ไขมันใต้ผิวหนัง สาเหตุและวิธีจัดการเพื่อสุขภาพที่ดี

ไขมันใต้ผิวหนัง

ไขมันใต้ผิวหนัง คือตัวการสำคัญที่ส่งผลต่อรูปร่างภายนอกอย่างมาก หากมีปริมาณสะสมมากเกินไป ย่อมเป็นสัญญาณเตือนที่อาจนำไปสู่ความเสี่ยงด้านสุขภาพที่ซับซ้อน ไม่ว่าจะเป็นโรคอ้วน ภาวะดื้ออินซูลิน ไปจนถึงโรคหัวใจและหลอดเลือด การทำความเข้าใจสาเหตุที่แท้จริงของการสะสมไขมันใต้ผิวหนังจึงเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญในการวางแผนดูแลสุขภาพในระยะยาว

AM International Hospital จะพาไปดูวิธีลดไขมันใต้ชั้นผิวหนังอย่างถูกต้อง ตั้งแต่การปรับโภชนาการ วิธีการออกกำลังกายที่เหมาะกับการลดไขมันใต้ชั้นผิวหนัง และวิธีอื่น ๆ ทางการแพทย์ที่จะช่วยให้คุณกำจัดส่วนเกินได้อย่างมีประสิทธิภาพและตอบโจทย์มากยิ่งขึ้น

เลือกอ่านตามหัวข้อด้านล่าง

ไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Fat) คืออะไร

ไขมันใต้ผิวหนัง คือ

ไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Fat) คือ ชั้นไขมันที่อยู่ระหว่างผิวหนังชั้นล่างสุดกับชั้นกล้ามเนื้อ มีลักษณะเป็นเนื้อเยื่อไขมันที่ร่างกายใช้เป็นแหล่งเก็บพลังงานสำรองที่สำคัญ และยังทำหน้าที่เป็น “เบาะรอง” เพื่อปกป้องอวัยวะและกล้ามเนื้อจากแรงกระแทกภายนอก รวมถึงช่วยรักษาอุณหภูมิร่างกายให้คงที่ แม้จะมีบทบาทสำคัญต่อร่างกาย แต่การสะสมของไขมันในปริมาณที่มากเกินไปก็จะกระทบต่อรูปร่างและก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพได้

ชั้นไขมันใต้ผิวหนังมีความหนาแตกต่างกันไปตามปัจจัยเฉพาะบุคคล เช่น พันธุกรรม เพศ อายุ และที่สำคัญคือพฤติกรรมการใช้ชีวิต โดยมักพบการสะสมมากบริเวณหน้าท้องส่วนล่าง ต้นขา สะโพก และต้นแขน ปริมาณไขมันชนิดนี้สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามการควบคุมอาหารและการออกกำลังกาย การควบคุมให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมจะช่วยคงสมดุลของระบบเผาผลาญ เสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกาย และลดความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังต่าง ๆ ได้ด้วย

ไขมันใต้ผิวหนัง เกิดจากอะไร

การสะสมของไขมันใต้ผิวหนังอาจเกิดจากหลายปัจจัย ทั้งปัจจัยภายในร่างกายและพฤติกรรมการใช้ชีวิต ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบเผาผลาญและการเก็บพลังงานของร่างกาย
  • การรับประทานอาหารเกินความต้องการ การบริโภคพลังงาน (แคลอรี่) เกินกว่าที่ร่างกายต้องการใช้ในแต่ละวัน โดยเฉพาะอาหารที่มีแป้ง น้ำตาล และไขมันทรานส์สูง จะถูกเปลี่ยนไปเก็บสะสมในรูปแบบของไขมันใต้ผิวหนัง
  • การใช้พลังงานน้อย เช่น การมีพฤติกรรมนั่งทำงานนาน ๆ หรือการขาดการออกกำลังกายสม่ำเสมอ ส่งผลให้ระบบเผาผลาญพลังงานทำงานได้ไม่เต็มที่
  • พันธุกรรม มีบทบาทสำคัญในการกำหนดรูปแบบการกระจายตัวและการเก็บไขมันของร่างกายในแต่ละคน
  • ฮอร์โมนและระบบเผาผลาญ ทั้งระดับฮอร์โมนเพศหญิง ฮอร์โมนไทรอยด์ และความเปลี่ยนแปลงของระบบเผาผลาญตามอายุที่เพิ่มขึ้น ล้วนส่งผลต่อการสะสมไขมัน
  • ความเครียดและการนอนหลับไม่เพียงพอ กระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล ซึ่งทำให้เกิดความอยากอาหารประเภทแป้งและน้ำตาลมากขึ้น ส่งผลให้ระบบควบคุมความอยากอาหารเสียสมดุล
  • ภาวะสุขภาพบางอย่าง เช่น ภาวะดื้ออินซูลิน หรือโรคต่อมไร้ท่อบางชนิด อาจเพิ่มแนวโน้มในการสะสมไขมันใต้ผิวหนัง

ไขมันใต้ผิวหนัง vs ไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat) ต่างกันอย่างไร?

ไขมันใต้ผิวหนัง กับ ไขมันในช่องท้อง

ไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Fat) และไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat) แม้จะจัดเป็นไขมันสะสมเหมือนกัน แต่มีตำแหน่งและผลกระทบต่อสุขภาพที่ต่างกันอย่างชัดเจน ไขมันใต้ผิวหนัง คือชั้นไขมันที่อยู่ใต้ผิวหนังที่สามารถบีบหรือจับได้ มักเกี่ยวข้องกับรูปลักษณ์ภายนอก ในขณะที่ไขมันในช่องท้อง คือไขมันที่อยู่ลึกเข้าไปรอบอวัยวะภายในช่องท้อง (เช่น ตับ, ลำไส้) ซึ่งอันตรายมากกว่า เพราะไขมันชนิดนี้สามารถหลั่งสารอักเสบเข้าสู่กระแสเลือดโดยตรง เพิ่มความเสี่ยงของโรคเมตาบอลิก โรคเบาหวานชนิดที่ 2 และโรคหัวใจอย่างมีนัยสำคัญ

ไขมันใต้ชั้นผิวหนัง ปกติควรมีปริมาณเท่าไหร่?

การทราบว่าร่างกายมีปริมาณไขมันปกติเท่าไหร่ เป็นสิ่งสำคัญในการประเมินสุขภาพโดยรวม ซึ่งค่าปกติไม่ได้เป็นตัวเลขที่ตายตัว แต่ขึ้นอยู่กับปัจจัยทางเพศและอายุ การวัดปริมาณไขมันในร่างกาย (Body Fat Percentage) โดยใช้เครื่องมือที่แม่นยำจึงเป็นวิธีที่แนะนำ โดยทั่วไปแล้ว ค่ามาตรฐานสำหรับผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ควรอยู่ในช่วง 20–30% ของน้ำหนักตัวทั้งหมด และสำหรับผู้ชายวัยผู้ใหญ่ควรอยู่ที่ 10–20% ของน้ำหนักตัวทั้งหมด

ปริมาณไขมันที่เหมาะสมนี้ช่วยให้ระบบการทำงานของร่างกายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ หากมีปริมาณไขมันใต้ผิวหนังหรือไขมันรวมเกินกว่าเกณฑ์ อาจบ่งชี้ถึงความเสี่ยงต่อสุขภาพที่เพิ่มขึ้น ดังนั้น การตรวจวัดปริมาณไขมันในร่างกายที่โรงพยาบาลโดยแพทย์ จะช่วยให้ทราบสถานะสุขภาพและวางแผนการจัดการไขมันส่วนเกินได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น

มีไขมันใต้ผิวหนังมาก ส่งผลเสียอย่างไร

แม้ไขมันใต้ผิวหนังจะมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่หากสะสมมากเกินไปก็อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อทั้งสุขภาพและรูปลักษณ์ภายนอก การเข้าใจความเสี่ยงเหล่านี้จะช่วยให้ตระหนักถึงความสำคัญของการควบคุมปริมาณไขมันให้อยู่ในระดับเหมาะสมภายใต้การดูแลของแพทย์
  • เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด ไขมันส่วนเกินสัมพันธ์กับระดับคอเลสเตอรอลที่ผิดปกติและความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักของโรคหัวใจและหลอดเลือด
  • กระทบต่อระบบเผาผลาญ การสะสมไขมันปริมาณมากอาจนำไปสู่ภาวะดื้อต่ออินซูลิน และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2
  • กระทบต่อการทำงานของอวัยวะภายใน โดยเฉพาะหากมีไขมันสะสมร่วมกับไขมันในช่องท้อง
  • ส่งผลต่อข้อต่อและกระดูก น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นจากการสะสมไขมันใต้ผิวหนัง สร้างแรงกดทับต่อข้อต่อ หัวเข่า และกระดูกสันหลัง เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะข้อเข่าเสื่อม
  • ทำให้รูปร่างและผิวหนังเปลี่ยนแปลง ก่อให้เกิดปัญหาผิวหย่อนคล้อย เซลลูไลท์ หรือรูปร่างไม่สมส่วน ซึ่งส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน
  • ลดความมั่นใจในตัวเอง รูปลักษณ์ภายนอกที่ไม่เป็นไปตามที่ต้องการ อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตและความมั่นใจของผู้ป่วย

วิธีกำจัดไขมันใต้ผิวหนัง ลดยังไงให้ดีต่อรูปร่างและสุขภาพ

การลดไขมันใต้ผิวหนังไม่ใช่เพียงเพื่อรูปร่างที่ดูดีขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคต่าง ๆ และทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นด้วย ที่ AM International Hospital เรามีแนวทางการจัดการไขมันที่หลากหลาย ตั้งแต่การปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงเทคนิคทางการแพทย์เฉพาะทาง การเลือกวิธีที่เหมาะสมกับร่างกายและไลฟ์สไตล์จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์ในระยะยาว

1. ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ

หากมีไขมันใต้ผิวหนังต้องลดยังไงถึงได้ผล การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ คือจุดเริ่มต้นที่สำคัญ เช่น วิ่ง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน หรือการเต้นแอโรบิก การทำกิจกรรมเหล่านี้จะช่วยกระตุ้นการเผาผลาญพลังงานและดึงไขมันใต้ผิวหนังที่สะสมอยู่มาใช้เป็นเชื้อเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ การทำอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 30–45 นาที สัปดาห์ละ 3–5 ครั้ง จะช่วยลดไขมันส่วนเกินและทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตแข็งแรงขึ้น

2. เวทเทรนนิ่งสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ

การฝึกเวทเทรนนิ่งหรือบอดี้เวท เช่น ยกน้ำหนัก ดันพื้น หรือการใช้อุปกรณ์สำหรับเวทเทรนนิ่ง ช่วยเพิ่มมวลกล้ามเนื้อและทำให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานได้มากขึ้นแม้ในขณะพัก การมีมวลกล้ามเนื้อที่มากขึ้นจะช่วยปรับสัดส่วนร่างกายให้กระชับขึ้น และส่งผลให้การลดไขมันใต้ผิวหนังมีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

3. ควบคุมอาหาร

การควบคุมอาหาร ไม่ได้หมายถึงการอดอาหาร แต่คือ “การปรับพฤติกรรมการกินให้สมดุล” โดยเน้นการเลือกทานอาหารที่มีโปรตีนสูง ไขมันดี และคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน รวมถึงการลดการบริโภคน้ำตาลและอาหารแปรรูป การรับประทานในปริมาณที่เหมาะสมกับความต้องการพลังงานในแต่ละวัน เป็นวิธีปรับการกินลดพุงที่มีประสิทธิภาพในการลดไขมันและช่วยป้องกันการสะสมของไขมันใต้ผิวหนังได้

4. ดูดไขมัน กำจัดไขมันแบบเร่งด่วน

การดูดไขมันเป็นวิธีการกำจัดไขมันใต้ผิวหนังโดยตรง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับสัดส่วนหรือกำจัดไขมันเฉพาะจุดที่ลดได้ยากด้วยเทคโนโลยีเครื่องดูดไขมันที่มีให้เลือกใช้หลากหลาย เปิดแผลเล็ก และไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้นเป็นระยะเวลานานเหมือนสมัยก่อน

ปัจจุบัน การดูดไขมันถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจมากขึ้น เพราะช่วยให้รูปร่างดูเพรียวและเห็นผลลัพธ์ชัดเจนในระยะเวลาอันสั้น ทั้งนี้ ควรทำโดยแพทย์ที่มีทักษะความรู้และมีความชำนาญด้านนี้โดยเฉพาะ และทำในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานเพื่อการดูแลให้เกิดความปลอดภัยกับผู้เข้ารับบริการด้วย

โปรแกรมดูดไขมันทั้งตัว

ดูดไขมันทั้งตัวเป็นหัตถการที่ใช้เทคนิคทางการแพทย์ในการลดไขมันส่วนเกินจากหลายบริเวณของร่างกายในคราวเดียว แม้จะช่วยปรับรูปร่างได้อย่างชัดเจน แต่การดูดไขมันทั้งตัวไม่ใช่วิธีลดน้ำหนักโดยตรง และต้องอยู่ภายใต้การประเมินจากแพทย์ ซึ่งต้องมีการพิจารณาตามความเหมาะสมและความปลอดภัย รวมถึงต้องอิงตามสภาวะร่างกาย รายละเอียดด้านสุขภาพ และความคาดหวังของแต่ละบุคคล

ดูแลตัวเองอย่างไรเพื่อป้องกันไขมันสะสมใต้ผิวหนัง?

การป้องกันการสะสมของไขมันใต้ผิวหนัง คือการสร้างวินัยและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตให้มีสุขภาพดีอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นการลงทุนด้านสุขภาพที่คุ้มค่า
  • ควบคุมโภชนาการ เน้นอาหารที่มีใยอาหารสูง โปรตีน และงดแป้ง งดน้ำตาล และไขมันไม่ดี
  • ออกกำลังกายประจำ ผสมผสานการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอและการฝึกความแข็งแรง (เวทเทรนนิ่ง) อย่างน้อย 3-5 ครั้งต่อสัปดาห์
  • จัดการความเครียด ฝึกการผ่อนคลาย ทำสมาธิ หรือกิจกรรมที่ช่วยลดความเครียดเพื่อรักษาสมดุลของฮอร์โมนคอร์ติซอล
  • นอนหลับให้เพียงพอ ควรนอนหลับให้ได้ 7-9 ชั่วโมง ต่อคืน เพื่อให้ระบบฮอร์โมนควบคุมความหิวและความอิ่มทำงานได้ปกติ
  • ตรวจสุขภาพประจำปี เข้ารับการตรวจสุขภาพและวัดปริมาณไขมันในร่างกายเป็นประจำ เพื่อให้ทราบสถานะสุขภาพและจัดการปัญหาได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ
แชร์ :

สรุปบทความ

การจัดการไขมันใต้ผิวหนังเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งสำหรับทั้งสุขภาพและรูปร่าง การลดไขมันส่วนเกินไม่เพียงช่วยให้รูปลักษณ์ดูดีขึ้น แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังต่าง ๆ ได้อย่างมีนัยสำคัญ สำหรับการกู้หุ่นให้กลับมามีสัดส่วนที่ดีและส่งผลดีต่อสุขภาพในระยะยาว ต้องเริ่มด้วยวินัยในการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและการควบคุมอาหารที่ถูกต้อง

อย่างไรก็ตาม ในบางกรณีที่ต้องการผลลัพธ์ที่รวดเร็วและเฉพาะจุด การดูดไขมันก็เป็นตัวช่วยทางการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพ ที่ AM International Hospital เราพร้อมให้คำปรึกษาและออกแบบแผนการรักษาที่ครอบคลุม เพื่อคืนรูปร่างที่สมส่วนและเพิ่มความมั่นใจให้กับคุณ

กรอกฟอร์ม ปรึกษาหมอ ฟรี!

Thank You!

You details has been successfully submitted. Thanks!

ขอบคุณ!

ข้อมูลของคุณถูกส่งเรียบร้อยแล้ว 

ขอบคุณข้อเสนอแนะติชม