ผ่าตัดนมน้อยคืออะไร? เหมาะกับใคร รวมข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจทำ
การผ่าตัดนมน้อย คือทางออกสำหรับคนที่มีปัญหาเนื้อปูดหรือนูนเหนือรอยบรา ใกล้รักแร้ ซึ่งมักไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการลดน้ำหนักหรือออกกำลังกาย ปัญหานี้อาจเกิดจากต่อมน้ำนมหรือเนื้อนมส่วนเกินที่แยกออกมาจากเต้านมหลัก ทำให้หลายคนรู้สึกไม่มั่นใจเวลาใส่เสื้อผ้า การผ่าตัดนมน้อยจึงช่วยจัดการกับเนื้อส่วนเกินได้อย่างถูกจุด ทำให้รูปร่างดูเรียบเนียน สมส่วนมากขึ้น ในบทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับการผ่าตัดนมน้อยให้มากขึ้น ทั้งขั้นตอน เทคนิคที่นิยม ไปจนถึงการดูแลตัวเองหลังผ่าตัด เพื่อให้ตัดสินใจได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น
ผ่าตัดนมน้อย ไขมันใต้รักแร้ คืออะไร?
นมน้อย หรือที่หลายคนเข้าใจว่าเป็นก้อนเนื้อเล็ก ๆ ที่โผล่บริเวณเหนือรอยบราใกล้รักแร้ แท้จริงแล้วคือเนื้อเยื่อส่วนเกินซึ่งอาจประกอบไปด้วยไขมัน ต่อมน้ำนม หรือเนื้อนมจริงที่แยกตัวออกจากเต้านมหลัก ซึ่งเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น พันธุกรรม ฮอร์โมน หรือการเปลี่ยนแปลงของร่างกายช่วงวัยเจริญพันธุ์และหลังคลอด
ซึ่งการผ่าตัดนมน้อย จึงเป็นหัตถการที่ช่วยกำจัดก้อนเนื้อส่วนเกินนี้ออกไป เพื่อให้บริเวณหน้าอกและรักแร้ดูเรียบเนียน ได้สัดส่วน ไม่โป่งพองเวลาสวมเสื้อกล้ามหรือบรา โดยขั้นตอนการผ่าตัดจะขึ้นอยู่กับชนิดของก้อนที่พบ หากเป็นไขมันเพียงอย่างเดียว อาจใช้การดูดไขมันร่วมด้วย แต่ถ้ามีเนื้อนมหรือต่อมน้ำนม จะต้องใช้การผ่าตัดเฉพาะจุดเพื่อเอาเนื้อเยื่อออกทั้งหมด
ผ่าตัดนมน้อย เหมาะกับใครบ้าง
การผ่าตัดนมน้อยเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาก้อนเนื้อบริเวณเหนือเต้านม ใกล้รักแร้ ที่ไม่สามารถลดได้ด้วยการออกกำลังกายหรือควบคุมอาหาร เพราะเนื้อส่วนนั้นอาจไม่ใช่แค่ไขมัน แต่เป็นเนื้อนม หรือเนื้อเยื่อที่เกี่ยวข้องกับเต้านมจริง ซึ่งการแก้ไขจำเป็นต้องใช้หัตถการเฉพาะ สำหรับผู้ที่เหมาะกับการผ่าตัดนมน้อย เช่น
- ผู้ที่มีก้อนนูนบริเวณเหนือรอยบรา จนเห็นชัดเจนเวลาใส่เสื้อแขนกุดหรือบราเกาะอก
- มีอาการเจ็บหรือระคายเคืองบริเวณนมน้อยเวลาขยับแขนหรือใส่เสื้อรัดรูป
- เคยลองลดไขมันเฉพาะส่วนแล้วไม่ได้ผล
- ต้องการปรับรูปทรงหน้าอกให้ได้สัดส่วนมากขึ้นโดยเฉพาะในบริเวณเหนือเต้านม
- มีภาวะเต้านมเกิน (Accessory breast tissue) ซึ่งพบได้ทั้งในผู้หญิงและผู้ชายบางราย
เทคนิคผ่าตัดนมน้อย ที่นิยมในปัจจุบัน
การผ่าตัดนมน้อยจะดูเหมือนเป็นหัตถการที่ไม่ซับซ้อน แต่เทคนิคในการทำมีความหลากหลาย และสามารถเลือกให้เหมาะกับสรีระ รวมถึงความต้องการของแต่ละบุคคล โดยเทคนิคที่ได้รับความนิยมหลัก ๆ ได้แก่
1. การผ่าตัดด้วยซิลิโคนทรงเล็ก
เทคนิคนี้ไม่ใช่เพียงแค่การตัดเนื้อส่วนเกินออก แต่ยังใช้ซิลิโคนขนาดเล็กหรือทรงพิเศษเข้ามาช่วยในการปรับรูปทรงของเต้านมให้เนียนไปกับส่วนอกและรักแร้ โดยเฉพาะกรณีที่ผ่าตัดเนื้อนมน้อยออกแล้วทำให้เกิดรอยบุ๋มหรือความไม่สมดุลของหน้าอก ซึ่งการเลือกซิลิโคนจะใช้แบบที่มีความนุ่มและขนาดเล็กกว่าการเสริมหน้าอกปกติ เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ ไม่หลอกตา และเหมาะกับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าอกโดยไม่ให้ใหญ่เกินไป
ข้อดี-ข้อเสียของเทคนิคผ่าตัดด้วยซิลิโคนทรงเล็ก
ข้อดี
- ช่วยเติมเต็มส่วนที่ขาดหลังการผ่าตัดเนื้อนมน้อย ทำให้หน้าอกดูได้สัดส่วน
- ให้ผลลัพธ์ที่เรียบเนียนและดูเป็นธรรมชาติมากกว่าการตัดอย่างเดียว
- เหมาะกับผู้ที่หน้าอกเล็กและมีเนื้อเยื่อไม่มาก
ข้อเสีย
- ต้องมีการใส่วัสดุเทียมเข้าไป จึงมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน เช่น พังผืดรัดซิลิโคน
- ต้องมีการติดตามผลระยะยาว หากเกิดปัญหาอาจต้องผ่าตัดแก้
- ราคาสูงกว่าการตัดเนื้อนมน้อยอย่างเดียว
2. เทคนิคเสริมหน้าอกแบบธรรมชาติ
สำหรับผู้ที่ไม่ต้องการใช้ซิลิโคน สามารถเลือกเทคนิคเสริมทรงหน้าอกหลังผ่าตัดนมน้อยด้วยไขมันตัวเอง (Fat Grafting) โดยดูดไขมันจากส่วนอื่นของร่างกาย เช่น หน้าท้อง ต้นขา แล้วนำมาฉีดเติมบริเวณหน้าอกหรือรักแร้ที่ถูกผ่าตัดให้สมดุลขึ้น เทคนิคนี้เหมาะกับผู้ที่มีไขมันเพียงพอ และต้องการทางเลือกที่ดูเป็นธรรมชาติ ไม่ใส่วัสดุแปลกปลอมเข้าไปในร่างกาย
ข้อดี-ข้อเสียของเทคนิคเสริมหน้าอกแบบธรรมชาติ
ข้อดี
- ใช้ไขมันจากร่างกายตัวเอง ทำให้เกิดความปลอดภัยและลดโอกาสแพ้
- ทรงหน้าอกดูนุ่มและดูเป็นธรรมชาติกว่าการใช้ซิลิโคน
- ได้ลดไขมันในส่วนที่ไม่ต้องการออกไปด้วย
ข้อเสีย
- ไขมันที่ฉีดเข้าไปอาจสลายได้บางส่วน ต้องทำซ้ำหากต้องการผลลัพธ์ชัดเจน
- ต้องดูแลหลังการฉีดมากกว่า เพราะอาจเกิดพังผืดหรือไขมันจับตัวเป็นก้อนได้
- เหมาะกับผู้ที่มีไขมันส่วนเกินเพียงพอเท่านั้น
ทั้งนี้ การผ่าตัดนมน้อยในบางเคสอาจมีลักษณะคล้ายกับการตัดหน้าอกเฉพาะจุด โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อความสมดุลของรูปทรงหน้าอกและความมั่นใจของผู้เข้ารับบริการ
ขั้นตอนการผ่าตัดนมน้อย
การผ่าตัดนมน้อยเป็นหัตถการที่ต้องอาศัยความชำนาญและทักษะการรักษาของแพทย์ เนื่องจากบริเวณเหนืออกใกล้รักแร้มีต่อมและเส้นประสาทจำนวนมาก การผ่าตัดจึงต้องทำอย่างละเอียดและทำให้เกิดความปลอดภัย ซึ่งขั้นตอนโดยทั่วไปมีดังนี้
- ตรวจประเมินลักษณะก้อนนมน้อย – แพทย์จะทำการคลำ ตรวจร่างกาย หรือใช้เครื่องมือช่วย เช่น อัลตราซาวนด์ เพื่อแยกแยะว่าเป็นไขมัน ต่อมน้ำนม หรือเนื้อนม
- วางแผนตำแหน่งแผลและเทคนิคการผ่าตัด – เช่น จะใช้การดูดไขมันร่วมด้วยหรือไม่ หรือต้องตัดเนื้อเยื่อออกทั้งหมด พร้อมออกแบบตำแหน่งแผลให้แนบเนียน
- ดมยาสลบหรือฉีดยาชาเฉพาะจุด – ขึ้นอยู่กับขนาดของก้อนและเทคนิคที่ใช้
- ผ่าตัดนำเนื้อส่วนเกินออก – แพทย์จะเปิดแผลขนาดเล็กตามที่วางแผนไว้ แล้วนำเนื้อเยื่อส่วนเกินออกอย่างระมัดระวัง ซึ่งก่อนทำการผ่าตัดแพทย์จะมีการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อบริเวณที่จะรักษาก่อน
- เย็บแผลและพันผ้ารัดทรง – ใช้ไหมละลายหรือไหมที่ต้องตัด ขึ้นอยู่กับแต่ละเคส และพันผ้ารัดเพื่อลดบวม ช่วยให้ผิวแนบเข้ากับร่างกายได้ดี
การดูแลหลังผ่าตัด
การดูแลตัวเองหลังผ่าตัดนมน้อยมีผลต่อผลลัพธ์และการฟื้นตัวของแผลโดยตรง เพื่อให้เนื้อเยื่อสมานได้เร็ว ลดโอกาสเกิดพังผืดหรือแผลคีลอยด์ ควรปฏิบัติดังนี้
- หลีกเลี่ยงการยกของหนัก หรือขยับแขนยกสูงช่วง 1-2 สัปดาห์แรก
- ใส่ผ้ารัดทรงหรือชุดกระชับ ตามที่แพทย์แนะนำอย่างต่อเนื่องประมาณ 1 เดือน
- งดการสัมผัสน้ำบริเวณแผล ในช่วง 3-5 วันแรก หรือจนกว่าแผลจะแห้งสนิท
- ทำความสะอาดแผลตามคำแนะนำ ใช้น้ำเกลือหรือยาฆ่าเชื้อหากจำเป็น
- เข้าพบแพทย์ตามนัดเพื่อตรวจเช็กแผล และดูการสมานตัวของเนื้อเยื่อ
- หลีกเลี่ยงการนวดหรือกดแรง ๆ บริเวณที่ผ่าตัดจนกว่าแพทย์จะอนุญาต
ผ่าตัดนมน้อยพักฟื้นกี่วัน?
ระยะเวลาการพักฟื้นของการผ่าตัดนมน้อยในแต่ละคนอาจแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับขนาดของก้อน เทคนิคที่ใช้ และสุขภาพโดยรวม แต่โดยทั่วไปแล้ว
- อาการบวมและฟกช้ำ : มักจะเริ่มดีขึ้นภายใน 1-2 สัปดาห์แรก แต่จะค่อยๆ ลดลงจนหายเป็นปกติได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ถึงหลายเดือน
- กลับไปทำงานเบาๆ : โดยทั่วไปสามารถกลับไปทำงานเบาๆ หรือทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันที่ไม่ใช้แรงมากได้ภายใน 3-7 วัน หลังผ่าตัดนมน้อย
- กลับไปออกกำลังกาย/กิจกรรมหนัก : สามารถกลับไปออกกำลังกายหนักๆ หรือทำกิจกรรมที่ต้องใช้แรงมากได้ภายในประมาณ 4-6 สัปดาห์หลังผ่าตัด แต่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ
- ผลลัพธ์ที่ชัดเจน : จะเริ่มเห็นรูปร่างที่แท้จริงของหน้าอกได้เมื่ออาการบวมลดลงอย่างเต็มที่ ซึ่งอาจใช้เวลาประมาณ 3-6 เดือน และจะเห็นผลลัพธ์สุดท้ายที่ชัดเจนเมื่อแผลเป็นจางลง
อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือการปฏิบัติตามคำแนะนำของศัลยแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อให้การฟื้นตัวเป็นไปอย่างราบรื่นและได้ผลลัพธ์ที่ดี
ผ่าตัดนมน้อย ก้อนไขมันใต้รักแร้ ราคา
ราคาของการผ่าตัดนมน้อยและการกำจัดไขมันใต้รักแร้ ในแต่ละเคสอาจอยู่ที่หลักหมื่นปลายๆ ไปจนถึงหลักแสนบาท ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของการรักษา ปริมาณเนื้อเยื่อและไขมันที่ต้องกำจัด เทคนิคที่ใช้ในการรักษา รวมไปถึงมาตรฐานของคลินิกหรือโรงพยาบาลที่ดูแล ปัจจัยเหล่านี้ล้วนมีส่วนสำคัญต่อค่าใช้จ่ายในการรักษา
สรุป
การผ่าตัดนมน้อยเป็นหนึ่งในวิธีแก้ปัญหาก้อนเนื้อหรือไขมันส่วนเกินบริเวณเหนืออกที่ได้ผลลัพธ์ชัดเจนและถาวร โดยเฉพาะในกรณีที่ไม่สามารถจัดการได้ด้วยวิธีธรรมชาติ การเลือกเทคนิคผ่าตัดให้เหมาะสม เช่น การใช้ซิลิโคนทรงเล็ก หรือเสริมไขมันตัวเอง จะช่วยให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติและให้เกิดความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น หากใครที่กำลังมองหาทางแก้ไขปัญหาเนื้อนูนหรือไขมันบริเวณรักแร้ การผ่าตัดนมน้อยอาจเป็นคำตอบที่ช่วยเสริมความมั่นใจให้กับรูปร่างของเราได้เป็นอย่างดี
Post Info
Social Media







