โรคไทรอยด์ไม่ใช่เรื่องไกลตัว! รู้ทันอาการ สาเหตุ และวิธีรักษา ก่อนสายเกินไป

ไทรอยด์

หลายคนอาจเริ่มสงสัยแล้วว่า อาการน้ำหนักขี้นง่าย อ้วนง่าย หรือแม้แต่บางคนกินเท่าไหร่ก็ยังผอม แบบไม่รู้สาเหตุนั้นมีต้นตอมาจาก “ไทรอยด์เป็นพิษหรือเปล่า” ในบทความนี้ AM International Hospital จะพาทุกคนไปดูวิธีการสังเกตไทรอยด์มีอาการเริ่มแรกอะไรบ้าง และเข้าใจว่า ไทรอยด์เกิดจากอะไร จะช่วยให้เรารับมือได้ทันเวลา และการปรับพฤติกรรม การกินอาหารที่เหมาะสม รวมถึงการปรึกษาแพทย์อย่างถูกวิธีจะช่วยส่งเสริมให้ภาวะไทรอยด์รักษาได้ผล และลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน

เลือกอ่านตามหัวข้อด้านล่าง

ไทรอยด์ คืออะไร

ไทรอยด์ คือ ต่อมรูปผีเสื้อขนาดเล็ก ซึ่งอยู่บริเวณด้านหน้าของคอและใต้ลูกกระเดือก โดยทำหน้าที่สำคัญในการผลิตฮอร์โมนไทรอยด์ เช่น T3 (ไตรไอโอโดไทโรนีน) และ T4 (ไทโรซีน) ซึ่งฮอร์โมนเหล่านี้ช่วยควบคุม ระบบเผาผลาญพลังงานของร่างกาย รวมถึงช่วยควบคุมอุณหภูมิ การเต้นของหัวใจ และการทำงานของสมอง นอกจากนี้ ฮอร์โมนจากต่อมไทรอยด์มีผลต่อหลายระบบในร่างกาย ทั้งระบบย่อยอาหาร ระบบประสาท และกล้ามเนื้อ

ภาวะไทรอยด์เป็นพิษเกิดจากการผลิตฮอร์โมนมากเกินไป ส่งผลให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานเร็วเกินไป ทำให้เหนื่อยง่าย น้ำหนักลดหรือน้ำหนักขึ้นผิดปกติ มือสั่น ใจสั่น หรืออารมณ์แปรปรวน ซึ่งการสังเกตว่าไทรอยด์เป็นพิษมีอาการอย่างไร จะเป็นตัวคัดกรองเบื้องต้นและช่วยให้เรารู้ทัน รวมถึงดูแลสุขภาพได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ

ภาวะความผิดปกติของไทรอยด์ มีกี่แบบ

ไทรอยด์เป็นต่อมสำคัญที่ควบคุมระบบเผาผลาญและฮอร์โมนหลายชนิด แต่เมื่อต่อมมีการทำงานที่ผิดปกติ ร่างกายอาจเกิดความไม่สมดุลได้ ซึ่งภาวะความผิดปกติของไทรอยด์หลัก ๆ แบ่งออกเป็นหลายแบบ โดยในแต่ละแบบต่างมีสาเหตุและวิธีจัดการที่ต่างกัน

ภาวะไทรอยด์เป็นพิษ (Hyperthyroidism)

สำหรับไทรอยด์เป็นพิษเป็นภาวะที่ต่อมไทรอยด์ผลิตฮอร์โมนมากเกินไป ทำให้ร่างกายเผาผลาญเร็วเกินไป ส่งผลให้น้ำหนักลด มือสั่น ใจสั่น หรือเหนื่อยง่าย ซึ่งผลกระทบเหล่านี้บ่งบอกถึงไทรอยด์เป็นพิษมีอาการผิดปกติ และเป็นสิ่งที่ควรสังเกตตั้งแต่ระยะแรก

ภาวะพร่องฮอร์โมนไทรอยด์ (Hypothyroidism)

ภาวะนี้เกิดจากการผลิตฮอร์โมนน้อยเกินไป ส่งผลให้ร่างกายเผาผลาญช้า อ่อนเพลีย น้ำหนักขึ้นง่าย ผิวแห้ง หรือผมร่วง หลายคนจึงมักสงสัยว่า หากไทรอยด์ต่ำควรกินอะไร สำหรับการรับประทานอาหารที่เหมาะสม เช่น อาหารเสริมไอโอดีนและโปรตีน จะช่วยส่งเสริมการทำงานของต่อมไทรอยด์ได้ 

มะเร็งไทรอยด์ (Thyroid Cancer)

การเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งในต่อมไทรอยด์ อาจเกิดเป็นก้อนหรือโตที่คอ การตรวจวินิจฉัยตั้งแต่ระยะแรกช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาหายได้

ก้อนที่ต่อมไทรอยด์ (Thyroid Nodules) 

ก้อนไขมันหรือเนื้อเยื่อที่เกิดขึ้นภายในต่อมไทรอยด์ ส่วนใหญ่แล้วเป็นก้อนดี ไม่อันตราย แต่บางครั้งและในบางรายอาจทำให้เกิดความผิดปกติของฮอร์โมนหรือมีความเสี่ยงต่อมะเร็งไทรอยด์ 

คอพอก (Goiter)

การโตของต่อมไทรอยด์จนเห็นเป็นก้อนที่ลำคอ อาจเกิดจากการขาดไอโอดีน หรือความผิดปกติของฮอร์โมน ต่อมโตอาจส่งผลต่อการกลืนหรือการหายใจในบางราย

อาการของโรคไทรอยด์เป็นอย่างไร?

โรคไทรอยด์สามารถแสดงอาการได้หลากหลาย และบางครั้งก็สังเกตได้ยากในระยะแรก การรู้จักสัญญาณเตือนตั้งแต่เริ่มแรกจะช่วยให้ตรวจพบและดูแลตัวเองได้ทันท่วงที อาการเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับไทรอยด์เป็นพิษที่มีอาการหรือภาวะพร่องฮอร์โมน

  1. ผมร่วง เส้นผมบางลงและร่วงง่าย เป็นสัญญาณที่มักเกิดกับผู้ที่มีภาวะไทรอยด์ทั้งสูงและต่ำ
  2. เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย ใจสั่น เป็นภาวะไทรอยด์เป็นพิษที่เป็นอาการซึ่งพบได้บ่อย เนื่องจากร่างกายเผาผลาญพลังงานเร็วเกินไป
  3. นอนไม่หลับ ร่างกายตื่นตัวมากกว่าปกติ ทำให้หลับยากและพักผ่อนไม่เพียงพอ
  4. น้ำหนักเพิ่มขึ้นหรือลดลงผิดปกติ บางรายอ้วนง่าย หรือบางรายน้ำหนักลดอย่างรวดเร็ว โดยไม่ทราบสาเหตุ
  5. หิวบ่อย รู้สึกอยากอาหารบ่อยกว่าปกติ เนื่องจากการเผาผลาญพลังงานเปลี่ยนแปลง
  6. ตาโปน มักพบในผู้ที่เป็นไทรอยด์เป็นพิษแบบรุนแรง
  7. ขี้หนาวหรือขี้ร้อนผิดปกติ ซึ่งเกิดจากการปรับอุณหภูมิในร่างกายที่ไม่สมดุล
  8. ประจำเดือนมาไม่ปกติ ฮอร์โมนไทรอยด์ส่งผลต่อระบบสืบพันธุ์ ทำให้ประจำเดือนผิดปกติ
วิธีแก้อาการเหนื่อยง่าย

หลายคนอาจเคยเจอปัญหาตื่นเช้ามาก็ยังไม่สดชื่น รู้สึกเพลีย ไม่มีแรง หรือทำกิจกรรมเพียงเล็กน้อยก็เหนื่อยง่ายกว่าปกติ...อ่านต่อ

วิธีรักษาโรคไทรอยด์ในปัจจุบัน มีอะไรบ้าง

โรคไทรอยด์มีวิธีรักษาได้หลายวิธี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดและความรุนแรงของภาวะ เพื่อควบคุมฮอร์โมนและลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน ซึ่งหลัก ๆ แล้วจะแบ่งการรักษาออกเป็น 5 วิธี ดังนี้

  1. รักษาด้วยยา ใช้ยาควบคุมฮอร์โมนไทรอยด์ เช่น ยาลดการผลิตฮอร์โมนสำหรับไทรอยด์เป็นพิษ หรือยาทดแทนฮอร์โมนสำหรับภาวะพร่องฮอร์โมน โดยแนะนำให้กินยาตรงตามแพทย์สั่งเพื่อช่วยรักษาสมดุลฮอร์โมนและลดอาการแทรกซ้อน
  2. กลืนแร่ไอโอดีน เป็นวิธีที่ใช้ในบางกรณีของไทรอยด์เป็นพิษ เพื่อทำลายเนื้อเยื่อไทรอยด์บางส่วน ลดการผลิตฮอร์โมนเกิน
  3. ผ่าตัดต่อมไทรอยด์ ใช้เมื่อมีก้อนต่อมไทรอยด์ใหญ่ หรือมะเร็งไทรอยด์ การผ่าตัดช่วยเอาต่อมหรือส่วนที่ผิดปกติออก และสามารถทำให้ฮอร์โมนกลับมาเป็นปกติได้ สำหรับหลายคนที่สงสัยว่า “ไทรอยด์ทำให้อ้วน รักษาหายไหม” พบว่าน้ำหนักส่วนเกินมักปรับตัวได้หลังฮอร์โมนกลับมาสมดุลมากขึ้น
  4. ฉีดแอลกอฮอล์เข้าไปในก้อน วิธีนี้ใช้กับก้อนต่อมไทรอยด์ (Thyroid Nodules) บางชนิดเพื่อลดขนาดและลดผลกระทบต่อฮอร์โมน โดยเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการผ่าตัด
  5. ปรับรูปร่างและสัดส่วน หลังจากสมดุลฮอร์โมนไทรอยด์กลับมาเป็นปกติแล้ว ในรายที่พบว่าได้รับผลกระทบจากน้ำหนักตัวเยอะและมีไขมันส่วนเกินที่จัดการได้ยาก การทำหัตถการความงาม เช่น การดูดไขมัน หรือเทคนิคอื่น ๆ ที่สามารถช่วยปรับรูปร่างให้สมส่วนขึ้น ช่วยเพิ่มความมั่นใจ 

การเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมควรปรึกษาแพทย์ที่มีความชำนาญ และติดตามผลอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ภาวะไทรอยด์มีการรักษาที่ได้ผลดี

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคไทรอยด์ (FAQ)

โรคไทรอยด์อันตรายถึงชีวิตไหม?

โรคไทรอยด์ส่วนใหญ่ควบคุมได้ด้วยการรักษาและติดตามผลอย่างสม่ำเสมอ แต่หากปล่อยให้ไทรอยด์เป็นพิษ หรือภาวะฮอร์โมนต่ำรุนแรงโดยไม่ดูแล อาจส่งผลต่อหัวใจและระบบเผาผลาญ ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง ดังนั้น แนะนำให้สังเกตจากภาวะไทรอยด์ที่มีอาการเริ่มแรก และปรึกษาแพทย์ทันที เพื่อช่วยลดความเสี่ยงและทำให้ภาวะไทรอยด์มีการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ

โรคไทรอยด์บางชนิดสามารถรักษาให้หายขาดได้ เช่น การผ่าตัดหรือกลืนแร่ แต่บางชนิดอาจต้องใช้ยาควบคุมฮอร์โมนต่อเนื่องในระยะยาว โดยขึ้นอยู่กับชนิดของโรคและการตอบสนองของร่างกายต่อการรักษา หากเข้ารับการดูแลจากแพทย์อย่างเหมาะสม ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติ

โรคไทรอยด์เป็นพิษห้ามกินอะไร และไทรอยด์ต่ำ ควรกินอะไร สำหรับการเลือกอาหารอย่างเหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ป่วยไทรอยด์ เพราะช่วยควบคุมอาการและส่งเสริมการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • อาหารที่ควรทาน ได้แก่ อาหารที่มีสารอาหารครบถ้วนและไอโอดีนในปริมาณพอเหมาะ เช่น อาหารทะเลสด, โปรตีนคุณภาพดีจากปลา ไข่ และถั่ว, ผักผลไม้ที่มีกากใยสูง และอาหารที่อุดมด้วยซีลีเนียมและสังกะสี เช่น เมล็ดฟักทอง และธัญพืชไม่ขัดสี
  • ควรหลีกเลี่ยงอาหาร ที่อาจกระตุ้นต่อมไทรอยด์หรือทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย เช่น อาหารที่มีไอโอดีนสูงเกินไป, อาหารแปรรูป, อาหารหวานหรือมันจัด, เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนเข้มข้น และแอลกอฮอล์

ในรายที่เป็นโรคไทรอยด์ หากไม่ได้รับการควบคุมอย่างเหมาะสม อาจส่งผลต่อการตั้งครรภ์และการมีบุตรได้ เพราะฮอร์โมนไทรอยด์มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาระบบประสาทและสมองของทารก รวมถึงการรักษาสมดุลของร่างกายแม่ หากมีภาวะไทรอยด์เป็นพิษ หรือไทรอยด์ต่ำ อาจทำให้มีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน เช่น การแท้งบุตร คลอดก่อนกำหนด หรือทารกน้ำหนักน้อย ดังนั้นผู้หญิงที่วางแผนตั้งครรภ์ควรตรวจระดับฮอร์โมนไทรอยด์และปรึกษาแพทย์เพื่อปรับการรักษาให้เหมาะสม

แชร์ :

สรุปบทความ

การเข้าใจโรคไทรอยด์ช่วยให้เราสังเกตอาการผิดปกติได้ตั้งแต่แรก รวมถึงเลือกวิธีดูแลตัวเองได้ถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นการปรับอาหาร การปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นต่อมไทรอยด์ และการเข้ารับการรักษาทางการแพทย์ จะช่วยรักษาสมดุลร่างกาย นอกจากนี้ การติดตามระดับฮอร์โมนอย่างสม่ำเสมอจะช่วยลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน และทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น ซึ่งด้วยการดูแลอย่างรอบด้านจะทำให้เราได้ใช้ชีวิตประจำวันอย่างมั่นใจยิ่งขึ้น

กรอกฟอร์ม ปรึกษาหมอ ฟรี!

Thank You!

You details has been successfully submitted. Thanks!

ขอบคุณ!

ข้อมูลของคุณถูกส่งเรียบร้อยแล้ว 

ขอบคุณข้อเสนอแนะติชม