ยาลดไขมันในเลือดคืออะไร มีผลข้างเคียงไหม รู้ก่อนใช้ ห่างไกลอันตราย

ยาลดไขมันในเลือด

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าพฤติกรรมการใช้ชีวิตของเราในปัจจุบัน ทั้งการกินอาหารฟาสต์ฟู้ด ขนมหวาน หรืออาหารที่มีไขมันสูงนอกจากความอร่อยแล้ว ยังส่งผลให้ผู้คนจำนวนมากเผชิญกับภาวะไขมันในเลือดสูง ที่ต่อให้มันไม่ได้แสดงออกอย่างชัดเจน แต่ก็เป็นภัยเงียบที่มาพร้อมกับโรคร้าย ทำให้การใช้ยาลดไขมันในเลือด จึงเป็นทางเลือกสำคัญที่จะช่วยควบคุมระดับไขมันเหล่านี้ แล้วยาชนิดนี้คืออะไร มีข้อควรรู้อะไรบ้าง มาหาคำตอบได้ในบทความนี้

เลือกอ่านตามหัวข้อด้านล่าง

ยาลดไขมันในเลือดมีกี่ชนิด

ยาลดไขมันมันเลือดมีกี่ชนิด

ยาลดไขมันในเลือดมีหลายชนิด แต่ละชนิดก็จะมีกระบวนการทำงานที่แตกต่างกัน เพื่อตอบสนองต่อปัญหาไขมันในเลือดที่ต่างกัน โดยมีรายละเอียดดังนี้

  1. ยาลดไขมันในเลือดกลุ่มสเตติน (Statins)

    ยาสเตตินเป็นยาที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย ซึ่งยาลดไขมันในเลือดกลุ่มสเตตินจะออกฤทธิ์โดยการเข้าไปยับยั้งเอนไซม์ที่ตับใช้ในการสร้างคอเลสเตอรอล ทำให้ปริมาณคอเลสเตอรอลในเลือดลดลง โดยยากลุ่มนี้จะช่วยลดระดับ LDL-cholesterol ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังช่วยเพิ่มระดับไขมันดี (HDL-cholesterol) ได้เล็กน้อย. ตัวอย่างยาในกลุ่มนี้ ได้แก่ ยาลดไขมันในเลือด Atorvastatin และ Bestatin 20 (Simvastatin)
  2. ยาลดไขมันในเลือดกลุ่มไฟเบรต (Fibrates) 

    ยาลดไขมันในเลือดกลุ่มไฟเบรต จะออกฤทธิ์โดยการกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ที่ช่วยสลายไตรกลีเซอไรด์ ทำให้ระดับไตรกลีเซอรไรด์ในเลือดลดลง ซึ่งยากลุ่มนี้จะเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาไตรกลีเซอไรด์สูงเป็นหลัก และอาจช่วยเพิ่ม HDL-cholesterol ได้ด้วย ตัวอย่างยาในกลุ่มนี้ ได้แก่ Fenofibrate และ Gemfibrozil เป็นต้น
  3. ไบล์แอซิดซีเควสแตรนต์ (Bile acid sequestrants)

    ยาในกลุ่มนี้มีกลไกการทำงานที่แตกต่างออกไป โดยตัวยาจะเข้าไปจับกับกรดน้ำดีในลำไส้เล็ก และป้องกันไม่ให้ร่างกายดูดซึมกลับมาใช้ใหม่ เมื่อกรดน้ำดีถูกขับออกจากร่างกาย ตับจึงต้องสร้างกรดน้ำดีขึ้นมาใหม่โดยใช้คอเลสเตอรอลที่มีอยู่ในร่างกาย ทำให้ระดับคอเลสเตอรอลในเลือดลดลง  และยาในกลุ่มนี้ก็มักจะใช้ร่วมกับยาสเตติน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการลดไขมัน ตัวอย่างยาได้แก่ Cholestyramine
  4. ยากลุ่ม PCSK9 inhibitors

    เป็นยาลดไขมันในเลือดชนิดใหม่ที่ออกฤทธิ์โดยการยับยั้งโปรตีน PCSK9 ซึ่งเป็นโปรตีนที่ทำลายตัวรับ LDL บนเซลล์ตับ ซึ่งเมื่อโปรตีนนี้ถูกยับยั้ง ตัวรับ LDL ก็จะมีจำนวนเพิ่มขึ้นและสามารถดึง LDL-cholesterol ออกจากกระแสเลือดได้มากขึ้น ทำให้ยาในกลุ่มนี้สามารถลด LDL-cholesterol ได้อย่างมีประสิทธิภาพ มักถูกใช้ในผู้ที่มีภาวะไขมันในเลือดสูงแบบพันธุกรรม หรือผู้ที่ใช้ยากลุ่มสเตตินแล้วไม่ได้ผลเท่าที่ควร

ยาลดไขมันในเลือดมีผลข้างเคียงหรือไม่

ยาลดไขมันในเลือดอาจมีผลข้างเคียงได้ แต่ระดับความรุนแรงจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล และยังขึ้นอยู่กับชนิดของยาที่ใช้ ซึ่งผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยได้แก่

  • ปวดกล้ามเนื้อ เป็นผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยสุด โดยเฉพาะในกลุ่มยาสเตตินที่อาจทำให้เกิดอาการปวดหรือมีความอ่อนแรงของกล้ามเนื้อได้
  • ปัญหาระบบทางเดินอาหาร บางคนอาจมีอาการท้องผูก ท้องเสีย คลื่นไว้หรือปวดท้อง
  • ปัญหาที่เกี่ยวกับตับ ยาบางชนิดอาจส่งผลต่อการทำงานของตับ แต่เป็นกรณีที่พบได้ไม่บ่อย และแพทย์จะมีการตรวจเลือดเพื่อเฝ้าระวังอยู่เสมอ
  • ปัญหาเกี่ยวกับไต พบได้น้อยมาก แต่ยาบางชนิดอาจส่งผลต่อการทำงานของไตได้เช่นกัน

 

อย่างไรก็ตาม หากมีอาการผิดปกติเกิดขึ้นหลังรับประทานยาลดไขมันในเลือด ควรปรึกษาแพทย์โดยเร็ว

ไขมันในเลือดเท่าไร ถึงต้องกินยา

แพทย์จะพิจารณาการใช้ยาลดไขมันในเลือดจากหลายปัจจัย ไม่ใช่แค่ระดับไขมันเพียงอย่างเดียว แต่จะดูความเสี่ยงโดยรวมของโรคหลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดสมองด้วย โดยทั่วไปแล้วจะพิจารณาจากกรณีดังนี้

  • ผู้ที่มีระดับ LDL-cholesterol สูงมาก มีค่าเกิน 190 mg/dL
  • ผู้ที่มีโรคเบาหวาน โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุระหว่าง 40-75 ปี
  • ผู้ที่มีประวัติโรคหลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดสมอง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำอีก
  • ผู้ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น มีค่า LDL-cholesterol สูง มีความดันโลหิตสูง สูบบุหรี่ หรือมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจ

วิธีรับประทานยาลดไขมันในเลือดให้เกิดความปลอดภัย

การรับประทานยาลดไขมันในเลือดอย่างถูกต้อง จะช่วยให้ยาออกฤทธิ์ได้อย่างเต็มที่ และยังช่วยลดความเสี่ยงของผลข้างเคียง

  • ปฏิบัติตามคำสั่งของแพทย์อย่างเคร่งครัด รับประทานยาตามขนาดและเวลาที่แพทย์กำหนด เช่น ยาลดไขมันในเลือด 10 mg ซึ่งเป็นขนาดยาที่แพทย์ประเมินว่าเหมาะสมกับสภาพร่างกายและระดับไขมันของผู้ป่วย อย่าหยุดยาเองหรือปรับขนาดยาเอง
  • แจ้งแพทย์เกี่ยวกับยาและอาหารเสริมที่ใช้อยู่ เพราะยาบางชนิดอาจทำปฏิกิริยากับยาลดไขมันในเลือด ทำให้เกิดผลข้างเคียงตามมาได้
  • ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมควบคู่ไปด้วย การควบคุมอาหารและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ช่วยเสริมประสิทธิภาพของยา และอาจทำให้แพทย์พิจารณาลดขนาดยาได้ในอนาคต
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะการดื่มแอลกอฮอล์อาจเพิ่มความเสี่ยงของผลข้างเคียงต่อตับ

 

นอกจากการใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์แล้ว การปรับพฤติกรรมการกินก็สำคัญไม่แพ้กัน โดยเฉพาะการหลีกเลี่ยงอาหารบางชนิดซึ่งจัดอยู่ในหัวข้อ ไขมันในเลือดสูงห้ามกินอะไรบ้าง เพราะจะช่วยลดความเสี่ยงและเสริมประสิทธิภาพของการรักษา

แชร์ :

สรุปบทความ

ยาลดไขมันในเลือดเป็นยาที่ใช้รักษาภาวะไขมันในเลือดสูง เพื่อลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดสมอง ซึ่งมีอยู่หลายชนิดโดยแต่ละชนิดก็มีกลไกการทำงานและผลข้างเคียงที่แตกต่างกัน ดังนั้น การตัดสินใจใช้ยาจะต้องอยู่ภายใต้การวินิจฉัยของแพทย์เท่านั้น นอกจากนี้การรับประทานยาอย่างถูกต้อง รวมถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปพร้อมกันจะช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพและทำให้เกิดการดูแลให้ความปลอดภัยมากขึ้น

กรอกฟอร์ม ปรึกษาหมอ ฟรี!

Thank You!

You details has been successfully submitted. Thanks!

ขอบคุณ!

ข้อมูลของคุณถูกส่งเรียบร้อยแล้ว 

ขอบคุณข้อเสนอแนะติชม