ทรงปากเกาหลี เป็นอีกหนึ่งสไตล์ที่สาว ๆ หลายคนยื่นเรฟให้คุณหมอฉีดปาก ด้วยรูปทรงที่มองดูแล้วน่ารักสดใส ช่วยให้ใบหน้าโดยรวมดูอ่อนวัย และยังช่วยเติมเต็มริมฝีปากให้อวบอิ่มสุขภาพดี นอกจากนี้ ยังมีรูปทรงปากดาราเกาหลีและทรงปากกระจับเกาหลี นี่นับว่าเป็นเทรนด์ยอดนิยม แต่หลายคนอาจยังลังเลไม่รู้ว่าจะเลือกทรงไหนดีที่เหมาะกับเรา ในบทความนี้จะพาไปดู 10 รูปทรงปากเกาหลีของปี 2025 พร้อมวิธีการเลือกทรงริมฝีปากที่เข้ากับเรา แต่ละทรงต้องใช้ปริมาณสารเติมเต็มเท่าไหร่ กี่ CC เพื่อเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจก่อนทำ
เลือกอ่านตามหัวข้อด้านล่าง
ทำความรู้จักทรงปากเกาหลี
รูปทรงปากเกาหลี คือ ลักษณะริมฝีปากที่เน้นความสดใส ละมุนน่ารัก มีความอวบอิ่มพอประมาณ ซึ่งมาพร้อมกับความฉ่ำน้ำ แก้ไขริมฝีปากแห้งกร้าน ปรับรูปทรงให้เห็นชัด โดยปกติจะปรับทั้งริมฝีปากบนและล่างให้มีความสมดุลกัน เส้นขอบปากดูชัดเจนมากขึ้นแต่ไม่แข็งจนเกินไป ช่วยลดความหมองคล้ำบริเวณริมฝีปาก และเติมเต็มให้รูปปากดูมีมิติมากขึ้น นอกจากนี้ ยังต้องออกแบบให้เข้ากับรูปหน้าแต่ละคน เพื่อให้ดูเป็นธรรมชาติและส่งเสริมบุคลิกโดยรวม ซึ่งในปัจจุบันมีเทคนิคการทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปาก โดยสามารถช่วยปรับทรงปากให้ออกมาใกล้เคียงกับสไตล์เกาหลีได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นทรงปากกระจับเกาหลี หรือจะเป็นทรงปากดาราเกาหลี ก็สามารถยื่นเรฟให้คุณหมอและปรับเปลี่ยนได้ตามต้องการจุดเด่นของทรงปากเกาหลี
เทรนด์ทรงปากสาวเกาหลียังคงมาแรงอย่างต่อเนื่อง ด้วยเสน่ห์ของรูปทรงที่ดูเป็นธรรมชาติ ไม่เวอร์เกินจริง และช่วยขับให้ใบหน้าโดยรวมดูน่ารัก อ่อนเยาว์ขึ้นได้อย่างชัดเจน มาดูกันว่าทรงปากเกาหลีมีจุดเด่นอะไรที่ทำให้ใคร ๆ ก็หลงรัก- ริมฝีปากดูอวบอิ่มอย่างพอดี ไม่บางหรือหนาจนเกินไป
- ทรงปากโค้งนุ่มละมุน ช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนหวานขึ้น
- มีความฉ่ำวาว ดูสุขภาพดีแบบไม่ต้องพึ่งลิปตลอดเวลา
- เสริมบุคลิกให้น่ารัก สดใส เป็นมิตร และเข้าถึงง่าย
- เข้ากับเมคอัพหลากหลายสไตล์ ตั้งแต่สายเกาไปจนถึงสายมินิมอล
ใครบ้างที่เหมาะกับทรงปากเกาหลี
ทรงปากสไตล์เกาหลีไม่ได้เหมาะแค่กับคนที่ชื่นชอบลุคหวาน ๆ เท่านั้น แต่ยังสามารถปรับให้เข้ากับลักษณะใบหน้าและความต้องการเฉพาะบุคคลได้อีกด้วย มาดูกันว่าใครบ้างที่เหมาะกับทรงปากสุดละมุนแบบนี้- ผู้ที่มีริมฝีปากบางหรือไร้รูปทรงชัดเจน การเติมความอวบอิ่มจะช่วยให้ปากดูละมุนขึ้น และเพิ่มเสน่ห์ให้ใบหน้า
- ผู้ที่มีปัญหาริมฝีปากแห้ง แตก หรือเป็นขุย การปรับทรงปากเกาหลีพร้อมการบำรุงด้วยเทคนิคเฉพาะ ช่วยให้ริมฝีปากดูชุ่มชื้นสุขภาพดี
- ผู้ที่ต้องการลุคหน้าเด็ก ดูอ่อนเยาว์ ทรงปากเกาหลีมีความน่ารัก สดใส ช่วยลดอายุใบหน้าได้แบบเป็นธรรมชาติ
- ผู้ที่ต้องการเพิ่มความมั่นใจในการพูดหรือยิ้ม ปากทรงสวยช่วยเสริมบุคลิกและความมั่นใจโดยรวมให้ดูดีขึ้น
- ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าหรือบาลานซ์องค์ประกอบใบหน้า ทรงปากช่วยทำให้สัดส่วนใบหน้าดูสมดุลมากยิ่งขึ้น
10 ทรงปากสไตล์เกาหลียอดนิยมแห่งปี 2025
รูปทรงปากสวยสไตล์เกาหลีถือเป็นเทรนด์ความงามที่ฮอตฮิตต่อเนื่อง โดยมีหลายรูปทรงให้เลือกปรับตามโครงหน้าและบุคลิก เพื่อให้ได้ลุคละมุนที่ดูเป็นธรรมชาติและมีเสน่ห์ไม่ซ้ำใคร1. ทรงปากกระจับ (Wing Lip)
ทรงปากกระจับเกาหลี เป็นอีกหนึ่งสไตล์ที่หลายคนรีเควสกับคุณหมอ มีความโดดเด่นด้วยความโค้งเว้าสวยของริมฝีปากบน ตรงกลางยกสูงคล้ายปีกนก ทำให้ใบหน้าดูหวานและมีมิติ เหมาะกับผู้ที่ต้องการปากสวยเด่นโดยยังคงความเป็นธรรมชาติ2. ทรงปากเชอรี่ (Cherry Lip)
ริมฝีปากจะมีความอิ่มกลางและปลายปากยกขึ้นเล็กน้อย คล้ายเชอรี่สุก ช่วยให้ยิ้มดูสดใส เป็นลุคที่สาว ๆ ที่ชอบความน่ารักละมุนเลือกทำบ่อยในสายทรงปากดาราเกาหลี ตัวอย่างเช่น ไอยู (IU) และพัคมินยอง (Park Min Young) ที่มักถูกชื่นชมเรื่องรอยยิ้มและปากสวยละมุนแบบเชอรี่3. ทรงปากธรรมชาติ (Natural Korean Lip)
รูปทรงปากเกาหลีแบบนี้เน้นความเรียบง่าย ปากได้รูปโดยไม่ดูเกินจริง เหมาะสำหรับคนที่อยากปรับริมฝีปากให้สวยขึ้นเล็กน้อย เหมือนกับทรงปากดาราเกาหลี ตัวอย่างเช่น คิมโกอึน (Kim Go Eun) และ ซูจี (Suzy)
Kim Go Eun
ขอบคุณภาพจาก instagram.com/kim.goeun/
4. ทรงปากอวบอิ่ม (Full Korean Lip)
ทรงปากเกาหลีที่เน้นริมฝีปากบนและล่างจะมีความอิ่มเต็มรับกันอย่างสมดุล ทำให้ใบหน้าดูเยาว์วัยและมีเสน่ห์มากขึ้น เหมาะกับคนที่ต้องการลุคเซ็กซี่อ่อนหวานในเวลาเดียวกัน
5. ทรงปากปีกนก (Bird Wing Lip)
ทรงปากปีกนกจะมีความคล้ายกับทรงปากกระจับเกาหลี แต่ส่วนโค้งของปากบนจะยาวและกว้างกว่า ให้ความรู้สึกเรียบหรูและคมชัด เหมาะสำหรับลุคแฟชั่นหรือออกงาน
6. ทรงปาก M-Shape
ทรกปากรูปตัว M เป็นอีกหนึ่งรูปทรงปากเกาหลีที่หลายคนชื่นชอบ โดยจะเน้นปากบนจะมีรอยเว้าชัดตรงกลางเป็นรูปตัว M ทำให้ริมฝีปากดูโดดเด่นและน่าดึงดูด เหมาะกับผู้ที่ต้องการความแตกต่างจากทรงปากทั่วไป
7. ทรงปากหัวใจ (Heart Lip)
เน้นริมฝีปากบนโค้งเว้าเล็กน้อยตรงกลาง และปากล่างมีความอิ่มเต็ม ทำให้เวลายิ้มดูหวานเหมือนรูปหัวใจ เป็นสไตล์ที่พบได้บ่อยในกลุ่มทรงปากดาราเกาหลี เช่น พัคชินฮเย (Park Shin Hye) และ อิมยุนอา (Im Yoon Ah)
8. ทรงปากบาง (Slim Korean Lip)
รูปทรงปากเกาหลีแบบเน้นความบางเรียวที่ริมฝีปาก ไม่ได้เน้นความหนามากนัก เหมาะกับคนที่ไม่ชอบปากหนาและต้องการความเรียบหรู ดูเป็นผู้ใหญ่ แต่ยังคงความน่ามอง
9. ทรงปากยกมุม (Lifted Corner Lip)
รอยยิ้มที่มีการยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยเจะช่วยให้ใบหน้าดูสดใสและอ่อนเยาว์ เหมาะกับคนที่อยากปรับลุคให้ดูยิ้มอยู่ตลอดเวลา คล้ายลุคสดใสของทรงปากดาราเกาหลี เช่น ฮโยมิน (Hyomin) และ ซอลฮยอน (Seolhyun)
Hyomin
ขอบคุณภาพจาก instagram.com/hyominnn/
10. ทรงปากกระจุ๋ม (Baby Doll Lip)
ทรงปากกระจุ๋ม หรือที่เรียกว่า “Baby Doll Lip” จะโชว์ริมฝีปากเล็กและมีความอิ่มนิด ๆ ให้ความรู้สึกน่าทะนุถนอม คล้ายกับตุ๊กตา เหมาะกับลุคแบ๊ว ๆ แบบรูปทรงปากสาวเกาหลีวัยใส
วิธีเลือกทรงปากให้เหมาะกับรูปหน้า
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปาก ไม่ได้มีเพียงการเติมให้ปากอวบอิ่มเท่านั้น แต่ยังสามารถออกแบบทรงปากให้รับกับโครงหน้าและบุคลิกของแต่ละคนได้อย่างลงตัว การเลือกทรงที่เหมาะสมจะช่วยเสริมเสน่ห์และทำให้ภาพรวมของใบหน้าดูละมุนมากขึ้น
- ใบหน้ารูปไข่ เหมาะกับหลายทรง ทั้งทรงปากกระจับเกาหลี ปากเชอรี่ หรือปากหัวใจ เพราะช่วยขับให้ใบหน้าดูหวานและสมส่วน
- ใบหน้ากลม เลือกทรงที่มีมุมและความคม เช่น ทรงปากเกาหลี M-Shape หรือปากปีกนก เพื่อให้ใบหน้าดูเรียวขึ้น
- ใบหน้ารูปหัวใจ เหมาะกับปากอวบอิ่มหรือปากยกมุม ช่วยเพิ่มความละมุนและทำให้สัดส่วนดูสมดุล
- ใบหน้ารูปเหลี่ยม ควรเลือกปากสไตล์ Full Korean Lip หรือ Natural Korean Lip เพื่อให้ใบหน้าดูนุ่มนวลหวานละมุน
- ใบหน้ายาว แนะนำปากที่มีความโค้งเว้าชัด เช่น ทรงปากหัวใจหรือปากกระจุ๋ม เพื่อช่วยปรับสัดส่วนให้ดูพอดี
การเตรียมตัวก่อนฉีดปากสไตล์เกาหลี
วิธีการเตรียมตัวก่อนเข้ารับบริการโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปาก เพื่อปรับรูปทรงปากสไตล์เกาหลีอย่างที่ชื่นชอบ มีขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยาก โดยจะเน้นไปที่การเตรียมร่างกายให้พร้อมและเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์
- เข้ารับการประเมินสภาพผิวและโครงหน้าจากแพทย์ เพื่อให้ได้คำแนะนำและการออกแบบที่เหมาะสม
- แนะนำให้เตรียมภาพตัวอย่างทรงปากสไตล์เกาหลีที่ต้องการ เพื่อใช้ประกอบการปรึกษากับแพทย์
- หลีกเลี่ยงการใช้ลิปสติกหรือลิปบาล์มที่มีสารผลัดเซลล์ผิวก่อนทำ 2-3 วัน เพื่อป้องกันการระคายเคือง
- งดการทานอาหารเสริมหรือวิตามินที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น วิตามินอี น้ำมันปลา ก่อนทำประมาณ 1 สัปดาห์
- ดื่มน้ำให้เพียงพอในช่วงก่อนทำ เพื่อให้ผิวริมฝีปากชุ่มชื้นและพร้อมต่อการฉีด
- หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ก่อนทำ 24 ชั่วโมง เพราะอาจทำให้บวมช้ำได้ง่าย
ขั้นตอนการฉีดปากสไตล์เกาหลีทำอย่างไร
การฉีดปากสไตล์เกาหลีไม่ใช่แค่การเติมสารเติมเต็มฟิลเลอร์ให้ริมฝีปากอวบอิ่ม แต่คือ “การออกแบบรูปปากอย่างพิถีพิถัน” เพื่อให้เข้ากับโครงหน้าและได้ลุคละมุนแบบดาราเกาหลี ซึ่งกระบวนการทำมีขั้นตอนชัดเจนและใช้เวลาไม่นาน
- ประเมินและออกแบบรูปปาก แพทย์จะตรวจโครงหน้า ริมฝีปากเดิม และพูดคุยถึงทรงปากที่ต้องการ เช่น ทรงปากกระจับเกาหลี หรือปากเชอรี่
- ทำความสะอาดและเตรียมผิว ล้างทำความสะอาดบริเวณริมฝีปากและรอบปาก เพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
- ทายาชาหรือฉีดยาชาเฉพาะจุด เพื่อให้ผู้รับบริการรู้สึกสบายระหว่างทำ
- ฉีดสารเติมเต็มตามจุดที่ออกแบบไว้ ใช้เทคนิคเฉพาะเพื่อให้สารเติมเต็มฟิลเลอร์กระจายตัวอย่างสวยงามและได้รูปทรงชัด
- ปรับแต่งและเก็บรายละเอียด เติมสารเติมเต็มฟิลเลอร์หรือเกลี่ยให้เนียน เพื่อให้ทรงปากได้สมดุลทั้งสองข้าง
- ตรวจผลลัพธ์ทันทีหลังทำ และให้คำแนะนำการดูแลหลังฉีดเพื่อคงความสวยของทรงปากให้นาน
ฉีดปากสไตล์เกาหลีใช้ปริมาณเท่าไร ราคาเท่าไหร่
การทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปรับทรงปากสไตล์เกาหลีให้ดูเป็นธรรมชาติ ต้องอาศัยความแม่นยำทั้งในเรื่องของเทคนิคและปริมาณสารเติมเต็มที่ใช้ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ ไม่บวมจนเกินไป โดยแพทย์จะประเมินจากรูปปากเดิมและทรงที่ต้องการ
- ปริมาณสารเติมเต็มที่ใช้โดยทั่วไปจะอยู่ที่ 1 CC สำหรับการปรับทรงเล็กน้อย หรือ 1–2 CC หากต้องการเติมเต็มทั้งปากบนและล่าง
- AM International Hospital ใช้สารเติมเต็มฟิลเลอร์แบรนด์ที่ได้รับรองมาตรฐานยอดนิยม เช่น โปรแกรม Juvederm และโปรแกรม Restylane ฉีดโดยแพทย์ด้านโปรแกรมฟิลเลอร์ปรับรูปปาก
- ราคาฉีดฟิลเลอร์ปากเริ่มอยู่ที่ 8,900 บาทขึ้นไป* (ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ ชนิด และปริมาณสารเติมเต็มที่เลือกใช้)
- หากต้องการปรับทรงมากกว่า 1 จุด หรือใช้หลาย CC ราคาจะปรับเพิ่มตามปริมาณ แต่จะมีการประเมินก่อนทำอย่างละเอียด
ใครที่อยากมีริมฝีปากทรงสวยละมุน ดูเกาหลีแบบพอดีแลดูเป็นธรรมชาติ ควรเลือกสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน รวมถึงใช้สารเติมเต็มฟิลเลอร์ที่ได้รับการรับรองและสามารถตรวจสอบได้
การดูแลตัวเองหลังทำโปรกรมฉีดฟิลเลอร์ปาก
การดูแลตัวเองหลังทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปากเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ผลลัพธ์ดูสวยงามและคงทนยาวนานมากขึ้น การปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดจะช่วยลดความเสี่ยงของผลข้างเคียงและอาการบวมช้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- งดสัมผัสหรือกดนวดบริเวณปากอย่างน้อย 24 – 48 ชั่วโมงหลังฉีด
- หลีกเลี่ยงการนอนราบใน 24 ชั่วโมงแรก และพยายามนอนหมอนสูงเพื่อช่วยลดอาการบวม
- หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก หรือกิจกรรมที่ทำให้เหงื่อออกมากใน 2 – 3 วันแรก
- งดดื่มแอลกอฮอล์และหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ในช่วง 48 ชั่วโมงหลังฉีด
- งดใช้เครื่องสำอางบริเวณปากอย่างน้อย 24 ชั่วโมงหลังทำหัตถการ
- ดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อช่วยให้ผิวบริเวณปากชุ่มชื้นและสารเติมเต็มฟิลเลอร์เซ็ตตัวได้ดี
- หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดบวมรุนแรงขึ้น หรือผื่นแดง ควรรีบพบแพทย์ทันที
หลังทำโปรแกรมฟิลเลอร์ปากบวมกี่วัน ซึ่งอาการข้างเคียงที่พบได้เป็นปกติ และอาจเกิดขึ้นประมาณ 3 – 7 วัน โดยหลังจากนี้จะค่อย ๆ ยุบบวมลงใน 1 – 2 สัปดาห์ แนะนำให้ใช้การประคบเย็นอย่างเบามือเพื่อลดอาการบวมช้ำ ร่วมกับการรับประทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
สรุปบทความ
รูปทรงปากสไตล์เกาหลีเป็นอีกหนึ่งเทรนด์ริมฝีปากที่สาว ๆ หลายคนชื่นชอบ ซึ่งการทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์สามารถตอบโจทย์ได้ดีโดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ว่าจะเป็นรูปทรงปากกระจับเกาหลี ทรงปากรูป M Shape ปากเชอร์รี่ หรือจะเป็นรูปทรงปากดาราเกาหลีคนไหนที่สวยถูกใจ ก็สามารถแจ้งตัวอย่างให้แพทย์ช่วยปรับรูปทรงได้ตามต้องการได้
ทั้งนี้ การทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ริมฝีปากเป็นศาสตร์ที่ต้องใช้ทักษะและประสบการณ์ ผสานกับการดีไซน์รูปทรง มีการปรับแต่งรูปทรงที่ต้องเข้ากับรูปหน้าของผู้เข้ารับบริการแต่ละคนอีกด้วย จึงต้องเลือกทำกับแพทย์ที่มีทักษะด้านนี้โดยเฉพาะ พร้อมกับการเลือกใช้สารเติมเต็มในปริมาณที่พอดี ฉีดถูกจุด ก็จะทำให้ผลลัพธ์ออกมาสวยแลดูเป็นธรรมชาติ
Post Info
Social Media







