หลายคนเมื่อเริ่มมีแพลนอยากปรับใบหน้าให้ดูโดดเด่นและมีมิติมากยิ่งขึ้น ทำให้การเสริมจมูกเข้ามาเป็นหัตถการสำคัญที่จะช่วยเพิ่มเสน่ห์กับใบหน้า แน่นอนว่าหนึ่งในทรงยอดฮิตที่มักถูกหยิบยกขึ้นมาใช้เป็น Reference มากเลยก็คือ “ทรงจมูกสายฝอ” ด้วยเอกลักษณ์ที่ช่วยเสริมลุคให้ดูเฉี่ยวคม มีความมั่นใจมากขึ้น และในเทรนด์ความงามในปัจจุบันก็ยังมีการพัฒนาเทคนิคการรักษามาให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น จนแพทย์สามารถสร้างสรรค์ทรงจมูกสายฝอให้มีหลายสไตล์ เพื่อให้เข้ากับรูปหน้าของแต่ละคนได้อย่างลงตัว
เลือกอ่านตามหัวข้อด้านล่าง
ทรงจมูกสายฝอคืออะไร? ลักษณะเด่นที่ทำให้ใคร ๆ ก็หลงรัก
ทรงจมูกสายฝอ (Western Style Nose) คือการออกแบบรูปทรงจมูกให้รับกับโครงหน้าสไตล์ฝรั่ง โดยจะเน้นความคมชัดของแนวสันจมูกที่ตรงชัด ปลายพุ่งและดูแหลมเล็กน้อย เพื่อให้ใบหน้าดูโดดเด่น มีมิติ และเฉี่ยวขึ้น เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเปลี่ยนลุคให้ดูเซ็กซี่ มีความมั่นใจ และมีเสน่ห์เฉพาะตัว
เปิดโลกทรงจมูกสายฝอ มีกี่แบบ? แต่ละแบบต่างกันอย่างไร
หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าทรงจมูกสายฝอไม่ได้มีแค่ทรงเดียว แต่มันสามารถแบ่งออกได้หลายสไตล์ ทั้งยังมีเทคนิคการรักษาที่แตกต่างกันโดยศัลยแพทย์จะปรับให้เข้ากับโครงหน้าของแต่ละบุคคล
1.ทรงสันจมูกปลายพุ่ง
จมูกสายฝอทรงนี้เน้นให้แนวสันจมูกชัดและยาวเรียว ปลายจมูกเสริมให้พุ่งแต่ไม่แข็งจนเกินไป ช่วยเพิ่มความละมุนให้ใบหน้าขณะมองด้านข้าง เหมาะกับผู้ที่อยากได้ลุคหวานแต่ยังคงความโดดเด่นแบบสายฝอ โดยเฉพาะผู้ที่มีเนื้อจมูกน้อย อาจจำเป็นต้องใช้วัสดุเสริมพิเศษ เช่น เนื้อเยื่อเทียมหรือกระดูกอ่อน เพื่อป้องกันการทะลุและให้ปลายพุ่งอย่างพอดี
2. ทรงสโลปปลายเชิด
ทรงจมูกสายฝอปลายเชิด อีกหนึ่งดีไซน์ที่ให้ความรู้สึกเปรี้ยวซ่อนหวาน ปลายจมูกจะถูกปรับให้ยกขึ้นเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความมีเสน่ห์ พร้อมเสริมสันให้ดูชัดขึ้น หากใครไม่ต้องการให้สันจมูกตรงเกินไป ก็สามารถเลือกแบบสันสโลปเบา ๆ แล้วแต่งปลายจมูกให้เชิดอย่างสมดุล สไตล์นี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการความหวานแบบมีคาแรกเตอร์
3. ทรงหยดน้ำปลายละมุน
เหมาะกับสายฝอที่ต้องการลุคละมุนแต่ยังไม่ทิ้งความคม จมูกสายฝอทรงนี้จะมีปลายที่โค้งมนเหมือนหยดน้ำ เสริมให้จมูกดูเรียวยาวดูเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความบาลานซ์ระหว่างความโด่งของสันจมูกและความอ่อนโยนของปลาย ให้ลุคที่หวานแบบทันสมัย ไม่แข็งทื่อ
4. ทรงจมูกปลายเรียว
ดีไซน์นี้เน้นให้หน้าตรงดูชัดและเรียวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยจะปรับสันจมูกให้โด่งขึ้น พร้อมทำให้ปลายจมูกแคบและเรียวยิ่งขึ้น เหมาะกับคนที่มีฐานจมูกกว้าง หรือปีกจมูกใหญ่ ซึ่งสามารถปรับฐานและตัดปีกจมูกร่วมด้วย เพื่อให้ได้ทรงที่คมชัดทุกมุม และลุคที่ดูเป็นสายฝอแบบเต็มตัว
5. ทรงสโลปปลายธรรมชาติ
ใครที่อยากได้จมูกที่ละมุนดูเป็นธรรมชาติ แต่ยังคงมีความคมของทรงฝรั่งอยู่ ทรงนี้คือคำตอบ สันจมูกจะเสริมให้โด่งตั้งแต่หัวตา แต่ไล่ระดับลงมาเป็นแนวสโลปบริเวณปลาย ทำให้จมูกดูไม่ทื่อจนเกินไป ยังคงความเป็นตัวเอง แต่เติมมิติให้ใบหน้าแบบมีระดับ
โดยการเสริมจมูกสายฝอให้ได้ผลลัพธ์ออกมาดูดี ต้องคำนึงถึงในเรื่องของโครงสร้างจมูกเดิมของเรา ว่ามีลักษณะเป็นอย่างไร มีเนื้อจมูกมากน้อยแค่ไหน เพราะแต่ละคนมีโครงสร้างเดิมมาไม่เหมือนกัน ดังนั้น ผลลัพธ์ที่ดีจะต้องเป็นการเสริมที่ไม่ดูฝืนจนเกินไป เหมาะกับโครงเดิมที่ทำได้ แนะนำให้เข้าปรึกษาแพทย์ด้วยตัวเองเพื่อเข้ารับการประเมินที่เหมาะสม
เจาะลึกก่อนตัดสินใจ! สิ่งที่ต้องรู้ก่อนทำจมูกทรงสายฝอ
จมูกสายฝอ เป็นอีกหนึ่งทรงยอดนิยมที่เน้นความคมชัด โด่งตรง และปลายจมูกแหลม จึงช่วยเสริมใบหน้าให้ดูสวยคม มีมิติชัดเจน แต่ก่อนจะตัดสินใจทำจมูกทรงนี้ มีรายละเอียดสำคัญที่ควรรู้ทั้งในแง่ของเทคนิคการเสริม วัสดุที่ใช้ รวมถึงผลลัพธ์และความเสี่ยง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ทั้งสวยและให้ความปลอดภัย
เทคนิคการผ่าตัดที่นิยมสำหรับทรงจมูกสายฝอ
การทำทรงจมูกสายฝอนิยมใช้เทคนิคการผ่าตัดแบบ Open (Open Rhinoplasty) เป็นหลัก เนื่องจากเทคนิคนี้ช่วยให้ศัลยแพทย์สามารถมองเห็นโครงสร้างภายในจมูกทั้งหมดได้อย่างชัดเจน ทำให้สามารถแก้ไขปัญหาโครงสร้างเดิมได้ตรงจุด และสามารถใช้กระดูกอ่อนจากร่างกายส่วนอื่น ๆ เช่น กระดูกอ่อนซี่โครง มาสร้างปลายจมูกให้โด่งพุ่งและแข็งแรงได้ตามที่ต้องการ
วัสดุที่ใช้ในการเสริมจมูกสายฝอ ข้อดีข้อเสียที่ควรรู้
- ซิลิโคน (Silicone)
นิยมใช้นำมาสร้างสันจมูกให้พุ่งตรง ซึ่งข้อดีของการเสริมจมูกสายฝอด้วยซิลิโคนคือเป็นวัสดุที่ให้ความปลอดภัย หาได้ง่าย และราคาไม่สูงมาก โดยแพทย์สามารถเหลาซิลิโคนให้เข้ากับรูปหน้าได้ดี แต่มีโอกาสเกิดการเคลื่อนตัวได้ และอาจทำให้ปลายจมูกบางลง หากไม่ได้รองปลายจมูกด้วยวัสดุอื่น - กระดูกอ่อนซี่โครง (Rib Cartilage)
เป็นวัสดุจากร่างกายของเราเอง มีความแข็งแรงและมีปริมาณที่มากพอจะใช้สร้างโครงสร้างจมูกใหม่ทั้งหมด ไม่ทำให้เกิดอาการแพ้ เหมาะสำหรับนำมาสร้างปลายจมูกให้พุ่งมากเป็นพิเศษ และเป็นฐานที่แข็งแรงสำหรับจมูกที่ต้องการการแก้ไขโครงสร้างอย่างมาก เช่น จมูกที่สั้นมาก หรือจมูกที่เคยเสริมมาแล้วหลายครั้งจนโครงสร้างเดิมเสียหาย ส่วนข้อเสียหรือข้อกำจัดคือต้องมีการผ่าตัดเพิ่ม เพื่อนำกระดูกอ่อนมา และอาจมีโอกาสเกิดการบิดตัวของกระดูกอ่อนได้เล็กน้อย - กระดูกอ่อนหลังหู (Ear Cartilage)
การใช้กระดูกอ่อนซี่โครงมักนิยมนำมาใช้เพื่อรองปลายจมูกสายฝอ ป้องกันไม่ให้ซิลิโคนเสียดสีกับผิวหนัง เป็นวัสดุจากร่างกายตนเอง มีความนุ่มนวลและยืดหยุ่น เหมาะสำหรับรองปลายจมูกเพื่อป้องกันการทะลุ แต่ข้อจำกัดคือกระดูกอ่อนหลังหูมีปริมาณจำกัด จึงเหมาะสำหรับการเสริมในระดับที่ไม่ต้องการความโด่งพุ่งมากนัก
ข้อดีและข้อเสียของการทำจมูกทรงสายฝอ
ข้อดี
- ช่วยเพิ่มความโดดเด่นและมิติให้ใบหน้าอย่างชัดเจน
- ใบหน้าดูคมเข้มและมีเสน่ห์มากขึ้น
- สามารถแก้ไขปัญหาโครงสร้างจมูกเดิมได้อย่างถูกจุด
ข้อเสีย
- ไม่เหมาะกับทุกใบหน้า โดยเฉพาะใบหน้ากลม หรือคนที่มีเนื้อจมูกบางมาก
- หากเลือกขนาดวัสดุที่ใหญ่เกินไป อาจเกิดปัญหาในระยะยาวได้
ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น
การทำทรงจมูกสายฝอก็จะมีความเสี่ยงหรือภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้เช่นเดียวกับการผ่าตัดศัลยกรรมอื่น ๆ เช่น การติดเชื้อ เลือดออก ซิลิโคนเอียง หรือการเกิดพังผืด ซึ่งความเสี่ยงเหล่านี้จะลดลงหากเราเข้ารับการรักษากับศัลยแพทย์ที่มีประสบการณ์ มีความชำนาญในการเสริมจมูก และทำกับสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน
การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการผ่าตัด
- งดน้ำและอาหารอย่างน้อย 8 ชั่วโมงก่อนการผ่าตัด
- งดการสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 2 สัปดาห์
- งดยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน วิตามินอี ประมาณ 2 สัปดาห์
- ปรึกษาแพทย์อย่างละเอียด และแจ้งประวัติการแพ้ยาหรือโรคประจำตัวให้ครบถ้วน
การดูแลตัวเองหลังผ่าตัดอย่างถูกวิธี
- ประคบเย็นบริเวณรอบดวงตาและจมูกในช่วง 1-3 วันแรก
- นอนหนุนหมอนสูง เพื่อลดอาการบวม
- ทำความสะอาดแผลตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
- หลีกเลี่ยงการโดนน้ำบริเวณแผลผ่าตัด
- งดอาหารรสจัด อาหารหมักดอง และอาหารทะเล
- หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก ๆ เป็นเวลา 1 เดือน
ค่าใช้จ่ายโดยประมาณในการทำจมูกทรงสายฝอ
ค่าใช้จ่ายในการทำทรงจมูกสายฝอจะสูงกว่าการเสริมจมูกแบบปิด เนื่องจากต้องใช้เทคนิคและวัสดุที่ซับซ้อนกว่า ราคาอาจเริ่มต้นตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลักแสนบาท ขึ้นอยู่กับวัสดุที่ใช้ ความชำนาญและประสบการณ์ของแพทย์ ไปจนถึงมาตรฐานของสถานพยาบาลที่เลือกใช้บริการ
ใครบ้างที่เหมาะกับทรงจมูกสายฝอ? เช็กให้ชัวร์ก่อนตัดสินใจ
การทำทรงจมูกสายฝอควรพิจารณาจากโครงสร้างใบหน้าเดิม เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ได้ออกมาสวยงามและดูเป็นธรรมชาติ ดังนั้น การทำจมูกสายฝอจึงเหมาะสำหรับกลุ่มคนเหล่านี้
- ผู้ที่มีโครงหน้าชัดเจน หน้าคมชัด หรือมีโครงหน้ารูปไข่หรือรูปหน้ายาว
- ผู้ที่มีเนื้อจมูกเยอะ ฐานจมูกกว้าง
- ผู้ที่ฐานจมูกเดิมมีความโด่งอยู่บ้างแล้ว
- ผู้ที่ต้องการลุคที่ดูเฉี่ยวคม หรือดูมั่นใจขึ้น
ในบางกรณี หากยังไม่แน่ใจว่าตัวเองเหมาะกับทรงจมูกสายฝอหรือไม่ แพทย์อาจแนะนำให้ลองใช้ทางเลือกอื่น เช่น โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ เพื่อเติมสันจมูกชั่วคราว หรือใช้เทคนิคฉีดไขมัน เพื่อปรับใบหน้าให้ดูสมส่วนยิ่งขึ้นก่อนตัดสินใจผ่าตัดจริง ซึ่งจะช่วยประเมินได้ว่าทรงสายฝอเหมาะกับโครงหน้าหรือไม่ และช่วยให้ใบหน้าดูบาลานซ์มากยิ่งขึ้น
เลือกคลินิกและแพทย์อย่างไร? ให้ได้ทรงจมูกสายฝอที่เพิ่มความมั่นใจ
การเลือกสถานพยาบาลและแพทย์เป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจและการรักษาที่ให้ความปลอดภัย ไม่เกิดผลกระทบที่ร้ายแรงตามมา โดยเราสามารถพิจารณาได้จาก
- สถานพยาบาลที่มีมาตรฐาน ได้รับอนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุข และต้องมีใบประกอบกิจการอย่างถูกต้อง
- แพทย์ต้องมีความชำนาญ ทำโดยศัลยแพทย์ที่มีประสบการณ์ด้านการเสริมจมูกสายฝอโดยเฉพาะ
- ดูผลงานก่อน-หลังทำของเคสจริง เพื่อประเมินฝีมือของแพทย์ว่าเคยทำทรงสายฝอที่เราต้องการหรือไม่
- ตรวจสอบรีวิวจากหลาย ๆ แพลตฟอร์ม เช่น เพจแพทย์ หรือกลุ่มศัลยกรรมที่ไม่เกี่ยวข้องกับสถานพยาบาลนั้นโดยตรง
- ควรมีการวางแผนร่วมกับแพทย์ ไม่ควรใช้บล็อกซิลิโคนสำเร็จรูปโดยไม่มีการปรับทรงให้เข้ากับใบหน้าของผู้เข้ารับบริการ
สรุปบทความ
การทำทรงจมูกสายฝอเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มความโดดเด่นและมิติให้ใบหน้า แต่ต้องอาศัยการประเมินโครงสร้างและพิจารณาให้เหมาะสมกับตัวเองอย่างรอบด้าน การเลือกเทคนิคผ่าตัดที่เหมาะสม การใช้วัสดุที่ได้มาตรฐาน และการดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีจะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยงามและทำให้เกิดความปลอดภัยในระยะยาว ที่สำคัญคือการเลือกคลินิกและแพทย์ที่มีไว้วางใจได้ เพื่อให้การตัดสินใจครั้งสำคัญนี้เป็นไปอย่างราบรื่นและได้จมูกในแบบที่เราต้องการ
Post Info
Social Media







