J Plasma (เจพลาสมา) คืออะไร? เจาะลึกการทำงาน ข้อดี และผลลัพธ์

J Plasma

J Plasma (เจพลาสมา) เป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่ถูกนำมาใช้จัดการปัญหาผิวหย่อนคล้อย โดยเฉพาะในบริเวณที่ต้องการเพิ่มความกระชับและเก็บรายละเอียดของผิว หลังการเปลี่ยนแปลงของรูปร่างหรือการดูดไขมัน แต่ J Plasma ทำงานอย่างไร? มีข้อดีและข้อจำกัดอะไร? และผลลัพธ์หลังทำจะเป็นอย่างไร? บทความนี้จะพาไปเจาะลึกตั้งแต่ หลักการทำงาน ข้อดี ไปจนถึงผลลัพธ์ เพื่อช่วยให้เข้าใจก่อนตัดสินใจ

HIGHLIGHTS:

  • J Plasma ใช้พลังงาน Helium Plasma ร่วมกับ RF เพื่อช่วยจัดการปัญหาผิวหย่อนคล้อย
  • ช่วยให้ผิวบริเวณที่ทำดูกระชับและเรียบตึงขึ้น โดยไม่ต้องตัดผิวหนังส่วนเกิน
  • สามารถใช้ได้หลายบริเวณ เช่น หน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา กรอบหน้า และลำคอ
  • ผลลัพธ์จะค่อย ๆ ดีขึ้นหลังทำ และแตกต่างกันไปตามสภาพผิวของแต่ละบุคคล
เลือกอ่านตามหัวข้อด้านล่าง

J Plasma (เจพลาสมา) คืออะไร

J Plasma คืออะไร

J Plasma (เจพลาสมา) คือเทคโนโลยียกกระชับผิวชั้นลึกที่ใช้พลังงานพลาสมาฮีเลียม (Helium Plasma) ผสานกับการใช้พลังงานคลื่นความถี่วิทยุ (Radio Frequency: RF)  ช่วยกระชับผิวหนังที่หย่อนคล้อยให้แน่นขึ้น ซึ่งพลังงานที่ปล่อยออกมาจะมีลักษณะเฉพาะ ทำให้สามารถเก็บความกระชับของผิวได้ละเอียด ส่งเสริมการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว และลดความเสี่ยงในการทำลายเนื้อเยื่อข้างเคียง 

ปัจจุบันมีการพัฒนา Apyx One Console ซึ่งเป็นเครื่อง J Plasma รุ่นใหม่ที่รองรับการทำงานร่วมกันของพลังงานคลื่นความถี่วิทยุ (RF) แบบ Monopolar และ Bipolar กับพลังงานพลาสมา ช่วยให้แพทย์ควบคุมการส่งพลังงานได้อย่างแม่นยำและสม่ำเสมอมากยิ่งขึ้น พร้อมรองรับหัวนำส่งพลังงานขนาดเล็กสำหรับบริเวณที่ต้องการความละเอียดสูง จึงช่วยให้สามารถดูแลผิวในจุดเล็กหรือจุดบอบบางได้เหมาะสม

หลักการทำงานของ J Plasma

J Plasma เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวที่ใช้พลังงานจาก Helium Plasma ร่วมกับคลื่นความถี่วิทยุ (RF) เพื่อส่งพลังงานความร้อนลงสู่ชั้นเนื้อเยื่อใต้ผิวด้วยอุณหภูมิที่สูงถึง 85 องศาเซลเซียส โดยความร้อนที่เกิดขึ้นช่วยให้โครงสร้างเนื้อเยื่อและเส้นใยคอลลาเจนเกิดการหดตัว ทำให้ผิวดูกระชับขึ้น ขณะที่ก๊าซฮีเลียมที่ช่วยลดความร้อนของพลาสมาหลังการส่งพลังงาน จึงช่วยควบคุมอุณหภูมิบริเวณที่ทำได้

J Plasma ช่วยยกกระชับบริเวณไหนได้บ้าง

J Plasma เป็นเทคโนโลยีที่สามารถนำมาใช้ยกกระชับผิวหนังในหลายตำแหน่งของร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณที่มีแนวโน้มเกิดการหย่อนคล้อยได้ง่ายจากอายุ น้ำหนักตัว หรือการเปลี่ยนแปลงหลังคลอดบุตร ตำแหน่งที่สามารถทำ J Plasma ได้ เช่น

  • หน้าท้อง เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยหลังลดน้ำหนักหรือคลอดบุตร
  • ต้นแขน ลดแขนห้อย แขนย้วย ในกลุ่มที่เคยลดน้ำหนักกะทันหันหรืออายุมาก
  • ต้นขา ช่วยกระชับผิวต้นขาด้านใน ด้านนอก
  • กรอบหน้า ลดเหนียง กรอบหน้าหย่อนคล้อย ให้คมชัดขึ้น
  • แผ่นหลัง เก็บผิวหย่อนคล้อย บริเวณแผ่นหลังล่างและบน หรือปีกเสื้อใน

และด้วยเทคโนโลยีเครื่องรุ่นใหม่อย่าง Apyx One Console ที่รองรับหัวนำส่งพลังงานขนาดเล็ก ทำให้แพทย์สามารถสอดเก็บรายละเอียดความกระชับในพื้นที่เล็ก บอบบาง หรือเข้าถึงยากได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น

J Plasma เหมาะกับใคร

  • ผู้ที่มีปัญหาผิวหนังหย่อนคล้อยหลังลดน้ำหนัก หรือหลังคลอดบุตร
  • ผู้ที่ต้องการยกกระชับผิวหนังโดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ หรือไม่ต้องการตัดผิวหนังส่วนเกิน
  • ผู้ที่มีไขมันสะสมร่วมกับผิวหย่อนคล้อยในบางตำแหน่ง เช่น หน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา กรอบหน้า ลำคอ
  • ผู้ที่ต้องการเก็บความกระชับของผิวหลังดูดไขมัน เพื่อให้ผิวตึงเรียบเนียนยิ่งขึ้น
  • ผู้ที่มีอายุมาก และต้องการฟื้นฟูความยืดหยุ่น ความแน่นกระชับของผิว
  • ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์การกระชับผิวที่เห็นผลรวดเร็ว โดยมีเวลาพักฟื้นน้อย
  • ผู้ที่ไม่มีโรคประจำตัวร้ายแรง และมีสภาพร่างกายพร้อมสำหรับการผ่าตัด

ข้อดี-ข้อจำกัด ของการยกกระชับผิวด้วย J Plasma

J Plasma เป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการกระชับผิวหย่อนคล้อยโดยไม่ต้องตัดหนังส่วนเกินออก อย่างไรก็ตาม ในทุกการรักษาก็มีทั้งจุดเด่นและข้อจำกัดที่ควรรู้ เพื่อช่วยประกอบการตัดสินใจก่อนทำ

J Plasma ข้อดี ข้อจำกัด

ข้อดีของการยกกระชับผิวด้วย J Plasma

  • ช่วยกระชับผิวที่หย่อนคล้อย โดยพลังงานความร้อนช่วยให้เนื้อเยื่อเกิดการหดตัว
  • ไม่จำเป็นต้องตัดหนังส่วนเกินออก เหมือนการผ่าตัดกระชับผิวในบางกรณี
  • ใช้แผลขนาดเล็ก สำหรับสอดหัวนำส่งพลังงาน จึงไม่ต้องมีแผลผ่าตัดขนาดใหญ่
  • สามารถทำได้หลายบริเวณ ทั้งใบหน้า กรอบหน้า และลำตัว ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์
  • ช่วยส่งเสริมการสร้างคอลลาเจน ซึ่งมีส่วนช่วยให้ผิวดูแน่นและกระชับขึ้นในระยะต่อมา
  • สามารถใช้ร่วมกับการดูดไขมันได้ในบางกรณี เพื่อช่วยจัดการปัญหาผิวหย่อนคล้อยหลังนำไขมันออก

ข้อจำกัดของการยกกระชับผิวด้วย J Plasma

  • ไม่สามารถทดแทนการผ่าตัดกระชับผิวได้ โดยผู้ที่มีหนังส่วนเกินมากหรือผิวหย่อนคล้อยรุนแรงอาจเหมาะกับการผ่าตัดมากกว่า
  • อาจมีอาการบวม ช้ำ เจ็บ หรือตึงบริเวณที่ทำ ในช่วงแรกหลังการรักษา ซึ่งระยะเวลาการฟื้นตัวแตกต่างกันในแต่ละบุคคล
  • มีโอกาสเกิดความร้อนสะสมใต้ผิวได้ เช่น การบาดเจ็บของเนื้อเยื่อ หากใช้พลังงานหรือเทคนิคไม่เหมาะสม จึงควรทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์
  • ผลลัพธ์ไม่ได้เหมือนกันทุกคน เนื่องจากขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ ระดับความหย่อนคล้อย และการตอบสนองของร่างกาย
  • การดูแลหลังทำมีส่วนต่อการฟื้นตัวและผลลัพธ์ โดยควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

การเตรียมตัวก่อนทำ J Plasma

เพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างราบรื่นและเกิดผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องมีการเตรียมตัวอย่างเหมาะสมก่อนเข้ารับบริการยกกระชับผิวด้วย J Plasma โดยมีขั้นตอนการเตรียมตัวดังนี้

  • ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสภาพผิวและความหย่อนคล้อยอย่างละเอียด
  • งดสูบบุหรี่และแอลกอฮอล์อย่างน้อย 1–2 สัปดาห์ก่อนทำ
  • งดทานยาที่ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน, วิตามินอี, น้ำมันปลา ตามคำแนะนำแพทย์
  • เตรียมชุดหลวม ๆ และชุดกระชับที่เหมาะสมสำหรับใส่หลังทำ
  • หากมีโรคประจำตัวหรือใช้ยาประจำ ควรแจ้งให้แพทย์ทราบล่วงหน้า
  • งดอาหารและน้ำ 6–8 ชั่วโมงก่อนทำ ในกรณีที่ต้องดมยาสลบ

การเตรียมตัวก่อนทำ J Plasma

ยกกระชับผิวด้วย J Plasma ต้องอาศัยความละเอียดและความชำนาญของแพทย์ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการ โดยกระบวนการต่าง ๆ จะดำเนินการโดยแพทย์เท่านั้น ตั้งแต่การวางแผนการรักษา ไปจนถึงการดูแลหลังทำ โดยขั้นตอนการทำ J Plasma ประกอบด้วย

  • เริ่มด้วยขั้นตอนการระงับความเจ็บปวดด้วยยาชาเฉพาะที่หรือดมยาสลบ (โดยวิสัญญีแพทย์)
  • เปิดแผลขนาดเล็ก (ประมาณ 4-5 มิลลิเมตร) บริเวณที่จะทำการยกกระชับ
  • สอดหัวปล่อยพลังงาน J Plasma เข้าไปใต้ชั้นผิวหนัง
  • แพทย์จะทำการปรับพลังงานให้เหมาะสมกับชั้นผิวและสภาพเนื้อเยื่อแต่ละพื้นที่
  • ปล่อยพลังงานพลาสมาผสมคลื่น RF เพื่อกระตุ้นการหดตัวของเส้นใย Fibroseptal Network
  • ปิดแผลด้วยการเย็บหรือใช้ปลาสเตอร์ปิดแผลขนาดเล็ก พร้อมใส่ชุดกระชับทันทีหลังทำ

วิธีดูแลตัวเองหลังทำ J Plasma

การดูแลตัวเองหลังทำ J Plasma มีผลอย่างมากต่อการสมานตัวของผิวและผลลัพธ์ระยะยาว ซึ่งการปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดจะช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาตรงตามแผนการรักษามากขึ้น 

  • ใส่ชุดกระชับบริเวณที่ทำต่อเนื่อง 24 ชั่วโมงในช่วง 2–4 สัปดาห์แรก
  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ใช้แรงกระแทก เช่น วิ่ง กระโดด หรือยกของหนัก เป็นเวลาอย่างน้อย 1 เดือน
  • ทำความสะอาดแผลอย่างถูกวิธี และเปลี่ยนผ้าปิดแผลตามที่แพทย์แนะนำ
  • งดว่ายน้ำ แช่อ่างอาบน้ำ หรือการอบซาวน่าในช่วง 4–6 สัปดาห์หลังทำ
  • รับประทานยาแก้อักเสบและยาแก้ปวดตามที่แพทย์สั่งอย่างต่อเนื่อง ไม่ซื้อยามาทานเอง
  • มาพบแพทย์ตามนัดทุกครั้ง เพื่อประเมินการฟื้นตัวของผิวและตรวจสอบความเรียบร้อยของผลลัพธ์

หลังทำ J Plasma พักฟื้นกี่วัน

การยกกระชับผิวด้วย J Plasma ใช้เวลาพักฟื้นน้อยเมื่อเทียบกับการผ่าตัดใหญ่ โดยทั่วไปอาการบวม ช้ำ หรือรู้สึกตึงผิวจะเริ่มดีขึ้นภายใน 7-10 วันแรก และสามารถกลับไปทำกิจกรรมเบา ๆ ได้ตามปกติหลังทำประมาณ 3-5 วัน อย่างไรก็ตาม เพื่อผลลัพธ์ที่ดี แนะนำให้ใส่ชุดกระชับอย่างต่อเนื่องประมาณ 4-6 สัปดาห์ และหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่อาจกระทบกับร่างกายหรือเคลื่อนไหวรุนแรงจนกว่าผิวจะฟื้นตัวเต็มที่

J Plasma เห็นผลเมื่อไหร่ และอยู่ได้นานแค่ไหน?

หลังทำ J Plasma ผิวจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงด้านความกระชับในช่วงแรก และผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดขึ้นในช่วง 3-6 เดือน หลังทำ เนื่องจากเนื้อเยื่อใต้ผิวมีการปรับตัวต่อเนื่อง ช่วยให้ผิวบริเวณที่หย่อนคล้อยดูกระชับและเรียบตึงขึ้น

ส่วนระยะเวลาที่ผลลัพธ์คงอยู่จะแตกต่างกันในแต่ละบุคคล โดยขึ้นอยู่กับอายุ คุณภาพผิว น้ำหนักตัว และการดูแลตัวเองหลังทำ ดังนั้นระยะเวลาคงผลลัพธ์จึงไม่สามารถกำหนดเป็นตัวเลขตายตัวได้

J Plasma Vs BodyTite ต่างกันอย่างไร?

ทั้ง J Plasma และ BodyTite เป็นเทคโนโลยีที่ใช้พลังงาน RF เพื่อช่วยกระชับผิว แต่มีรูปแบบการส่งพลังงานและระบบควบคุมที่แตกต่างกัน ซึ่งการเลือกใช้จึงควรพิจารณาจากระดับความหย่อนคล้อยและลักษณะผิวของแต่ละบุคคล

ความแตกต่าง J Plasma J Plasma (Apyx One) BodyTite Pro
พลังงาน Helium Plasma + RF Helium Plasma + Advanced RF (Monopolar & Bipolar ใช้พลังงาน RF แบบ Bipolar
การทำงาน ระบบควบคุมตามรุ่นและอุปกรณ์ที่ใช้งาน มีหน้าจอสัมผัส ระบบตั้งค่าตามบริเวณ และระบบตรวจสอบการทำงานของเครื่อง ส่งพลังงาน RF ใต้ผิว พร้อมระบบควบคุมอุณหภูมิจากภายนอก
จุดเด่น เน้นการส่งพลังงาน Helium Plasma เพื่อกระชับเนื้อเยื่อ เน้นการกระชับผิวชั้นลึก เพิ่มหัวเจาะขนาดเล็กพิเศษ เก็บรายละเอียดจุดบอบบางได้ดีขึ้น กระชับผิวพร้อมดูดไขมันได้ในบริเวณเดียวกัน
เหมาะกับใคร ผู้ที่ต้องการเน้นแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย ผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยและต้องการเลือกใช้พลังงานให้เหมาะกับบริเวณและแผนการรักษา ผู้ที่มีทั้งไขมันส่วนเกินและผิวหย่อนคล้อย

สรุป ทั้งสองเทคโนโลยีมีจุดเด่นต่างกัน การเลือกใช้ควรพิจารณาจากปริมาณไขมัน ระดับผิวหย่อนคล้อย และเป้าหมายของแต่ละบุคคล โดยให้แพทย์เป็นผู้ประเมิน

J Plasma ราคาเท่าไหร่?

การทำ J Plasma ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 49,900 บาท ทั้งนี้ ค่าบริการอาจแตกต่างกันตามบริเวณที่ทำ ระดับความหย่อนคล้อย และเทคนิคที่แพทย์เลือกใช้ จึงไม่มีราคากลางที่ตายตัว แนะนำให้เข้ารับการประเมินเพื่อวางแผนและประเมินค่าใช้จ่ายให้เหมาะกับแต่ละเคสค่ะ

,,

คุณหมอไอซ์ ชวนคุย ใครบ้างที่จำเป็นต้องทำ J Plasma ควรทำก่อน หรือหลังดูดไขมันดี

จากการพูดคุยกับคุณหมอไอซ์ - นพ. วิษณุ เฮ้งสวัสดิ์ (ว.51179) พบว่าการทำ J Plasma มักจะแนะนำให้ทำหลังการดูดไขมันเป็นหลัก เพื่อช่วยจัดการกับปัญหาผิวย้วยหรือผิวหย่อนคล้อยที่เกิดขึ้นตามมา เนื่องจากหลังดูดไขมัน ผิวหนังในหลายกรณีอาจไม่สามารถหดตัวกลับได้เต็มที่เองตามธรรมชาติ "หลังดูดไขมัน ผิวบางส่วนจะมีความหย่อนคล้อยเนื่องจากไขมันที่อยู่ใต้ชั้นผิวถูกกำจัดออกไป ซึ่งการใช้ J Plasma จะช่วยให้ผิวหดตัวแนบกระชับเข้ารูปมากขึ้น" ดังนั้น สำหรับผู้ที่วางแผนดูดไขมัน ไม่ว่าจะเป็นบริเวณเหนียง ต้นแขน หน้าท้อง หรือต้นขา หากประเมินแล้วมีโอกาสที่ผิวจะหย่อนคล้อยหลังดูดไขมัน การวางแผนทำ J Plasma ต่อเนื่องจะช่วยให้ได้รูปร่างที่กระชับ เรียบเนียน และได้ผลลัพธ์ที่สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

ยกกระชับผิวด้วย J Plasma ที่ไหนดี ควรพิจารณาจากปัจจัยใด

การเลือกสถานพยาบาลสำหรับทำเจพลาสมาควรดูทั้งประสบการณ์ของแพทย์ เทคโนโลยีที่ใช้ และการดูแลหลังทำ โดยนอกจากอ่านข้อมูลแล้ว การดู J Plasma รีวิวจากเคสจริงก็ช่วยให้เห็นแนวทางการรักษาและผลลัพธ์ในมุมที่หลากหลาย ก่อนนำมาใช้ประกอบการตัดสินใจ

  • แพทย์เคยผ่านการใช้ J Plasma มาก่อน ศึกษาโปรไฟล์แพทย์ว่ามีเคสทำ J Plasma มาก่อนหรือการดูดไขมันร่วมด้วยหรือไม่ และต้องมีความเข้าใจลักษณะชั้นผิวและเนื้อเยื่อในแต่ละบริเวณอย่างละเอียด
  • มีการวางแผนการประเมินเฉพาะบุคคลอย่างละเอียดก่อนทำ เช่น ตรวจคุณภาพผิว ความหย่อนคล้อย และออกแบบแนวทางการรักษาให้เหมาะกับสภาพร่างกายจริงของแต่ละคน
  • มาตรฐานความสะอาดและห้องผ่าตัดปลอดเชื้อ และอุปกรณ์ทุกชิ้นต้องผ่านการฆ่าเชื้อมาตรฐานจากกระทรวงสาธารณสุข
  • การดูแลหลังทำครอบคลุม ควรมีการติดตามผลหลังทำ เช่น นัดตรวจติดตามผล ประเมินการฟื้นตัว และให้คำแนะนำการดูแลตัวเองระหว่างพักฟื้นเองที่บ้านด้วย
  • มีการติดตามผลหลังทำ มีการนัดติดตาม ประเมินการฟื้นตัว และให้คำแนะนำในการดูแลตัวเองหลังทำอย่างต่อเนื่อง

รีวิวยกกระชับผิว J Plasma ที่ AM International Hospital

และนี่เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ยกกระชับผิวด้วย J Plasma ที่รีวิวจากผู้มาใช้บริการจริงกับทาง AM International Hospital

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ J Plasma (FAQs)

J Plasma เจ็บไหม?

ขณะทำ J Plasma จะมีการระงับความรู้สึกตามแผนการรักษา จึงช่วยลดความรู้สึกไม่สบายในระหว่างทำได้ และหลังทำอาจมีอาการบวม ช้ำ เจ็บ หรือตึงบริเวณที่ทำ ซึ่งมักค่อย ๆ ดีขึ้นตามระยะการฟื้นตัว

J Plasma เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยจัดการปัญหาผิวหย่อนคล้อย โดยสามารถนำมาใช้ร่วมกับการดูดไขมัน หรือที่เรียกว่า J Plasma Liposuction ในเคสที่ต้องการจัดการทั้งไขมันส่วนเกินและผิวหย่อนคล้อย ทั้งนี้แพทย์จะประเมินสภาพผิวและวางแผนการรักษาให้เหมาะกับแต่ละเคส

สามารถพิจารณาทำซ้ำได้ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จำเป็นต้องทำ โดยแพทย์จะประเมินจากระดับความหย่อนคล้อย ผลลัพธ์หลังทำครั้งแรก และสภาพผิวในขณะนั้นก่อนวางแผนการรักษาเพิ่มเติม

J Plasma สามารถเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงของความกระชับได้หลังทำ และผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดขึ้นในช่วงหลังจากนั้น ระยะเวลาที่เห็นผลจะแตกต่างกันไปตามสภาพผิวและการตอบสนองของแต่ละบุคคล

สรุป J Plasma

J Plasma คือเทคโนโลยียกกระชับผิวที่ใช้พลังงานพลาสมาฮีเลียมผสมคลื่นความถี่วิทยุ (RF) ช่วยกระตุ้นให้เส้นใยคอลลาเจนและอีลาสตินหดตัวทันที ส่งผลให้ผิวหนังตึงกระชับขึ้น ซึ่งการทำ J Plasma เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยระดับเล็กน้อยถึงมาก ทั้งในกลุ่มที่ลดน้ำหนักเยอะ ๆ มาก่อน ผู้ที่มีอายุมาก หรือผู้ที่ต้องการกระชับผิวหลังดูดไขมันเพื่อผลลัพธ์ที่เรียบเนียนยิ่งขึ้น

J Plasma จึงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์สำหรับผู้ที่ต้องการยกกระชับผิวและได้รูปร่างที่กระชับสวยงามมากขึ้น โดยการเลือกโรงพยาบาลที่มีแพทย์ที่เคยให้บริการทำเจพลาสมาพร้อมด้วยเครื่องมือที่ได้มาตรฐานจะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีในระยะยาว และช่วยลดโอกาสการผลข้างเคียงไม่พึงประสงค์อีกด้วย

แชร์ :
โปรโมชั่นสุดพิเศษ
ลงทะเบียนติดต่อเรา

ปรึกษาแพทย์ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมรับ
โปรโมชั่นก่อนใคร

Thank You!

You details has been successfully submitted. Thanks!

ขอบคุณ!

ข้อมูลของคุณถูกส่งเรียบร้อยแล้ว 

ขอบคุณข้อเสนอแนะติชม