หน้าอ้วน

หลายคนอาจเคยรู้สึกแบบนี้ ส่องกระจกแล้วหน้าดูกลม ดูบวม ทั้งที่ตัวไม่ได้อ้วนขึ้นเลยสักนิด น้ำหนักบนตาชั่งก็เท่าเดิม แต่ทำไมใบหน้ากลับดูใหญ่ขึ้นทุกที ถ้าคุณกำลังสงสัยแบบนี้อยู่ บอกเลยว่าไม่ได้เป็นคนเดียว เพราะ “หน้าอ้วน” เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยมาก แม้แต่ในคนที่หุ่นผอมเพรียว

วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกตั้งแต่ต้นตอว่าหน้าอ้วนเกิดจากอะไรกันแน่ ลักษณะหน้าแบบไหนที่เข้าข่าย ไปจนถึงวิธีแก้ไขที่ทำได้จริง ทั้งแบบดูแลตัวเองที่บ้าน และแบบพึ่งเทคโนโลยีความงามเมื่ออยากเห็นผลลัพธ์ชัดเจนขึ้น

HIGHLIGHTS:

  • หน้าอ้วนไม่เท่ากับหน้ากลม หน้ากลมมาจากโครงหน้าหรือกระดูก ส่วนหน้าอ้วนมาจากไขมันสะสมหรือบวมน้ำที่แก้ไขได้
  • สาเหตุหลักของหน้าอ้วนมี 6 ข้อ ตั้งแต่อาหารการกิน พันธุกรรม ความเครียด ไปจนถึงการพักผ่อนไม่พอ
  • วิธีแก้แบบธรรมชาติ เช่น ควบคุมอาหาร ดื่มน้ำให้พอ ออกกำลังกาย และโยคะหน้า ช่วยลดอาการหน้าบวมได้จริง
  • ถ้าอยากเห็นผลไว มีเทคโนโลยีความงามให้เลือกหลายแบบ ตั้งแต่ดูดไขมันไปจนถึง โปรแกรม HIFU และ โปรแกรม Morpheus8
  • หน้าบวมน้ำแก้ได้ในระยะเวลาภายใน 1 สัปดาห์ ส่วนไขมันสะสมหรือกรามใหญ่ต้องใช้เวลาหรือหัตถการเสริม
เลือกอ่านตามหัวข้อด้านล่าง

สาเหตุหน้าอ้วน เกิดจากอะไรได้บ้าง?

หน้าอ้วนตัวผอมเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นได้ เพราะไขมันบนใบหน้าไม่ได้ขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวโดยรวมเพียงอย่างเดียว แต่มาจากปัจจัยเฉพาะดังนี้

  • อาหารการกิน โดยเฉพาะอาหารที่มีโซเดียม ทำให้ร่างกายกักเก็บน้ำมากขึ้น รวมถึงอาหารที่มีไขมันสูง ของทอด หรือเนื้อสัตว์ติดมัน ยังส่งผลให้ไขมันสะสมในร่างกายได้ง่าย ทำให้หน้าอ้วน มีเหนียง
  • ไม่ออกกำลังกาย ทำให้ระบบเผาผลาญทำงานได้ไม่เต็มที่ ส่งผลให้มีการสะสมไขมันส่วนเกินไว้ตามจุดต่าง ๆ รวมถึงใบหน้า ทำให้หน้าดูกลมและบวม
  • พันธุกรรม ในบางคนมีแนวโน้มที่จะสะสมไขมันบริเวณใบหน้าได้ง่าย โดยเป็นผลจากพันธุกรรมที่ถ่ายทอดจากคนในครอบครัว เช่น โครงหน้าที่มีกรามใหญ่ ทำให้หน้าบาน หรือมีแก้มเด่น ซึ่งอาจทำให้ใบหน้าอ้วนขึ้นได้
  • อาการเครียด ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล ซึ่งจะกระตุ้นให้ร่างกายสะสมไขมันที่ใบหน้าและลำตัว นอกจากนี้ ความเครียดยังส่งผลรู้สึกหิวมากขึ้น หรือทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ทำให้มีไขมันส่วนเกิน
  • การใช้ยาบางชนิด เช่น ยาคุมกำเนิด ยาสเตียรอยด์ หรือยารักษาโรคบางชนิด อาจมีผลข้างเคียงทำให้เกิดการบวมน้ำหรือเพิ่มการสะสมไขมันในร่างกายในร่างกายวบขึ้น
  • พักผ่อนน้อย หรือคุณภาพการนอนไม่ดี จะส่งผลให้ระบบฮอร์โมนในร่างกายแปรปรวน โดยเฉพาะฮอร์โมนที่ควบคุมความอยากอาหารและการเผาผลาญ ทำให้เกิดการกักเก็บไขมันและน้ำ ส่งผลให้ใบหน้าอ้วนและดูบวมกว่าปกติ

หน้าอ้วน กับ หน้ากลม ต่างกันอย่างไร?

ความแตกต่างหน้ากลม กับ หน้าอ้วน

หลายคนมักสับสนว่า “หน้าอ้วน” กับ “หน้ากลม” คือปัญหาเดียวกัน แต่จริง ๆ แล้วต้นตอต่างกัน

หน้ากลม มาจากโครงหน้าตามธรรมชาติ เช่น กรามสั้น โหนกแก้มกลม หรือคางไม่แหลม ซึ่งเป็นเรื่องของโครงสร้างกระดูก ต่อให้ผอมทั้งตัวก็ยังดูกลมอยู่ ลดน้ำหนักอย่างเดียวจึงเปลี่ยนได้ยาก

หน้าอ้วน มาจากไขมันสะสมหรือบวมน้ำ ที่แก้ม คาง หรือเหนียงใต้คาง ซึ่งเปลี่ยนแปลงได้ตามพฤติกรรม เช่น การกิน การนอน หรือความเครียด และลดลงได้เมื่อแก้ที่ต้นเหตุ

พูดง่าย ๆ คือ หน้ากลมคือ “รูปทรง” ส่วนหน้าอ้วนคือ “ไขมันหรือของเหลวที่สะสมเพิ่ม” บางคนอาจมีทั้งสองอย่างผสมกันได้ การแยกให้ออกจะช่วยเลือกวิธีแก้ได้ตอบโจทย์ เช่น ไขมันสะสมแก้ด้วยพฤติกรรมหรือเทคโนโลยีความงาม ส่วนโครงหน้าโดยกำเนิดอาจต้องพึ่งโปรแกรมฟิลเลอร์หรือโปรแกรมโบท็อกซ์ช่วยปรับสัดส่วน

ลดเหนียงใต้คาง

เหนียงใต้คาง! เป็นปัญหาติดหนึบบนใบหน้าที่ใครมีเป็นต้องปวดหัว แต่การลดเหนียงใต้คางก็ไม่ได้เป็นเรื่องยากอย่างที่คิด!....

หมวด : ความรู้ศัลยกรรม

วิธีแก้ไม่ให้หน้าอ้วน หน้าบวม แบบธรรมชาติ

หลายคนอาจรู้สึกไม่มั่นใจเมื่อส่องกระจกแล้วพบว่าใบหน้าอ้วน หรือดูบวมขึ้นอย่างไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งปัญหานี้สามารถแก้ได้ด้วยวิธีธรรมชาติที่ปลอดภัยและยั่งยืน

  1. ควบคุมอาหาร หน้าอ้วนลดยังไง จะต้องเริ่มจากควบคุมอาหาร หลีกเลี่ยงอาหารที่มีโซเดียมสูง เช่น อาหารแปรรูป บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป หรือขนมขบเคี้ยว รวมถึงอาหารที่มีไขมันสูง ควรเลือกทานอาหารสดใหม่ ลดเค็ม เพิ่มผักผลไม้ และดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอในแต่ละวัน เพื่อช่วยให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานได้ปกติและขับของเสีย ช่วยลดอาการบวมน้ำ
  2. ดื่มน้ำให้เพียงพอ ฟังดูสวนทางแต่ได้ผลจริง เพราะการดื่มน้ำวันละ 1.5-2 ลิตร ช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนและลดการคั่งของของเหลวใต้ผิวหนัง ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของหน้าบวม
  3. ออกกำลังกาย การออกกำลังกายช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต และช่วยเผาผลาญไขมันส่วนเกิน รวมถึงไขมันบริเวณใบหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การวิ่ง ว่ายน้ำ หรือโยคะ นอกจากนี้ ยังสามารถเสริมด้วยการนวดหน้าหรือทำโยคะหน้า (Face Yoga) เพื่อกระชับกล้ามเนื้อบนใบหน้าให้ดูเรียวขึ้นได้อีกทางหนึ่ง

    ตัวอย่างท่าโยคะหน้า
    • ท่ายิ้มกว้าง: ยิ้มให้กว้างที่สุดโดยไม่ห่อไหล่ กลั้นไว้ 5 วินาที แล้วปล่อย ทำซ้ำ 10 ครั้ง
    • ท่าพองลมแก้ม: สูดลมหายใจเข้าเต็มปอดแล้วพองลมแก้ม ค้างไว้ 10 วินาที จากนั้นเป่าลมออก ทำซ้ำ 5-10 รอบ
    • ท่าเงยหน้า: เงยหน้ามองเพดาน แล้วขยับปากทำท่า “จูบเพดาน” ช่วยกระชับช่วงกรามและลำคอ
  4. ปรับพฤติกรรมชีวิตประจำวัน การพักผ่อนไม่เพียงพอ ความเครียด การดื่มแอลกอฮอล์บ่อยครั้ง หรือการรับประทานของหวานและของมันตอนดึก สิ่งเหล่านี้ล้วนมีผลต่อการเผาผลาญไขมันในร่างกาย หากปรับเปลี่ยนได้ เช่น เข้านอนให้ตรงเวลา พักผ่อนให้พอ ลดการดื่มแอลกอฮอล์ และเลี่ยงการกินมื้อดึก ก็จะช่วยลดการสะสมของไขมันได้ นอกจากนี้ การปรับท่านอน เช่น การนอนยกหมอนให้สูงเล็กน้อย จะช่วยลดอาการหน้าอ้วนบวมตอนเช้าได้อีกทางหนึ่ง

วิธีแก้ไม่ให้หน้าอ้วน หน้าบวม แบบเร่งด่วนด้วยเทคโนโลยีด้านความงาม

      สำหรับใครที่ต้องการลดหน้าอ้วน ลดหน้าบวมอย่างเร่งด่วน ไม่อยากรอนาน หรือดูแลตัวเองแล้วแต่ยังไม่ค่อยเห็นผล ปัจจุบันมีเทคโนโลยีด้านความงามหลากหลายรูปแบบที่ช่วยให้เห็นผลไว ภายใต้การดูแลของแพทย์

1. การดูดไขมัน

      การดูดไขมัน บริเวณใบหน้า เช่น ใต้คาง (เหนียง) เพื่อลดหน้าอ้วน เป็นทางเลือกที่ให้ผลลัพธ์ชัดเจนและรวดเร็ว โดยสามารถกำจัดไขมันสะสมได้รวดเร็ว เหมาะสำหรับผู้ที่มีไขมันส่วนเกินในจุดเฉพาะที่ลดด้วยวิธีธรรมชาติได้ยาก แต่หลายคนอาจกังวลว่า “การดูดไขมันอันตรายไหม ? ในความเป็นจริงแล้ว หากเลือกทำโดยแพทย์ที่มีทักษะและมีความชำนาญ ทำในคลินิกที่ได้มาตรฐาน โอกาสที่จะเกิดอันตรายน้อยมาก นอกจากนี้ ปัจจุบันยังมีเทคโนโลยีที่ช่วยให้การดูดไขมันได้อย่างอ่อนโยนและลดโอกาสเสี่ยงต่อผลข้างเคียงไม่พึงประสงค์มากขึ้น เช่น

  • โปรแกรม Body-Jet เป็นเทคโนโลยีการดูดไขมันด้วยแรงดันน้ำ ช่วยแยกไขมันออกจากเนื้อเยื่อได้อย่างนุ่มนวล ลดความบอบช้ำของผิวหนัง เสียเลือดน้อย และระยะเวลาพักฟื้นสั้น เหมาะกับบริเวณที่บอบบางอย่างที่ใบหน้า
  • โปรแกรม J-Plasma เทคโนโลยีพลาสมาฮีเลียมและคลื่นวิทยุ (RF) ที่สามารถใช้ควบคู่กับการดูดไขมัน ช่วยยกกระชับผิวภายในหลังดูดไขมัน ลดโอกาสที่ผิวจะหย่อนคล้อย ทำให้กรอบหน้าดูชัดขึ้น โดยที่ไม่ต้องผ่าตัดยกกระชับ

2. โปรแกรมฟิลเลอร์

      โปรแกรมฟิลเลอร์ ไม่ได้แค่ “เติมเต็ม” แต่ยังเป็นเทคนิคในการ “ยกกระชับปรับรูปหน้า” ที่ช่วยเสริมจุดเด่นและลดจุดด้อย โดยไม่ต้องศัลยกรรม เช่น การทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ที่บริเวณโหนกแก้มจะช่วยยกแก้มหย่อนคล้อยยกกระชับ พร้อมสร้างเงาธรรมชาติให้ใบหน้าดูเรียวยาวมากขึ้น ในขณะที่การฉีดบริเวณคาง ทำให้ใบหน้าสั้นกลมดูเรียวยาว และบริเวณกรอบหน้า จะช่วยปรับแนวกรามให้ชัดเจนขึ้น ทำให้รูปหน้าเรียวขึ้น ส่วนการทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ที่ขมับ ซึ่งเป็นจุดที่มักสูญเสียปริมาตรเมื่ออายุมากขึ้น ก็สามารถช่วยเสริมรูปหน้าให้ดูสมส่วนและเข้ารูปแบบ V-Shape ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

ฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี

ฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ที่ไหนดี วิธีการเลือกคลินิกที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐานและให้ความปลอดภัย

ฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ที่ไหนดี เป็นจุดเริ่มต้นของการตัดสินใจที่มีผลต่อผลลัพธ์ในระยะยาวบนใบหน้า ซึ่งการเลือกสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน ฉีดโดยแพทย์ที่มีความรู้และประสบการณ์...

หมวด : ความรู้เกี่ยวกับหัตถการ

3. โปรแกรมโบท็อกซ์

      ต่อมาเป็นการทำโปรแกรมโบท็อกซ์ ด้วยตัวยาโบทูลินัมท็อกซินที่ช่วยลดขนาดของกล้ามเนื้อบริเวณกราม เหมาะสำหรับผู้ที่มีใบหน้าบาน ใบหน้าดูอ้วน หรือใบหน้าดูกว้างจากกล้ามเนื้อที่ใช้งานมาก เช่น คนที่ชอบเคี้ยวของแข็งหรือมีนิสัยนอนกัดฟัน หลังฉีดแล้วจะเริ่มเห็นผลใน 7 – 14 วัน และผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 4 – 6 เดือน ใบหน้าจะค่อย ๆ เรียวลงอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องพักฟื้น

4. โปรแกรม HIFU

      โปรแกรม HIFU  (High-Intensity Focused Ultrasound) เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวที่สามารถลงลึกถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นกล้ามเนื้อที่ศัลยแพทย์ใช้ในการดึงหน้า ช่วยยกกระชับ ลดความหย่อนคล้อย และลดไขมันเฉพาะจุด เช่น แก้มและเหนียง ซึ่งจะเห็นผลชัดเจนขึ้นใน 1 – 2 เดือนโดยไม่ต้องพักฟื้น เหมาะกับผู้ที่ไม่อยากใช้วิธีฉีดหรือการผ่าตัด

5. โปรแกรม Venus Legacy

      ลดหน้าอ้วน ลดหน้าบวม ด้วยโปรแกรม Venus Legacy ที่ผสานพลังงาน Multi-Polar Radio Frequency (RF) ร่วมกับ Pulsed Electromagnetic Fields (PEMF) และระบบดูดสุญญากาศ (Vacuum Technology) เพื่อช่วยลดไขมันใต้ผิว กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต และยกกระชับผิวหน้าได้ในคราวเดียว เหมาะสำหรับผู้ที่มีหน้าบวมจากการกักเก็บน้ำ หรือมีไขมันสะสมไม่มาก ผลลัพธ์จะค่อยเป็นค่อยไปและสามารถทำได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่รู้สึกเจ็บ เหมาะกับผู้ที่ต้องการลดปัญหาหน้าบวมและหน้าอ้วนอย่างนุ่มนวลแต่มีประสิทธิภาพ

6. โปรแกรม Thermatight

      โปรแกรม Thermatight  ใช้เทคโนโลยีคลื่นวิทยุ (RF) เพื่อยกกระชับผิวและลดไขมันไปพร้อมกัน นิยมใช้บริเวณเหนียงและกรอบหน้า ช่วยให้ผิวตึงขึ้น รูปหน้าดูชัดเจน ลดหน้าอ้วน ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผิวแน่นและอิ่มฟูขึ้นด้วย เหมาะกับผู้ที่มีอายุเริ่มมีผิวหย่อนคล้อย และต้องการผลลัพธ์ที่ใกล้เคียงการผ่าตัดแต่ไม่อยากพักฟื้นหลังทำ

7. โปรแกรม Ultraformer III

      หน้าอ้วน ลดยังไงให้ได้ผล แนะนำโปรแกรม Ultraformer III  เป็นเทคโนโลยี High Intensity Focused Ultrasound รุ่นใหม่ที่ถูกพัฒนาประสิทธิภาพให้แม่นยำขึ้น ช่วยลดไขมันและยกกระชับใบหน้าอย่างอ่อนโยน เหมาะกับผู้ที่ต้องการลดแก้ม ลดเหนียง และยกกรอบหน้าให้ชัดขึ้น ซึ่งหลังทำครั้แรกจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงใน 1 – 2 สัปดาห์ โดยไม่ต้องพักฟื้นและสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ โดยจะเห็นผลลัพธ์ชัดเจนเต็มที่ใน 1 – 2 เดือนหลังทำ

8. โปรแกรม Morpheus8

      วิธีลดหน้าอ้วนด้วยโปรแกรม Morpheus8 คือ เทคโนโลยีคลื่นพลังงาน RF ผสานกับ Microneedling ช่วยฟื้นฟูคอลลาเจน ส่งผลให้ผิวยกกระชับและลดไขมันเฉพาะจุด เช่น เหนียงหรือแก้มล่าง เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวไม่เรียบเนียน มีปัญหารูขุมขนกว้าง ต้องการปรับหน้าเรียว เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ ซึ่งผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นใน 2 – 4 สัปดาห์ โดยจะเห็นผลลัพธ์ได้ชัดเจนในช่วง 1 – 3 เดือน และสามารถทำร่วมกับโปรแกรมยกกระชับอื่น ๆ เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

ลดหน้าอ้วนใน 1 อาทิตย์ ได้ผลจริงไหม

หลายคนที่อยากมีใบหน้าที่เรียวเล็กแบบเร่งด่วน มักสงสัยว่า “ลดหน้าอ้วนใน 1 อาทิตย์จะเป็นไปได้จริงไหม?” คำตอบ คือ “สามารถทำได้” แต่ทั้งนี้ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสาเหตุที่เกิดขึ้นในแต่ละคน

  • ถ้าหน้าอ้วนมาจากอาการบวมน้ำ เช่น พักผ่อนน้อย กินเค็ม ดื่มแอลกอฮอล์ หรือฮอร์โมนแปรปรวน การปรับพฤติกรรมง่าย ๆ เช่น นอนให้พอ ดื่มน้ำมากขึ้น ลดโซเดียม งดแอลกอฮอล์ จะเห็นผลได้ภายใน 1 สัปดาห์
  • ถ้าเป็นไขมันสะสมจากกรรมพันธุ์หรืออายุ วิธีธรรมชาติอาจยังไม่เห็นผลชัดในเวลาสั้น ๆ จึงต้องพึ่งเทคโนโลยีความงาม เช่น โปรแกรม HIFU หรือ โปรแกรม Ultraformer
  • ถ้าเป็นกรามใหญ่จากกล้ามเนื้อ โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์จะช่วยแก้ไขได้เหมาะสม

พูดง่าย ๆ คือ อาการบวมน้ำแก้ได้ไว ส่วนไขมันสะสมกับกล้ามเนื้อกรามต้องอาศัยเวลาหรือหัตถการเสริมร่วมด้วย

แชร์ :

สรุป

การลดหน้าอ้วน หน้าบวม สามารถทำได้ทั้งวิธีธรรมชาติและเทคโนโลยีความงาม ขึ้นอยู่กับสาเหตุและระดับความรุนแรงของแต่ละคน หากดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอร่วมกับการเลือกเทคนิคที่เหมาะสม ก็จะช่วยแก้ไขปัญหาได้อย่างเหมาะสม ทำให้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนภายในระยะเวลาไม่นาน สำหรับใครที่ยังไม่แน่ใจว่าปัญหาหน้าอ้วนที่เป็นอยู่จะต้องใช้เทคนิคแบบใด แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อทำการตรวจวิเคราะห์รูปหน้าอย่างละเอียด พร้อมวางแผนการรักษาอย่างแม่นยำ เพื่อให้ผลลัพธ์ตอบโจทย์กับความต้องการ รูปหน้าที่เรียวสวยยกกระชับ

กรอกฟอร์ม ปรึกษาหมอ ฟรี!

Thank You!

You details has been successfully submitted. Thanks!

ขอบคุณ!

ข้อมูลของคุณถูกส่งเรียบร้อยแล้ว 

ขอบคุณข้อเสนอแนะติชม