Medically Reviewed by นพ.วันเฉลิม จงสิริวัฒนา on Aug 7, 2025.
การดูดไขมันเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถแก้ไขปัญหาผิวย้วยหลังดูดไขมันได้อย่างสมบูรณ์ BodyTite จึงเป็นนวัตกรรมใหม่ที่รวมการดูดไขมันและยกกระชับผิวไว้ในขั้นตอนเดียว ช่วยให้ได้สัดส่วนกระชับมากขึ้น โดยไม่ทิ้งรอยแผลเป็นขนาดใหญ่ แต่ตัว BodyTite นั้นคืออะไร? ได้ผลดีเรื่องกระชับผิวจริงไหม? มาดูกัน
BodyTite คือ เทคโนโลยีดูดไขมันพร้อมยกกระชับผิวในขั้นตอนเดียว ด้วยการใช้พลังงานคลื่นความถี่วิทยุ (Radio Frequency Assisted Liposuction: RFAL) ปล่อยพลังงานความร้อนลงสู่ชั้นไขมันใต้ผิวหนังอย่างแม่นยำ เพื่อทำให้ไขมันแปรสภาพเป็นของเหลวและดูดออกมาได้ง่ายขึ้น ในขณะเดียวกันพลังงานความร้อนที่ปล่อยออกมายังช่วยกระตุ้นเส้นใยคอลลาเจนในชั้นผิว ทำให้ผิวหดตัวและกระชับขึ้นทันทีหลังทำ
BodyTite ทำงานโดยการปล่อยพลังงานคลื่นความถี่วิทยุ (Radio Frequency: RF) จากหัวอุปกรณ์สองส่วนที่ทำงานประสานกัน โดยหัวที่อยู่ใต้ผิวหนังจะมีความร้อนสูงราว 40-60 องศาเซลเซียสเพื่อกำจัดไขมันส่วนเกิน ส่วนหัวที่อยู่ด้านบนผิวหนังจะมีความร้อนต่ำกว่าเพื่อทำหน้าที่ในการกระชับผิว โดยไม่ทำให้ผิวไหม้
พลังงาน RF จากส่วนหัวใต้ผิว จะทำหน้าที่สลายไขมันในชั้นใต้ผิวให้อ่อนตัว ทำให้ดูดไขมันออกได้ง่ายขึ้น พร้อมกับส่งความร้อนลงลึกอย่างแม่นยำ เพื่อกระตุ้นการหดตัวของเส้นใยที่ทำหน้าที่ยึดผิว หรือ Fibroseptal Network (FSN) ส่งผลให้ผิวบริเวณที่ดูดไขมันมีความตึงกระชับทันที
นอกจากนี้ ความร้อนที่ปล่อยออกมายังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ในระยะยาว ทำให้ผิวมีความกระชับและยืดหยุ่นดีขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังการทำ การควบคุมอุณหภูมิในระหว่างทำ BodyTite อย่างสม่ำเสมอ ช่วยลดความเสี่ยงของการทำลายเนื้อเยื่อข้างเคียง ทำให้ BodyTite เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่มีประสิทธิภาพในการดูดไขมันพร้อมยกกระชับผิว
ก่อนวางแผนการทำ BodyTite จำเป็นต้องประเมินสภาพผิวและชั้นไขมันในแต่ละตำแหน่ง เพื่อเลือกพื้นที่ที่เหมาะสมที่สุด โดยบริเวณที่สามารถทำ BodyTite ได้แก่
การดูดไขมันพร้อมยกกระชับผิวด้วย BodyTite เป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยม แต่การตัดสินใจทำควรเข้าใจทั้งข้อดีและข้อจำกัดอย่างรอบคอบ
การดูดไขมันพร้อมยกกระชับผิวด้วย BodyTite มีขั้นตอนที่วางแผนอย่างละเอียดตั้งแต่การประเมินสภาพร่างกาย ไปจนถึงการดูแลหลังทำ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ขั้นตอนการดำเนินการโดยทั่วไปมีดังนี้
โดยรวมแล้ว ขั้นตอนทั้งหมดจะใช้เวลาประมาณ 2–4 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่และปริมาณไขมันที่ทำการรักษา
การเตรียมตัวที่ถูกต้องก่อนดูดไขมันพร้อมยกกระชับผิวด้วย BodyTite มีบทบาทสำคัญในการลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน และช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วหลังทำ แนวทางการเตรียมตัวที่สำคัญ ได้แก่
การดูแลตนเองหลังทำ BodyTite มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการลดอาการบวม ช้ำ และเสริมผลลัพธ์การยกกระชับผิวให้ชัดเจนและคงอยู่ได้นาน โดยแนวทางการดูแลหลังทำ BodyTite ได้แก่
หลังทำ BodyTite สามารถกลับไปทำงานหรือเคลื่อนไหวทั่วไปได้ในช่วง 3–7 วันแรก แต่อาจมีอาการบวม ช้ำ หรือหน่วงตึงบริเวณที่ดูดไขมัน แต่จะค่อย ๆ ดีขึ้นในช่วง 1–2 สัปดาห์แรก แนะนำให้พักการออกแรงเยอะหรือการออกกำลังกายไปก่อนในช่วงเดือนแรก เพื่อให้ร่างกายสามารถฟื้นตัวได้ดี
หลังทำ BodyTite จะเริ่มเห็นผลรูปร่างที่กระชับและผิวตึงขึ้นตั้งแต่ช่วง 1–2 สัปดาห์แรก โดยผิวจะค่อย ๆ สร้างคอลลาเจนใหม่อย่างต่อเนื่อง และเห็นผลเต็มที่ในช่วงประมาณ 3–6 เดือน
การทำ BodyTite จึงช่วยลดไขมันส่วนเกินได้พร้อมฟื้นฟูความกระชับของผิว ช่วยให้สัดส่วนดูแน่น กระชับ และเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องทำศัลยกรรมใหญ่
แม้ว่า BodyTite และ J Plasma จะเป็นเทคโนโลยีที่ใช้ในการยกกระชับผิวเหมือนกัน แต่เครื่องดูดไขมันทั้งสองชนิดนี้มีหลักการทำงาน จุดเด่น และกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน การเลือกใช้เครื่องมือแต่ละประเภทจึงขึ้นอยู่กับสภาพปัญหาและเป้าหมายของแต่ละบุคคล
BodyTite เป็นเทคโนโลยีที่ออกแบบมาเพื่อดูดไขมันและยกกระชับผิวในขั้นตอนเดียว โดยใช้พลังงานคลื่นความถี่วิทยุ (RF) สร้างความร้อน 40-60 องศาเซลเซียสในการแยกเซลล์ไขมัน และกระตุ้นการหดตัวของเนื้อเยื่อในเวลาเดียวกัน เหมาะสำหรับผู้ที่มีไขมันสะสมปริมาณมากร่วมกับผิวหย่อนคล้อยในระดับเล็กน้อยจนถึงปานกลางมากกว่า เนื่องจากไม่ได้มีอุณหภูมิสูงมาก แต่มีความเสี่ยงเกิดผิวไหม้หากปล่อยพลังงานอย่างไม่ถูกวิธี
J Plasma เป็นเทคโนโลยีที่เน้นการยกกระชับผิวอย่างล้ำลึก โดยใช้พลาสมาฮีเลียมผสมคลื่น RF เพื่อสร้างความร้อนที่ 85 องศาเซลเซียสเท่ากันทุกจุด เพื่อกระตุ้นการหดตัวของเส้นใยคอลลาเจนอย่างแม่นยำ เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยมากกว่าปัญหาไขมันสะสม เหมาะกับการกระชับผิวที่มีความหย่อนคล้อยปานกลางจนถึงรุนแรง และมักใช้ร่วมกับเครื่องดูดไขมันโดยเฉพาะ จะได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน
กล่าวคือ หากผิวของเรามีความหย่อนคล้อยไม่มากนัก และอยากกำจัดไขมันใต้ชั้นผิวออกจำนวนหนึ่ง เครื่องดูดไขมัน BodyTite จะตอบโจทย์กว่า แต่หากผิวของเรามีความหย่อนคล้อยรุนแรง อาจต้องเลือก J Plasma ที่มีคุณสมบัติในการกระชับผิวได้สูงกว่า
Dr. Wisanu Hengsavasdi, M.D.
License Number (M.D.) 51179
ค่าบริการดูดไขมันพลังน้ำ Body-Jet โดยทั่วไปเริ่มต้นที่ประมาณราคา 25,000 บาทต่อตำแหน่ง ทั้งนี้ ราคาเบ็ดเสร็จจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น จำนวนตำแหน่งหรือบริเวณที่ทำการดูดไขมัน, ความซับซ้อนของรูปร่างแต่ละบุคคล, เทคนิคที่นำมาใช้ร่วม เช่น การเติมไขมัน (Fat Grafting) หรือการใช้เครื่องกระชับผิว, วิธีการระงับความเจ็บปวด (การใช้ยาชาเฉพาะที่จะมีค่าใช้จ่ายต่างจากการดมยาสลบ) รวมไปถึงค่าธรรมเนียมการให้บริการอื่น ๆ ที่โรงพยาบาลกำหนด แนะนำให้สอบถามกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อทราบราคาดูดไขมันที่ชัดเจน
การเลือกสถานพยาบาลสำหรับดูดไขมันพลังน้ำ Body-Jet เป็นสิ่งสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อทั้งความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ได้ ควรพิจารณาจากหลายปัจจัย เช่น ความสามารถของแพทย์, การใช้เครื่องมือแท้ที่ได้มาตรฐาน, มาตรฐานห้องผ่าตัด, การดมยาสลบโดยวิสัญญีแพทย์, การดูแลหลังทำอย่างต่อเนื่อง และความน่าเชื่อถือและรีวิวจากผู้รับบริการจริง
AM International Hospital เป็นหนึ่งในโรงพยาบาลที่ให้บริการดูดไขมันพลังน้ำ Body-Jet ด้วยมาตรฐานคุณภาพ พร้อมทีมแพทย์ที่ให้บริการดูดไขมันและการเติมไขมันกับผู้เข้ารับบริการหลากหลายกลุ่ม ต่างเพศ ต่างวัย ซึ่งมีทั้งผู้เข้ารับบริการจากในไทยและต่างประเทศ
โรงพยาบาลเอเอ็ม อินเตอร์เนชั่นแนล ฮอสปิตอล ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาเฉพาะบุคคล (Personalized Solutions) เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะกับตัวเอง และดูแลอย่างต่อเนื่องในทุกขั้นตอน เพื่อให้การตัดสินใจเข้ารับบริการเป็นไปอย่างคุ้มค่าและตอบโจทย์
การเลือกโรงพยาบาลสำหรับการดูดไขมันพร้อมยกกระชับผิวด้วย BodyTite ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความปลอดภัย และคุณภาพของผลลัพธ์ที่ได้ ด้วยเทคนิคที่แม่นยำและประสิทธิภาพของแพทย์ในการควบคุมพลังงานความร้อน จะช่วยเพิ่มโอกาสให้เราได้รูปร่างที่สวยงาม ความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนน้อยลง การพิจารณาโรงพยาบาลที่เหมาะสมจึงควรคำนึงถึงหลายองค์ประกอบร่วมกัน
การดูดไขมันพร้อมยกกระชับผิวด้วย BodyTite เป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งในด้านการลดไขมันตามสัดส่วนต่าง ๆ และการฟื้นฟูความกระชับของผิวในขั้นตอนเดียว ซึ่งจะเหมาะกับกลุ่มผู้ที่มีปัญหาไขมันสะสมใต้ชั้นผิวร่วมกับปัญหาผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อยจนถึงปานกลาง แต่การทำ BodyTite ก็ต้องพิจารณาหลายปัจจัยเช่นกัน หากได้รับการประเมินและดูแลจากทีมแพทย์โดยตรง จะช่วยให้เราได้ผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์มากยิ่งขึ้น
You details has been successfully submitted. Thanks!