การเสริมจมูกเป็นหนึ่งในหัตถการศัลยกรรมความงามที่ได้รับความนิยมในประเทศไทยและทั่วโลก เพราะช่วยปรับรูปหน้าให้สวยสมดุล เสริมโครงหน้าให้ชัดเจนขึ้น และเพิ่มความมั่นใจ ซึ่งหนึ่งในหัวใจสำคัญของการเสริมจมูกก็คือซิลิโคนจมูก วัสดุที่ใช้รองโครงสร้างจมูกเพื่อปรับรูปทรงให้ได้ตามที่ต้องการ การเลือกซิลิโคนที่เหมาะสมจึงไม่ใช่แค่เรื่องของความสวย แต่ยังเกี่ยวข้องและลดความเสี่ยง ความเข้ากันได้กับร่างกาย และความคงทนในระยะยาว
หลายคนอาจคิดว่าซิลิโคนจมูกมีเพียงแบบเดียว แต่ความจริงแล้วมีหลายประเภทและหลายเกรด ซึ่งแต่ละแบบมีคุณสมบัติ ความนิ่ม ความแข็ง ความทน และรูปทรงที่ต่างกันออกไป การทำความเข้าใจชนิดของซิลิโคนจมูกตั้งแต่ต้นจึงช่วยให้เลือกเพื่อเสริมความมั่นใจไม่ต้องกังวลปัญหาหลังการเสริม
ซิลิโคนจมูกคืออะไร
ซิลิโคนจมูก คือวัสดุทางการแพทย์ที่ผลิตจากสารโพลีซิลอกเซน (Polysiloxane) ซึ่งเป็นซิลิโคนทางการแพทย์ (Medical-grade silicone) ออกแบบมาเพื่อใช้ในร่างกายมนุษย์โดยเฉพาะ ซิลิโคนชนิดนี้มีความยืดหยุ่น ทนทาน และไม่ทำปฏิกิริยากับเนื้อเยื่อมากนัก ทำให้ได้รับความนิยมอย่างมากในวงการศัลยกรรม โดยเฉพาะการเสริมจมูก วัสดุซิลิโคนจะถูกนำมาขึ้นรูปเป็นแท่งหรือแผ่น เพื่อให้ศัลยแพทย์ตกแต่งและปรับแต่งให้เข้ากับโครงสร้างจมูกของแต่ละบุคคล
จุดเด่นคือสามารถคงรูปได้ยาวนาน ไม่เสื่อมสภาพง่าย และหากต้องการปรับแก้ก็สามารถนำออกได้ โดยไม่ทำลายเนื้อเยื่อมากเกินไป ในปัจจุบันการเลือกซิลิโคนไม่ได้มองแค่เรื่องความแข็งแรงเท่านั้น แต่ยังคำนึงถึงความนิ่มและความเข้ากับโครงหน้า เพราะซิลิโคนที่นิ่มและเข้ารูปดีจะช่วยให้ปลายจมูกไม่ดูแข็งทื่อ และลดโอกาสเกิดการทะลุหรือระคายเคือง
ซิลิโคนจมูกมีกี่แบบ
เมื่อพูดถึงประเภทของซิลิโคนจมูก โดยทั่วไปจะแบ่งตามรูปแบบการผลิตและการใช้งาน ซึ่งสามารถแบ่งได้ 2 แบบหลัก คือซิลิโคนสำเร็จรูปและซิลิโคนเหลาเอง ทั้งสองแบบมีข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่างกัน
ซิลิโคนจมูกสำเร็จรูป
ซิลิโคนสำเร็จรูป (Ready-Made Silicone Implant) เป็นซิลิโคนที่โรงงานผลิตขึ้นมาในรูปทรงและขนาดมาตรฐาน แบ่งตามสัดส่วนของจมูกคนเอเชียและคนยุโรป ศัลยแพทย์เพียงเลือกขนาดและรูปทรงที่ใกล้เคียงกับใบหน้าคนไข้แล้วปรับแต่งเล็กน้อยก่อนใส่เข้าไป
ข้อดีของซิลิโคนสำเร็จรูปคือสะดวก รวดเร็ว ใช้เวลาผ่าตัดน้อย และเหมาะกับผู้ที่มีโครงสร้างจมูกค่อนข้างมาตรฐานอยู่แล้ว อีกทั้งยังมีความนิ่มและความแข็งให้เลือกหลายระดับ ขึ้นอยู่กับยี่ห้อและรุ่นที่แพทย์เลือกใช้
อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดคือไม่สามารถปรับรูปทรงได้อย่างอิสระมากนัก หากโครงสร้างจมูกมีความไม่สมมาตรหรือมีรูปทรงพิเศษ อาจต้องอาศัยการเหลาเสริมเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนไปใช้ซิลิโคนแบบเหลาเองเพื่อความพอดีซิลิโคนจมูกแบบเหลาเอง
ซิลิโคนแบบเหลาเอง (Customized Silicone Implant) เป็นแผ่นซิลิโคนหรือแท่งซิลิโคนดิบที่ยังไม่ขึ้นรูป ศัลยแพทย์จะเป็นผู้เหลาซิลิโคนให้เข้ากับโครงสร้างจมูกของคนผู้เข้ารับบริการแบบละเอียด เพื่อให้ได้สัดส่วนและมิติที่เหมาะสมกับใบหน้า
ข้อดีของซิลิโคนแบบเหลาเองคือความแม่นยำและความพอดี เพราะสามารถปรับแต่งได้ตามปัญหาเฉพาะของแต่ละคน เช่น จมูกสั้น จมูกเอียง หรือฐานจมูกกว้าง อีกทั้งยังช่วยลดโอกาสเกิดปัญหาซิลิโคนเคลื่อนหรือไม่เข้ากับโครงหน้าในระยะยาว แต่ก็มีข้อจำกัดคือใช้เวลาผ่าตัดนานกว่าต้องอาศัยผู้ชำนาญการด้านเสริมจมูก รวมถึงมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าซิลิโคนสำเร็จรูปเล็กน้อย
ซิลิโคนมีกี่เกรด
นอกจากรูปแบบการผลิตแล้ว ซิลิโคนจมูกยังแบ่งตามเกรดหรือคุณภาพของซิลิโคน ซึ่งส่งผลต่อความนิ่ม ความแข็ง ความทนทาน และความเข้ากับร่างกาย โดยทั่วไปซิลิโคนจมูก จะแบ่งเป็น 3 เกรดหลัก
- เกรดมาตรฐาน มีความแข็งและยืดหยุ่นปานกลาง ใช้งานได้ทั่วไป ราคาย่อมเยา เหมาะกับผู้ที่ต้องการปรับรูปทรงโดยไม่ต้องเน้นความนิ่มมากนัก
- เกรดนิ่มพิเศษ มีความยืดหยุ่นสูง เนียนไปกับเนื้อจมูก เหมาะกับผู้ที่มีผิวบาง หรือกังวลเรื่องการทะลุในอนาคต
- เกรดนิ่มผสมแข็ง ออกแบบให้แข็งบริเวณสันเพื่อคงรูป และนิ่มบริเวณปลายเพื่อลดแรงกด เหมาะกับผู้ที่ต้องการความดูเป็นธรรมชาติและลดความเสี่ยง
การเลือกเกรดซิลิโคนไม่ควรมองเพียงราคา แต่ต้องคำนึงถึงสภาพผิว ความหนาของเนื้อจมูก และโครงสร้างโดยรวม เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยและตามความต้องการ
วิธีเลือกซิลิโคนจมูกให้เข้ากับใบหน้า
การเลือกซิลิโคนจมูก ให้เข้ากับใบหน้าไม่ใช่เพียงการมองหาแบบหรือเกรดที่ดี แต่ต้องพิจารณาให้เหมาะสมกับโครงสร้างเฉพาะของแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นฐานจมูกที่กว้างหรือแคบ ระยะห่างระหว่างตา ความสูงของสันดั้ง และความยาวของปลายจมูก ผู้ชำนาญการด้านเสริมจมูกจึงมักประเมินโครงสร้างกระดูกและผิวหนังรอบจมูกอย่างละเอียด เพื่อเลือกความสูงของซิลิโคนให้รับกับหน้าผากและคาง เกิดสัดส่วนที่สมดุล พร้อมปรับระดับความนิ่มหรือความแข็งให้สอดคล้องกับความหนาของผิว
นอกจากนี้ ยังต้องระวังไม่ใช้ซิลิโคนที่สูงหรือแหลมเกินไปในผู้ที่มีผิวบางเพื่อลดความเสี่ยงการทะลุ ดังนั้นการปรึกษาผู้ชำนาญการด้านเสริมจมูก จึงเป็นขั้นตอนที่จะช่วยให้ได้ซิลิโคนที่เหมาะสมทั้งในด้านความงามและตามความต้องการ
ซิลิโคนจมูกอยู่ได้นานเท่าไร
ซิลิโคนจมูกอยู่ได้กี่ปี? โดยทั่วไป ซิลิโคนจมูกสามารถอยู่ได้นานหลายปี หากไม่มีปัญหาแทรกซ้อนอย่างการติดเชื้อ การทะลุ หรือการเคลื่อนตำแหน่ง ซึ่งความคงทนของซิลิโคนขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งคุณภาพของวัสดุและการผลิต เทคนิคและผู้ชำนาญการด้านเสริมจมูก รวมถึงการดูแลตัวเองหลังผ่าตัดและการเปลี่ยนแปลงของร่างกายเมื่ออายุมากขึ้น
แม้ว่าซิลิโคนจะมีอายุการใช้งานยาวนาน แต่หลายคนก็เลือกเปลี่ยนหรือตกแต่งใหม่หลังผ่านไปประมาณ 10-15 ปี เพื่อให้รูปทรงเข้ากับใบหน้าและสอดคล้องกับเทรนด์ความงามในช่วงเวลานั้น การดูแลหลังการเสริมจมูก อย่างระมัดระวัง เช่น หลีกเลี่ยงการกระแทกแรง ๆ และเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจติดตามตามนัด จะช่วยยืดอายุการใช้งานของซิลิโคนให้นาน
สรุปบทความ
ซิลิโคนจมูกเป็นวัสดุที่มีบทบาทอย่างมากในการปรับรูปทรงจมูกให้สวยและมีความสมดุล การเลือกซิลิโคนเหมาะสมต้องพิจารณาทั้งรูปแบบสำเร็จรูปหรือเหลาเอง และเกรด เช่น มาตรฐาน นิ่มพิเศษ หรือผสม ควบคู่กับการประเมินโครงสร้างจมูกของแต่ละบุคคล การเลือกซิลิโคนที่เข้ากับใบหน้าไม่เพียงช่วยให้ได้ผลลัพธ์ตามต้องการ แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงและทำให้ซิลิโคนอยู่กับเราได้อย่างยาวนาน
แม้ซิลิโคนจะอยู่ได้หลายปี แต่การดูแลตัวเองและเข้าตรวจติดตามอย่างสม่ำเสมอก็เป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้ผลลัพธ์คงความสวยและได้รับความมั่นใจ สำหรับผู้ที่กำลังตัดสินใจเรื่องการเสริมจมูก การทำความเข้าใจเรื่องซิลิโคนจมูกตั้งแต่ต้นถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญทำให้การเปลี่ยนแปลงนี้ทั้งสวยและมั่นใจมากยิ่งขึ้น
Post Info
Social Media







