การดูดไขมันถือเป็นหนึ่งในวิธีปรับรูปร่างที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง เพราะช่วยกำจัดไขมันส่วนเกินที่ลดได้ยากด้วยการออกกำลังกายหรือควบคุมอาหาร เช่น บริเวณหน้าท้อง เอว ต้นขา ต้นแขน หรือเหนียงใต้คาง แต่หลายคนที่สนใจมักกังวลเรื่อง “ดูดไขมัน แผลเป็น” ว่าจะมีรอยชัดเจนหรือไม่ และต้องใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะจางลง รวมถึงวิธีดูแลแผลให้หายเร็วและเรียบเนียน
ความจริงแล้วการดูดไขมันแม้จะเป็นหัตถการที่ทำผ่านแผลเล็ก แต่ก็ยังมีโอกาสเกิดรอยแผลเป็นได้ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น เทคนิคของแพทย์ เครื่องมือที่ใช้ สภาพผิว และการดูแลหลังทำ ดังนั้นหากสนใจกำลังคิดจะดูดไขมันหน้าท้อง หรือดูดไขมันเอว รวมถึงบริเวณอื่น ๆ การทำความเข้าใจเรื่องรอยแผลเป็นและการดูแลอย่างถูกต้อง เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาตามต้องการและมั่นใจได้
เลือกอ่านตามหัวข้อด้านล่าง
แผลดูดไขมันมีขนาดใหญ่แค่ไหน
ตำแหน่งแผลดูดไขมันอยู่ตรงไหน
ตำแหน่งของแผลดูดไขมันขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำการดูดและเทคนิคการซ่อนแผลของแพทย์ คือให้แผลอยู่ในตำแหน่งที่มองเห็นได้ยาก และลดโอกาสเกิดรอยชัดเจนในระยะยาว เช่น
- ดูดไขมันหน้าท้อง แผลอยู่ใกล้สะดือหรือรอยพับใต้หน้าท้อง
- ดูดไขมันเอว แผลอยู่บริเวณด้านข้างเอวหรือรอยต่อกับสะโพก
- ดูดไขมันต้นขา แผลอยู่ในรอยพับขาหนีบหรือด้านในต้นขา
- ดูดไขมันเหนียง แผลอยู่ใต้คางหรือหลังใบหู
ตำแหน่งเหล่านี้ไม่เพียงช่วยซ่อนรอย แต่ยังช่วยให้แพทย์สามารถเข้าถึงชั้นไขมันได้สะดวก ลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อ
ดูดไขมันมีรอยแผลเป็นไหม
แม้ว่าแผลจากการดูดไขมันจะมีขนาดเล็ก แต่ก็ยังมีโอกาสเกิดรอยแผลเป็นได้ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น
- ปฏิกิริยาการสมานแผลของผิวแต่ละคน บางคนมีผิวที่สร้างคอลลาเจนมากเกินไป อาจเกิดแผลนูน (Keloid) หรือแผลนูนแบน (Hypertrophic scar) ได้ง่าย
- เทคนิคของแพทย์ การกรีดแผลและแม่นยำ รวมถึงการเย็บแผลอย่างประณีต ช่วยให้รอยแผลเรียบและเล็กลง
- การดูแลหลังทำ หากดูแลไม่ถูกต้อง เช่น แผลเปียกชื้น ติดเชื้อ หรือได้รับแรงกดทับ อาจทำให้แผลหายช้าหรือเกิดรอยชัดขึ้น
อย่างไรก็ตามในกรณีทั่วไปแผลจากการดูดไขมันมักจางลงภายในไม่กี่เดือน และหากมีการใช้ครีมลดรอยหรือเลเซอร์รักษา ก็สามารถช่วยให้แผลเรียบเนียนยิ่งขึ้น
ระยะเวลาการหายของแผลเป็นดูดไขมัน
สำหรับผู้ที่ตัดสินใจทำโปรแกรมดูดไขมัน ความกังวลเกี่ยวกับการดูดไขมันว่าแผลเป็นจะชัดหรือไม่นั้นเป็นเรื่องปกติ แผลที่เกิดจากการสอดท่อขนาดเล็กเพื่อดูดไขมันนั้นจะมีขนาดเล็กมาก แต่กระบวนการหายของแผลเป็นจนกลับมาเป็นผิวที่ดูเป็นธรรมชาติจะต้องใช้เวลาและอาศัยการดูแลที่เหมาะสม ซึ่งระยะเวลาการหายของแผลเป็นมีลำดับดังนี้
- การปิดสนิทของแผล แผลจากการดูดไขมันจะปิดสนิทและแห้งภายในช่วง 7 ถึง 14 วัน แรกหลังทำ
- รอยแดงหรือรอยสีอ่อน หลังจากแผลปิดสนิท รอยแผลจะเป็นสีแดงหรือชมพู ซึ่งเป็นกระบวนการปกติของการซ่อมแซมผิว โดยรอยนี้จะคงอยู่ต่อไปประมาณ 1 ถึง 3 เดือน
- การจางลงของแผลเป็น รอยแผลเป็นจะค่อย ๆ จางลงเป็นสีใกล้เคียงกับผิวเดิมมากขึ้น โดยรวมแล้วจะใช้เวลาประมาณ 6 เดือน ถึง 1 ปี ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองและสภาพผิวของแต่ละบุคคล
ปัจจัยที่ทำให้เกิดแผลเป็นดูดไขมัน
การดูดไขมันและเกิดแผลเป็นสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ไม่ได้ขึ้นอยู่เพียงแต่ขนาดแผลหรือเทคนิคของแพทย์ แต่ยังมีปัจจัยอื่นอาจทำให้รอยแผลชัดหรือจางต่างกันไปในแต่ละคน ทั้งนี้เกี่ยวข้องจากภายในร่างกาย เช่น สภาพผิว พันธูกรรม และอายุ รวมถึงการดูแลหลังทำและการป้องกันการติดเชื้อ การเข้าใจสาเหตุเหล่านี้ช่วยให้เริ่มวางแผนได้อย่างถูกวิธีและลดความเสี่ยงการเกิดรอยแผลเป็นระยะยาว
- สภาพผิวและพันธุกรรม คนที่มีผิวเข้มหรือมีประวัติเป็นแผลนูนง่าย มักเกิดรอยชัดกว่าคนผิวบางหรือผิวขาว
- อายุ ผิวของคนอายุน้อยมักสร้างคอลลาเจนได้ดี แผลหายไว แต่บางครั้งก็สร้างมากเกินไปจนเกิดรอยนูน
- ตำแหน่งของแผล บริเวณที่มีการเคลื่อนไหวหรือเสียดสีบ่อย เช่น ขาหนีบ หรือเอว อาจทำให้แผลหายช้า
- เทคนิคการเย็บและปิดแผล การเย็บแผลที่เรียบและตึงพอดีช่วยลดรอยได้
- การติดเชื้อหรืออักเสบ หากแผลติดเชื้อ อาจทำให้เกิดรอยดำหรือรอยนูนชัดขึ้น
- การดูแลหลังทำ การปฏิบัติตามคำแนะนำแพทย์อย่างเคร่งครัด เช่น ทำความสะอาดแผลและสวมชุดกระชับอย่างถูกต้อง จะช่วยให้แผลจางลงเร็ว
วิธีดูแลแผลหลังดูดไขมันให้จางลงเร็วขึ้น
เมื่อดูดไขมันเกิดแผลเป็นการดูแลหลังทำช่วยให้รอยแผลจางลงได้เร็วและลดโอกาสเกิดรอยแผลจากการดูดไขมันจะมีขนาดเล็ก แต่หากละเลยการดูแลก็อาจทำให้รอยชัดขึ้นหรือใช้เวลาหายนานกว่าปกติ ดังนั้นการดูแลอย่างถูกวิธีไม่เพียงช่วยความสวยงามของผิว แต่ยังช่วยให้ผิวปรับตัวได้และมีความมั่นใจมากขึ้น ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามต้องการ
การทำความสะอาดแผลอย่างถูกวิธี
หลังจากทำการดูดไขมัน แพทย์จะปิดแผลด้วยพลาสเตอร์กันน้ำหรือผ้าก๊อซ ซึ่งควรรักษาให้แห้งและสะอาดในช่วงแรก ควรล้างมือให้สะอาดก่อนสัมผัสแผล และใช้สำลีชุบสารฆ่าเชื้อเช็ดรอบ ๆ แผลอย่างเบามือ หลีกเลี่ยงการแกะเกาเศษสะเก็ด เพราะอาจทำให้เกิดรอยชัดขึ้น
การทายาหรือครีมลดรอยแผลเป็น
เมื่อแผลปิดสนิทและไม่มีสะเก็ดแล้ว สามารถเริ่มใช้ครีมลดรอยแผลเป็นที่มีส่วนผสมของซิลิโคน เจลใส หรือสารสกัดจากหัวหอม ซึ่งช่วยให้รอยจางลงเร็วขึ้น และลดโอกาสเกิดรอยนูน ควรทาต่อเนื่องอย่างน้อย 2-3 เดือนเพื่อให้เห็นผลลัพธ์ตามต้องการ
การป้องกันแสงแดด
รังสียูวีจากแสงแดดเป็นตัวกระตุ้นให้รอยแผลเข้มขึ้นและจางช้าลง ควรหลีกเลี่ยงการเปิดแผลให้โดนแดดโดยตรง และหากจำเป็นต้องออกกลางแจ้ง ให้ทาครีมกันแดด SPF 30 ขึ้นไป หรือใช้เสื้อผ้าปกปิดบริเวณแผล
การสวมชุดกระชับ
หลังการดูดไขมันแพทย์มักแนะนำให้สวมชุดกระชับอย่างน้อย 1-2 เดือน เพื่อช่วยลดบวม ลดการเกิดโพรงใต้ผิว และช่วยให้ผิวแนบเรียบกับชั้นกล้ามเนื้อ นอกจากนี้ยังช่วยลดแรงดึงที่บริเวณแผล ทำให้แผลหายเรียบและจางลงเร็วขึ้น
สรุปบทความ
การดูดไขมันเกิดแผลเป็น แม้จะมีขนาดเล็กแต่ยังมีโอกาสเกิดรอยแผลได้ขึ้นอยู่กับสภาพผิว เทคนิคของแพทย์ และการดูแลหลังทำ เมื่อมีความเข้าใจขั้นตอนดูแลแผลอย่างถูกวิธี เช่น รักษาความสะอาด ใช้ครีมลดลอย ป้องกันแสงแดด และสวมชุดกระชับสามารถช่วยให้รอยแผลจางลงได้มีความเรียบเนียนมากขึ้น สำหรับใครที่สนใจดูดไขมันหน้าท้อง ดูดไขมันเอว หรือการดูดไขมันบริเวณอื่น ๆ การศึกษาข้อมูลเรื่องตำแหน่งแผล ระยะเวลาการหาย และวิธีดูแลอย่างถูกต้อง จะช่วยให้เตรียมตัวได้อย่างมั่นใจ และได้ผลลัพธ์ตามต้องการ
Post Info
Social Media








