Medically Reviewed by นพ. วิษณุ เฮ้งสวัสดิ์
J Plasma (เจพลาสมา) คือเทคโนโลยียกกระชับผิวรุ่นใหม่ที่ผสานพลังงานพลาสมาฮีเลียมกับคลื่นความถี่วิทยุ (RF) ช่วยกระชับผิวหย่อนคล้อยได้อย่างล้ำลึกโดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้นนาน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูความเรียบเนียนและกระชับของผิวในบริเวณต่าง ๆ เช่น หน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา กรอบหน้า หรือลำคอ หลังลดน้ำหนัก คลอดบุตร หรือเกิดจากการเสื่อมสภาพตามวัย J Plasma จึงกลายเป็นทางเลือกยอดนิยมในการสร้างรูปร่างที่กระชับได้อย่างเป็นธรรมชาติและปลอดภัย
ในบทความนี้ จะพาไปรู้จักกับ J Plasma คืออะไร? ช่วยแก้ไขปัญหาอย่างไร เหมาะกับใครบ้าง และขั้นตอนการทำเป็นอย่างไร? เพื่อให้สามารถวางแผนการดูแลรูปร่างได้อย่างมีประสิทธิภาพ
J Plasma (เจพลาสมา) คือเทคโนโลยียกกระชับผิวชั้นลึกที่ใช้พลังงานพลาสมาฮีเลียม (Helium Plasma) ผสานกับการใช้พลังงานคลื่นความถี่วิทยุ (Radio Frequency: RF) ช่วยกระชับผิวหนังที่หย่อนคล้อยให้แน่นขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องตัดผิวหนังส่วนเกินออก พลังงานที่ปล่อยออกมาจะมีลักษณะเฉพาะ ทำให้สามารถเก็บความกระชับของผิวได้ละเอียด ลดความเสี่ยงในการทำลายเนื้อเยื่อข้างเคียง และช่วยให้กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว
เครื่อง J Plasma มีการพัฒนาให้หัวปล่อยพลังงานทำงานได้อย่างแม่นยำ ลดการกระจายของความร้อนในเนื้อเยื่ออย่างมีประสิทธิภาพ มีหัวปล่อยพลังงานหลากหลายประเภทและขนาด สามารถนำมาใช้ได้ทั้งบริเวณใบหน้า ลำตัว และจุดที่ผิวบอบบาง
J Plasma คือเทคโนโลยียกกระชับผิวที่ทำงานโดยใช้พลังงานจากพลาสมาฮีเลียม (Helium Plasma) ซึ่งได้จากการเปลี่ยนสภาพก๊าซฮีเลียมหรือก๊าซเฉื่อยที่มีความเย็นให้กลายเป็นพลังงานพลาสมา ผสานกับพลังงานคลื่นความถี่วิทยุ (Radio Frequency: RF) เพื่อสร้างความร้อนอย่างแม่นยำที่อุณหภูมิสูงถึง 85 องศาเซลเซียส เพื่อทำให้ผิวที่ถูกความร้อนกระชับขึ้นอย่างรวดเร็ว
โดยความร้อนดังกล่าวจะส่งผลให้โครงสร้างเส้นใยคอลลาเจนและอีลาสตินในชั้น Fibroseptal Network (FSN) เกิดการหดตัวอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ผิวหนังเกิดการยกกระชับขึ้นทันที โดยไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อเนื้อเยื่อ เส้นประสาท หรือหลอดเลือดข้างเคียง จึงเป็นเทคโนโลยีที่สามารถฟื้นฟูความตึงแน่นของผิวได้อย่างปลอดภัย และเป็นธรรมชาติ
J Plasma เป็นเทคโนโลยีที่สามารถนำมาใช้ยกกระชับผิวหนังในหลายตำแหน่งของร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณที่มีแนวโน้มเกิดการหย่อนคล้อยได้ง่ายจากอายุ น้ำหนักตัว หรือการเปลี่ยนแปลงหลังคลอดบุตร ตำแหน่งที่สามารถทำ J Plasma ได้ เช่น
แม้ว่า J Plasma จะเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับความนิยมอย่างมากในการยกกระชับผิว เพราะสามารถให้ผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจนโดยไม่ต้องตัดผิวหนังส่วนเกิน แต่เช่นเดียวกับการทำหัตถการและศัลยกรรมเพื่อความงามทุกประเภท J Plasma ก็มีทั้งข้อดีและข้อจำกัดที่ควรพิจารณาอย่างรอบคอบ
การยกกระชับผิวด้วย J Plasma ต้องอาศัยความละเอียดและความชำนาญของแพทย์ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการ โดยกระบวนการต่าง ๆ จะดำเนินการโดยแพทย์เท่านั้น ตั้งแต่การวางแผนการรักษา ไปจนถึงการดูแลหลังทำ โดยขั้นตอนการทำ J Plasma ประกอบด้วย
เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดีที่สุด จำเป็นต้องมีการเตรียมตัวอย่างเหมาะสมก่อนเข้ารับบริการยกกระชับผิวด้วย J Plasma ดังนี้
การดูแลตัวเองหลังทำ J Plasma มีผลอย่างมากต่อการสมานตัวของผิวและผลลัพธ์ระยะยาว การปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดจะช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาตรงตามแผนการรักษามากขึ้น ได้แก่
การยกกระชับผิวด้วย J Plasma ใช้เวลาพักฟื้นค่อนข้างสั้นเมื่อเทียบกับการผ่าตัดใหญ่ โดยทั่วไปอาการบวม ช้ำ หรือรู้สึกตึงผิวจะเริ่มดีขึ้นภายใน 7–10 วันแรก และสามารถกลับไปทำกิจกรรมเบา ๆ ได้ตามปกติหลังทำประมาณ 3–5 วัน อย่างไรก็ตาม เพื่อผลลัพธ์ที่ดี แนะนำให้ใส่ชุดกระชับอย่างต่อเนื่องประมาณ 4–6 สัปดาห์ และหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่อาจกระทบกระเทือนร่างกายหรือเคลื่อนไหวรุนแรงจนกว่าผิวจะฟื้นตัวเต็มที่
การยกกระชับผิวด้วย J Plasma สามารถเห็นผลลัพธ์ได้ตั้งแต่ทันทีหลังทำบางส่วน เนื่องจากเส้นใยของผิวจะเกิดการหดตัวทันที แต่ผลลัพธ์จะค่อย ๆ ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ในช่วง 3–6 เดือนหลังทำ ทำให้รูปร่างได้สัดส่วนมากขึ้น โครงสร้างผิวแข็งแรงขึ้นจากการกระตุ้นคอลลาเจนใหม่ ลดความหย่อนคล้อยของผิวหนัง ช่วยให้ผิวแน่น เรียบตึง และยืดหยุ่นมากขึ้นอย่างดูเป็นธรรมชาติ
ทั้ง J Plasma และ BodyTite เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวที่ใช้พลังงานคลื่นความถี่วิทยุ RF เป็นหลักเหมือนกัน แต่มีความแตกต่างกันในรายละเอียดของการทำงาน
J Plasma ใช้การผสานพลังงาน RF กับพลาสมาฮีเลียม เพื่อสร้างพลังงานความร้อนที่อุณหภูมิ 85 องศาเซลเซียส ช่วยหดตัวเส้นใยคอลลาเจนได้ทันที มีความสามารถในการยกกระชับผิวได้อย่างแม่นยำ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ผิวกระชับเรียบเนียน ได้สัดส่วน พร้อมลดโอกาสเกิดบาดแผลหรือความร้อนสะสมที่อาจทำลายเนื้อเยื่อข้างเคียง
ในขณะที่ BodyTite Pro จะใช้พลังงาน RF ในการสร้างพลังงานความร้อน ณ อุณหภูมิที่สูงกว่า ปล่อยพลังงานจากหัวดูดไขมันโดยตรงใต้ผิว และควบคุมไม่ให้เกิดความร้อนมากเกินไปด้วยหัวทำความเย็นด้านนอกผิวควบคู่กันไปด้วย จึงทำให้การควบคุมอุณหภูมิแม่นยำน้อยกว่า แพทย์ไม่สามารถทำการกระชับได้อย่างรวดเร็วเท่า J Plasma
สรุปคือ หากมีปัญหาผิวหย่อนคล้อยปานกลางขึ้นไป และมีความกังวลเกี่ยวกับการเกิดผิวไหม้ ผิวเบิร์น เครื่องมืออย่าง J Plasma อาจเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมกว่า แต่หากเป็นกลุ่มที่ผิวหย่อนคล้อยน้อย เครื่อง BodyTite จะตอบโจทย์มากกว่า ทั้งนี้การเลือกเครื่องมือควรอยู่ภายใต้การประเมินโดยแพทย์ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและตรงกับความต้องการ
Wisanu Hengsavasdi, M.D.
License Number (M.D.) 51179
การเลือกโรงพยาบาลสำหรับการยกกระชับผิวด้วย J Plasma เป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะแม้จะเป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัย แต่ผลลัพธ์ที่ได้ยังคงขึ้นอยู่กับความสามารถของแพทย์และมาตรฐานการดูแลอย่างใกล้ชิด การเลือกสถานที่ที่มีความพร้อมในทุกด้านจึงเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จของการทำ J Plasma โดยปัจจัยสำคัญที่ควรพิจารณา ได้แก่
J Plasma คือเทคโนโลยียกกระชับผิวที่ใช้พลังงานพลาสมาฮีเลียมผสมคลื่นความถี่วิทยุ (RF) ช่วยกระตุ้นให้เส้นใยคอลลาเจนและอีลาสตินหดตัวทันที ส่งผลให้ผิวหนังตึงกระชับอย่างดูเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องตัดผิวหนังส่วนเกิน
การทำ J Plasma เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยระดับเล็กน้อยถึงมาก ทั้งในกลุ่มที่ลดน้ำหนักเยอะ ๆ มาก่อน ผู้ที่มีอายุมาก หรือผู้ที่ต้องการกระชับผิวหลังดูดไขมันเพื่อผลลัพธ์ที่เรียบเนียนยิ่งขึ้น
J Plasma เป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์สำหรับผู้ที่ต้องการยกกระชับผิวและได้รูปร่างที่กระชับสวยงามมากขึ้น โดยการเลือกโรงพยาบาลที่มีแพทย์ที่เคยให้บริการ J Plasma พร้อมด้วยเครื่องมือที่ได้มาตรฐานจะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีในระยะยาว และช่วยลดโอกาสการผลข้างเคียงไม่พึงประสงค์อีกด้วย
You details has been successfully submitted. Thanks!