ฉีดกลูต้าอันตรายไหม เรื่องจริงที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจฉีด

ฉีดกลูต้า

ด้วยกระแส “ผิวขาวใส” ทำให้การฉีดกลูต้ากลายเป็นตัวเลือกที่หลายคนให้ความสนใจ โดยหวังว่าจะช่วยให้ผิวดูสว่างและสุขภาพดีขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ความจริงแล้ว แม้กลูต้าไธโอนจะเป็นสารที่ร่างกายสามารถสร้างขึ้นเองได้ แต่การใช้ในรูปแบบฉีดเพื่อความงามยังคงเป็นเรื่องที่ต้องตั้งคำถามทั้งด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพที่แท้จริง ดังนั้น ก่อนตัดสินใจ เรามาไขความจริงเกี่ยวกับการฉีดกลูต้ากันว่ามีข้อเท็จจริงอะไรซ่อนอยู่ และควรระวังเรื่องใดบ้าง

เลือกอ่านตามหัวข้อด้านล่าง

รู้จักกับ “กลูต้าไธโอน” ก่อนตัดสินใจฉีดกลูต้า

กลูต้าไธโอน คือ

กลูต้าไธโอน (Glutathione) คือ สารต้านอนุมูลอิสระที่ร่างกายสามารถสร้างขึ้นเองตามธรรมชาติ มีบทบาทสำคัญในการช่วยล้างสารพิษ ปกป้องเซลล์จากการถูกทำลาย และเสริมการทำงานของภูมิคุ้มกัน จึงเป็นสารที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสุขภาพและการชะลอความเสื่อมของร่างกาย ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องผิวพรรณเท่านั้น

แม้จะมีการนำกลูต้าไธโอนมาใช้ในรูปแบบการฉีดหรือการฉีดกลูต้า เพื่อหวังผลด้านความขาวใส แต่ในความเป็นจริง สารกลูต้าไธโอนยังไม่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ในรูปแบบยาฉีด และยังไม่มีหลักฐานยืนยันด้านความปลอดภัยชัดเจน การฉีดเข้าสู่ร่างกายจึงอาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น อาการแพ้ ตับหรือไตทำงานผิดปกติ จึงไม่ควรเข้าใจผิดว่าเป็นวิธีที่สามารถดูแลให้ปลอดภัยหรือยั่งยืนต่อสุขภาพ

กลูต้าไธโอน ช่วยให้ผิวขาวได้จริงไหม

สำหรับสารกลูต้าไธโอน (Glutathione) เดิมทีถูกพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ในทางการแพทย์ อย่างการรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งระยะท้ายและช่วยเสริมภูมิต้านทาน โดยพบว่าผู้ป่วยบางรายมีผิวซีดลงและสีผมอ่อนขึ้นหลังการรักษา ทำให้เกิดช่องโหว่นำมาฉีดกลูต้าเพื่อปรับสีผิว แต่ความจริงแล้วคุณสมบัติหลักของกลูต้าไธโอนไม่ได้เกี่ยวกับการทำให้ผิวขาว แต่เป็นผลข้างเคียง

เมื่อร่างกายได้รับกลูต้าไธโอนในปริมาณสูง จะไปกดการสร้างเม็ดสีเมลานิน (Melanin) ในผิว ทำให้ผิวดูขาวขึ้นชั่วคราว แต่กลูต้าไธโอนไม่สามารถเปลี่ยนโครงสร้างพันธุกรรมของเซลล์สร้างเม็ดสี (Melanocytes) ได้ ดังนั้น ผลลัพธ์จึงไม่ถาวรและต้องฉีดต่อเนื่องในปริมาณมาก ซึ่งเสี่ยงต่อผลข้างเคียงและอันตรายต่อสุขภาพในระยะยาว

การฉีดกลูต้าอันตรายไหม

ตามที่อธิบายไว้ในข้างต้น การฉีดกลูต้า (Glutathione injection) เพื่อหวังผลเรื่องผิวขาว แม้จะเป็นที่นิยมในบางกลุ่ม แต่ทางการแพทย์ยังไม่มีการรับรองว่าปลอดภัย เนื่องจากรูปแบบยาฉีดไม่ได้ถูกขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง และยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะยืนยันผลลัพธ์ระยะยาว การใช้โดยไม่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์จึงถือว่ามีความเสี่ยงสูง

ผลข้างเคียงจากการฉีดกลูต้าอาจมีตั้งแต่ระดับเล็กน้อย เช่น คลื่นไส้ ปวดหัว หรือผื่นแพ้ ไปจนถึงภาวะรุนแรงอย่างตับอักเสบ ไตทำงานผิดปกติ หรืออาการแพ้รุนแรงถึงขั้นช็อกได้ นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าการฉีดบ่อยครั้งอาจกระทบต่อสมดุลของสารในร่างกาย ดังนั้น แพทย์ส่วนใหญ่จึงไม่แนะนำให้ใช้วิธีนี้เพื่อความสวยงามเพียงอย่างเดียว

สีผิวไหนก็สวยได้

เม็ดสีเมลานิน (Melanin) กำหนดสีผิวของแต่ละคนและช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV ที่ทำลายเซลล์ การมีเมลานินมากช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดริ้วรอยและความเสียหายจากแสงแดด แต่สีผิวที่เข้มก็ดูดีและสวยงามได้เช่นกัน ซึ่งสิ่งที่สำคัญ คือ “ไม่ว่าจะมีสีผิวไหน ผิวที่ดีควรเป็นผิวสุขภาพดี”

ผิวสุขภาพดีหมายถึงผิวที่มีความชุ่มชื้นเพียงพอ โครงสร้างผิวภายในที่แข็งแรง และมีความยืดหยุ่น การรักษาความแข็งแรงของผิวช่วยให้ผิวสามารถฟื้นตัวจากความเสียหายต่าง ๆ ได้เร็ว ลดริ้วรอย และปัญหาผิวต่าง ๆ ด้วยการดูแลผิวในวิธีที่เหมาะสม เช่น การป้องกันแสงแดด การรับประทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ การพักผ่อนเพียงพอ ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เหมาะกับสภาพผิว และการดูแลความชุ่มชื้นของผิว จะช่วยให้ผิวแข็งแรง ยืดหยุ่น มีความเปล่งประกายสุขภาพดีตามธรรมชาติ

กลูต้าไธโอนที่ได้จากแหล่งอาหาร

อาหารที่มีกลูต้าไธโอน

ร่างกายของเราสามารถสร้างกลูต้าไธโอน (Glutathione) ได้เองตามกลไกธรรมชาติ แต่ปริมาณอาจลดลงเมื่ออายุมากขึ้นหรือเผชิญภาวะความเครียด ดังนั้น การรับประทานอาหารที่มีส่วนช่วยเสริมการสร้างกลูต้าไธโอนจึงเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ดีต่อสุขภาพ ช่วยสนับสนุนการทำงานของตับ ระบบภูมิคุ้มกัน และการปกป้องเซลล์จากความเสื่อมสภาพ

อาหารที่ช่วยกระตุ้นหรือเพิ่มการสร้างกลูต้าไธโอน ได้แก่ ผักผลไม้ที่อุดมด้วยวิตามินซี เช่น ส้ม ฝรั่ง ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ รวมถึงผักจำพวกบร็อกโคลี หน่อไม้ฝรั่ง และกะหล่ำปลี นอกจากนี้ ยังพบได้ในโปรตีนจากปลาและเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน การเลือกรับประทานอาหารเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอจึงถือเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าการฉีดกลูต้าโดยตรง

วิธีฟื้นฟูให้ผิวขาวสว่างใส ด้วยวิธีธรรมชาติ

การฉีดกลูต้าไม่ใช่คำตอบของผิวขาว และยังอาจส่งผลเสียต่อร่างกายอีกด้วย การที่จะช่วยฟื้นฟูผิวให้กลับมาขาวใสและสุขภาพดี แนะนำให้ใช้การดูแลผิวพรรณแบบองค์รวม เพื่อช่วยปรับสภาพผิวอย่างยั่งยืน และคงความขาวสว่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ

ปกป้องผิวจากแสงแดด

การใช้ครีมกันแดดเป็นประจำทุกวันช่วยลดการทำลายเม็ดสีผิวจากรังสียูวี และป้องกันการเกิดฝ้า กระ หรือจุดด่างดำที่ผิวหนัง การสวมหมวก ใส่เสื้อแขนยาว และกางร่มที่กันรงสียูวี จะช่วยเพิ่มการปกป้องผิว

รับประทานอาหารที่มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ

เลือกทานผักผลไม้ที่มีวิตามินซี วิตามินอี และสารต้านอนุมูลอิสระสูง เช่น เบอร์รี่ ส้ม และผักใบเขียว ซึ่งช่วยลดความหมองคล้ำและสนับสนุนการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวแข็งแรงยืดหยุ่น

ดื่มน้ำและพักผ่อนเพียงพอ

น้ำช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและฟื้นฟูเซลล์ผิวอย่างต่อเนื่อง การนอนหลับอย่างเพียงพอช่วยให้ผิวซ่อมแซมตัวเอง ลดความหมองคล้ำและรอยคล้ำใต้ตา ผิวจึงดูสดใสและสุขภาพดี

การดูแลผิวภายนอก

การใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์ช่วยให้ผิวคงความชุ่มชื้นและยืดหยุ่น ร่วมกับการสครับผิวเบา ๆ สัปดาห์ละ 1 – 2 ครั้ง ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าเผยผิวใหม่ ทำให้ผิวเรียบเนียนและสว่างใส

หัตถการความงามอื่น ๆ ที่ช่วยเพื่อผิวกระจ่างใสได้

ในปัจจุบัน มีทางเลือกในการฟื้นฟูผิวแลดูกระจ่างใสขึ้น ซึ่งเป็นโปรแกรมดริปวิตามินซีที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ ลดความหมองคล้ำ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิว เสริมสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกาย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวหมองคล้ำให้สดใสขึ้น นอกจากนี้ ยังมีโปรแกรมอื่น ๆ เช่น โปรแกรมเลเซอร์ปรับผิว ที่ช่วยปรับสภาพผิวให้เรียบเนียนและกระจ่างใสขึ้น การเลือกทำหัตถการควรปรึกษาแพทย์ด้านผิวหนังเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพผิวแต่ละคน และการดูแลให้เกิดความปลอดภัย

อย่างไรก็ตามหลายคนอาจสงสัยว่า โปรแกรมดริปวิตามินผิว อันตรายไหม การทำโปรแกรมนี้มีความปลอดภัย โดยต้องอยู่ภายใต้การดูแลจากแพทย์ และยังต้องเลือกทำกับสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน และใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับรองอย่างถูกต้อง รวมถึงต้องรับในปริมาณที่เหมาะสม วิตามินซีจะถูกดูดซึมและนำไปใช้ช่วยให้ผิวกระจ่างใส ลดความหมองคล้ำ และเสริมระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

แชร์ :

สรุป

แม้การฉีดกลูต้าจะทำให้ผิวดูขาวขึ้นได้ชั่วคราว แต่ไม่ใช่วิธีที่ปลอดภัยในระยะยาว และที่สำคัญ คือ กลูต้าไธโอนยังไม่ได้รับการขึ้นทะเบียนยา และยังไม่ได้รับการอนุมัติให้ใช้ในรูปแบบฉีดเพื่อใช้เพื่อความงามโดยตรง หลังใช้แล้วร่างกายยังคงกลับมาสร้างเม็ดสีตามธรรมชาติได้เหมือนเดิม ดังนั้น การดูแลผิวด้วยวิธีธรรมชาติ การรับประทานอาหารที่ดี และการพักผ่อนให้เพียงพอ จึงเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและยั่งยืนมากกว่า หรือใช้โปรแกรมความงามหรือโปรแกรมเลเซอร์อื่น ๆ ที่ได้รับรองมาตรฐาน ภายใต้การดูแลโดยแพทย์ด้านผิวหนัง

กรอกฟอร์ม ปรึกษาหมอ ฟรี!

Thank You!

You details has been successfully submitted. Thanks!

ขอบคุณ!

ข้อมูลของคุณถูกส่งเรียบร้อยแล้ว 

ขอบคุณข้อเสนอแนะติชม