Medically Reviewed by นพ. วิษณุ เฮ้งสวัสดิ์ on July 4, 2025.
ดูดไขมันต้นขา เป็นหนึ่งในวิธีทางการแพทย์ที่ช่วยแก้ไขรูปร่างเฉพาะจุดอย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาต้นขาใหญ่ ขาเบียด หรือมีเซลลูไลท์สะสมบริเวณต้นขาจนส่งผลต่อความมั่นใจ ไม่ว่าจะเป็นจากกรรมพันธุ์ น้ำหนักตัว หรือฮอร์โมน การออกกำลังกายหรือควบคุมอาหารอาจไม่สามารถลดไขมันในบริเวณนี้ได้อย่างถูกจุด การดูดไขมันต้นขาจึงเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยให้ขาดูเรียวขึ้น กระชับมากขึ้น และสวมใส่เสื้อผ้าได้อย่างมั่นใจมากกว่าเดิม
หัตถการนี้ไม่เพียงช่วยลดปริมาณไขมันสะสม แต่ยังสามารถปรับสัดส่วนของต้นขาให้เข้ารูปอย่างเป็นธรรมชาติ โดยแพทย์จะออกแบบแนวการดูดไขมันให้เหมาะสมกับรูปร่างของแต่ละบุคคล เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดูสมดุล สวยงาม และการดูแลให้เกิดความปลอดภัย
การดูดไขมันต้นขา สามารถช่วยแก้ไขปัญหาได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นต้นขาที่มีไขมันสะสมมากเกินไป ขาด้านในเสียดสีกันจนเกิดขาเบียด หรือขนาดขาที่ดูไม่สมดุลระหว่างช่วงบนและช่วงล่าง โดยเฉพาะในกรณีที่ออกกำลังกายแล้วไขมันต้นขายังไม่ลดลง หรือมีเซลลูไลท์ชัดเจน การดูดไขมันสามารถปรับสัดส่วนให้ต้นขาเรียวขึ้นและกระชับมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
“เคสที่พบได้บ่อย คือ คนที่รูปร่างผอมแต่มีไขมันเฉพาะที่ต้นขา ด้านในขา หรือขาด้านนอกป่องออก — กลุ่มนี้จะเหมาะมากกับการดูดไขมันต้นขา เพราะเราสามารถออกแบบรูปทรงให้ขาดูสวยขึ้นได้โดยไม่ต้องลดน้ำหนักทั้งตัว” – คุณหมอไอซ์ นพ.วิษณุ เฮ้งสวัสดิ์ (เลข ว. 51179)
นอกจากนี้ ยังสามารถทำควบคู่กับการเติมไขมันหรือการกระชับผิวเพื่อผลลัพธ์ที่เรียบเนียนและดูเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้นอีกด้วย
ดูดไขมันต้นขา คือ หัตถการที่ช่วยลดไขมันเฉพาะจุดบริเวณต้นขา เช่น ด้านใน ด้านนอก ด้านหน้า และด้านหลัง โดยใช้เทคนิคทางการแพทย์ร่วมกับเครื่องมือดูดไขมันเพื่อกำจัดไขมันส่วนเกินออกจากชั้นใต้ผิวหนัง การดูดไขมันในบริเวณนี้ไม่ใช่เพียงการ “ลดขนาดต้นขา” เท่านั้น แต่ยังเป็นการปรับรูปทรงให้ขาดูเรียวลง สมส่วนกับร่างกายส่วนอื่น ๆ ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
สิ่งสำคัญในการดูดไขมันต้นขา คือ ความเข้าใจในกายวิภาคของกล้ามเนื้อต้นขา เช่น กล้ามเนื้อ Quadriceps, Hamstrings และ Adductors ที่อยู่ในแนวและระดับชั้นต่างกัน การวางแผนดูดไขมันจะอิงจากแนวกล้ามเนื้อเหล่านี้ เพื่อให้แพทย์สามารถกำหนด “ปริมาณไขมันที่ควรเหลือไว้” ได้อย่างแม่นยำ นั่นทำให้ผลลัพธ์ของการดูดไขมันต้นขาด้วยเทคนิคเชิงกายวิภาคนั้น ได้ต้
การดูดไขมันขาไม่ได้จำกัดแค่บริเวณต้นขาเพียงอย่างเดียว แต่สามารถปรับรูปร่างได้หลากหลายจุด ตั้งแต่ต้นขาด้านใน ด้านนอก ไปจนถึงรอบหัวเข่า โดยแพทย์จะประเมินตำแหน่งไขมันสะสม ความหนาของไขมัน และสัดส่วนโดยรวม เพื่อวางแผนดูดไขมันในตำแหน่งที่เหมาะสม โดยมีรายละเอียดของแต่ละตำแหน่งดังนี้
การนับจุดดูดไขมันที่ขาเป็นการแบ่งตามบริเวณของต้นขาที่มีไขมันสะสม เพื่อให้รูปรงขาดูเรียวและสมส่วน โดยทั่วไปแล้วแพทย์จะประเมินจากตำแหน่งหลัก เช่น ต้นขาด้านใน (Inner Thighs) และ ต้นขาด้านนอก (Outer Thighs) ซึ่งมักถูกนับเป็นคนละตำแหน่ง หากมีไขมันบริเวณอื่นเพิ่มเติม เช่น ด้านหน้า ด้านหลัง เหนือเข่า ข้อเท้า น่อง หรือดูดแบบรอบต้นขา ก็อาจนับเป็นตำแหน่งเสริมตามความเหมาะสม
อย่างไรก็ตาม สถานพยาบาลแต่ละที่อาจมีการนับจุดที่แตกต่างกันออกไป เช่น บางแห่งอาจประเมินจากขนาดพื้นที่โดยเปรียบเทียบขนาดประมาณผ่ามือ หรือที่ใช้การนับแบบเหมารวมเป็นตำแหน่งใหญ่ตามสัดส่วนของร่างกาย ซึ่งแต่ละวิธีก็จะมีเงื่อนไขและขอบเขตการรักษาไม่เหมือนกัน
การดูดไขมันต้นขาไม่ได้เหมาะกับทุกคน แต่จะได้ผลลัพธ์ดีเมื่อทำในกลุ่มที่มีลักษณะปัญหาเฉพาะจุด และมีเป้าหมายชัดเจนในการปรับรูปร่างมากกว่าการลดน้ำหนักทั่วร่างกาย โดยผู้ที่เหมาะสมกับการทำหัตถการนี้ ได้แก่
การเลือกตำแหน่งดูดไขมันต้นขาไม่ใช่แค่การนำเอาไขมันออกเพียงเท่านั้น แต่ต้องเป็นการเอาไขมันออกร่วมกับการดีไซน์ให้ได้สัดส่วนที่เข้ากับรูปร่างและปัญหาของแต่ละคน ซึ่งปัญหาต้นขาจองแ่ละคนมักแตกต่างกันไปตามโครงสร้างร่างกายดังนี้
หลายคนมีปัญหาต้นขาด้านในหนาเวลาเดินแล้วรู้สึกขาเสียดสีกัน ทำให้รู้สึกอึดอัดและใส่กางเกงไม่สวย ซึ่งการดูดไขมันต้นขาด้านใน จะช่วยลดไขมันส่วนเกินและสร้างช่องว่างระหว่างขา หรือที่เรียกว่า Thigh Gap ทำให้ขาดูโปร่ง ยาว และเรียวขึ้น โดยแพทย์จะค่อย ๆ เก็บไขมันในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อหลีกเลี่ยงการดูดออกมากเกินไป ซึ่งอาจทำให้ผิวบริเวณนี้หย่อนคล้อยได้
ลักษณะเด่นคือมักมีไขมันสะสมบริเวณสะโพกด้านข้างและต้นขาด้านนอก ทำให้รูปร่างดูตัน สะโพกบาน และช่วงขาดูไม่สมส่วน โดยการดูดไขมันต้นขาด้านนอกหรือดูดไขมันสะโพกออก ช่วยปรับเส้นโค้งของสะโพกและต้นขาให้ดูสโลปสวยขึ้น รูปร่างโดยรวมจะดูสมดุลมากขึ้น จากที่เคยดูเป็นทรงสามเหลี่ยม ก็จะใกล้เคียงทรงนาฬิกาทรายมากกว่าเดิม
บางคนต้นขาไม่ได้ใหญ่มาก แต่มีไขมันสะสมเล็ก ๆ อยู่เหนือหัวเข่า ทำให้ขาดูไม่เรียวต่อเนื่อง การดูดไขมัน บริเวณเหนือเข่า จะเป็นการเก็บรายละเอียดจุดเล็ก ๆ ที่มีผลกับทรงขามาก ช่วยลดก้อนไขมันที่บังรูปทรงเข่า ทำให้ขาดูตรง เรียว และดูเพรียวแบบลีนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
สำหรับคนที่มีไขมันสะสมรอบต้นขาทุกด้าน ทั้งด้านหน้า ด้านหลัง และด้านข้าง แพทย์จะใช้วิธีการดูดไขมันแบบรอบต้นขา ซึ่งจะช่วยลดขนาดโดยรวมได้ชัดเจนมากขึ้น วิธีนี้เหมาะกับการปรับไซส์ขาให้เล็กลงในภาพรวม ช่วยให้สัดส่วนช่วงล่างดูสมดุล ใส่กางเกงได้สวยขึ้น และรูปร่างดูเพรียวขึ้นในทุกมิติ
ในกรณีที่มีปัญหาขาใหญ่ร่วมกับผิวหนังที่ดูย้วย ซึ่งสามารถสังเกตได้จากการดึงผิวแล้วผิวไม่หดกลับ แพทย์จะใช้ทางเลือกเป็นการดูดไขมันควบคู่ไปกับการทำยกกระชับผิวอย่าง J-Plasma เพราะหากดูดไขมันเพียงอย่างเดียวอาจทำให้ผิวย้วยมากขึ้นได้
เครื่องดูดไขมันที่ใช้กับต้นขาจำเป็นต้องสามารถจัดการกับไขมันปริมาณมากได้ดี และต้องคำนึงถึงโครงสร้างกล้ามเนื้อและผิวหนังที่บอบบางในบางจุด โดยแพทย์จะเลือกเทคโนโลยีให้เหมาะสมกับลักษณะไขมันของแต่ละคน ซึ่งเครื่องมือที่นิยมใช้ ได้แก่
แพทย์จะประเมินลักษณะของไขมัน ความแน่น และตำแหน่งต้นขาที่จะดูดไขมัน ก่อนเลือกเครื่องมือให้เหมาะสมกับเป้าหมายของแต่ละบุคคล
สำหรับการดูดไขมันต้นขาที่ AM International Hospital เรามีโปรแกรมให้เลือกหลากหลายตามความต้องการและสภาพไขมันของแต่ละบุคคล โดยราคาจะเริ่มต้นตามเทคโนโลยีที่แพทย์แนะนำเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตอบโจย์ ดังนี้
เครื่องดูดไขมันที่ใช้ | ราคาเริ่มต้น (บาท) | จุดเด่นที่คุ้มค่า |
ดูดไขมันพลังงานความร้อน (โปรแกรม Vaser หรือ Ultra Z) | 25,000 บาท | แยกเซลล์ไขมันที่หนาแน่นได้ดี เหมาะกับเคสเน้นลดสัดส่วนชัด ๆ หรือคนที่มีต้นขาใหญ่จากไขมันมาก ๆ |
ดูดไขมันพลังงานน้ำ (โปรแกรม Body-jet) | 39,000 บาท | อ่อนโยนกว่า ถนอมเซลล์ไขมันเพื่อนำไปเติมส่วนอื่นต่อได้ |
AM International Hospital เราใช้เทคโนโลยีดูดไขมันหลายรูปแบบ เพื่อช่วยให้การจัดการกับไขมันต้นขาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถดูแลให้ปลอดภัย แและสามารถออกแบบผลลัพธ์ให้เหมาะกับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคลได้ โดยเครื่องดูดไขมันต้นขาที่เราใช้ในการรักษา มีดังนี้
เทคโนโลยีนี้ใช้พลังงานน้ำฉีดพ่นเพื่อแยกเซลล์ไขมันออกจากเนื้อเยื่ออย่างอ่อนโยน ทำให้เซลล์ไขมันไม่ถูกทำลายและสามารถนำไปฉีดต่อเติมเต็มส่วนอื่นของร่างกายได้ ซึ่งการดูดไขมันต้นขาด้วยวิธีนี้จะช่วยลดการบอบช้ำของเส้นเลือดและเส้นประสาทได้ดี ส่งผลให้แผลหายไวและลดอาการบวมเขียวช้ำหลังทำ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและเน้นการฟื้นตัวที่รวดเร็ว
เป็นการใช้พลังงานคลื่นความถี่วิทยุเปลี่ยนเป็นความร้อนเพื่อละลายไขมันไปพร้อมกับการฟื้นฟูคอลลาเจนใต้ผิวหนัง ซึ่งโดดเด่นมากในเรื่องการยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อยให้เรียบตึงขึ้นหลังทำ เหมาะสำหรับผู้ที่มีไขมันต้นขาควบคู่กับปัญหาผิวไม่กระชับหรือผิวเปลือกกล้วย ช่วยให้ขาเรียวเล็กและได้รูปทรงที่เฟิร์มกระชับโดยไม่ต้องกังวลเรื่องผิวเป็นคลื่น
การดูดไขมันต้นขาแบบแรงสั่น (PAL) ใช้ท่อดูดที่สั่นสะเทือนอย่างรวดเร็วเพื่อแยกไขมันออกจากเนื้อเยื่อ ทำให้แพทย์ดูดไขมันออกได้ต่อเนื่องและควบคุมจังหวะได้ดี วิธีนี้ลดแรงที่ผิวต้องรับและช่วยให้การเก็บรายละเอียดสัดส่วนต้นขาทำได้แม่นยำขึ้น โดยไม่ใช้ความร้อนสูงจึงลดโอกาสเกิดแผลไหม้ ผลลัพธ์มักออกมาสม่ำเสมอและให้ความเรียบเนียน
การดูดไขมันด้วยคลื่นเสียง (UAL) ใช้พลังงานอัลตราซาวนด์เพื่อทำให้ไขมันแตกตัวเป็นของเหลวก่อนดูดออก ซึ่งช่วยให้การดูดไขมันบริเวณต้นขาที่มีชั้นไขมันแน่นมากขึ้นเป็นไปได้ง่ายขึ้น โดยพลังเสียงนี้ยังสามารถช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนได้เล็กน้อย ทำให้ผิวรอบ ๆ ดูเรียบและกระชับขึ้น การรักษานี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีปริมาณไขมันมากหรือตื้อในบางพื้นที่
Real Legs Liposuction คือ เทคนิคการดูดไขมันต้นขาที่เน้นผลลัพธ์ให้ออกมาเป็นธรรมชาติตามหลักกายวิภาคศาสตร์ เพื่อปรับสัดส่วนขาให้เรียวยาว โดยอิงจากแนวกล้ามเนื้อจริงของต้นขา ไม่ใช่แค่การลดปริมาณไขมันแบบทั่วไป เทคนิคนี้ช่วยให้ขาดูมีมิติ ลดขาเบียด และยังคงความโค้งเว้าตามหลักสรีระ ซึ่งต่างจากการดูดไขมันแบบดั้งเดิมที่อาจทำให้ขาดูแบนจนเกินไป สัดส่วนดูไม่มีมิติ
อีกหนึ่งจุดเด่นของ Real Legs คือ การวางแผนเชิงลึกแบบ “Body Design” ที่แพทย์จะประเมินแนวไขมัน กล้ามเนื้อ และสรีระโดยรวมก่อนเริ่มทำจริง ทำให้สามารถเก็บรายละเอียดในแต่ละจุดได้แม่นยำมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นต้นขาด้านใน ด้านนอก หรือรอบหัวเข่า จึงให้ผลลัพธ์ที่ดูเรียวชัด สม่ำเสมอ และฟื้นตัวได้ไวกว่าวิธีเดิม ๆ โดยไม่ทำให้ผิวเป็นคลื่นหรือย้วยในภายหลัง
ก่อนเข้ารับการดูดไขมันต้นขา ควรเตรียมร่างกายและจิตใจให้พร้อม เพื่อให้หัตถการเป็นไปอย่างราบรื่น ลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน และฟื้นตัวได้ง่ายขึ้น การเตรียมตัวที่เหมาะสมจะช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาสวยงามและลดโอกาสที่จะเกิดผลข้างเคียงไม่พึงประสงค์ตามมา
การดูดไขมันต้นขาด้วยเทคนิค Real Legs Liposuction เป็นการออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล โดยเน้นให้ทรงขาดูเรียว สมส่วน และใกล้เคียงสรีระจริง ทุกขั้นตอนจะอยู่ภายใต้การประเมินและควบคุมโดยแพทย์ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยและทำให้เกิดความปลอดภัยในระยะยาว
ก่อนเริ่มเข้าสู่กระบวนการรักษา แพทย์จะทำการพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจความกังวลและเป้าหมายของผู้เข้ารับบริการ จากนั้นจะทำการตรวจเช็กปริมาณไขมันและคุณภาพผิวหนัง เพื่อวางแผนการดูดไขมันในแต่ละจุดอย่างแม่นยำ เมื่อถึงวันนัดหมาย แพทย์จะทำการวาดเส้นประ (Marking) บนต้นขาเพื่อกำหนดจุดที่จะดูดไขมันและตำแหน่งการเปิดแผล เพื่อให้ผู้เข้ารับบริการเห็นภาพรวมของผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นก่อนเข้าสู่ห้องผ่าตัด
ขั้นตอนแรกในห้องผ่าตัดคือการใส่สารน้ำ Tumescent ซึ่งประกอบด้วยน้ำเกลือ ยาชา และตัวยาที่ช่วยให้เส้นเลือดหดตัวเข้าไปในชั้นไขมัน ซึ่งสารนี้จะช่วยให้ชั้นไขมันขยายตัวออกและแยกตัวออกจากเนื้อเยื่อได้ง่ายขึ้น นอกจากจะช่วยลดความเจ็บปวดแล้ว ยังช่วยปกป้องเส้นเลือดและเส้นประสาทไม่ให้ได้รับบาดเจ็บระหว่างทำ ส่งผลให้ลดอาการบวมช้ำหลังผ่าตัดได้เป็นอย่างดี
เมื่อชั้นไขมันพร้อมแล้ว แพทย์จะใช้เครื่องดูดไขมันต้นขา เช่น WAL PAL UAL หรือคลื่นเสียง เพื่อจัดการเซลล์ไขมันให้กลายเป็นของเหลวอย่างอ่อนโยน ในเทคนิค Real Legs Liposuction แพทย์จะไม่ได้เน้นเพียงแค่การดูดไขมันออกมาให้เยอะสุดแต่จะเน้นการ “ปั้นทรง” ให้มีความสมมาตรและเรียบเนียน โดยคำนวณปริมาณที่เหมาะสมในแต่ละจุดเพื่อป้องกันไม่ให้ผิวเป็นคลื่นหรือบุ๋มหลังทำ
หลังจากดูดไขมันต้นขาเสร็จสิ้น แพทย์จะทำการรีดสารน้ำที่ตกค้างออกจากร่างกาย เพื่อลดอาการบวมและช่วยให้ผู้เข้ารับบริการรู้สึกสบายตัวขึ้น จากนั้นจะทำการเย็บปิดแผลเพียงบางส่วนเพื่อให้ระบายน้ำเหลืองที่อาจหลงเหลืออยู่ได้ ขั้นตอนสุดท้ายที่สำคัญมากคือการสวมชุดกระชับสัดส่วน เพื่อช่วยกดทับช่องว่างใต้ผิวหนังให้ติดกับกล้ามเนื้อได้ไวขึ้น ช่วยให้ผิวกระชับเรียบเนียนและเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนได้เร็วขึ้น
การดูแลตัวเองหลังดูดไขมันต้นขาเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยให้แผลหายเร็ว ลดอาการบวมช้ำ และให้รูปร่างเข้าที่อย่างสวยงาม ผลลัพธ์จะยิ่งชัดเจนและเรียบเนียนมากขึ้นหากมีวินัยในการดูแลตามคำแนะนำของแพทย์
แม้การดูดไขมันต้นขาจะเป็นหัตถการที่ให้ความปลอดภัยหากทำโดยแพทย์และขั้นตอนที่ได้มาตรฐาน แต่ก็อาจมีผลข้างเคียงหรือภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้นได้ในบางราย การสังเกตอาการและพบแพทย์ทันทีเมื่อผิดปกติเป็นสิ่งสำคัญ
การดูดไขมันต้นขาโดยทั่วไปจะใช้เวลาพักฟื้นประมาณ 1-2 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับปริมาณไขมันที่ดูดออก เทคนิคที่ใช้ และการดูแลหลังทำของแต่ละคน โดยในช่วง 3-5 วันแรก อาจมีอาการบวม ตึง หรือช้ำเล็กน้อย ซึ่งสามารถบรรเทาได้ด้วยการใส่ชุดกระชับอย่างต่อเนื่อง หลีกเลี่ยงการนั่งหรือนอนทับบริเวณต้นขาโดยตรง และเริ่มขยับร่างกายเบา ๆ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต
โดยทั่วไปสามารถกลับไปทำงานเบา ๆ ได้ภายใน 5-7 วัน แต่ควรงดกิจกรรมหนักหรือออกกำลังกายประมาณ 1 เดือนเพื่อให้ผลลัพธ์เข้าที่และลดความเสี่ยงของพังผืดใต้ผิวหนัง
แม้การดูดไขมันต้นขาจะเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมในการปรับรูปร่างเฉพาะจุด แต่ก็มีทั้งข้อดีและข้อจำกัดที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจทำ เพื่อให้เหมาะกับเป้าหมายและความคาดหวังของแต่ละคน การเข้าใจทั้งด้านบวกและข้อควรระวังจะช่วยให้ตัดสินใจได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น
หากคุณกำลังมองหาวิธีบอกลาขาเบียดหรืออยากเปลี่ยนขาที่ดูหนาให้เรียวสวย ปัจจุบันมีตัวเลือกในการกำจัดไขมันต้นขาหลากหลายวิธี ซึ่งแต่ละแบบก็มีจุดเด่นที่เหมาะกับปัญหาและไลฟ์สไตล์ที่ต่างกันไป มาลองเช็กกันดูว่าวิธีไหนที่ใช่
วิธีนี้คือทางลัดสำหรับคนที่ต้องการ เห็นผลชัดเจนในครั้งเดียว โดยแพทย์จะทำการดูดเซลล์ไขมันส่วนเกินออกไปโดยตรง เหมาะมากสำหรับคนที่มีไขมันสะสมหนา มีปัญหาขาเบียดชัดเจน หรือต้องการปรับรูปร่างให้เปลี่ยนไปแบบถาวร แต่ต้องเตรียมตัวสำหรับการพักฟื้นและสวมชุดกระชับหลังทำให้สม่ำเสมอเพื่อให้ผิวเรียบเนียน
ตัวเลือกยอดฮิตสำหรับคนที่กลัวเข็มหรือไม่อยากผ่าตัด เทคนิคนี้จะใช้ความเย็นจัดในระดับจุดเยือกแข็งเข้าไปทำลายเซลล์ไขมันให้ตายลงและขับออกตามธรรมชาติ เหมาะกับคนที่มีไขมันเฉพาะจุด ไม่หนามากจนเกินไป ผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นใน 1-3 เดือน และอาจต้องทำซ้ำในบางจุดเพื่อให้ได้รูปทรงที่เป๊ะตามต้องการ
เหมาะสำหรับคนที่ มีไขมันไม่มากแต่กังวลเรื่องผิวไม่กระชับ โปรแกรมกลุ่ม RF หรือ HIFEM นี้จะใช้พลังงานความร้อนหรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเข้าไปช่วยแยกเซลล์ไขมัน พร้อมกับกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและกล้ามเนื้อไปในตัว ช่วยให้ผิวหนังที่หย่อนคล้อยดูเฟิร์มขึ้น เห็นผลการเปลี่ยนแปลงต่อเนื่องเมื่อทำครบตามจำนวนครั้ง
AM International Hospital เราให้ความสำคัญกับทั้งเทคนิคทางการแพทย์ เทคโนโลยี และการดูแลผู้เข้ารับบริการในทุกขั้นตอน เพื่อให้ทุกการรักษาเกิดผลลัพธ์ที่ตรงต่อความต้องการ ดูแลให้เกิดความปลอดภัยทุกเคส
ราคาค่าบริการดูดไขมันต้นขาที่ AM International Hospital อยู่ที่ 25,000 บาทต่อตำแหน่ง โดยขึ้นอยู่กับปริมาณไขมัน ตำแหน่งที่ทำ และเทคโนโลยีที่เลือกใช้ ทางโรงพยาบาลจะมีการประเมินโดยแพทย์ก่อนทุกเคส และแจ้งค่าใช้จ่ายอย่างละเอียดก่อนเข้ารับบริการเพื่อความโปร่งใสและวางแผนได้ล่วงหน้า
การดูดไขมันต้นขาเป็นหัตถการยอดนิยมที่ช่วยปรับรูปร่างให้ขาดูเรียวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ แต่หลายคนอาจยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับแผล การฟื้นตัว และความรู้สึกระหว่างทำ เพื่อช่วยให้ตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ เราได้รวมคำถามที่พบบ่อยไว้ที่นี่
โดยปกติจะมีแผลเล็ก ๆ ประมาณ 2-4 จุดต่อขา ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ดูดไขมัน แผลมีขนาดประมาณ 3-5 มม. เท่านั้น และมักซ่อนอยู่ตามรอยพับของผิว ทำให้มองเห็นได้ยากหลังแผลหายดี
แผลที่เกิดขึ้นมีขนาดเล็กและมักหายได้ดี หากดูแลแผลตามคำแนะนำของแพทย์ โอกาสเกิดแผลเป็นนูนหรือรอยดำถาวรจะน้อยมาก และส่วนใหญ่จางลงจนแทบไม่เห็นภายในไม่กี่เดือน
ควรงดสูบบุหรี่ งดแอลกอฮอล์ และหยุดยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือดตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด รวมถึงควรแจ้งโรคประจำตัวหรือการแพ้ยาต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการทำหัตถการ
ขณะทำจะไม่รู้สึกเจ็บ เพราะมีการให้ยาชาหรือดมยาสลบตามแผนการรักษาาของแพทย์ หลังทำอาจมีอาการตึงหรือปวดเล็กน้อยคล้ายออกกำลังกายหนักในช่วง 2-3 วันแรก ซึ่งสามารถบรรเทาได้ด้วยยาแก้ปวดและการดูแลที่เหมาะสม
การดูดไขมันต้นขาเป็นหัตถการที่ช่วยลดไขมันเฉพาะจุดและปรับสัดส่วนขาให้เรียว กระชับ และสมดุลกับรูปร่างโดยรวม เหมาะสำหรับผู้ที่มีไขมันสะสมดื้อบริเวณต้นขา แม้จะควบคุมอาหารหรือออกกำลังกายแล้วไม่เห็นผล ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและการออกแบบแนวดูดไขมันตามแนวกล้ามเนื้อ ผสานกับหลักกายวิภาคศาสตร์ ส่งผลให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและการดูแลให้เกิดความปลอดภัย หลังทำมีการฟื้นตัวได้เร็วและแผลขนาดเล็กจนแทบมองไม่เห็นเมื่อหายดี
You details has been successfully submitted. Thanks!