนลึก ๆ ใต้ผิว ในบางช่วงอาจรู้สึกจี๊ด ๆ เล็กน้อย แต่โดยรวมถือว่าเบากว่าโปรแกรม Ultherapy และหลายคนสามารถทำโดยไม่ต้องใช้ยาชา

 

สรุป หากถามโปรแกรม Ultherapy กับโปรแกรม Thermage อันไหนเจ็บกว่า ? โดยทั่วไปโปรแกรม Ultherapy จะรู้สึกมากกว่าโปรแกรม Thermage เล็กน้อย เพราะสามารถส่งพลังงานได้ลึกและเฉพาะจุดมากกว่า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ระดับความรู้สึกระหว่างทำหัตถการขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

ใครที่เหมาะกับการทำโปรแกรม Ultherapy

โปรแกรม Ultherapy เป็นวิธีลดเหนียง หรือช่วยแก้ไขความหย่อนคล้อยของผิว ที่เหมาะสำหรับกลุ่มคนเหล่านี้

  • ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยบริเวณกรอบหน้า แก้ม หรือใต้คาง
  • ผู้ที่เริ่มมีปัญหาหนังตาตก หางตาตก หรือคิ้วตก
  • ผู้ที่ไม่ต้องการผ่าตัดดึงหน้า แต่ต้องการผลลัพธ์คล้ายการยกกระชับ
  • ผู้ที่เคยทำหัตถการยกกระชับมาแล้วและต้องการคงผลลัพธ์ไว้
  • ผู้ที่มีรูปร่างผอม และต้องการยกผิวโดยไม่ลดไขมัน

ใครที่เหมาะกับการทำโปรแกรม Thermage

โปรแกรม Ultherapy เป็นวิธีทําให้หน้าเรียว ขึ้น ลดไขมันสะสมบนผิวหน้า ซึ่งเหมาะสำหรับกลุ่มคนเหล่านี้

  • ผู้ที่มีไขมันสะสมบนใบหน้า เช่น แก้มล่าง เหนียง หรือใต้คาง
  • ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยร่วมกับผิวไม่เรียบ หรือรูขุมขนกว้าง
  • ผู้ที่ต้องการกระชับผิวโดยรวม เช่น ต้นแขน หน้าท้อง หรือต้นขา
  • ผู้ที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป ที่เริ่มรู้สึกว่าผิวขาดความแน่นกระชับ

การเตรียมตัวก่อนทำโปรแกรม Ultherapy และโปรแกรม Thermage

เพื่อให้ผิวพร้อมสำหรับการกระตุ้นคอลลาเจนอย่างเต็มที่ แนะนำให้เตรียมตัวดังนี้

  • งดหัตถการที่รุนแรง หลีกเลี่ยงการทำเลเซอร์ ทรีตเมนต์หน้า หรือการผลัดเซลล์ผิวแรง ๆ ประมาณ 1-2 สัปดาห์ก่อนทำ
  • งดการแว็กซ์หรือโกนขน บริเวณใบหน้าเพื่อป้องกันการระคายเคืองของผิวหนังเบื้องต้น
  • เช็กประวัติสุขภาพ แจ้งให้แพทย์ทราบเกี่ยวกับโรคประจำตัว ยาที่ทานประจำ (โดยเฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการแข็งตัวของเลือด) และประวัติการทำหัตถการอื่น ๆ เช่น โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์หรือโปรแกรมร้อยไหม
  • ดูแลร่างกายให้พร้อม พักผ่อนให้เพียงพอ และงดดื่มแอลกอฮอล์ก่อนเข้ารับบริการ 24 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายพร้อมสำหรับการฟื้นฟู

การดูแลหลังทำโปรแกรม Ultherapy และโปรแกรม Thermage

หลังทำเสร็จทันที อาจมีอาการบวม แดง หรือระบมใต้ผิวเล็กน้อย ซึ่งเป็นเรื่องปกติและจะค่อย ๆ ดีขึ้นเอง โดยเราแนะนำการดูแลตัวเองต่อที่บ้านดังนี้

  • เลี่ยงความร้อนจัด งดการซาวน่า อาบน้ำร้อนจัด หรือการออกกำลังกายหนัก ๆ ที่ทำให้เหงื่อออกเยอะในช่วง 1 สัปดาห์แรก
  • ปกป้องผิวจากแสงแดด ทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไปเป็นประจำ เพราะผิวหลังทำจะไวต่อแสงแดดชั่วคราว
  • เติมความชุ่มชื้นจากภายใน ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ (ประมาณ 2 ลิตรต่อวัน) เพื่อช่วยให้กระบวนการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวทำงานได้ดีขึ้น
  • เน้นบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น สามารถทาครีมบำรุงหรือมอยส์เจอไรเซอร์ได้ตามปกติ เพื่อช่วยประคองผิวให้เต่งตึงและแข็งแรง

ทำโปรแกรม Ultherapy/โปรแกรม Thermage ที่ไหนดี?

การเลือกสถานที่ในการทำโปรแกรม Ultherapy หรือโปรแกรม Thermage ควรให้ความสำคัญกับมาตรฐานและความรู้ ทักษะของแพทย์เป็นสิ่งสำคัญ ที่ AM International Hospital มีการให้บริการ ทั้งสองโปรแกรมพร้อมด้วยมาตรฐาน ทีมแพทย์ที่มีความชำนาญการเฉพาะด้าน มีการประเมินใบหน้าก่อนทำ เพื่อเลือกเทคโนโลยี พลังงาน ออกแบบการรักษาให้เหมาะกับแต่ละบุคคล

รีวิวเคสจริง (Before‑After) จาก AM International Hospital

แชร์ :

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรม Ultherapy และโปรแกรม Thermage

หลังทำโปรแกรม Ultherapy และโปรแกรม Thermage เจ็บไหม?

ความรู้สึกหลังทำจะแตกต่างกันตามชนิดของโปรแกรมที่เลือกใช้ โดยที่โปรแกรม Ultherapy มักรู้สึกตึงหรือจี๊ด ๆ ลึกใต้ผิว เนื่องจากพลังงานคลื่นเสี่ยงถูกส่งไปถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นโครงสร้างเดียวกับผ่าตัดดึงหน้า จึงอาจรู้สึกชัดเจนกว่าหัตถการอื่น แต่สามารถใช้ยาชาหรือการปรับลงพลังงานเพื่อลดความรู้สึกได้ ส่วนโปรแกรม Thermage จะรู้สึกอุ่น ๆ หรือร้อนลึกใต้ผิวเป็นช่วง ๆ จากพลังงานคลื่นวิทยุที่กระจายความร้อนในชั้นหนังแท้และชั้นไขมัน โดยทั่วไปความรู้สึกจะเบากว่าโปรแกรม Ultherapy และหลายคนไม่ต้องต้องใช้ยาชา

ทั้งโปรแกรม Ultherapy และโปรแกรม Thermage เป็นหัตถการยกกระชับผิวที่ไม่ได้เป็นการผ่าตัดจึงไม่ต้องพักฟื้น หลังทำเสร็จสามารถกลับบ้านได้ปกติ อาจมีอาการผิวแดง บวม หรือระบมเล็กน้อยในบางราย ซึ่งมักหายไปเองใน 1-3 วัน โดยไม่ส่งผลต่อการทำงานหรือการใช้ชีวิต

โดยทั่วไปทั้งสองโปรแกรมสามารถเห็นเห็นผลได้ตั้งแต่ครั้งแรก แต่ผลลัพธ์จะมีความแตกต่างกัน โดยโปรแกรม Ultherapy จะเห็นการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยหลังทำ และผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นในช่วง 2-3 เดือน จากกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ในชั้นลึก ส่วนโปรแกรม Thermage บางรายอาจมีความตึงขึ้นเล็กน้อยหลังทำทันที และผลลัพธ์จะชัดขึ้นในช่วง 1-3 เดือน เมื่อคอลลาเจนถูกฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง

สำหรับระยะเวลาการทำซ้ำขึ้นอยุ่กับชนิดของโปรแกรมและสภาพผิวของแต่ละบุคคล 

  • โปรแกรม Ultherapy ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 12-18 เดือน มักแนะนำให้ทำซ้ำปีละครั้ง
  • โปรแกรม Thermage ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน สามารถกลับมาทำซ้ำได้ตามคำแนะนำของแพทย์

การทำซ้ำอย่างเหมาะสมจะช่วยคงความกระชับของผิวและชะลอความหย่อนคล้อยในระยะยาว

การเลือกโปรแกรมให้เหมาะสมควรพิจารณาจากโครงสร้างผิวเป็นหลัก เช่น

  • ผู้ที่ผิวบางไขมันน้อย และมีปัญหาผิวหย่อนคล้อยชัดเจน มักเหมาะกับโปรแกรม Ultherapy เพราะสามารถยกกระชับเชิงโครงสร้างลงลึกถึงชั้น SMAS โดยไม่ลดไขมัน
  • ผู้ที่มีไชมันสะสมใบหน้า เช่น แก้มล่างหรือเหนียง และต้องการกระชับพร้อมปรับรูปหน้า มักเหมาะกับโปรแกรม Thermage ที่ช่วยลดไขมันบางส่วนและกระชับผิวไปพร้อมกัน

สรุป

โปรแกรม Ultherapy vs โปรแกรม Thermage เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวที่มีเป้าหมายคล้าย ๆ กัน แต่ใช้พลังงานคนละชนิดและให้ผลลัพธ์ในแบบที่ต่างกัน โปรแกรม Ultherapy ใช้คลื่นเสียง (Ultrasound) เจาะลึกถึงชั้น SMAS เหมาะกับคนที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยชัดเจน ขณะที่โปรแกรม Thermage ใช้คลื่นวิทยุ (RF) กระจายความร้อนทั่วผิว เหมาะกับคนที่ต้องการยกกระชับพร้อมลดไขมันส่วนเกิน ซึ่งทั้งสองอย่างไม่ต้องผ่าตัดและไม่ต้องพักฟื้น แต่การเลือกใช้งานควรพิจารณาตามปัญหาและสภาพผิวของแต่ละบุคคล

กรอกฟอร์ม ปรึกษาหมอ ฟรี!
แชร์ :
บทความล่าสุด

Thank You!

You details has been successfully submitted. Thanks!

ขอบคุณ!

ข้อมูลของคุณถูกส่งเรียบร้อยแล้ว 

ขอบคุณข้อเสนอแนะติชม