ยกกระชับหน้าอก แก้หย่อนคล้อย ธรรมชาติ มีรีวิว

ยกกระชับหน้าอก

ยกกระชับหน้าอก หรือ Breast Lift เป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยของหน้าอกได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะกับกลุ่มผู้หญิงที่อายุมากขึ้น ผ่านการตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือแม้แต่คนที่เคยน้ำหนักตัวมากและลดลงเร็วจนผิวย้วย หน้าอกที่เคยเต่งตึงก็อาจเริ่มหย่อนคล้อย ส่งผลต่อบุคลิกภาพและความมั่นใจของหลาย ๆ คน

จุดที่หลายคนสงสัยคือ ต้องเสริมซิลิโคนด้วยเสมอไปหรือไม่? คำตอบคือไม่จำเป็น เพราะสามารถเลือกทำ ยกกระชับหน้าอกแบบไม่เสริม หรือจะทำร่วมกับการเสริมหน้าอกเพื่อเพิ่มขนาดไปพร้อมกันก็ได้ บทความนี้จะพาไปรู้จักกับศัลยกรรมยกกระชับหน้าอกให้ครบทุกแง่มุม เพื่อการตัดสินใจที่มั่นใจและเหมาะกับตัวเอง

HIGHLIGHTS:

  • ยกกระชับหน้าอก คือการปรับตำแหน่งเต้านมและหัวนมให้สูงขึ้น กระชับขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มขนาด
  • แบ่งเป็น 2 ทางเลือก คือ ยกกระชับหน้าอกแบบไม่เสริม (ยกอย่างเดียว) และยกกระชับร่วมกับซิลิโคน
  • แผลยกกระชับหน้าอก มี 4 รูปแบบหลัก เลือกตามระดับความหย่อนคล้อย ตั้งแต่แผลรอบปานนมไปจนถึงแผลรูปสมอเรือ
  • ราคาอยู่ที่ 50,000 บาท ขึ้นอยู่กับเทคนิคและระดับความหย่อนคล้อย
เลือกอ่านตามหัวข้อด้านล่าง

ยกกระชับหน้าอกคืออะไร

ยกกระชับหน้าอกคืออะไร

ยกกระชับหน้าอกอก (Breast Lift) คือ วิธีศัลยกรรมหรือหัตถการที่ช่วยแก้ปัญหาทรวงอกหย่อนคล้อย โดยการปรับตำแหน่งเต้านม ยกหัวนมให้อยู่สูงขึ้น และปรับรูปทรงให้ดูอวบอิ่มกระชับขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มขนาดซิลิโคน (แต่สามารถทำร่วมกับการเสริมหน้าอกได้หากต้องการ)

สาเหตุที่ทำให้ทรวงอกหย่อนคล้อยอาจเกิดได้จากทั้งอายุที่มากขึ้น การลดน้ำหนักอย่างกะทันหัน การตั้งครรภ์ การให้นมบุตร หรือพันธุกรรม ซึ่งล้วนส่งผลให้เนื้อเยื่อเต้านมสูญเสียความยืดหยุ่น ผิวหนังเกิดการขยายตัวและหย่อนยานลงตามธรรมชาติ การทำ Breast Lift จึงมีจุดประสงค์ช่วยปรับความเต่งตึงของหน้าอก ทำให้รูปร่างโดยรวมดูสมส่วน เพื่อให้รู้สึกมั่นใจและใช้ชีวิตประจำวันได้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

ปัญหาหน้าอกหย่อนคล้อยเกิดจากอะไร

หน้าอกที่เคยเต่งตึงอาจเริ่มสูญเสียความกระชับตามกาลเวลา ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน สาเหตุหลักมีดังนี้

  • อายุที่เพิ่มขึ้น ร่างกายผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินลดลง ผิวหนังบริเวณทรวงอกจึงหย่อนคล้อยตามแรงโน้มถ่วง โดยเฉพาะผู้ที่มีหน้าอกขนาดใหญ่จะเห็นผลชัดเจนกว่า
  • การตั้งครรภ์และให้นมบุตร เต้านมขยายขนาดขึ้นอย่างรวดเร็วช่วงตั้งครรภ์ และหดตัวกลับหลังหยุดให้นม ทำให้โครงสร้างผิวหนังปรับตัวไม่ทันและหย่อนคล้อยได้ง่าย
  • น้ำหนักตัวขึ้น-ลงอย่างรวดเร็ว การยืดและหดของผิวหนังซ้ำ ๆ ทำให้เส้นใยคอลลาเจนและอีลาสตินเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ
  • พันธุกรรม ลักษณะทางพันธุกรรมมีส่วนกำหนดความหนาแน่นของเนื้อเยื่อเต้านมและแนวโน้มการหย่อนคล้อย
  • พฤติกรรมการใช้ชีวิต การสูบบุหรี่ทำลายคอลลาเจนและอีลาสติน ส่วนการไม่ใส่ชุดชั้นในที่เหมาะสมก็เร่งให้หน้าอกหย่อนคล้อยเร็วขึ้น

ระดับความหย่อนคล้อยของหน้าอก มีกี่ระดับ

ระดับความหย่อนคล้อยของหน้าอก มีกี่ระดับ

การประเมินระดับความหย่อนคล้อยเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญก่อนตัดสินใจทำศัลยกรรม โดยทั่วไปแบ่งได้เป็น 6 ระดับ ดังนี้

  • หน้าอกทรงปกติ (Normal) หัวนมอยู่ในระดับเดียวกับฐานหน้าอก หรือสูงกว่าเล็กน้อย ผิวแน่น เต่งตึง ยังไม่มีภาวะหย่อนคล้อย
  • หน้าอกหย่อนคล้อยระยะที่ 1 (Grade 1: Mild Ptosis) หัวนมเริ่มต่ำกว่าระดับฐานหน้าอกเล็กน้อย ประมาณไม่เกิน 1 ซม. ยังอยู่ในระดับที่ไม่จำเป็นต้องผ่าตัด แต่สามารถพิจารณาใช้วิธีไม่ผ่าตัดร่วมได้
  • หน้าอกหย่อนคล้อยระยะที่ 2 (Grade 2: Moderate Ptosis) หัวนมหย่อนลงต่ำจากฐานหน้าอก 2–3 ซม. เริ่มเห็นชัดว่ารูปทรงเต้านมหย่อนคล้อยลง เหมาะกับการยกกระชับด้วยเทคนิคผ่าตัด
  • หน้าอกหย่อนคล้อยระยะที่ 3 (Grade 3: Significant Ptosis) หัวนมอยู่ต่ำกว่าฐานหน้าอกมากกว่า 3 ซม. และมักหันชี้ลงด้านล่าง เหมาะกับการผ่าตัดยกกระชับร่วมกับการเสริมเต้านมหรือใส่ซิลิโคนเพื่อเติมวอลุ่ม
  • ภาวะหลอก (Pseudoptosis) หัวนมยังอยู่ในระดับปกติ แต่เนื้อหน้าอกส่วนล่างหย่อนลงต่ำ จนดูคล้ายภาวะหย่อนคล้อย มักพบในผู้ที่มีเนื้อหน้าอกเยอะหลังลดน้ำหนักหรือให้นมบุตร
  • รูปทรงเต้านมผิดปกติ (Parenchymal Maldistribution) เนื้อหน้าอกกระจายไม่สม่ำเสมอ มีลักษณะคล้ายหย่อนคล้อยแต่ไม่เห็นหัวนมชัดเจน มักต้องวางแผนการผ่าตัดเฉพาะราย

ยกกระชับหน้าอกเหมาะกับใครบ้าง

  • ผู้ที่มีหน้าอกหย่อนคล้อยจากการตั้งครรภ์และให้นมบุตร
  • ผู้ที่น้ำหนักลดอย่างรวดเร็วทำให้ผิวหนังบริเวณหน้าอกหย่อนยาน
  • ผู้ที่มีอายุมากขึ้นและประสบปัญหาผิวหนังหย่อนคล้อยตามวัย
  • ผู้ที่ต้องการปรับรูปทรงหน้าอกให้ดูสมส่วนและกระชับขึ้น
  • ผู้ที่เคยผ่าตัดเสริมหน้าอกมาแล้ว และต้องการแก้ไขความหย่อนคล้อยหรือปรับตำแหน่ง
  • ผู้ที่ไม่มีปัญหาสุขภาพรุนแรงและพร้อมดูแลตัวเองหลังศัลยกรรม
  • ผู้ที่ชอบแต่งตัวหลากหลายสไตล์ ต้องการความมั่นใจ

 

ไม่แนะนำ สำหรับผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรอยู่ เนื่องจากหน้าอกยังมีการเปลี่ยนแปลงต่อเนื่อง ควรทำหลังวางแผนไม่ตั้งครรภ์เพิ่มในระยะสั้นแล้ว

ยกกระชับหน้าอกแบบไม่เสริม vs ยกกระชับหน้าอกร่วมกับเสริมซิลิโคน

หนึ่งในคำถามที่พบบ่อย คือ ยกกระชับหน้าอกแล้วจำเป็นต้องใส่ซิลิโคนด้วยหรือไม่ คำตอบคือ ไม่จำเป็น โดยแพทย์จะพิจารณาจากปริมาณเนื้อหน้าอกที่มีอยู่เดิมเป็นหลัก

หัวข้อ

ยกกระชับหน้าอกแบบไม่เสริม

ยกกระชับร่วมกับเสริมซิลิโคน

เหมาะกับ

มีเนื้อหน้าอกเพียงพอ พอใจกับขนาดเดิม ไม่ต้องการมีซิลิโคนในร่างกาย

ต้องการทั้งยกกระชับและเพิ่มขนาด/ความอิ่มฟู

ขนาดหน้าอก

คงเดิม หรืออาจดูเล็กลงเล็กน้อยหลังตัดผิวหนังส่วนเกิน

เพิ่มขึ้นตามขนาดซิลิโคนที่เลือก

ทรงหน้าอก

กระชับ ดูเป็นธรรมชาติ

กระชับและเต็มอิ่มกว่า

ข้อจำกัด

หากเนื้อหน้าอกน้อยมาก อาจได้ทรงแบนราบกว่าที่คาดหวัง

มีขั้นตอนซับซ้อนกว่าเล็กน้อย เนื่องจากต้องวางตำแหน่งซิลิโคนร่วมด้วย

 

หมายเหตุ: ผู้ที่มีหน้าอกหย่อนคล้อยระยะที่ 3 หรือเนื้อหน้าอกเหลือน้อย แพทย์มักแนะนำให้ทำร่วมกับการเสริมซิลิโคน เพื่อให้ได้ทรงที่เต็มอิ่มและคงรูปได้นานกว่า ส่วนผู้ที่หย่อนคล้อยระยะ 1-2 และยังมีเนื้อหน้าอกเพียงพอ มักเลือกยกกระชับหน้าอกแบบไม่เสริมได้โดยไม่ต้องพึ่งซิลิโคน

ยกกระชับหน้าอกมีเทคนิคอะไรบ้าง

ยกกระชับหน้าอกแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ วิธีการผ่าตัด ที่ให้ผลลัพธ์ชัดเจน และ วิธีการไม่ผ่าตัด ที่เน้นการฟื้นฟูสภาพผิวและเนื้อเยื่อด้วยนวัตกรรมต่าง ๆ การเลือกเทคนิคที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับระดับความหย่อนคล้อย สภาพผิว และความต้องการ รวมถึงข้อจำกัดของแต่ละบุคคล เรามาดูกันว่าแต่ละวิธีมีเทคนิคอะไรบ้างและเหมาะกับใคร

การผ่าตัดยกกระชับหน้าอก และแผลยกกระชับหน้าอกแต่ละแบบ

สำหรับผู้ที่มีปัญหาทรวงอกหย่อนคล้อยปานกลางถึงรุนแรงมาก การยกกระชับหน้าอกด้วยการผ่าตัด เป็นวิธีที่เห็นผลชัดเจนกว่าการไม่ผ่าตัด โดยแพทย์จะทำการปรับตำแหน่งเต้านม ยกหัวนมให้อยู่สูงขึ้น พร้อมตัดแต่งผิวหนังส่วนเกินที่หย่อนคล้อยให้กระชับขึ้น พร้อมตัดแต่งผิวหนังส่วนเกินให้กระชับ แผลยกกระชับหน้าอกจะแตกต่างกับไปตามความหย่อนคล้อย แบ่งได้ 4 แบบ ดังนี้ 

  1. ยกกระชับหน้าอก แผลรูปสมอเรือ (Anchor หรือ Invert T): เหมาะสำหรับหน้าอกที่หย่อนคล้อยมาก
    เป็นเทคนิคที่ใช้สำหรับผู้ที่มีหน้าอกหย่อนคล้อยมาก โดยแผลจะมีลักษณะเป็นรูปตัว T กลับหัว ทำให้สามารถยกกระชับและปรับรูปร่างหน้าอกได้อย่างเต็มที่
  2. ยกกระชับหน้าอก แผลแนวตั้ง (Lollipop): ทางเลือกสำหรับหน้าอกหย่อนคล้อยปานกลาง
    เป็นการกรีดแผลรอบปานนมลงมาถึงใต้เต้านมคล้ายแท่งอมยิ้ม เหมาะสำหรับผู้ที่มีหน้าอกหย่อนคล้อยปานกลาง ต้องการยกกระชับเต้านมโดยไม่ต้องตัดผิวหนังมากเกินไป
  3. ยกกระชับหน้าอก แผลรูปตัว O (O-Scar/Donut): เหมาะสำหรับหน้าอกหย่อนคล้อยไม่มากนัก
    เป็นการกรีดแผลรอบปานนมเป็นวงกลมคล้ายโดนัท นิยมใช้สำหรับผู้ที่มีความหย่อนคล้อยเพียงเล็กน้อยและต้องการลดขนาดปานนมร่วมด้วย
  4. ยกกระชับหน้าอก แผลเสี้ยวพระจันทร์ (Crescent): สำหรับผู้ที่ต้องการปรับรูปทรงเล็บน้อย
    เป็นการกรีดแผลเฉพาะส่วนบนของปานนมในรูปพระจันทร์เสี้ยว เหมาะสำหรับผู้ที่มีความหย่อนคล้อยเล็กน้อยและต้องการปรับตำแหน่งหัวนมเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

โดยรวมแล้ว แผลผ่าตัดยกกระชับหน้าอกจะถูกซ่อนไว้ในตำแหน่งรอบปานนมหรือใต้ราวนมเป็นหลัก และจะค่อย ๆ จางลงตามระยะเวลาหากดูแลถูกวิธี

ยกกระชับหน้าอกโดยไม่ต้องผ่าตัดด้วย J Plasma

สำหรับผู้ที่ต้องการยกกระชับทรวงอกโดยไม่ต้องผ่าตัด ปัจจุบันมีเทคนิคที่ช่วยฟื้นฟูความเต่งตึงของผิวได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยอาศัยการกระตุ้นคอลลาเจนหรือใช้พลังงานจากเทคโนโลยีต่าง ๆ เพื่อลดความหย่อนคล้อย เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาเล็กน้อยถึงปานกลาง และต้องการปรับหน้าอกให้ดูสวยกระชับขึ้น ได้แก่

  • ไมโครนีดลิ่งกระตุ้นคอลลาเจน (Microneedling) ยกตัวอย่างเช่นโปรแกรม Morpheus8 เทคนิคที่ใช้เข็มขนาดเล็กจำนวนหนึ่งส่งพลังงานเข้าไปยังชั้นผิว เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินขึ้นมาใหม่ด้วยตัวเอง ช่วยให้ผิวบริเวณหน้าอกกระชับและเรียบเนียนขึ้น วิธีนี้มักจะเน้นการกระชับผิวชั้นนอกมากกว่า และไม่ได้มีส่วนช่วยในการกระชับผิวชั้นในหรือกล้ามเนื้อ จึงเหมาะกับคนที่มีหน้าอกหย่อนคล้อยเล็กน้อยและผิวหน้าอกมีรอยยับย่นเท่านั้น
  • ยกกระชับหน้าอกอกแบบไร้แผล (Non-scar Breast Lift) เป็นเทคนิคที่ใช้พลังงานพลาสมา ส่งผ่านเข้าไปใต้ชั้นผิวหนังชั้นเดียวกับชั้นไขมัน เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิวและช่วยให้ผิวบริเวณโดยรอบเกิดการหดตัว ยกตัวอย่างเช่น โปรแกรม J-Plasma ซึ่งประกอบด้วยหัวส่งพลังงานขนาดเล็กที่เหมาะกับการกระชับหน้าอกให้เต่งตึงมากยิ่งขึ้น โดยจะทิ้งแผลไม่เกิน 3-5 เซนติเมตรหรือน้อยกว่า ทำให้หลังทำไม่ต้องพักฟื้นเป็นระยะเวลานาน เหมาะกับคนที่ต้องการประหยัดเวลา ไม่อยากผ่าตัด แต่จะเหมาะกับคนที่มีหน้าอกหย่อนคล้อยหรือหน้าอกย้วยเล็กน้อยจนถึงปานกลางเท่านั้น

รู้หรือไม่! ยกกระชับหน้าอก ทำพร้อมเติมไขมันหน้าอกได้นะ

การยกกระชับทรวงอกสามารถทำร่วมกับการเติมไขมันหน้าอก (Fat Grafting Breast Augmentation) ได้ ซึ่งนอกจากจะช่วยให้หน้าอกกระชับขึ้น ยังช่วยเสริมให้หน้าอกดูอวบอิ่ม ดูเป็นธรรมชาติกว่าการเสริมซิลิโคนเพียงอย่างเดียว

ข้อดีและข้อจำกัดของการยกกระชับหน้าอก

การตัดสินใจเลือกเทคนิคยกกระชับหน้าอก ไม่ว่าจะเป็นแบบผ่าตัดหรือไม่ผ่าตัด ล้วนมีข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจในแต่ละด้านจะช่วยให้คุณเลือกวิธีที่เหมาะสมกับสภาพปัญหา ความคาดหวัง และไลฟ์สไตล์ของตัวเองได้ดี

คุณสมบัติ

ยกกระชับอกแบบไม่ผ่าตัด

ยกกระชับอกแบบผ่าตัด

ผลลัพธ์

ค่อย ๆ กระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ แต่ไม่ถาวร ต้องทำซ้ำเป็นระยะ

เห็นผลลัพธ์ชัดเจนในระยะยาว ปรับรูปทรงได้ตามต้องการ แต่ไม่สามารถย้อนคืนได้

ระดับความหย่อนคล้อยที่เหมาะสม

หย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง อาจไม่เห็นผลชัดหากหย่อนคล้อยมาก

หย่อนคล้อยปานกลางถึงรุนแรง มีข้อจำกัดในผู้ที่มีปัญหาสุขภาพบางประการ

ระยะเวลาการเห็นผล

ไม่ต้องพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

แม้ต้องพักฟื้น 1-2 สัปดาห์ แต่เป็นเพียง ครั้งเดียว

ระยะเวลาพักฟื้น

ไม่ต้องพักฟื้น ใช้ชีวิตได้ตามปกติ

ต้องพักฟื้น 1-2 สัปดาห์ หลีกเลี่ยงกิจกรรมหนัก 4-6 สัปดาห์

รอยแผล

ไม่มีรอยแผลเป็น แต่มีโอกาสเกิดรอยแดง/ระคายเคืองในบางราย

อาจมีรอยแผลเป็นแต่สามารถ ซ่อนได้ตามเทคนิค

ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน

น้อยมาก ส่วนใหญ่เป็นอาการบวมแดงชั่วคราว ไม่รุนแรง

มีความเสี่ยง เช่น แผลติดเชื้อ เลือดออกผิดปกติ อาการชา แต่จัดการได้โดยแพทย์ผู้ชำนาญการ

ค่าใช้จ่าย

ต่ำกว่า การผ่าตัดในแต่ละครั้ง

สูงกว่าในครั้งแรก แต่เป็นการลงทุนที่ให้ผลระยะยาว

ความสามารถในการปรับรูปทรงหน้าอก

ช่วยให้กระชับขึ้นได้ แต่ไม่สามารถปรับตำแหน่งหัวนม

ครอบคลุมและปรับได้หลากหลาย เหมาะหากต้องการแก้ปัญหาหลายส่วน

ก่อนผ่าตัดยกกระชับหน้าอก เตรียมตัวอย่างไร?

วิธีเตรียมตัวก่อนยกกระชับหน้าอก
  • ตรวจสุขภาพและเต้านม เช่น ตรวจเลือด ตรวจแมมโมแกรม หรืออัลตราซาวนด์ เป็นต้น
  • แจ้งแพทย์หากมีโรคประจำตัวหรือใช้ยาใด ๆ อยู่ เพื่อป้องกันผลข้างเคียงหลังทำ
  • ปรึกษาแพทย์ เพื่อประเมินสภาพผิวและเลือกเทคนิคที่เหมาะสม
  • งดการใช้สกินแคร์ที่มีสารผลัดเซลล์ผิว ก่อนเข้ารับบริการอย่างน้อย 7 วันขึ้นไป
  • งดยาและอาหารเสริมที่ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด อย่างน้อย 1 เดือนก่อนผ่าตัด
  • หลีกเลี่ยงแสงแดดและการสัมผัสความร้อน เพื่อลดโอกาสเกิดการระคายเคืองหลังทำ
  • เตรียมเสื้อผ้าที่สวมใส่ง่าย เช่น เสื้อแบบติดกระดุมหน้า เพื่อลดแรงกดทับบริเวณแผล
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อให้ผิวชุ่มชื้นและตอบสนองต่อการกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนได้ดี
  • จัดเตรียมที่พักฟื้นและผู้ดูแลให้พร้อมก่อนทำ เนื่องจากหลังทำอาจรู้สึกเจ็บ ปวด ต้องมีผู้ดูแลใกล้ชิด

การดูแลตัวเองหลังผ่าตัดกระชับหน้าอก

  • หลีกเลี่ยงความร้อนและแสงแดด อย่างน้อย 48 ชั่วโมงหลังทำเพื่อป้องกันการระคายเคืองผิว
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อช่วยให้ผิวฟื้นฟูและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้อย่างเต็มที่
  • งดการสัมผัสหน้าอก เช่น การกด นวด หรือใส่เสื้อรัดแน่นหน้าอกจนเกินไป อาจทำให้ระคายเคือง
  • สวมบราพยุงหน้าอก (Surgical Bra) ตลอด 24 ชั่วโมงในช่วงแรก เพื่อพยุงหน้าอกและป้องกันการเคลื่อนไหวที่มากเกินไป
  • งดออกกำลังกายหนักและยกของหนัก อย่างน้อย 4-6 สัปดาห์ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการฉีกขาดของแผลผ่าตัด
  • หลีกเลี่ยงการนอนคว่ำ และพยายามนอนให้ศีรษะสูงกว่าหน้าอก เพื่อให้หน้าอกอยู่ในท่าทางที่ถูกต้องตามสรีระ
  • ลุกเดินบ้างระหว่างวัน เพื่อกระตุ้นการทำงานของระบบไหลเวียนในร่างกาย ไม่ควรนั่งหรือนอนอยู่ที่เดิมทั้งวัน
  • ทำแผลและรับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง เพื่อลดการติดเชื้อและช่วยให้แผลสมานตัวเร็วขึ้น
  • ติดตามผลกับศัลยแพทย์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อตรวจเช็กแผลและประเมินผลลัพธ์หลังทำ

ยกกระชับหน้าอกกี่วันหาย

ช่วงพักฟื้นหลังการยกกระชับหน้าอกจะแตกต่างกันไปตามเทคนิคที่ใช้และสภาพร่างกายของแต่ละคน โดยทั่วไป อาการบวมตึงหลังการยกกระชับทรวงอกจะค่อย ๆ ดีขึ้นภายใน 1 – 2 สัปดาห์ และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติในช่วงนี้ ช่วงแรกควรหลีกเลี่ยงการยกของหนัก ยกแขนสูง หรือออกแรงมาก เพื่อให้แผลหายไวและรูปทรงเข้าที่ได้อย่างสมบูรณ์

หลังจากเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 – 4 ร่างกายจะเริ่มฟื้นตัวเกือบเต็มที่ และเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนมากขึ้นในช่วง 2 – 3 เดือน ทั้งในเรื่องความกระชับ รูปทรง และสัมผัสที่ดูเป็นธรรมชาติ แนะนำให้เลือกทำศัลยกรรมกับแพทย์ที่มีความชำนาญและทำกับโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐาน ยังช่วยลดโอกาสเกิดผลข้างเคียงที่ผิดปกติ

ผลข้างเคียงจากการยกกระชับหน้าอก

ผลข้างเคียงที่พบได้ทั่วไป

  • อาการบวมและช้ำ มักเกิดขึ้นในช่วงแรกหลังทำ โดยเฉพาะแบบผ่าตัด ซึ่งจะดีขึ้นภายใน 1-2 สัปดาห์
  • เจ็บหรือรู้สึกตึงหน้าอก เป็นอาการปกติที่อาจเกิดขึ้นจากกระบวนการรักษา แต่อาการจะค่อย ๆ บรรเทาลง
  • อาการคันบริเวณแผล (เฉพาะแบบผ่าตัด) มักเกิดขึ้นระหว่างที่แผลกำลังสมานตัว
  • มีรอยแดงหรือระคายเคืองผิวหนัง สำหรับผู้ที่ทำแบบไม่ผ่าตัด อาจเกิดจากปฏิกิริยาของผิวต่อพลังงานที่ใช้
  • ความรู้สึกบริเวณหน้าอกเปลี่ยนไป (เฉพาะแบบผ่าตัด) อาจเกิดอาการชาหรือไวต่อความรู้สึก ซึ่งมักจะค่อย ๆ กลับมาเป็นปกติ

ผลข้างเคียงที่ผิดปกติ (ต้องพบแพทย์โดยด่วน)

  • แผลติดเชื้อหรือมีหนอง (เฉพาะแบบผ่าตัด) หากมีอาการบวมแดงรุนแรง ร้อนบริเวณแผล หรือมีหนองออกมา ควรรีบพบแพทย์ทันที
  • เลือดออกผิดปกติ (เฉพาะแบบผ่าตัด) หากมีเลือดไหลไม่หยุดหรือกดแล้วเลือดยังคงซึมออกมาอย่างต่อเนื่อง
  • เจ็บหน้าอกรุนแรงผิดปกติ หากมีอาการปวดมากจนทนไม่ไหว หรือเจ็บร้าวผิดปกติ อาจเป็นสัญญาณของภาวะแทรกซ้อน
  • หน้าอกผิดรูปหรือแผลไม่หาย หากหน้าอกเกิดการผิดรูปผิดขนาด หรือแผลไม่สมานตัวภายในเวลาที่ควร
  • มีไข้สูงหรืออาการอักเสบรุนแรง อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อที่รุนแรง ซึ่งต้องได้รับการรักษาโดยเร็ว

รีวิวยกกระชับทรวงอกที่ AM International Hospital

ส่วนหนึ่งของภาพรีวิวยกกระชับหน้าอกโดยแพทย์ AM International Hospital จะเห็นได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของผลลัพธ์ ในเรื่องของความกระชับเต่งตึงขึ้นของหน้าอก ทำให้รูปทรงหน้าอกดูสวยแลดูเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น

นพ.วันเฉลิม จงสิริวัฒนา

Dr. Wanchalerm Chungsiriwattana

License Number (M.D.) 44595

คุณหมอบาสชวนคุยกับการยกกระชับหน้าอก

“ผู้หญิงหลายคนมักไม่มั่นใจเรื่องหน้าอกหย่อนคล้อย โดยเฉพาะหลังคลอดหรือหลังลดน้ำหนักมาก ๆ บางคนเข้าใจว่าต้องเสริมซิลิโคนเท่านั้นจึงจะแก้ได้ แต่จริง ๆ แล้ว ‘การยกกระชับหน้าอก’ ก็เป็นอีกทางเลือกที่ตอบโจทย์มากกว่าครับ

การยกกระชับหน้าอกจะช่วยจัดตำแหน่งหัวนมและผิวหนังให้หน้าอกกลับมาได้รูป ดูกระชับขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มขนาด ซึ่งเหมาะกับคนที่ยังพอใจกับขนาดหน้าอกเดิมอยู่แล้ว แต่แค่รู้สึกว่าทรงมันไม่เหมือนเดิม

หมอบาสแนะนำว่า ก่อนตัดสินใจทำควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง เพื่อประเมินว่าเนื้อหน้าอกเดิมมีมากพอไหม ต้องใช้เทคนิคไหน หรือควรทำควบคู่กับการเสริมซิลิโคนหรือไม่ เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาสวยและมีความปลอดภัยในระยะยาว

การผ่าตัดยกกระชับหน้าอก ไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงามครับ แต่คือการคืนความมั่นใจให้ผู้หญิงกลับมายืนเต็มตัวในแบบที่เป็นตัวเองได้อีกครั้ง”

ยกกระชับหน้าอกราคาเท่าไร? ที่ AM International Hospital

ราคาการยกกระชับหน้าอก ราคาอยู่ที่ประมาณ 50,000 บาทขึ้นไป ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น เทคนิคที่ใช้ ระดับความหย่อนคล้อย ขนาดหน้าอก และโรงพยาบาลที่เลือก โดยการยกกระชับแบบไม่ผ่าตัดมักมีราคาต่ำกว่าการผ่าตัด และอาจต้องทำซ้ำเพื่อคงผลลัพธ์ ส่วนการผ่าตัดจะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า แต่ผลลัพธ์ที่ได้จะคงอยู่นานกว่า

ราคายกกระชับหน้าอก รวมค่าใช้จ่ายส่วนไหนแล้วบ้าง?

โดยปกติ ค่าใช้จ่ายในการยกกระชับหน้าอกจะครอบคลุมบางหรือทั้งหมดของรายการต่อไปนี้

  •  ค่าปรึกษาแพทย์และวางแผนการรักษา
  •  ค่าหัตถการหรือค่าผ่าตัด
  •  ค่าดมยาสลบ (ในกรณีผ่าตัด)
  •  ค่ายาและเวชภัณฑ์
  •  ค่าใช้จ่ายในการพักฟื้น (หากทำที่โรงพยาบาล)
  •  การติดตามผลและตรวจเช็กหลังทำ

อย่างไรก็ตาม ราคาที่แจ้งอาจไม่รวมค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น ค่ายากลับบ้าน ค่าพยาบาล หรือค่าดูแลแผลในระยะยาว ดังนั้น ควรสอบถามรายละเอียดกับโรงพยาบาลให้ครบถ้วนก่อนตัดสินใจ

คำถามพบบ่อยท้ายบท?

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: ยกกระชับหน้าอกเจ็บไหม?

ในระหว่างผ่าตัดจะมีการใช้ยาชาหรือดมยาสลบ ทำให้ไม่รู้สึกเจ็บ หลังผ่าตัดอาจมีอาการปวดตึงซึ่งสามารถบรรเทาได้ด้วยยาแก้ปวด และอาการจะค่อย ๆ ดีขึ้นภายในไม่กี่สัปดาห์

ทำได้ค่ะ หากยังมีเนื้อหน้าอกเพียงพอที่จะจัดทรงได้สวยงาม แพทย์จะประเมินปริมาณเนื้อหน้าอกในวันปรึกษาว่าเหมาะกับการยกกระชับอย่างเดียว หรือควรทำร่วมกับซิลิโคนขนาดเล็กเพื่อเติมวอลุ่ม

หากทำแบบไม่ผ่าตัดผลลัพธ์ไม่ถาวร อาจต้องทำซ้ำเป็นระยะเพื่อคงความกระชับ หากทำแบบผ่าตัดผลลัพธ์อยู่ได้นานหลายปี แต่ยังสามารถหย่อนคล้อยได้ตามธรรมชาติ ขึ้นอยู่กับอายุ การเปลี่ยนแปลงของน้ำหนัก และพฤติกรรมการใช้ชีวิต

สรุปการยกกระชับหน้าอก คืนความมั่นใจให้ทรงสวย

ยกกระชับหน้าอกเป็นวิธีที่ช่วยปรับปรุงรูปร่างและฟื้นฟูความมั่นใจให้กับผู้ที่มีปัญหาหน้าอกหย่อนคล้อย ไม่ว่าจะเลือกวิธี ไม่ผ่าตัด หรือ ผ่าตัด ก็มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับความต้องการและปัญหาของแต่ละบุคคล

วิธียกกระชับหน้าอกแบบไม่ผ่าตัด จะเหมาะกับผู้ที่มีหน้าอกหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง และไม่ต้องการพักฟื้นนาน แต่ผลลัพธ์จะไม่ถาวร ต้องทำซ้ำเพื่อคงความกระชับ ส่วนการผ่าตัดยกกระชับหน้าอก เป็นวิธีที่ได้ผลลัพธ์ระยะยาว เหมาะกับผู้ที่มีหน้าอกหย่อนคล้อยมากและต้องการการปรับแต่งรูปทรงหน้าอก แต่จะต้องพักฟื้น และอาจมีความเสี่ยงจากแผลผ่าตัดด้วย

ก่อนตัดสินใจเลือกวิธียกกระชับหน้าอก จึงควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมและเลือกที่เหมาะสมตามความต้องการและสภาพร่างกาย โดยทั้งสองวิธีสามารถช่วยเพิ่มความมั่นใจและให้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจได้ หากดูแลตัวเองตามคำแนะนำอย่างถูกวิธี!

แชร์ :
โปรโมชั่นสุดพิเศษ
ลงทะเบียนติดต่อเรา

ปรึกษาแพทย์ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมรับ
โปรโมชั่นก่อนใคร

ลงทะเบียนติดต่อเรา

ปรึกษาแพทย์ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมรับโปรโมชั่นก่อนใคร

Thank You!

You details has been successfully submitted. Thanks!

ขอบคุณ!

ข้อมูลของคุณถูกส่งเรียบร้อยแล้ว 

ขอบคุณข้อเสนอแนะติชม