โปรแกรมเติมไขมันหน้าดีไหม ต่างจากโปรแกรมฟิลเลอร์อย่างไร มีข้อดี-ข้อเสียอะไรบ้าง

ในยุคที่ความอ่อนเยาว์คือสิ่งที่หลาย ๆ คนปรารถนา ไม่แปลกที่วิธีการฟื้นฟูและรูปหน้าจะเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย โดยหนึ่งในเทรนด์ที่มาแรงก็คือโปรแกรมเติมไขมันหน้า หลายคนอาจสงสัยว่า “โปรแกรมเติมไขมันหน้าดีไหม” แตกต่างจากโปรแกรมฟิลเลอร์อย่างไร แล้วมีข้อดี – ข้อเสียอะไรบ้าง? สำหรับบทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจอย่างละเอียด ตั้งแต่หลักการ วิธีการ ข้อควรรู้ ไปจนถึงความเหมาะสมของแต่ละวิธี เพื่อช่วยให้ตัดสินใจได้อย่างเหมาะสมและดูแลให้ปลอดภัยต่อสุขภาพผิวหน้า

เลือกอ่านตามหัวข้อด้านล่าง

โปรแกรมเติมไขมันหน้า คืออะไร

โปรแกรมเติมไขมันหน้า หรือที่เรียกว่า “Fat Grafting” คือ การนำไขมันของตัวเองมาใช้ในการเติมเต็มผิวหน้า ซึ่งแพทย์จะดูดไขมันจากบริเวณที่มีไขมันสะสม เช่น หน้าท้อง ต้นขา หรือสะโพก และนำไขมันนั้นมาผ่านกระบวนการทำให้บริสุทธิ์ ก่อนจะฉีดกลับไปเข้าไปที่ผิวหน้าในบริเวณที่ต้องการฟื้นฟูหรือเติมเต็ม เช่น ใต้ตา ร่องแก้ม หน้าผาก ขมับ หรือคาง

จุดเด่นของวิธีนี้คือ การใช้ไขมันจากร่างกายของตัวเอง ซึ่งลดความเสี่ยงในการเกิดการแพ้ หรือผลข้างเคียงรุนแรง และยังช่วยให้อิ่มฟู ดูเป็นธรรมชาติมากกว่าวิธีอื่น ๆ

โปรแกรมเติมไขมันหน้าต่างจากโปรแกรมฟิลเลอร์อย่างไร

เมื่อพูดถึงการเติมเต็มใบหน้า หลายคนมักสับสนระหว่างโปรแกรมฉีดไขมันกับโปรแกรมฟิลเลอร์ เพราะให้ผลลัพธ์ที่คล้ายกัน แต่ในความเป็นจริง ทั้งสองวิธีมีความแตกต่างกันหลายประการ ได้แก่

เปรียบเทียบ

เติมไขมันหน้า

ฟิลเลอร์

วัสดุที่ใช้

ไขมันจากร่างกายของตัวเอง

สารเติมเต็มสังเคราะห์ (เช่น HA)

ความดูเป็นธรรมชาติ

สูง เพราะมาจากร่างกายจริง

ธรรมชาติ แต่ขึ้นอยู่กับยี่ห้อและคุณภาพ

ความเสี่ยงการแพ้

ต่ำมาก

มีโอกาสแพ้หรือเกิดปฏิกิริยาได้

ระยะเวลาที่อยู่ได้

เฉลี่ย 1 – 3 ปี (บางส่วนอยู่ถาวร)

เฉลี่ย 6 เดือน – 1.5 ปี

ราคา

ค่อนข้างสูงกว่าฟิลเลอร์

หลากหลายขึ้นอยู่กับยี่ห้อ

ขั้นตอน

มีการดูดไขมัน+ฉีดกลับเข้าใบหน้า

ฉีดสารเติมเต็มอย่างเดียว

ข้อดีของโปรแกรมเติมไขมันหน้า

โปรแกรมเติมไขมันหน้าไม่ได้เพียงช่วยให้หน้าดูอิ่มเอิบขึ้นเท่านั้น แต่ยังมีข้อดีน่าสนใจมากมาย ดังนี้

  1. ใช้ไขมันตัวเอง ดูแลให้ปลอดภัยต่อร่างกายได้ เพราะเป็นการใช้เซลล์จากร่างกายตัวเอง จึงลดโอกาสเกิดการแพ้หรือการต่อต้านจากร่างกาย
  2. ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ ผิวหน้าหลังทำโปรแกรมเติมไขมันมักดูอ่อนเยาว์ขึ้นไม่ขึ้นแบบแข็ง หรือเป็นก้อน เพราะเนื้อไขมันผสานเข้ากับผิวได้ดี
  3. เติมได้หลายจุดในครั้งเดียว สามารถเติมได้ทั้งใบหน้า เช่น ขมับ ร่องแก้ม ใต้ตา คาง ในครั้งเดียว โดยไม่ต้องฉีดหลายครั้งแบบโปรแกรมฟิลเลอร์
  4. อยู่ได้นาน แม้ว่าไขมันบางส่วนจะถูกดูดซึมไป แต่ส่วนที่เหลือสามารถอยู่ได้นานถึง 1 – 3 ปี หรือในบางที่อาจอยู่ได้ถาวร
  5. ได้ประโยชน์สองต่อ นอกจากได้ผิวหน้าที่อ่อนเยาว์ขึ้น ยังได้ลดไขมันส่วนเกินในร่างกาย เช่น หน้าท้อง หรือต้นขา ไปในตัวด้วย

ข้อเสียของโปรแกรมเติมไขมันหน้า

แม้จะมีข้อดีหลายอย่าง แต่ก็มีข้อควรระวังและข้อเสียที่ไม่ควรมองข้าม ได้แก่

  1. มีโอกาสที่ไขมันจะไม่ติด แม้จะมีผ่านการคัดแยกและเตรียมไขมันอย่างดี แต่ไขมันบางส่วนอาจไม่สามารถคงอยู่ได้ ทำให้ปริมาณลดลงหลังจาก 3 – 6 เดือน
  2. ราคาค่อนข้างสูง เนื่องจากมีขั้นตอนซับซ้อนกว่าโปรแกรมฟิลเลอร์ ราคาจึงสูงกว่า และต้องอาศัยทีมแพทย์ที่มีความชำนาญมาก
  3. ต้องพักฟื้น บางรายอาจมีอาการบวม หรือรอยช้ำหลังฉีดไขมัน จำเป็นพักฟื้น 3 – 7 วัน
  4. ไม่สามารถเติมได้ทันทีทุกกรณี หากคุณไม่มีไขมันส่วนเกินในร่างกายเพียงพอ ก็อาจจะไม่เหมาะกับการเติมไขมัน

ฉีดไขมันหน้าเหมาะกับใคร

การทำโปรแกรมฉีดไขมันหน้าไม่ได้เหมาะกับทุกคนแม้จะเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมาก แต่ก็มีคุณสมบัติเฉพาะที่เหมาะกับบุคคลบางกลุ่มเท่านั้น

  1. สำหรับคนที่มีปัญหาใบหน้าตอบ แก้มตอบ หรือขมับยุบ กลุ่มคนที่เหมาะกับการทำโปรแกรมฉีดไขมันหน้าคือ ผู้ที่มีใบหน้าตอบ ดูโทรม หรือมีความหย่อนคล้อยจากการขาดไขมัน เช่น ชมับยุบ, แก้มตอบ, หรือกรอบหน้าไม่ชัด เมื่อเติมเข้าไปจะช่วยให้รูปหน้าดูละมุนดูเป็นธรรมชาติ
  2. สำหรับคนที่มีร่องลึกบนใบหน้า เมื่ออายุมากขึ้นผิวหนังเริ่มสูญเสียคอลลาเจนและไขมันที่อยู่ใต้ผิวหนัง ทำให้เกิดร่องลึกชัดเจน เช่น ร่องแก้ม, ร่องน้่ำหมาก หรือร่องใต้ตา อาจทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้าและมีอายุ การทำโปรแกรมเติมไขมันหน้าจะช่วยเติมร่องเหล่านี้ได้ดี
  3. สำหรับคนที่มีไขมันส่วนเกินในร่างกาย เนื่องจากการทำโปรแกรมเติมไขมันหน้าใช้ไขมันจากร่างกายของตัวเองจึงต้องมีการดูดไขมันมาก่อน จากหน้าท้อง, ต้นขา หรือสะโพก เมื่อมีไขมันส่วนเกินเล็กน้อย BMI อยู่ในเกณฑ์ปกติหรือเกินเล็กน้อย จะเป็นผู้ที่เหมาะสมกว่า ส่วนผู้ที่ผอมมากหรือไม่มีไขมันเพียงพอ อาจไม่สามารถทำได้
  4. สำหรับคนที่ไม่ต้องการให้สารเข้าร่างกาย บางคนมีความกังวลเกี่ยวกับการใช้โปรแกรมต่าง ๆ เช่น โปรแกรมฟิลเลอร์ที่ผลิตจากภายนอก เพราะกลัวผลข้างเคียงเกิดอาการแพ้ แม้ว่าโปรแกรมฟิลเลอร์คุณภาพดีจะสามารถดูแลให้ปลอดภัยได้ แต่การใช้ไขมันตัวเองยังตอบโจทย์กับคนกลุ่มนี้ เพราะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดอาการแพ้และผลข้างเคียงได้
  5. สำหรับคนที่มีผิวหน้าเสื่อมสภาพ ต้องการฟื้นฟูเซลล์ผิว โดยนำ “สเต็มเซลล์ไขมัน” (Fat-derived stem cells) ที่อยู่ในไขมันมาฟื้นฟูผิวช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและทำให้มีความเรียบเนียน สดใส และดูอ่อนเยาว์ขึ้น เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวแห้งกร้าน หรือริ้วรอยเริ่มมา

โปรแกรมฉีดไขมันหน้าอันตรายไหม

หนึ่งในคำถามยอดฮิตคือ “โปรแกรมฉีดไขมันหน้าอันตรายไหม?” ซึ่งคำตอบคือ โดยทั่วไปแล้ว ไม่อันตราย หากฉีดโดยแพทย์ผู้ชำนาญการ และเลือกทำในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานที่ดี

อย่างไรก็ตาม โปรแกรมฉีดไขมันก็มีความเสี่ยงเช่นกัน หากทำโดยผู้ที่ไม่มีความรู้ อาจเกิดภาวะไขมันอุดตันหลอดเลือด หรือไขมันไม่กระจายตัวอย่างสม่ำเสมอได้ จึงควรศึกษาอย่างละเอียดก่อนทำ โดยสามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับหัวข้อนี้ได้ในบทความ ฉีดไขมันหน้าอันตรายไหม?

การเตรียมตัวก่อนทำโปรแกรมฉีดไขมันหน้า

โปรแกรมฉีดไขมันหน้าอาจดูไม่ซับซ้อนเท่าการผ่าตัดใหญ่แต่มีความละเอียดรอบคอบตั้งแต่การเตรียมตัวไปถึงการดูแลหลังทำ เพราะหากมีการเตรียมตัวไม่ดีอาจทำให้เกิดอาการบวมช้ำ หรือมีผลข้างเคียงได้

  • ศึกษาข้อมูลและปรึกษาแพทย์อย่างละเอียด ก่อนตัดสินใจทำโปรแกรมฉีดไขมันหน้า ควรมีการศึกษาข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เช่น บทความทางการแพทย์ รีวิวจากผู้มีประสบการณ์ หรือเว็บไซต์ของคลินิกหรือโรงพยาบาลที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน เพื่อให้เข้าใจถึงขั้นตอน ข้อดี ข้อเสีย เมื่อมีข้อมูลเบื้องต้นแล้วควรนัดพบแพทย์ผู้ชำนาญ เพื่อประเมินสภาพผิว ปริมาณไขมัน และความเหมาะสมของร่างกาย โดยแพทย์อาจมีการแนะนำจุดที่เหมาะสมในการเติมไขมัน รวมถึงแหล่งที่สามารถดูดไขมันได้
  • เตรียมร่างกายให้แข็งแรง งดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนวันฉีดไขมัน เนื่องจากสารเหล่านี้จะส่งผลต่อระบบไหลเวียนเลือดทำให้กระบวนการฟื้นตัวช้าลง และอาจส่งผลให้ไขมันที่ฉีดไม่ติด ควรพักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 6 – 8 ชั่วโมงต่อคืน เพื่อให้ร่างกายอยู่ในสภาพพร้อมต่อการรับการรักษา และลดความเสี่ยงของการบวมช้ำหลังทำ ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อช่วยให้ผิวมีความชุ่มชื้น ระบบไหลเวียนเลือดทำงานดี และช่วยให้ไขมันฟื้นตัวได้ดีขึ้นหลังจากฉีด
  • งดการใช้ยาหรืออาหารเสริมที่ทำให้เลือดแข็งตัว ก่อนเข้ารับโปรแกรมฉีดไขมัน ควรงดยาหรืออาหารเสริมบางประเภท อาจทำให้เกิดรอยซ้ำหรือเลือดออกง่าย เช่น แอสไพริน (Aspirin), วิตามินอี (Vitamin E), น้ำมันปลา (Fish Oil) ควรแจ้งแพทย์ก่อนว่ามีการใช้ยาหรือกินอาหารเสริม เพื่อให้แพทย์สามารถวางแผนก่อนการทำโปรแกรม
  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมกระทบต่อสภาพผิวหน้า ก่อนวันนัดทำโปรแกรมฉีดไขมัน ควรงดการทำทรีตเมนต์ แว็กซ์หน้า นวดหน้า หรือเลเซอร์บริเวณผิวหน้าอย่างน้อย 5 – 7 วัน เพื่อป้องกันผิวระตาบเคืองหรือบอบบาง อาจส่งผลต่อขั้นตอนของโปรแกรม
  • เตรียมเวลาและวางแผนเรื่องการพักฟื้น แม้ว่าการทำโปรแกรมฉีดไขมันหน้าจะไม่ต้องพักฟื้นนานแต่มีอาการบวมเล็กน้อยหรือช้ำในช่วง 3 – 7 วันแรกหลังทำ ผู้เข้ารับบริการควรเตรียมเวลาพักผ่อน หลีกหลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง งานสำคัญ หรือการแต่งหน้าหนัก

 

โปรแกรมฉีดไขมันที่หน้า อยู่ได้นานแค่ไหน?

โปรแกรมฉีดไขมันที่หน้า ระยะเวลาการคงอยู่ของไขมันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น การดูแลหลังทำ เทคนิคของแพทย์ รวมถึงการตอบสนองของร่างกายแต่ละคนโดยทั่วไป

 

ในช่วง 1 – 3 เดือนแรก ไขมันอาจถูกดูดซึมออกไปบางส่วน (ประมาณ 30 – 50%) ส่วนที่เหลือสามารถอยู่ได้ 1 – 3 ปี หากต้องการผลลัพธ์คงอยู่ยาวนาน อาจจำเป็นต้องเติมซ้ำอีกครั้งใน 6 – 12 เดือนแรก

แชร์ :

สรุปบทความ

โปรแกรมเติมไขมันหน้าดีไหม จะเห็นได้ว่าโปรแกรมเติมไขมันหน้า ถือเป็นวิธีให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ เหมาะกับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูสภาพผิวอย่างล้ำลึกและคงอยู่ในระยะยาว โดยเฉพาะหากคุณเคยสงสัยว่าโปรแกรมเติมไขมันหน้าได้ผลดีไหม ถึงแม้ว่าจะมีข้อดีมากมาย แต่ไม่ควรมองข้ามถึงข้อเสีย เช่น ความเสี่ยงของไขมันไม่ติด หรืออาการบวมหลังทำ ที่สำคัญคือควรเลือกคลินิกหรือโรงพยาบาลที่มีมาตรฐานและน่าเชื่อถือ สุดท้ายไม่ว่าจะเลือกวิธีใด สิ่งสำคัญคือ การรู้จักสภาพผิวและร่างกายของตนเอง ควรศึกษาข้อมูลให้ถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจ

กรอกฟอร์ม ปรึกษาหมอ ฟรี!
แชร์ :
บทความล่าสุด

Thank You!

You details has been successfully submitted. Thanks!

ขอบคุณ!

ข้อมูลของคุณถูกส่งเรียบร้อยแล้ว 

ขอบคุณข้อเสนอแนะติชม