
สิ่งที่หลายคนกังวลเมื่อทำหัตถการดูดไขมันก็คือแผลหลังดูดไขมัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของตำแหน่งแผล รอยแผลเป็นที่อาจเกิดขึ้น หรือกระบวนการดูแลเพื่อให้หายเร็วและไม่ทิ้งร่องรอยไว้ภายหลัง ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับลักษณะของแผล วิธีการดูแล และอาการที่อาจพบได้ในช่วงพักฟื้น จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ฟื้นตัวได้อย่างมั่นใจ พร้อมเผยผิวเรียบเนียนได้ในระยะยาว
แผลดูดไขมันที่เกิดขึ้นจะมีลักษณะเฉพาะคือเป็นจุดเล็กๆ ซึ่งมีขนาดประมาณ 2-3 มิลลิเมตรเท่านั้น โดยศัลยแพทย์จะเลือกตำแหน่งที่สามารถซ่อนรอยแผลได้ง่าย เช่น ตามรอยพับของผิวหนัง ขอบชุดชั้นใน หรือบริเวณที่สามารถปกปิดด้วยเสื้อผ้าได้ รอยแผลเหล่านี้จะค่อย ๆ จางลงไปตามกาลเวลา และเมื่อหายดีแล้วจะกลายเป็นจุดเล็ก ๆ ที่สังเกตเห็นได้ยากมาก
ในการดูดไขมันศัลยกรรมจะมีการวางตำแหน่งแผลอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้การดูดไขมันเกิดผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพและทิ้งรอยแผลไว้ในบริเวณที่พบเห็นได้ยาก ดังนี้
การดูแลแผลอย่างถูกวิธีเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งหลังดูดไขมัน เพื่อให้แผลดูดไขมันหายเร็วขึ้น ลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ และลดโอกาสการเกิดรอยแผลเป็นที่เห็นได้ชัดเจน
หลังจากดูดไขมัน แพทย์หรือพยาบาลจะให้คำแนะนำในการดูแลแผลอย่างละเอียด โดยทั่วไปการทำความสะอาดแผลจะต้องทำอย่างเบามือและสม่ำเสมอ ควรใช้น้ำเกลือปราศจากเชื้อ (Normal Saline Solution) ชุบสำลีหรือผ้าก๊อซเช็ดทำความสะอาดเบา ๆ บริเวณแผลและรอบ ๆ แผลดูดไขมัน จากนั้นซับให้แห้งสนิทด้วยผ้าก๊อซสะอาด และปิดทับด้วยปลาสเตอร์หรือผ้าก๊อซใหม่ตามคำแนะนำของแพทย์ ควรเปลี่ยนวัสดุปิดแผลเป็นประจำ เพื่อรักษาความสะอาดและป้องกันการสะสมของเชื้อโรค
ในช่วง 1-3 วันแรกหลังการดูดไขมัน ซึ่งเป็นช่วงที่แผลยังสดและต้องป้องกันการติดเชื้อ ควรหลีกเลี่ยงไม่ให้แผลโดนน้ำโดยตรง เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโรคจากน้ำซึมเข้าสู่แผล ซึ่งอาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้ หากจำเป็นต้องอาบน้ำ ควรใช้วิธีเช็ดตัวหรืออาบน้ำอย่างระมัดระวังไม่ให้บริเวณที่มีแผลโดนน้ำจนกว่าแพทย์จะอนุญาตให้โดนน้ำได้ตามปกติ ซึ่งมักจะทำได้เมื่อแผลดูดไขมันแห้งสนิทแล้ว
หลังจากที่แผลปิดสนิทและแห้งดีแล้วประมาณ 1-2 สัปดาห์หลังทำ แพทย์อาจแนะนำให้เริ่มใช้ผลิตภัณฑ์ลดรอยแผลเป็น เช่น ซิลิโคนเจล หรือครีมที่มีส่วนผสมที่ช่วยลดการเกิดแผลเป็นนูน หรือทำให้แผลเป็นจางลง หรือการนวดเบา ๆ บริเวณแผลร่วมกับการใช้ผลิตภัณฑ์อย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้รอยแผลเป็นอ่อนนุ่มลงและดูจางลงได้ดีขึ้น แต่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มใช้ผลิตภัณฑ์ใด ๆ เสมอ
หลังจากการดูดไขมัน ร่างกายจะมีการตอบสนองตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นอาการที่เกิดขึ้นได้ปกติ แต่ก็มีบางอาการที่บ่งบอกถึงความผิดปกติและจำเป็นต้องได้รับการตรวจจากแพทย์โดยเร็ว
หลังดูดไขมันผู้เข้ารับบริการอาจพบกับอาการเหล่านี้ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติและจะค่อยๆ ดีขึ้นเอง เช่น
แม้ส่วนใหญ่จะเป็นอาการปกติ แต่หากคุณมีอาการดังต่อไปนี้ ควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว
การฟื้นตัวหลังการดูดไขมันเป็นกระบวนการที่สำคัญไม่แพ้ตัวหัตถการเอง ซึ่งการปฏิบัติตามคำแนะนำของศัลยแพทย์อย่างเคร่งครัดจะช่วยให้แผลหายเร็ว ลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน และได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ
โดยทั่วไป แผลดูดไขมันจะมีขนาดเล็กมาก (ประมาณ 2-3 มม.) ซึ่งแผลจะเริ่มสมานตัวและแห้งสนิทภายใน 7-10 วัน หากมีการเย็บไหมที่ไม่ต้องตัด ไหมจะละลายไปเอง แต่ถ้าเป็นไหมที่ต้องตัดแพทย์มักจะนัดมาตัดไหมประมาณ 7-10 วัน หลังการผ่าตัด ซึ่งเป็นช่วงที่แผลภายนอกเริ่มติดกันดีแล้ว
แม้แผลดูดไขมันจะเล็กแต่ก็ยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดรอยแผลเป็นนูนหรือคีลอยด์ได้ โดยเฉพาะในผู้ที่มีประวัติ ซึ่งการลดความเสี่ยงต่อการเกิดรอยแผลนูนสามารถทำได้โดย
ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่แพทย์แนะนำเท่านั้น เช่น น้ำเกลือปราศจากเชื้อ สำหรับทำความสะอาดแผล และเมื่อแผลแห้งแล้วสามารถเริ่มใช้เจลลดรอยแผลเป็นที่มีส่วนผสมของซิลิโคน เพื่อช่วยให้รอยแผลเป็นนุ่มและเรียบเนียนขึ้น หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำหอม แอลกอฮอล์ หรือสารเคมีที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคือง
การฟื้นตัวของร่างกายไม่ได้ขึ้นอยู่กับการดูแลแผลดูดไขมันแค่ภายนอกเท่านั้น แต่ยังรวมถึงพฤติกรรมโดยรวม เช่น การพักผ่อน การรับประทานอาหาร และการใส่ชุดกระชับอย่างเหมาะสม ซึ่งล้วนมีผลต่อการลดบวม ลดช้ำ และเร่งให้แผลสมานตัวได้ดีขึ้นในระยะยาว
การสวม ชุดกระชับหลังดูดไขมัน (Compression Garment) มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการฟื้นตัวที่สมบูรณ์ ควรใส่ให้ถูกต้องตามคำแนะนำของศัลยแพทย์ตลอด 24 ชั่วโมง (ถอดได้เฉพาะตอนอาบน้ำ) ในช่วง 1-2 เดือนแรก และอาจจะใส่เฉพาะเวลากลางวัน หรือตามคำแนะนำของแพทย์ต่อไปอีก 1-2 เดือน โดยชุดกระชับจะช่วยลดอาการบวม ลดการสะสมของของเหลวใต้ผิวหนัง และช่วยให้ผิวหนังบริเวณที่ดูดไขมันกระชับเข้าที่ได้ดียิ่งขึ้น
อาการบวมหลังดูดไขมันเป็นเรื่องปกติ อาการบวมจะเริ่มลดลงอย่างเห็นได้ชัดใน 1-2 สัปดาห์แรก ซึ่งมันจะค่อยๆ ยุบลงอย่างต่อเนื่อง แต่การที่ร่างกายจะยุบบวมและเข้าที่สมบูรณ์อาจใช้เวลา 3-6 เดือน หรือบางรายอาจถึง 1 ปี ขึ้นอยู่กับปริมาณไขมันที่ดูดออก ตำแหน่งที่ดูด และการดูแลตัวเอง
ควรพักผ่อนให้เพียงพอในช่วง 3-5 วันแรก และหลีกเลี่ยงการยกของหนักหรือออกกำลังกายอย่างรุนแรง ส่วนการนอนสามารถนอนตะแคงได้หากไม่กดทับบริเวณที่ดูดไขมัน สำหรับการดูดไขมันแขนสามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ภายใน 3-5 วัน ขึ้นอยู่กับอาการบวมและความรู้สึกเจ็บของแต่ละคน
การเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสมจะช่วยส่งเสริมการฟื้นตัวและลดอาการบวมได้ดี ควรเน้นอาหารที่มีประโยชน์ เช่น
การนวดด้วยคลื่น RF (Radio Frequency) ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและระบบน้ำเหลือง จึงช่วยลดอาการบวมและฟื้นฟูผิวได้ดี โดยปกติแล้วสามารถเริ่มนวดได้หลังจากดูดไขมันประมาณ 7-10 วัน และควรทำต่อเนื่อง 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ ขึ้นอยู่กับคำแนะนำของแพทย์ นอกจากนี้ยังมีการฉายแสงลดบวม (LED Light) ที่ช่วยลดอักเสบและเร่งกระบวนการซ่อมแซมผิวได้ดีเช่นกัน
ระยะเวลาการฟื้นตัวจะแตกต่างกันไปตามตำแหน่งที่ดูดไขมัน และปริมาณไขมันที่เอาออก เข่น
แผลดูดไขมันจะเริ่มแห้งสนิทและมีการสมานตัวในช่วง 1 สัปดาห์ รวมไปถึงอาการบวมต่าง ๆ ก็จะค่อย ๆ ลดลง อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของผิวและรอยแผลเป็นอาจใช้เวลานานกว่านั้น โดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 3-6 เดือน หรือบางรายอาจนานถึง 1 ปี ขึ้นอยู่กับรายบุคคล
จริง ๆ แล้วการดูดไขมันจะมีรอยแผลเป็นแต่ร้อยนั้นจะมีขนาดเล็กและสามารถซ่อนได้ง่ายในบริเวณที่เห็นไม่ชัดเจน ซึ่งการดูแลรักษาแผลอย่างถูกวิธี และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ก็จะช่วยให้รอยแผลเป็นหายและจางได้เร็วยิ่งขึ้น
ช่วง 48-72 ชั่วโมงแรกหลังดูดไขมันควรหลีกเลี่ยงไม่ให้แผลเปียกน้ำโดยเด็ดขาด เพื่อป้องกันการติดเชื้อ และควรรอให้แผลแห้งสนิทก่อนจึงค่อยอาบน้ำตามปกติ
อาการบวม ช้ำ และคันเล็กน้อยในช่วงแรกเป็นปฏิกิริยาปกติของร่างกายที่เกิดจากกระบวนการฟื้นฟู จะค่อย ๆ ดีขึ้นใน 1-2 สัปดาห์ และสามารถบรรเทาได้ด้วยการใส่ชุดกระชับ การประคบเย็นในช่วงแรก และหลีกเลี่ยงการเกาบริเวณที่มีอาการคัน
สามารถกินวิตามินซีได้ เพราะการกินวิตามินซีจะมีส่วนช่วยส่งเสริมกระบวนการสมานแผลของร่างกายอีกด้วย โดยวิตามินซีมีบทบาทในการสร้างคอลลาเจน ช่วยให้แผลหายเร็วขึ้นและลดโอกาสเกิดรอยแผลเป็น
ช่วง 1-2 สัปดาห์แรกควรหลีกเลี่ยงการนอนตะแคงข้างที่ดูดไขมัน เพราะอาจทำให้เกิดแรงกดและการไหลเวียนของของเหลวไม่ดี ส่งผลให้บวมช้ำมากขึ้น ควรนอนหงายและยกแขนเล็กน้อยเพื่อช่วยให้ยุบบวมเร็วขึ้น
หากมีการเย็บแผลด้วยไหมไม่ละลาย แพทย์มักนัดตัดไหมประมาณวันที่ 7-10 หลังทำหัตถการ แต่หากใช้ไหมละลายโดยเฉพาะแผลขนาดเล็กอาจไม่ต้องตัดไหม เพราะไหมจะละลายได้เองในเวลา 1-2 สัปดาห์
อาการบวมจะเริ่มลดลงอย่างเห็นได้ชัดภายใน 1-2 สัปดาห์แรก แต่การยุบบวมที่สมบูรณ์และรูปร่างเข้าที่จะใช้เวลาประมาณ 3-6 เดือน
โดยทั่วไป ปากแผลดูดไขมันจะหายได้เองภายใน 1 สัปดาห์ เนื่องจากเป็นแผลขนาดเล็ก ทำให้สมานตัวได้ดีกว่า แต่สำหรับแผลใต้ผิวหนังที่ผ่านการแยกชั้นไขมันอาจต้องใช้เวลาประมาณ 1 เดือนขึ้นไปจึงจะหายดี อย่างไรก็ตาม การดูแลแผลดูดไขมันเป็นหัวใจสำคัญที่จะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่น่าพอใจและผิวที่เรียบเนียนสวยงาม แม้แผลจากการดูดไขมันจะมีขนาดเล็ก แต่การเอาใจใส่ในรายละเอียดจะช่วยลดโอกาสเกิดรอยแผลเป็นและส่งเสริมการฟื้นตัวให้ดีขึ้น สิ่งสำคัญคือการ ทำความสะอาดแผลอย่างถูกวิธี ด้วยน้ำเกลือปราศจากเชื้อ และ หลีกเลี่ยงการโดนน้ำ ในช่วงที่แผลยังสดใหม่ รวมถึงการใช้ผลิตภัณฑ์ลดรอยแผลเป็นตามคำแนะนำของแพทย์เมื่อแผลปิดสนิทแล้ว นอกจากนี้ สวมชุดกระชับสัดส่วน อย่างสม่ำเสมอเพื่อลดอาการบวมและช่วยให้ผิวเข้าที่ได้เร็วยิ่งขึ้น
Post Info
Social Media
You details has been successfully submitted. Thanks!