ในยุคที่ใคร ๆ ก็อยากมีรูปร่างกระชับไร้ไขมันส่วนเกิน การดูแลรูปร่างไม่ใช่แค่เรื่องของการลดน้ำหนักอีกต่อไป แต่รวมถึงการจัดการกับไขมันสะสมในจุดที่ยากจะลดด้วยวิธีแบบธรรมชาติ เช่น พุง, สะโพก, ต้นแขน หรือต้นขา ซึ่งบางครั้งแม้จะออกกำลังกายหนักและควบคุมอาหารก็ยังไม่หายไปเสียทีเดียว หนึ่งในเทคโนโลยีที่ได้รับความนิยมในช่วงหลังคือ การลดไขมันด้วยความเย็น หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อโปรแกรม CoolSculpting ซึ่งเราจะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่าการลดไขมันด้วยความเย็นคืออะไร? ต่างจากโปรแกรม HIFU และการดูดไขมันอย่างไร ได้ผลจริงไหม และผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน?
เลือกอ่านตามหัวข้อด้านล่าง
ลดไขมันด้วยความเย็น (CoolSculpting) คืออะไร
การลดไขมันด้วยความเย็น (CoolSculpting) คือเทคโนโลยีการกำจัดไขมันเฉพาะจุดโดยเฉพาะใช้ความเย็นจุดเยือกแข็งในการทำลายเซลล์ไขมัน โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น และไม่ทำลายเนื้อเยื่อข้างเคียง ซึ่งแตกต่างจากการดูดไขมันที่ต้องใช้เครื่องมือสอดเข้าไปดูดไขมันออกจากร่างกาย
วิธีการลดไขมันด้วยความเย็นนั้นถูกใช้อย่างแพร่หลายในหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่มี ไขมันสะสม แบบดื้อด้าน ที่ลดด้วยวิธีธรรมชาติไม่ค่อยได้ผล เช่น หน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา หรือเอว
หลักการทำงานในการลดไขมันด้วยความเย็น
ลดไขมันด้วยความเย็น กระบวนการนี้ใช้หลักการที่เรียกว่า Cryolipolysis คือการแช่เซลล์ไขมันในระดับอุณหภูมิต่ำประมาณ -11°C ถึง -13°C ขนไขมันในบริเวณที่ต้องการเกิดการตกผลึก จากนั้นเซลล์ไขมันที่ถูกทำงายจะถูกระบบร่างกายกำจัดออกทางระบบน้ำเหลืองอย่างเป็นธรรมชาติภายใน 2 – 3 เดือน
จุดเด่นของกระบวนการนี้คือ ดูแลให้ปลอดภัยได้มากกว่าการผ่าตัด เพราะไม่กระทบต่อเซลล์ผิวหนัง กล้ามเนื้อ หรือเส้นประสาท และไม่ทำให้เกิดบาดแผลแบบการผ่าตัด ซึ่งต่างจากวิธีอื่นเช่น ดูดไขมัน ที่อาจมีความเสี่ยงมากกว่าในเรื่องของรอยช้ำ การอักเสบ หรืออาการบวมนานหลายวันหลังทำ
ไม่จำเป็นต้องเครียด! เพราะปัจจุบัน การดูดไขมันมีเทคโนโลยีหลากหลาย สามาระเลือกให้ตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละคนได้ และหากเลือกแพทย์ผู้ชำนาญการด้านการดูดไขมัน ผ่านเคสมาจำนวนมาก ก็สามารถวางใจในมาตรฐานการดูแลที่รัดกุมได้เช่นเดียวกัน
บริเวณใดบ้างที่สามารถทำโปรแกรม CoolSculpting ได้
การลดไขมันด้วยความเย็น สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในบริเวณต่าง ๆ ของร่างกายที่มีไขมันใต้ชั้นผิวหนัง (Subcutaneous Fat) สะสมแบบหนาแน่น ซึ่งมักไม่ตอบสนองต่อการควบคุมอาหารหรือการออกกำลังกาย โดยบริเวณที่ได้รับความนิยมในการทำมีดังนี้
- หน้าท้องส่วนบนและส่วนล่าง (Abdomen) เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหา พุงป่อง หรือมีไขมันสะสมเป็นชั้นหนาบริเวณหน้าท้องส่วนกลางและส่วนล่าง ซึ่งมักเกิดจากการสะสมของไขมันใต้ผิวหนัง การทำในบริเวณนี้จะช่วยให้หน้าท้องดูเรียบแบนและเข้ารูปมากขึ้น
- ต้นแขนด้านหลัง (Upper Arms) เป็นบริเวณที่ไขมันมักจะหย่อนคล้อยและลดได้ยาก โปรแกรม CoolSculpting จะช่วยลดขนาดของต้นแขน ทำให้แขนดูเรียวกระชับและสมส่วนมากขึ้น
- ต้นขาด้านในและด้านนอก (Inner and Outer Thighs) ช่วยลดการเสียดสี และทำให้ขาดูมีช่องว่าง (Thigh Gap) มากขึ้น และช่วยลดส่วนเกินของต้นขาด้านนอกที่ยื่นออกมาด้านข้างสะโพก ทำให้สะโพกดูโค้งมนสวยงามเมื่อสวมใส่กางเกงที่กระชับหรือแนบเนื้อ
- บริเวณเอวและปีกหลัง (Flanks หรือ Love Handles) การลดไขมันด้วยความเย็นบริเวณนี้จะช่วยลดส่วนเกินที่ยื่นออกมาจากด้านข้างของลำตัว ทำให้ช่วงเอวดูคอดลง และปรับรูปร่างให้ดูเพรียวบางขึ้น (Hourglass Shape)
- สะโพกและบั้นท้ายส่วนล่าง (Underneath the Buttocks หรือ Banana Roll) เป็นส่วนไขมันที่อยู่ใต้ก้น ซึ่งการจัดการไขมันบริเวณนี้จะช่วยให้บั้นท้ายดูยกกระชับ ไม่หย่อนคล้อย
- หลังช่วงบนและร่องเสื้อใน (Bra Fat) ช่วยลดไขมันส่วนเกินที่มักปลิ้นออกมาเมื่อสวมเสื้อชั้นใน ทำให้แผ่นหลังดูเรียบเนียนและสวยงามขึ้น
- ใต้คางหรือเหนียง (Submental Area) เหมาะสำหรับผู้ที่มีไขมันสะสมใต้คางที่ทำให้ใบหน้าดูมีกรอบที่ไม่ชัดเจน การทำในบริเวณนี้จะช่วยกระชับเหนียง ทำให้แนวกรามคมชัดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
หากใครมีปัญหาไขมันสะสมในบางจุดที่ลดไม่ลงตามธรรมชาติ ลองพิจารณาการลดไขมันด้วยความเย็น โปรแกรม CoolSculpting ในบริเวณที่กล่าวมานี้เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งในการปรับรูปร่างที่ได้ผลลัพธ์แบบเฉพาะเจาะจง
ข้อดีและข้อจำกัดของการลดไขมันด้วยความเย็น
เพื่อให้คุณพิจารณาทางเลือกนี้ได้อย่างรอบด้าน นี่คือการสรุปข้อดีและข้อจำกัดหลัก ๆ ของการลดไขมันด้วยความเย็น
ข้อดีของการลดไขมันด้วยความเย็น ได้แก่
- ไม่รุกรานร่างกาย เป็นวิธีการลดไขมันโดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องมีบาดแผลใด ๆ
- ไม่ต้องพักฟื้น ผู้เข้ารับบริการสามารถกลับไปทำกิจกรรมและใช้ชีวิตประจำวันได้ทันทีหลังเสร็จสิ้นกระบวนการ
- ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ ไขมันจะค่อย ๆ สลายตัวและถูกขับออกจากร่างกายตามกระบวนการทางธรรมชาติ ทำให้สัดส่วนค่อย ๆ ลดลงอย่างดูเป็นธรรมชาติ
- ผลลัพธ์อยู่ได้นาน เซลล์ไขมันที่ถูกกำจัดออกไปด้วยความเย็นจะหายไปถาวร (หากมีการควบคุมอาหารและออกกำลังกายเพื่อรักษาน้ำหนักตัว)
- เห็นผลภายใน 1-3 เดือน แม้จะไม่เห็นผลทันที แต่สัดส่วนจะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจนในช่วง 1-3 เดือนหลังการรักษา
ข้อจำกัดของการลดไขมันด้วยความเย็น ได้แก่
- ไม่ใช่การลดน้ำหนักโดยรวม เป็นการลดสัดส่วนและปริมาณไขมันเฉพาะจุดที่ทำเท่านั้น ไม่ส่งผลต่อการลดน้ำหนักตัวโดยรวม
- ต้องทำซ้ำในบางราย อาจต้องทำหลายครั้งเพื่อให้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนตามความต้องการ ขึ้นอยู่กับปริมาณไขมันสะสม
- ผลข้างเคียงชั่วคราว บางรายอาจมีอาการบวม แดง ชา หรือปวดตึงบริเวณที่ทำ ซึ่งเป็นอาการชั่วคราวที่มักจะหายไปเองภายในระยะเวลาไม่นาน
หากเป้าหมายหลักของคุณคือการลดไขมันทั้งตัวในปริมาณมาก หรือต้องการผลลัพธ์ที่รวดเร็วทันที ควรพิจารณาทางเลือกอื่น ๆ เช่น การดูดไขมัน หรือการปรึกษาผู้ชำนาญการเพื่อปรับโภชนาการและออกกำลังกายร่วมด้วย
ขั้นตอนในการลดไขมันด้วยความเย็น
ขั้นตอนการสลายไขมันด้วยความเย็นเป็นกระบวนการที่ไม่ยุ่งยากและใช้เวลาไม่นาน โดยทุกขั้นตอนต้องดำเนินการภายใต้การดูแลของผู้ชำนาญการ ดังนี้
- ต้องประเมินสภาพร่างกายโดยแพทย์ผู้ชำนาญการ
- กำหนดบริเวณเป้าหมายและวางแผนจำนวนครั้งที่เหมาะสมกับแต่ละคน
- ทำความสะอาดผิวบริเวณที่ต้องการรักษา และวางแผ่นเจลป้องกันผิวหนัง (Gel Pad)
- ติดตั้งหัวแอปพลิเคเตอร์ (Applicator) ของเครื่องเข้ากับบริเวณไขมันเป้าหมาย
- หัวดูดจะทำการดูดผิวหนังขึ้นมาเล็กน้อย และเริ่มปล่อยความเย็นลงไปยังชั้นไขมัน ประมาณ 35 – 60 นาที
- หลังทำแพทย์จะนวดบริเวณที่ได้รับการรักษาเพื่อกระตุ้นการแตกตัวของเซลล์ไขมันที่ถูกแช่แข็ง
- ผู้เข้ารับบริการสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวัน ทำงาน หรือออกกำลังกายเบา ๆ ได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องพักฟื้น
ลดไขมันด้วยความเย็น กี่ครั้งถึงเห็นผล
การลดไขมันด้วยความเย็น โดยทั่วไปจะเห็นการเปลี่ยนแปลงในช่วง 2-3 สัปดาห์แรก แต่ผลลัพธ์ชัดเจนมักเกิดขึ้นภายใน 1-3 เดือน หลังการทำโดยไขมันอาจลดลงได้ 20-25% ต่อครั้งของบริเวณที่ทำ หลายคนอาจต้องทำ 2-3 ครั้ง (ห่างกันประมาณ 1 เดือน) เพื่อผลลัพธ์ที่ดี
ตอนลดไขมันด้วยความเย็น เจ็บไหม?
การลดไขมันด้วยความเย็น ระหว่างการทำอาจรู้สึกเย็นจัด และมีแรงดูดที่ผิวประมาณ 5 – 10 นาที หลังจากนั้นจะเริ่มชาจนอาจไม่รู้สึกอะไร แต่บางคนอาจรู้สึกตึงหรือระบมหลังทำเล็กน้อย เหมือนกล้ามเนื้อตึงหลังออกกำลังกาย โดยรวมถือว่าเป็นวิธีที่เจ็บน้อยเมื่อเทียบกับการผ่าตัดใหญ่
ผลลัพธ์หลังลดไขมันด้วยความเย็นอยู่ถาวรไหม?
ผลลัพธ์เมื่อลดไขมันด้วยความเย็น อยู่ได้ถาวรไหม? คำตอบคือ อยู่ได้ระยะหนึ่ง ถ้ามีการดูแลตัวเองต่อเนื่อง ควรร่วมกับการควบคุมอาหาร เนื่องจากเซลล์ไขมันที่ถูกทำลายจะไม่สามารถคืนตัวได้อีก แต่หากกลับมากินอาหารมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มอาหารแปรรูปสูง บวกกับการนอนพักผ่อนไม่เพียงพอ และไม่ออกกำลังกาย ก็อาจทำให้เกิดไขมันสะสมใหม่ได้
ลดไขมันด้วยความเย็น VS การดูดไขมัน
เมื่อพูดถึงการกำจัดไขมันส่วนเกินที่ไม่ต้องการ หลายคนอาจลังเลระหว่าง ลดไขมันด้วยความเย็น (CoolSculpting) กับการดูดไขมัน ซึ่งทั้งสองวิธีมีเป้าหมายเดียวกันคือ “ลดไขมันเฉพาะจุด” แต่กลับแตกต่างกันอย่างมาก ในเรื่องของวิธีการผลลัพธ์ระยะพักฟื้น ไปจนถึงระดับความเจ็บปวด
- วิธีการรักษา
- การลดไขมันด้วยความเย็น เป็นเทคโนโลยีที่ไม่ต้องผ่าตัด ใช้ความเย็นจุดเยือกแข็งเข้าไปทำลายเซลล์ไขมันโดยไม่ทำลายเนื้อเยื่อข้างเคียง เมื่อเซลล์ไขมันตาย ร่างกายจะค่อย ๆ กำจัดออกผ่านระบบน้ำเหลือง ซึ่งเหมาะกับคนที่มีไขมันสะสมเฉพาะจุด เช่น พุงป่องเหมือนคนท้อง หรือลดไขมันไม่ลงแม้ออกกำลังกายแล้วก็ตาม
- การดูดไขมัน เป็นการกำจัดไขมันออกโดยตรงผ่านการผ่าตัดเล็ก ใช้เครื่องมือดูดเอาไขมันใต้ผิวหนังออกมา วิธีนี้สามารถลดไขมันในปริมาณมากได้ทันที แต่ต้องอาศัยแพทย์ผู้ชำนาญการ และมีความเสี่ยงต่อการเกิดรอยช้ำ บวม หรืออักเสบในบางราย
- ระยะเวลาเห็นผล
- การลดไขมันด้วยความเย็น CoolSculpting จะเห็นผลชัดในช่วง 1 – 3 เดือนหลังทำ เนื่องจากร่างกายต้องใช้เวลาในการกำจัดเซลล์ไขมันที่ตายไปอย่างเป็นธรรมชาติ
- การดูดไขมัน เห็นผลทันทีหลังทำ แม้จะมีอาการบวมในช่วงแรก แต่รูปทรงใหม่จะชัดเจนขึ้นในไม่กี่สัปดาห์
- ระยะเวลาพักฟื้นและความเจ็บ
- การลดไขมันด้วยความเย็น จะเหมาะกับคนที่ไม่ต้องการความเจ็บหรือไม่มีเวลาหยุดงานมากกว่า เพราะไม่ต้องพักฟื้น หลังทำสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เลย
- การดูดไขมัน ต้องใช้เวลาฟื้นตัวอย่างน้อย 3-7 วัน และอาจต้องใส่ชุดกระชับสัดส่วนตลอด 1-2 เดือน จึงอาจไม่เหมาะกับคนที่ไม่มีเวลาพักฟื้น
- ปริมาณไขมันที่ลดได้
- การลดไขมันด้วยความเย็น จะเหมาะกว่าถ้าคุณแค่ต้องการเก็บรายละเอียด ลดเฉพาะจุด เช่น ลดพุงเล็ก ๆ สะโพก หรือต้นแขน เพราะสามารถลดปริมาณไขมันได้ระดับหนึ่งเท่านั้น หากต้องการลดในปริมาณมากก็อาจจะต้องทำซ้ำหลายครั้ง ซึ่งเสี่ยงทำให้ผิวระคายเคืองได้
- การดูดไขมัน จะเหมาะกว่าหากคุณมีไขมันสะสมจำนวนมาก เช่น มีไขมันทั้งหน้าท้อง ต้นขา สะโพกในปริมาณมากและไขมันสะสมมีความหนาแน่นสูง ลดเองได้ยาก หรือลองออกกำลังกายพร้อมคุมอาหารแล้วยังไม่ได้ผลตามที่ต้องการ
สรุปบทความ
การลดไขมันด้วยความเย็น เป็นอีกทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการกำจัดไขมันเฉพาะจุดอย่างตอบโจทย์ ไม่ต้องพักฟื้นและไม่ต้องเจ็บตัว วิธีนี้สามารถเริ่มเห็นผลได้ภายใน 1-3 เดือน และหากดูแลตัวเองดี ผลลัพธ์ก็อาจอยู่ได้ระยะยาว อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกคนที่จะเหมาะกับการทำโปรแกรม CoolSculpting และอาจต้องทำหลายครั้งเพื่อผลลัพธ์ชัดเจน หากกำลังเจอปัญหาไขมันสะสมที่ลดเองได้ไม่มาก อาจลองพิจารณาแนวทางอื่น ๆ เพื่อเลือกทางออกที่เหมาะกับคุณผ่านการปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการ
Post Info
Social Media








