การดูดไขมัน (Liposuction) เป็นหนึ่งในหัตถการยอดนิยมที่ช่วยแก้ไขปัญหารูปร่างและกำจัดไขมันส่วนเกินที่สะสมอยู่ตามจุดต่าง ๆ ซึ่งไม่สามารถลดได้ด้วยการออกกำลังกายหรือควบคุมอาหารเพียงอย่างเดียว ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปัจจุบันมีเครื่องดูดไขมันหลากหลายชนิด ซึ่งแต่ละประเภทต่างมีหลักการทำงานและจุดเด่นที่แตกต่างกันไป
เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถทำความเข้าใจและเลือกสิ่งที่เหมาะสม การศึกษาข้อมูลของเครื่องมือแต่ละประเภทจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยเครื่องมือที่ได้รับความนิยมและเป็นที่พูดถึงในวงการได้แก่ โปรแกรม Body-jet, โปรแกรม Vaser, โปรแกรม Ultra Z, โปรแกรม MicroAire และโปรแกรม BODYtite ซึ่งแต่ละชนิดมีเทคนิคเฉพาะตัวที่ควรทำความรู้จักก่อนตัดสินใจ
เลือกอ่านตามหัวข้อด้านล่าง
ทำความรู้จักกับวิธีการดูดไขมัน
ก่อนที่จะเจาะลึกถึงความแตกต่างของเครื่องดูดไขมันแต่ละชนิด สิ่งสำคัญคือการทำความเข้าใจหลักการพื้นฐานของการดูดไขมัน ซึ่งเป็นการศัลยกรรมทางการแพทย์ที่ออกแบบมาเพื่อกำจัดไขมันส่วนเกินออกจากร่างกาย โดยเฉพาะในบริเวณที่ไขมันสะสมและไม่สามารถลดได้ด้วยวิธีทั่วไป เช่น การควบคุมอาหารหรือการออกกำลังกาย
หลักการทำงานของการดูดไขมันคือ ศัลยแพทย์จะสอดท่อขนาดเล็กที่เรียกว่า Cannula เข้าไปใต้ชั้นผิวหนังผ่านแผลขนาดเล็ก เพื่อแยกเซลล์ไขมันและดูดเอาไขมันส่วนเกินออกมา จุดประสงค์หลักของการดูดไขมันคือเพื่อปรับรูปร่างและสัดส่วนของร่างกายให้ดูสมส่วนและกระชับขึ้น ไม่ใช่วิธีการลดน้ำหนักโดยตรง
ดูดไขมันบริเวณไหนได้บ้าง
การดูดไขมันเป็นหัตถการที่มีความยืดหยุ่นสูง สามารถใช้กับหลากหลายบริเวณทั่วร่างกายที่มีไขมันสะสม ทั้งในส่วนที่ต้องการการกำจัดไขมันในปริมาณมาก และส่วนที่ต้องการความแม่นยำสูง เพื่อช่วยปรับแต่งสัดส่วนให้ดูสมดุลและสวยงามยิ่งขึ้น โดยบริเวณยอดนิยมที่สามารถทำได้ ได้แก่
- หน้าท้อง
- ต้นแขน
- ต้นขา
- สะโพก
- หลังส่วนบนและล่าง
- คางและเหนียง
- เอวและหลังส่วนข้าง (Love Handle)
- แก้ม
- น่องและข้อเท้า
- หน้าอก (ในกรณีผู้ชายที่มีภาวะ Gynecomastia)
เปรียบเทียบความแตกต่างของเครื่องดูดไขมันแต่ละชนิด
แม้ว่าหลักการพื้นฐานของการดูดไขมันคือการนำไขมันส่วนเกินออกจากร่างกาย แต่เทคโนโลยีที่ใช้ในปัจจุบันนั้นมีความหลากหลายและแตกต่างกันอย่างมาก โดยเครื่องดูดไขมันแต่ละชนิดมีหลักการทำงานที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการแยกเซลล์ไขมัน ระดับความบอบช้ำหลังการรักษา และคุณภาพผิวที่ตามมา ซึ่งการทำความเข้าใจความแตกต่างของแต่ละประเภทจะช่วยให้สามารถเลือกวิธีที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น
เครื่องดูดไขมันโปรแกรม Body-jet
โปรแกรม Body-jet เป็นเครื่องดูดไขมันจากประเทศเยอรมนีที่ใช้เทคโนโลยี Water-jet Assisted Liposuction หรือพลังงานน้ำในการช่วยแยกเซลล์ไขมัน โดยจะปล่อยลำน้ำพลังงานสูงออกมาในลักษณะพัด (Fan-Shaped jet) เพื่อแยกเซลล์ไขมันออกจากเนื้อเยื่อเกี่ยวพันและเส้นประสาทได้อย่างอ่อนโยน ทำให้เนื้อเยื่อโดยรอบได้รับความเสียหายน้อย ส่งผลให้หลังการรักษาผู้เข้ารับบริการมีอาการบวมช้ำน้อย ฟื้นตัวได้ดี และยังสามารถนำไขมันที่ได้ไปใช้ต่อในโปรแกรมฉีดไขมันเติมเต็มส่วนต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เครื่องดูดไขมันโปรแกรม Vaser Smooth 2.0
โปรแกรม Vaser Smooth 2.0 ใช้เทคโนโลยี Ultrasound Assisted Liposuction หรือพลังงานคลื่นเสียงอัลตราซาวด์ โดยจะปล่อยคลื่นเสียงที่มีความถี่เฉพาะเจาะจงลงไปใต้ชั้นผิว เพื่อสร้างความร้อนกับเซลล์ไขมันให้ละลายกลายเป็นของเหลวหรือน้ำมัน ก่อนที่จะดูดออกจากร่างกายในขั้นตอนต่อไป ซึ่งช่วยให้การกำจัดไขมันเป็นไปอย่างแม่นยำและง่ายดายยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับการลดไขมันในบริเวณที่ต้องการความละเอียดสูง เช่น หน้าท้องส่วนล่าง (พุงหมาน้อย) แก้ม หรือเหนียง และคลื่นพลังงานยังช่วยกระตุ้นการหดตัวของคอลลาเจน ทำให้ผิวหลังทำดูเรียบเนียนและกระชับขึ้น
เครื่องดูดไขมันโปรแกรม Ultra Z
โปรแกรม Ultra Z เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ใช้พลังงานคลื่นเสียงอัลตราซาวด์เช่นเดียวกับโปรแกรม Vaser แต่มีจุดเด่นในเรื่องความอ่อนโยนของพลังงาน โดยใช้คลื่นเสียงที่มีความถี่ต่ำกว่าในการกำจัดไขมัน เหมาะสำหรับผู้ที่มีไขมันสะสมในปริมาณไม่มาก หรือในบริเวณที่มีความบอบบางของผิวหนังมาก นอกจากจะช่วยแยกเซลล์ไขมันแล้ว คลื่นพลังงานยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวหลังทำกระชับและฟื้นตัวได้ดี
เครื่องดูดไขมันโปรแกรม MicroAire PAL
MicroAire PAL (Power Assisted Liposuction) คือเครื่องดูดไขมันที่ใช้เทคนิคการสั่นสะเทือนของหัวดูดไขมัน (Cannula) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแยกเซลล์ไขมัน โดยหัวดูดจะมีการสั่นแบบกลไกอย่างรวดเร็ว ทำให้ไขมันแตกตัวและดูดออกมาได้ง่ายขึ้นโดยที่แพทย์ไม่ต้องออกแรงมาก เหมาะสำหรับการดูดไขมันในปริมาณมาก เช่น บริเวณหน้าท้องและต้นขา ทำให้สามารถลดสัดส่วนได้อย่างรวดเร็วในแต่ละครั้ง อย่างไรก็ตาม อาจมีโอกาสเกิดอาการบวมช้ำได้ในบางกรณี
เครื่องดูดไขมันโปรแกรม BODYtite Pro
โปรแกรม BODYtite Pro เป็นเครื่องดูดไขมันที่ใช้เทคโนโลยี Radiofrequency Assisted Liposuction (RFAL) หรือพลังงานคลื่นความถี่วิทยุ โดยจะปล่อยพลังงาน RF ลงสู่ชั้นไขมันเพื่อแยกเซลล์ไขมันให้แตกตัวกลายเป็นของเหลว และในขณะเดียวกันก็ส่งพลังงานความร้อนไปกระตุ้นผิวหนังในชั้นลึก ทำให้เกิดการหดตัวของคอลลาเจนทันที ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่โดดเด่นอย่างมาก เนื่องจากช่วยให้ผิวหนังที่เคยหย่อนคล้อยกลับมาตึงกระชับไปพร้อมกับการดูดไขมัน จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ไขทั้งปัญหาไขมันส่วนเกินและผิวที่ขาดความยืดหยุ่นในบริเวณเดียวกัน
รีวิวโปรแกรมดูดไขมันที่ AM International Hospital
แม้แต่คนที่ออกกำลังกายเป็นประจำก็อาจมีไขมันสะสมที่ลดยากในบางจุด โปรแกรมดูดไขมันจึงเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเลือกทำกับแพทย์ผู้ชำนาญการที่เข้าใจโครงสร้างร่างกายอย่างแท้จริง ซึ่งที่ AM International Hospital เราพร้อมมอบผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์ เพื่อให้คุณมีรูปร่างที่สมส่วนอย่างที่ต้องการ
ตัวอย่างภาพเปรียบเทียบผลลัพธ์ก่อนและหลังการดูดไขมันจากผู้ที่เคยเข้ารับบริการ (*ผลการรักษาขึ้นอยู่กับรายบุคคล)
สรุปเครื่องดูดไขมัน
โปรแกรมดูดไขมันในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่แค่การกำจัดไขมันเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นศาสตร์ของการปรับรูปร่างที่ต้องอาศัยเทคโนโลยีและทักษะของแพทย์ การทำความเข้าใจหลักการทำงานของเครื่องดูดไขมันแต่ละชนิด ไม่ว่าจะเป็นระบบ Water-jet, Ultrasound, RF หรือระบบ PAL จะช่วยให้คุณเห็นภาพชัดเจนว่าแต่ละเทคโนโลยีมีจุดเด่นและข้อดีอย่างไร ทั้งในด้านความอ่อนโยน การกระชับผิว และประสิทธิภาพในการแยกเซลล์ไขมัน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงกับความต้องการมากเท่าที่จะเป็นไปได้
การเลือกคลินิกและแพทย์ที่ปรึกษาจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง AM International Hospital เข้าใจในความต้องการที่หลากหลาย เรามีทีมแพทย์ผู้ชำนาญการที่พร้อมให้คำปรึกษาอย่างละเอียด และเลือกใช้เครื่องมือที่ทันสมัยเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์และสอดคล้องกับความคาดหวังของแต่ละคน ดังนั้น หากคุณกำลังมองหาทางเลือกเพื่อจัดการกับไขมันส่วนเกิน ปรึกษาเราได้เลย!
Post Info
Social Media







