เมื่ออายุมากขึ้นปัญหาผิวที่เห็นได้ชัดเจนอย่างหนึ่งคือ ริ้วรอยบนใบหน้า ไม่ว่าจะเป็นรอยย่นบนหน้าผาก รอยใต้ตา หรือรอยตีนกา เริ่มปรากฎชัดขึ้น เมื่อผิวเริ่มเสื่อมสภาพ การดูแลตัวเองตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะไม่เพียงช่วยชะลอการเกิดริ้วรอย แต่ยังทำให้ผิวหน้าดูสดใสและอ่อนเยาว์อยู่เสมอ ดังนั้นการทำความเข้าใจถึงสาเหตุว่าริ้วรอยบนใบหน้าเกิดจากอะไร พร้อมแนวทางในการป้องกันและลดเลือนริ้วรอย จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก สำหรับผู้ที่ใส่ใจเรื่องผิวพรรณและความงาม
เลือกอ่านตามหัวข้อด้านล่าง
ริ้วรอยบนใบหน้า เกิดจากสาเหตุอะไร
ริ้วรอยบนใบหน้าเกิดขึ้นได้เพียงข้ามคืน สาเหตุมาจากการสะสมจากหลายปัจจัยทั้งภายในและภายนอก โดยมีการจำแนกออกเป็นสาเหตุหลัก ๆ ได้ดังนี้
อายุที่เพิ่มมากขึ้น
เมื่อเราอายุมากขึ้น กระบวนการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินในผิวจะค่อย ๆ ลดลง ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ผิวหน้าขาดความยืดหยุ่น ผิวจึ้งเริ่มหย่อนคล้อย และเกิดริ้วรอยอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะบริเวณหน้าผาก ร่องแก้ม และใต้ตา
มีความเครียดสะสม
การมีความเครียดสะสมส่งผลกระทบต่อระบบฮอร์โมน ทำให้เกิดการหลั่งสารคอร์ติซอล (Cortisol) ซึ่งสามารถเร่งการเสื่อมของเซลล์ผิว นอกจากนี้ยังส่งผลให้กล้ามเนื้อใบหน้าหดเกร็งบ่อยครั้ง จนก่อให้เกิดริ้วรอยลึกบริเวณระหว่างคิ้วหรือรอยตีนกาได้
พักผ่อนไม่เพียงพอ
การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ ส่งผลให้ร่างกายฟื้นฟูผิวได้ไม่เต็มที่ รวมถึงกระตุ้นการเกิดอนุมูลอิสระที่ทำลายเซลล์ผิว ทำให้ริ้วรอยบนใบหน้า เกิดขึ้นเร็วกว่าปกติ โดยเฉพาะรอยหมองคล้ำใต้ตาและร่องลึกบริเวณแก้ม
ไม่ทาครีมกันแดด
ริ้วรอยบนใบหน้ามีอีกสาเหตุที่พบได้บ่อยคือ การถูกทำร้ายจากรังสี UV โดยแสงแดดเป็นหนึ่งในตัวการร้ายที่ทำให้ผิวเกิดริ้วรอยก่อนวัย เพราะสามารถทำลายเส้นใยคอลลาเจนในชั้นผิวได้โดยตรง จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทาครีมกันแดดอยู่เป็นประจำ แม้จะอยู่ในที่ร่มหรือที่ทำงานก็ตาม
กินอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ
การรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลสูง ไขมันทรานส์ หรือของทอดมากเกินไป ล้วนส่งผลให้เกิดกระบวนการไกลเคชั่น (Glycation) ซึ่งทำให้คอลลาเจนแข็งตัวและเสื่อมสภาพได้เร็วขึ้น ส่งผลให้ผิวหย่อนคล้อยและเกิดริ้วรอยลึกได้ง่าย
สูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์
การสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ มีผลทำให้หลอดเลือดตีบตัน และลดการไหลเวียนเลือดสู่ผิวหน้า ส่งผลให้ผิวขาดชุ่มชื่น แห้งกร้าน และเกิดริ้วรอยก่อนวัยได้อย่างชัดเจน
ริ้วรอยบนใบหน้า เกิดบริเวณไหน
ริ้วรอยสามารถเกิดขึ้นได้ทั่วใบหน้า แต่บริเวณที่เกิดบ่อย ๆ และสังเกตอย่างเห็นได้ชัด ได้แก่
- ริ้วรอยหน้าผาก ริ้วรอยเหล่านี้มักปรากฏในแนวนอนและเป็นผลมาจากการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อที่ใช้ในการแสดงสีหน้าซ้ำ ๆ เช่น การเลิกคิ้ว การย่นหน้าผาก หรือการขมวดคิ้วอย่างรุนแรง
- ริ้วรอยรอบดวงตา เป็นที่รู้จักกันดีในชื่อ “ตีนกา” ริ้วรอยกลุ่มนี้เกิดขึ้นบริเวณหางตาและใต้ตา โดยมีสาเหตุหลักมาจากการยิ้ม การหัวเราะ หรือการหรี่ตาเมื่อต้องเผชิญกับแสงแดดจ้า ริ้วรอยบริเวณนี้ยังรวมถึงปัญหาถุงใต้ตาที่เกิดจากการสะสมของไขมันและความหย่อนคล้อยของผิวหนังด้วย
- ร่องแก้มลึก คือรอยพับลึกที่ทอดยาวจากด้านข้างของจมูกลงมาจนถึงมุมปาก ซึ่งเป็นบริเวณที่เห็นได้ชัดเจนเมื่ออายุเพิ่มขึ้น สาเหตุหลักมาจากการเสื่อมสลายของคอลลาเจนและอีลาสติน รวมถึงการยุบตัวของไขมันใต้ผิวบริเวณแก้ม ทำให้เกิดร่องที่ชัดเจนขึ้น
- ริ้วรอยรอบปากและริมฝีปาก มักปรากฏในแนวดิ่งเหนือริมฝีปากบนหรือรอบมุมปาก ริ้วรอยเหล่านี้พบมากในกลุ่มผู้ที่สูบบุหรี่จัด หรือผู้ที่มีพฤติกรรมการขยับปากบ่อย ๆ เช่น การพูด หรือการดูดหลอด ซึ่งทำให้เกิดการพับตัวของผิวหนังซ้ำ ๆ บริเวณนี้
วิธีลดริ้วรอยบนใบหน้า มีอะไรบ้าง
วิธีการลดริ้วรอยบนใบหน้า ให้ดูจางลงและกลับมามีผิวเรียบเนียน สามารถทำได้หลายวิธีทั้งแบบธรรมชาติและทางการแพทย์ วิธีดังนี้
1. ทาครีมบำรุงผิวหน้า
การเลือกทาครีมบำรุงที่มีส่วนผสมของสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามินซี, วิตามินอี, เรตินอล หรือเปปไทด์ จะช่วยฟื้นฟูและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควรใช้เป็นประจำเช้า-เย็นร่วมกันกับครีมกันแดดเพื่อปกป้องผิวจากรังสี UV
2. นวดหน้าลดริ้วรอย
ริ้วรอยบนใบหน้า วิธีแก้สามารถทำได้ง่าย ๆ การนวดหน้าเบา ๆ โดยเน้นไปที่จุดที่มีริ้วรอย เช่น หน้าผาก หว่างคิ้ว และรอบดวงตา จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ผิวหน้าดูเปล่งปลั่งมากขึ้น และลดการเกร็งของกล้ามเนื้อที่เป็นต้นเหตุของริ้วรอยได้ โดยอาจเลือกการนวดแบบง่าย ๆ ด้วยนิ้วมือ การนวดให้ลึกขึ้นแบบใช้กัวซา หรือจะเลือกนวดกับผู้ชำนาญการก็ได้เช่นกัน
3. เปลี่ยนพฤติกรรมการนอน
เปลี่ยนพฤติกรรมการนอน เป็นแบบการนอนหงายแทนการนอนคว่ำหรือตะแคงสามารถลดแรงกดทับที่ทำให้เกิดรอยย่นบนใบหน้าได้ นอกจากนี้ควรเข้านอนอย่างน้อย 7 – 8 ขั่วโมง/คืน เพื่อให้ผิวและร่างกายได้ซ่อมแซมตัวเองเต็มที่
4. โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์
การทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์เป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยเติมเต็มร่องลึกต่าง ๆ เช่น โปรแกรมฟิลเลอร์ร่องแก้มที่ช่วยลดริ้วรอยบนใบหน้าบริเวณแก้มหรือรอบปาก, โปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตาที่ช่วยแก้ปัญหาตีนกาหรือใต้ตาลึกได้แบบชัด ๆ หรือแม้แต่โปรแกรมฟิลเลอร์หน้าผาก ที่ช่วยให้ใบหน้าดูอิ่มฟูและสมส่วนมากขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีริ้วรอยลึกและต้องการผลลัพธ์รวดเร็ว โดยควรปรึกษาแพทย์ก่อนเพื่อประเมินปัญหา
5. โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์
การทำโปรแกรมฉีดโบท็อกซ์นั้นจะช่วยคลายกล้ามเนื้อที่ทำให้เกิดริ้วรอย ทำให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้นทันที อย่างเช่น หน้าผาก รอยย่นระหว่างคิ้ว และตีนกา เหมาะสำหรับผู้ที่มีริ้วรอยจากการแสดงสีหน้าซ้ำ ๆ
6. ยกกระชับด้วยโปรแกรม Ultherapy
การยกกระชับด้วยโปรแกรม Ultherapy คือเทคโนโลยียกกระชับผิวโดยใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวน์ที่สามารถลงลึกถึงชั้นเนื้อเยื่อที่อยู่ระหว่างชั้นไขมันและกล้ามเนื้อใต้ผิวหนังบนใบหน้า ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์ใช้ในการดึงหน้า โดยไม่ต้องผ่าตัด ช่วยยกกระชับ ลดความหย่อนคล้อย และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ในผิว
7. ยกกระชับด้วยโปรแกรม Morpheus8
ยกกระชับด้วยโปรแกรม Morpheus8 นวัตกรรมที่ใช้พลังงานคลื่น RF และเข็ม Microneedle มาทำงานร่วมกัน ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ลงลึกถึงชั้นไขมันใต้ผิว ทำให้ผิวแน่นกระชับ รูขุมขนเล็กลง ริ้วรอยลดลง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูสภาพผิวแบบไม่ต้องพักฟื้นนาน
สรุปบทความ
ริ้วรอยบนใบหน้า เป็นเรื่องที่หลายคนหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่ออายุมากขึ้น แต่เราสามารถชะลอและป้องกันริ้วรอยได้ด้วยการดูแลผิวอย่างเหมาะสมร่วมกับการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต และหากต้องการผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์อย่างรวดเร็ว การเลือกใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจซึ่งสามารถช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้นได้อย่างดูเป็นธรรมชาติ
ทั้งนี้ สิ่งสำคัญคือการเลือกแนวทางที่เหมาะสมกับสภาพผิวและการได้ทำกับแพทย์ผู้ชำนาญการ เพื่อได้ผลลัพธ์ที่สามารถดูแลให้ปลอดภัยและตรงใจคุณมากยิ่งขึ้น หากทุกคนกำลังมองหาวิธีการลดริ้วรอยใบหน้า ที่ตอบโจทย์ สามารถปรึกษาแพทย์เบื้องต้นได้ที่ AM International Hospital เพื่อให้คุณกลับมามั่นใจกับผิวหน้าได้อีกครั้ง
Post Info
Social Media







