หนึ่งในความไม่มั่นใจของคนเราคงหนีเรื่องปัญหาสิวไปไม่ได้! เพราะไม่เพียงแค่ทำให้ผิวหน้าบวมแดงเท่านั้น แต่ยังทิ้งรอยและหลุมไว้ที่ผิวหน้าได้อีกด้วย ซึ่ง “สิวใต้ผิวหนัง หรือ สิวไม่มีหัว” ถือเป็นบ่อเกิดของปัญหาดังกล่าวของคนส่วนใหญ่เลยก็ว่าได้ เนื่องจากสิวประเภทนี้เกิดจากการอุดตันของรูขุมขนในชั้นลึกของผิวหนัง จึงทิ้งปัญหาผิวไว้ให้ดูต่างหน้ามากมาย
เพื่อให้ผู้ที่มีปัญหานี้สามารถรักษาและป้องกันสิวอุดตันใต้ผิวหนังได้ดีขึ้น AM Hospital มีเคล็ดลับดี ๆ ที่จะช่วยให้คุณจัดการปัญหานี้ได้อยู่หมัด! แต่ก่อนอื่นเราไปทำความรู้จักและเข้าใจให้ลึกถึงสาเหตุการเกิดของสิวใต้ผิวหนังกันก่อน!
เลือกอ่านตามหัวข้อด้านล่าง
สิวใต้ผิวหนังคืออะไร?
“สิวใต้ผิวหนัง” หรือ “สิวชนิดซีส (Cystic Acne)” เป็นสิวที่เกิดขึ้นลึกในชั้นผิวหนัง ลักษณะเด่นคือเป็นก้อนบวมสีแดงนูนออกมาแต่ไม่มีหัวสิว และมักมีอาการเจ็บหรือแสบร้อนเมื่อสัมผัส มักขึ้นตามหน้าผาก คาง และกรอบหน้าเป็นส่วนใหญ่ สาเหตุหลักมาจากการอุดตันของรูขุมขนที่เกิดจากน้ำมันส่วนเกินที่เกิดจากการผลิตซีบัม Sebum มากเกินไปของต่อมไขมัน รวมทั้งการอุดตันของเซลล์ผิวที่ตายแล้ว จนทำให้เกิดการติดเชื้อและอักเสบจนกลายเป็นสิวอุดตัน ทั้งนี้ความรุนแรงของการอักเสบจะส่งผลให้สิวมีขนาดใหญ่และเจ็บมากขึ้นต่างกันไป
ด้วยขนาดของสิวที่ใหญ่จึงทำให้ผู้ที่มีปัญหานี้ปกปิดสิวได้ยาก อย่างในผู้หญิงแม้จะลงคอนซีลเลอร์หนาแต่ก็ปิดความนูนของสิวไม่ได้ ดังนั้นการป้องกันและรักษาเนิ่น ๆ ตั้งแต่เริ่มเป็นสิวจึงเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยลดปัญหาผิวหน้าที่เกิดจากสิวได้อย่างมาก ใครที่เป็นสิวใต้ผิวหนังอยู่อย่าปล่อยทิ้งไว้จนลุกลามเป็นปัญหาใหญ่ ควรเข้ามารักษากับแพทย์ผิวหนังตั้งแต่เริ่มเป็นสิว
สาเหตุที่ทำให้เกิดสิวใต้ผิวหนัง
สิวใต้ผิวหนังเกิดจากปัจจัยที่ไปกระตุ้นให้รูขุมขนอุดตันและเกิดการอักเสบ โดยปัญหานี้สามารถเกิดได้ทุกช่วงวัยและมีหลายสาเหตุด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน สภาวะแวดล้อม อาหารการกิน ความเครียด และการดูแลผิว
ฮอร์โมน
การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่น ช่วงวัยรุ่น การมีประจำเดือน การตั้งครรภ์ หรือแม้กระทั่งการหยุดการใช้ยาคุมกำเนิด สามารถเพิ่มการผลิตน้ำมันในต่อมไขมันทำให้รูขุมขนอุดตันได้ง่าย นอกจากนี้ ความเครียดในช่วงที่ฮอร์โมนมีการเปลี่ยนแปลงยังมีผลต่อระดับฮอร์โมนคอร์ติซอล ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่กระตุ้นการผลิตน้ำมันจนนำไปสู่การเกิดสิวใต้ผิวหนัง
การอุดตันของรูขุมขน
สิวใต้ผิวหนังเกิดจากการอุดตันของรูขุมขน ซึ่งมาจากการสะสมของเซลล์ผิวที่ตายและน้ำมันที่ผลิตโดยต่อมไขมัน การทำความสะอาดผิวไม่เพียงพอสามารถทำให้สิ่งสกปรกเหล่านี้สะสมจนเกิดการอักเสบได้ การใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่อ่อนโยนและเหมาะสมกับสภาพผิวเป็นหนึ่งในวิธีการป้องกันที่สำคัญ
แบคทีเรีย P. acnes
แบคทีเรีย Propionibacterium Acnes (P. acnes) เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ก่อให้เกิดสิว โดยปกติแบคทีเรียนี้จะอาศัยอยู่บนผิวหนังโดยไม่ก่อปัญหาอะไร แต่เมื่อเกิดการอุดตันในรูขุมขน แบคทีเรียจะเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดการติดเชื้อและการอักเสบซึ่งนำไปสู่การเกิดสิว
ความเครียด
ความเครียดสามารถส่งผลต่อการผลิตฮอร์โมนในร่างกาย โดยเฉพาะคอร์ติซอล ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่กระตุ้นการอักเสบในร่างกาย ความเครียดยังส่งผลต่อการดูแลตัวเอง เช่น นอนไม่พอและการรับประทานอาหารที่ไม่ดี ทำให้สุขภาพผิวแย่ลง งานวิจัยทางการแพทย์หลายชิ้นระบุว่าความเครียดเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญต่อการเกิดสิว
การใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว
การสำรวจหน้าโต๊ะเครื่องแป้งแล้วพบว่าคุณมีการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่เสี่ยงต่อการอุดตันรูขุมขน เช่น น้ำมันหรือซิลิโคน แล้วมีปัญหาสิวใต้ผิวหนังอยู่ตลอด นั่นแปลว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดการอุดตันและนำไปสู่สิวได้ ผู้ที่มีแนวโน้มเป็นสิวง่ายควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมดังกล่าว และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีน้ำมันหรือระบุว่า “ไม่อุดตันรูขุมขน (Non-Comedogenic)” เพื่อช่วยลดโอกาสในการเกิดสิว
กินอาหารที่มีน้ำตาลและไขมันสูงประจำ
อาหารที่มีน้ำตาลสูงและไขมันอิ่มตัว เช่น ขนมหวาน ชานม ช็อกโกแลต หรืออาหารฟาสต์ฟู้ด ส่งผลต่อการเกิดสิวได้ เนื่องจากการบริโภคอาหารที่มีดัชนีน้ำตาลสูงอาจเพิ่มระดับฮอร์โมนอินซูลิน ทำให้การผลิตน้ำมันในผิวเพิ่มขึ้นและนำไปสู่การเกิดสิว
การเข้าใจสาเหตุของการเป็นสิวใต้ผิวหนังจะช่วยให้เราปรับพฤติกรรมการดูแลผิวและไลฟ์สไตล์ให้ดีต่อสุขภาพผิวยิ่งขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดสิวและรักษาสุขภาพผิวให้ดีขึ้น เราไปดูกันต่อเลยว่าเมื่อเป็นสิวใต้ผิวหนังขึ้นมาควรรักษาด้วยวิธีไหนบ้าง
วิธีการรักษาสิวใต้ผิวหนังที่ได้ผลจริง ช่วยป้องกันการเกิดซ้ำ
สิวใต้ผิวหนังมักทำให้รู้สึกเจ็บปวด อักเสบ และใช้เวลารักษานาน การดูแลที่ถูกวิธีจึงเป็นสิ่งสำคัญ นอกจากการรักษาด้วยยาและวิธีการทางการแพทย์แล้ว การปรับพฤติกรรมและการดูแลผิวที่เหมาะสมยังช่วยลดการเกิดสิวใต้ผิวซ้ำอีกได้ โดยวิธีการรักษามีหลากหลายวิธีขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล ดังนี้
การใช้ยาทาสิว
สำหรับสิวอุดตันใต้ผิวหนังที่มีการอักเสบเล็กน้อย ยาทาสิวที่มีส่วนผสมของเบนโซอิลเพอร์ออกไซด์ (Benzoyl Peroxide) และ กรดซาลิไซลิก (Salicylic Acid) เป็นตัวเลือกที่ดี ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ลดการอักเสบ และลดการอุดตันรูขุมขน ซึ่งทำให้สิวยุบเร็วขึ้น อย่างไรก็ตาม การใช้ยาทาควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผิวหนังหรือเภสัชกรเพื่อลดความเสี่ยงต่อการระคายเคืองและผลข้างเคียง
การใช้ยาปฏิชีวนะ
กรณีที่สิวมีการติดเชื้อรุนแรง แพทย์อาจแนะนำการใช้ ยาปฏิชีวนะ เช่น เตตราไซคลิน (Tetracycline) หรือ โดซีไซคลิน (Doxycycline) เพื่อควบคุมการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและลดการอักเสบ การใช้ยาปฏิชีวนะควรปรึกษาแพทย์และใช้ในระยะเวลาที่เหมาะสมเพื่อป้องกันการดื้อยา
การใช้กรดผลไม้
การใช้ กรดผลไม้ (AHA) เช่น กรดไกลโคลิก (Glycolic Acid) และ กรดซาลิไซลิก (Salicylic Acid) ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าและลดการอุดตันของรูขุมขน ทำให้สิวใต้ผิวหนังลดลงและป้องกันการเกิดสิวใหม่ แต่วิธีนี้มีข้อควรระวังในเรื่องของอาการระคายเคืองหลังทำ ดังนั้นควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังให้ดีก่อนตัดสินใจ
การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลผิว
การดูแลผิวเป็นประจำมีผลสำคัญต่อการรักษาสิว การทำความสะอาดผิวหน้าอย่างสม่ำเสมอ การเลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่อุดตันรูขุมขน (Non-comedogenic) และการหลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้าเป็นเรื่องสำคัญในการป้องกันไม่ให้สิวลุกลาม
การทำเลเซอร์
สิวอุดตันใต้ผิวหนังที่ลุกลามและมีรอยแผลเป็น การทำเลเซอร์ผิวหน้าเป็นวิธีที่ช่วยลดการอักเสบและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิวใหม่ เช่น เลเซอร์ Fraxel หรือ เลเซอร์ CO2 ซึ่งช่วยให้ผิวเรียบเนียนและลดรอยสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ เห็นผลไว นอกจากนี้ในคนที่หายจากสิวใต้ผิวหนังแล้วยังสามารถใช้เลเซอร์ในการรักษารอยดำ รอยแดง และหลุมสิวได้อีกด้วย
วิธีป้องกันไม่ให้เกิดสิวใต้ผิวหนัง
แม้จะรักษาสิวอุดตันใต้ผิวหนังแล้ว การป้องกันการเกิดซ้ำเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ การดูแลผิวอย่างสม่ำเสมอและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างสามารถช่วยให้ผิวสะอาดและลดโอกาสในการเกิดสิวซ้ำอีก
รักษาความสะอาดของผิวหน้า
ควรทำความสะอาดผิวหน้าวันละสองครั้งด้วยผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพผิว เพื่อช่วยขจัดสิ่งสกปรก น้ำมัน และเซลล์ผิวที่ตายแล้วที่อาจอุดตันรูขุมขน เลือกใช้สบู่หรือเจลล้างหน้าที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน (Oil-Free) และอ่อนโยนต่อผิว
หลีกเลี่ยงการสัมผัสหน้าบ่อย ๆ
การสัมผัสหน้าบ่อย ๆ โดยไม่ได้ล้างมือสามารถทำให้แบคทีเรียและสิ่งสกปรกเข้าสู่ผิว ควรหมั่นล้างมือและหลีกเลี่ยงการสัมผัสหน้าบ่อยครั้ง นอกจากนี้ใครที่ติดนิสัยแกะ เกา หรือบีบสิว ต้องเลิกเด็ดขาด! หากไม่อยากให้ปัญหาสิวอยู่กับคุณไปตลอด
เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่อุดตันรูขุมขน
การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่อุดตันรูขุมขน (Non-comedogenic) เป็นหนึ่งในวิธีสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดสิวใต้ผิวหนังหรือสิวชนิดอื่น ๆ เพราะผลิตภัณฑ์เหล่านี้ได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะให้ไม่ก่อให้เกิดการอุดตันในรูขุมขน ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของสิว
ควบคุมระดับฮอร์โมน
การควบคุมระดับฮอร์โมน เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยลดการเกิดสิวอุดตันใต้ผิวหนัง โดยเฉพาะในกรณีที่สิวเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ซึ่งมักพบในวัยรุ่นผู้หญิงที่อยู่ในช่วงรอบเดือน หรือผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับฮอร์โมน เช่น ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS)
สำหรับผู้ที่มีปัญหาสิวจากการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาวิธีการควบคุมระดับฮอร์โมน เช่น การใช้ยาคุมกำเนิดหรือการรักษาแบบอื่นที่เหมาะสม
เลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ
ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูงและน้ำตาลมากเกินไป และหันมาเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ผัก ผลไม้ และอาหารที่มีกรดไขมันโอเมก้า-3 เพื่อช่วยลดการอักเสบในผิว
ลดความเครียด
ความเครียดส่งผลต่อการผลิตน้ำมันในผิว ซึ่งเป็นสาเหตุของสิวใต้ผิวหนัง ควรหาวิธีการจัดการความเครียด เช่น การออกกำลังกาย ทำสมาธิ เล่นโยคะ หรือพักผ่อนอย่างเพียงพอ
ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวอย่างเหมาะสม
การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวอย่างเหมาะสม เป็นสิ่งสำคัญสำหรับการดูแลปัญหาสิวอุดตันใต้ผิวหนัง โดยเฉพาะการใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ที่เหมาะกับสภาพผิว ช่วยรักษาสมดุลความชุ่มชื้นโดยไม่เพิ่มความมันหรือก่อให้เกิดการอุดตันรูขุมขน สำหรับผู้ที่มีผิวมันหรือผิวผสม ควรเลือกมอยเจอร์ไรเซอร์ที่มีเนื้อบางเบา เช่น สูตรน้ำ หรือเจล เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวหน้ามันเกินไปและลดโอกาสในการเกิดสิว
ยึดหลักการเลือกแบบ “น้อยแต่มาก” ไม่จำเป็นต้องใช้หลายตัว แต่ให้เลือกแค่สิ่งที่จำเป็นต่อผิวของเราเท่านั้น อย่าให้ผิวขาด การทำความสะอาด กันแดด และมอยเจอร์ไรเซอร์
ตรวจสุขภาพผิวโดยแพทย์
ตรวจสุขภาพผิวโดยแพทย์ เป็นวิธีที่สำคัญในการจัดการกับปัญหาสิวใต้ผิวหนัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีปัญหาสิวเรื้อรังหรือไม่ตอบสนองต่อการรักษาทั่วไป การเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ผิวหนังจะช่วยให้คุณได้รับการตรวจวินิจฉัยที่ถูกต้อง พร้อมรับแผนการรักษาที่เหมาะสมสำหรับสภาพผิวของคุณ
สรุปบทความ
การรักษาสิวใต้ผิวหนังต้องใช้การดูแลอย่างรอบคอบ ทั้งการใช้ยาทา การรักษาทางการแพทย์ และการปรับพฤติกรรมดูแลผิว นอกจากนี้ การป้องกันการเกิดสิวซ้ำยังเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งคุณสามารถรับคำปรึกษาและการรักษาที่เหมาะสมได้ที่ AM International Hospital เราพร้อมดูแลและให้คำแนะนำที่ช่วยให้ผิวหน้าคุณกลับมาสดใสสุขภาพดีอีกครั้ง
Post Info
Social Media




