Medically Reviewed by นพ. วิษณุ เฮ้งสวัสดิ์
การเติมไขมันหรือฉีดไขมัน เป็นการศัลยกรรมเพื่อเติมเต็มสัดส่วน ทั้งรูปหน้าและร่างกายให้ตรงตามความต้องการมากยิ่งขึ้น โดยจะต้องผ่านกระบวนการหลายขั้นตอน ร่วมกับปัจจัยอื่น ๆ เช่น เทคนิคการเติมไขมัน เครื่องมือ อุปกรณ์ สุขภาพของผู้เข้ารับบริการ ไปจนถึงคุณภาพการดูแลร่างกายหลังทำ ดังนั้น เราจึงต้องศึกษากันก่อนว่าการเติมไขมันหรือฉีดไขมันนั้นคืออะไร? มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง
การเติมไขมัน (Fat Grafting) คือ การนำไขมันใต้ชั้นผิวหนังบริเวณอื่น ๆ ของร่างกาย ย้ายมาเติมส่วนที่เราต้องการ ผ่าน 3 ขั้นตอนด้วยกันได้แก่ การดูดเก็บไขมัน การคัดกรองไขมัน และการฉีดเติมไขมัน โดยตำแหน่งที่เราสามารถนำไขมันออกมาได้มีอยู่หลายจุด ยกตัวอย่างเช่น ต้นขาหรือหน้าท้อง ซึ่งเป็นส่วนที่มีไขมันสะสมมาก เหมาะกับการนำมาใช้ต่อ
โดยส่วนใหญ่แล้ว การเติมไขมัน คือการศัลยกรรมที่ทำได้ทุกเพศทุกวัย แต่ทั้งนี้ จะต้องผ่านการประเมินสภาพร่างกายจากศัลยแพทย์ก่อนเท่านั้น เนื่องจากระหว่างการดูดไขมันบางประเภทจะต้องมีการวางยาสลบและผ่าตัด หากต้องการเติมไขมัน เราจึงต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วนถึงความปลอดภัยและรายละเอียดอื่น ๆ ของการเติมไขมัน
การเติมไขมันนั้นมีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 2 แบบ ได้แก่ การเติมไขมันแบบเก่า และ การเติมไขมันแบบใหม่ โดยจะแตกต่างกันตั้งแต่วิธีการ ขั้นตอนต่าง ๆ ไปจนถึงอุปกรณ์ที่ใช้ ซึ่งจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ไม่เหมือนกัน รายละเอียดทั้งหมดมีดังนี้
การเติมไขมันแบบเก่าเป็นวิธีที่มีการนำไขมันจากส่วนหนึ่งของร่างกาย เช่น บริเวณหน้าท้อง ต้นขา หรือสะโพก แล้วนำมาฉีดกลับเข้าไปยังจุดที่ต้องการเติมเต็ม เช่น ใบหน้า หน้าอก หรือสะโพก โดยจะมีขั้นตอนแบบทั่ว ๆ ไปได้แก่
การเติมไขมันแบบใหม่ได้พัฒนากระบวนการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยการใช้เทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มอัตราการอยู่รอดของเซลล์ไขมัน ซึ่งมีด้วยกันหลากหลายแนวทาง ยกตัวอย่างที่พบได้บ่อย เช่น
การฉีดไขมัน คือการเติมเต็มและปรับสัดส่วนรูปร่างหรือใบหน้าด้วยเซลล์ไขมันจากตัวเราเอง ดังนั้น จึงสามารถแบ่งตำแหน่งที่นิยมในการฉีดไขมันออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ ได้แก่ ใบหน้าและร่างกาย โดยแต่ละจุดมีวัตถุประสงค์และผลลัพธ์ที่แตกต่างกันดังนี้
Add Your Tooltip Text Here
Add Your Tooltip Text Here
Add Your Tooltip Text Here
Add Your Tooltip Text Here
Add Your Tooltip Text Here
Add Your Tooltip Text Here
Add Your Tooltip Text Here
Add Your Tooltip Text Here
Add Your Tooltip Text Here
การฉีดไขมันบริเวณใบหน้ามักจะใช้ปริมาณไขมันตั้งแต่ 10-100 cc (ขึ้นอยู่กับตำแหน่งย่อย) เพื่อแก้ปัญหาผิวหน้าที่ดูโทรม ริ้วรอย หรือใบหน้าที่ดูแบน ขาดมิติ โดยตำแหน่งที่นิยมฉีด ได้แก่
นอกจากใบหน้าแล้ว การฉีดไขมันยังเป็นที่นิยมในการปรับรูปทรงของร่างกาย ช่วยเพิ่มความสมส่วนและเสริมความมั่นใจในรูปร่าง เช่น
การเติมไขมันไม่ใช่ตัวเลือกที่เหมาะสำหรับทุกคน เนื่องจากข้อจำกัดทางสุขภาพและไขมันในร่างกายซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความปลอดภัยในการทำศัลยกรรม ดังนั้น เรามาดูกันก่อนว่าผู้ที่เหมาะสมและไม่เหมาะสมกับการเติมไขมันมีกลุ่มไหนบ้าง รวมถึงทางเลือกสำหรับกลุ่มที่ไม่สามารถเติมไขมันได้ ทำศัลยกรรมลดสัดส่วนแบบไหนทดแทนได้บ้าง
การฉีดหรือเติมไขมัน (Fat Grafting หรือ Fat Transfer) เป็นกระบวนการที่ช่วยปรับรูปทรงหรือเติมเต็มส่วนต่าง ๆ ของร่างกายด้วยไขมันของตัวเอง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและปลอดภัย โดยมี 3 ขั้นตอนหลัก ๆ ดังนี้
กระบวนการเริ่มต้นจากการดูดไขมันส่วนเกินจากร่างกาย ซึ่งมักเลือกบริเวณที่มีไขมันสะสมมาก เช่น หน้าท้อง ต้นขา สะโพก เป็นต้น โดยจะมีการใช้เครื่องมือดูดไขมันแตกต่างกันไปตามจุดประสงค์ อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่แล้วจะใช้เครื่องดูดไขมันพลังงานน้ำ (Water-Assisted Liposuction) ซึ่งไม่ก่อให้เกิดความร้อน ทำให้เซลล์ไขมันยังมีชีวิตอยู่และนำมาใช้งานได้อย่างมีคุณภาพ
ก่อนดูดไขมัน แพทย์จะฉีดยาชาเฉพาะจุดหรือยาสลบ (ขึ้นอยู่กับพื้นที่และปริมาณไขมัน) แล้วใช้เครื่องมือดังกล่าวดูดไขมันออกมาในปริมาณที่เหมาะสม โดยให้กระทบกับเซลล์ไขมันน้อยที่สุด
หลังจากดูดไขมันแล้ว ขั้นตอนถัดมาคือการคัดแยกไขมัน เพื่อให้ได้ไขมันที่บริสุทธิ์ที่สุดและเหมาะสำหรับการฉีดเติมเต็ม โดยขั้นตอนเบื้องต้นจะทำการแยกไขมันจากของเหลวส่วนเกิน เนื่องจากไขมันที่ดูดออกมามักจะมีของเหลว เช่น น้ำเลือดและน้ำเกลือผสมอยู่ จึงต้องใช้เครื่องหมุนเหวี่ยง (Centrifuge) เพื่อกรองเอาเฉพาะไขมันที่บริสุทธิ์มาใช้
สำหรับการคัดกรองไขมันแบบใหม่ที่ AM International Hospital จะมีขั้นตอนเพิ่มเติมคือ ปรับปรุงคุณภาพของเซลล์ไขมัน โดยแพทย์จะทำการคัดกรองไขมันผ่านอุปกรณ์อย่าง LipoCube ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการผลิตสเต็มเซลล์ไขมัน (FatStem) ออกมามากกว่าการกรองแบบธรรมดา ทำให้อัตราการอยู่รอดของเซลล์ไขมันเพิ่มมากขึ้น
หลังจากได้ไขมันที่บริสุทธิ์แล้ว ขั้นตอนสุดท้ายคือการฉีดไขมันกลับไปยังบริเวณที่ต้องการเติมเต็ม โดยส่วนนี้แพทย์จะทำการวางแผนจุดที่ฉีดไขมันเข้าไป จากนั้นจะบรรจุเซลล์ไขมันที่ผ่านการกรองแล้วเข้าไปในหลอดฉีด โดยไขมันจะถูกฉีดอย่างค่อยเป็นค่อยไปในชั้นผิวที่เหมาะสม เพื่อให้กระจายตัวอย่างสม่ำเสมอ หลังจากฉีด แพทย์จะปรับไขมันให้เรียบเนียนและตรวจสอบความสมดุล
อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน AM มีการนำเอาอุปกรณ์สำหรับการฉีดสารเติมเต็มโดยเฉพาะอย่าง Maft Gun เข้ามาช่วยในการปรับขนาดหยดไขมันที่ฉีดให้มีความสม่ำเสมอมากยิ่งขึ้น เนื่องจากตำแหน่งที่ฉีดไขมันแต่ละจุดจำเป็นต้องใช้ขนาดหยดไขมันแตกต่างกัน โดยเฉพาะพื้นที่เล็ก ๆ อย่างใต้ตา จะช่วยให้มีความเรียบเนียนมากขึ้น
การเตรียมตัวและการดูแลตัวเองก่อนและหลังการฉีดไขมันเป็นสิ่งสำคัญมาก เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน มาดูกันว่าควรเตรียมตัวอย่างไรในแต่ละช่วง
ฉีดไขมัน เป็นวิธีการเติมเต็มหรือปรับรูปทรงด้วยไขมันจากร่างกายของเราที่ต้องผ่านทั้งการดมยาสลบ การผ่าตัด และการดูแลตัวเองในช่วงพักฟื้นหลากหลายขั้นตอน จึงมีทั้งข้อดีและข้อเสียที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ ดังนี้
การฉีดไขมันเป็นหัตถการที่ปลอดภัยและมีผลข้างเคียงต่ำ หากดำเนินการโดยแพทย์ผู้ชำนาญการ แต่อย่างไรก็ตาม การฉีดไขมันยังคงมีผลข้างเคียงที่ควรทราบและระมัดระวังอยู่ด้วย ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ดังนี้
การเติมไขมันสามารถทำร่วมกับการศัลยกรรมอื่น ๆ ได้ในหลายกรณี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์และสุขภาพของผู้เข้ารับบริการ โดยเราสามารถเติมไขมันพร้อมกับการทำศัลยกรรมประเภทอื่น ๆ ได้ดังนี้
โดยทั่วไปแล้ว การฉีดไขมัน ราคาจะอยู่ที่ 49,900 บาทขึ้นไป โดยจะขึ้นอยู่กับวิธีการที่เลือก แพทย์ผู้ทำการดูดไขมัน-เติมไขมัน ไปจนถึงกระบวนการพร้อมตัวเลือกต่าง ๆ ที่แต่ละโรงพยาบาลมีให้ ซึ่งจะมีระดับราคาที่แตกต่างกันไป แนะนำให้สอบถามกับทางโรงพยาบาลโดยตรง
โดยส่วนใหญ่แล้ว ค่าดูแลหลังทำหรือค่ายาที่แพทย์สั่งจ่ายอาจจะไม่รวมอยู่ในราคาดูดไขมัน และอาจจะไม่รวมกับค่าประกันด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ให้สอบถามรายละเอียดอย่างชัดเจนที่สุดก่อนตัดสินใจ
สำหรับคนที่กำลังตัดสินใจว่าจะเติมไขมันดีไหม? หรือไม่รู้ว่าหากต้องไปเข้าปรึกษาแพทย์โดยตรง จะต้องสอบถามเรื่องอะไรบ้าง? หมอเลยเอาคำถามเบื้องต้นมาฝากกันด้วย
การเติมไขมันหรือฉีดไขมันอาจทำให้หลายคนสงสัยในรายละเอียดของขั้นตอน ผลลัพธ์ หรือข้อจำกัดต่าง ๆ หมอจึงได้รวบรวมคำถามที่พบบ่อยและคำตอบเพื่อช่วยให้ทุกคนตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ
ไขมันที่เติมไปจะมีส่วนหนึ่งที่สลายตัวและถูกร่างกายดูดซึมกลับในช่วง 3-6 เดือนแรก แต่ประมาณ 30-50% ของไขมันที่ฉีดเข้าไปจะคงเหลืออยู่ ซึ่งถ้าหากเราดูแลตัวเองดีและน้ำหนักคงที่ ไม่รีบออกกำลังกายหรือลดหุ่นเร็วเกินไป ผลลัพธ์อาจอยู่ได้นานเป็นหลายสิบปีเลย
การเติมไขมันต้องอาศัยไขมันของตัวเอง จึงจำเป็นต้องมีขั้นตอนการดูดไขมันจากส่วนที่มีไขมันส่วนเกิน ยกตัวอย่างเช่น หน้าท้อง ต้นขา หรือสะโพก ซึ่งในคนที่ไม่มีปริมาณไขมันส่วนเกินเพียงพอ ก็อาจจะไม่สามารถทำได้ ทั้งนี้ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนเพื่อประเมินร่างกาย
โดยทั่วไปคนที่ฉีดไขมันสามารถกลับไปทำกิจวัตรประจำวันได้ภายใน 1-2 วัน แต่ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักหรือกิจกรรมที่ทำให้เกิดการกระทบกระเทือนบริเวณที่ฉีดไขมันและดูดไขมันมาอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ เพื่อให้อัตราการอยู่รอดของเซลล์ไขมันยังคงที่
ระหว่างการทำ แพทย์จะใช้ยาชาเฉพาะที่หรือยาสลบ ทำให้เราไม่รู้สึกเจ็บขณะทำ แต่ทั้งนี้ หลังทำอาจมีอาการระบมและตึงบริเวณที่ฉีดหรือดูดไขมันบ้างเล็กน้อย ซึ่งสามารถบรรเทาด้วยยาแก้ปวด ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ และจะดีขึ้นได้เองใน 1-2 สัปดาห์
สาเหตุหลักที่ทำให้ฉีดไขมันแล้วหน้าพังมักเกิดจากการฉีดไขมันกับแพทย์ที่ไม่มีความชำนาญ หรือใช้เทคนิคที่ไม่เหมาะสม เช่น การฉีดไขมันไม่ถูกชั้นผิว หรืออุปกรณ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน การเลือกคลินิกที่น่าเชื่อถือจึงสำคัญมาก ต้องระวังเรื่องนี้ให้ดี
หลังการฉีดไขมัน ควรรออย่างน้อย 5-7 วันเพื่อให้บริเวณที่ฉีดหายบวมและฟื้นตัวก่อนแต่งหน้านะ เพื่อป้องกันการติดเชื้อหรือระคายเคืองต่อผิว และลดโอกาสการสลายตัวของไขมันเพราะได้รับการกระทบกระเทือนจากการแต่งหน้าด้วย
สามารถกินไข่ได้ตามปกติ เพราะไข่ไม่ได้ส่งผลต่อการฉีดไขมันโดยตรง อย่างไรก็ตาม ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และหลีกเลี่ยงอาหารน้ำตาลสูง ไขมันสูง โซเดียมสูง เพื่อช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวเร็วขึ้น ไม่ถูกขัดขวางการสมานตัวของแผล
หลังการฉีดไขมัน ควรหลีกเลี่ยงการนอนตะแคงในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก เพื่อป้องกันการกดทับบริเวณที่ฉีดไขมัน และช่วยให้อัตราการอยู่รอดของเซลล์ไขมันคงที่มากที่สุด
อย่างที่ได้แจ้งไปก่อนหน้านี้ว่า หากเป็นคนที่ผอมมาก ๆ แพทย์อาจประเมินว่าไม่สามารถเติมไขมันได้ แต่สามารถพิจารณาใช้ทางเลือกอื่น เช่น การฉีดฟิลเลอร์แทน
สามารถฉีดไขมันที่ปากได้เพื่อเพิ่มความอวบอิ่ม แต่จะต้องปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำที่ถูกต้อง เนื่องจากบริเวณปากเป็นส่วนที่บอบบางและต้องการความละเอียดสูง
ฉีดไขมัน เป็นการใช้ไขมันตัวเอง ทำให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติและมีโอกาสอยู่ถาวร แต่ต้องผ่านกระบวนการดูดไขมันก่อน ส่วน Filler เป็นการใช้สารสังเคราะห์ เช่น ไฮยาลูโรนิกแอซิด (HA) มีความแม่นยำสูง และเหมาะกับคนที่ไม่มีไขมันส่วนเกิน แต่ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 6-18 เดือน
การฉีดไขมันหรือเติมไขมัน คือ การนำไขมันส่วนเกินจากร่างกายส่วนต่าง ๆ เช่น หน้าท้องหรือต้นขา มาเติมเข้าไปในส่วนที่ขาดหรือต้องการเติมเต็มสัดส่วน โดยตำแหน่งที่นิยมมากที่สุดคือ การเติมไขมันบริเวณใบหน้า หน้าอก และสะโพก เพื่อเพิ่มความสมส่วนให้กับทรวดทรง ไปจนถึงการบำรุงผิวแบบองค์รวม
การเติมไขมันนั้นจำเป็นต้องทำความเข้าใจถึงขั้นตอน กระบวนการ ไปจนถึงปัจจัยอื่น ๆ หลายข้อ เพราะถือเป็นการทำศัลยกรรมอย่างหนึ่งซึ่งต้องอาศัยการผ่าตัดโดยแพทย์ มีการใช้อุปกรณ์เข้ามาช่วยในการดูดไขมัน-เติมไขมัน พร้อมทั้งต้องมีการวางยาสลบโดยวิสัญญีแพทย์ หากยังไม่แน่ใจว่าจะต้องเริ่มต้นอย่างไร อยากแก้ปัญหาหน้าตอบ สะโพกบุ๋ม หน้าอกเล็ก สามารถลองเข้ามาปรึกษาเราที่ AM International Hospital ได้เลย!
You details has been successfully submitted. Thanks!