อะโวคาโด ประโยชน์ และข้อดีที่ควรรู้!

อะโวคาโดประโยชน์

อะโวคาโด ผลไม้เนื้อเนียนนุ่มที่สายรักสุขภาพคงคุ้นเคยกันดี แต่รู้หรือไม่ว่าอะโวคาโดมีประโยชน์อะไรบ้าง นอกจากรสชาติที่กลมกล่องและความอร่อยที่ทานง่ายแล้ว ยังเต็มไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่ดีต่อร่างกายในหลาย ๆ ด้าน ทั้งช่วยดูแลหัวใจ บำรุงผิว ไปจนถึงการควบคุมน้ำหนัก แต่ในขณะเดียวกันมันก็มีข้อควรระวังที่ไม่ควรมองข้าม ดังนั้น สายรักสุขภาพไม่ควรพลาด เพื่อให้เราเข้าใจทั้งอะโวคาโดที่ให้ประโยชน์และโทษได้อย่างรอบด้านก่อนนำไปปรุงในเมนูโปรด

เลือกอ่านตามหัวข้อด้านล่าง

รู้จักอะโวคาโด คืออะไร

อะโวคาโด (Avocado) เป็นหนึ่งในผลไม้ที่ให้คุณค่าทางโภชนาการ ลักษณะเป็นเนื้อนุ่ม มีสีเขียวอ่อนไปจนถึงเข้ม และมีรสชาติเป็นเอกลักษณ์เนื้อสัมผัสคล้ายกับเนย โดยมีถิ่นกำเนิดในแถบเม็กซิโกและอเมริกากลาง ผลไม้ชนิดนี้อุดมไปด้วยไขมันดีที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย จนได้รับฉายาว่าเป็น Superfood ในวงการโภชนาการ ปัจจุบันได้รับความนิยมไปทั่วโลกทั้งนำมารับประทานสด ผสมในสลัด หรือใช้ทำเป็นซอสสมูทตี้

อะโวคาโดมีประโยชน์อะไรบ้าง

คุณค่าทางโภชนาการของอะโวคาโด

อะโวคาโด ประโยชน์ของมันไม่ได้เป็นเพียงผลไม้ที่อุดมไปด้วยไขมันเท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งของสารอาหารที่สำคัญหลากหลายชนิด ซึ่งส่งผลดีต่อสุขภาพโดยรวม อะโวคาโดหนึ่งผลเต็มไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่น่าสนใจดังนี้

  • แหล่งของไขมันดี (Monounsaturated Fats) อะโวคาโดอุดมไปด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว (Monounsaturated Fatty Acids) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรดโอเลอิก (Oleic Acid) ซึ่งเป็นไขมันชนิดเดียวกับที่พบในน้ำมันมะกอก ไขมันชนิดนี้มีส่วนช่วยในการลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) และช่วยเสริมสุขภาพของหัวใจและหลอดเลือด
  • ใยอาหารสูงเพื่อระบบขับถ่ายที่ดี อะโวคาโดเป็นแหล่งของใยอาหารทั้งชนิดที่ละลายน้ำและไม่ละลายน้ำ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด สร้างความรู้สึกอิ่มนาน และส่งเสริมการทำงานของระบบขับถ่ายให้เป็นปกติ
  • วิตามินและแร่ธาตุจำเป็น อะโวคาโดให้วิตามินและแร่ธาตุสำคัญหลายชนิดในปริมาณสูง โดยเฉพาะวิตามินเคที่มีความสำคัญต่อกระบวนการแข็งตัวของเลือดและสุขภาพกระดูก, วิตามินอีที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพ, วิตามินซีที่ช่วยในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและการสร้างคอลลาเจน, โฟเลตที่มีความจำเป็นต่อการสร้างเซลล์ใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับหญิงตั้งครรภ์ และโพแทสเซียมที่มีปริมาณสูงกว่ากล้วยบางชนิด ซึ่งช่วยในการควบคุมความสมดุลของของเหลวและความดันโลหิต

ประโยชน์ของอะโวคาโดต่อร่างกาย

อะโวคาโดประโยชน์และสรรพคุณมีหลายด้าน ทั้งการบำรุงหัวใจ ผิวพรรณ เสริมภูมิคุ้มกัน และช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดี

  1. บำรุงหัวใจและหลอดเลือดให้แข็งแรง

    อะโวคาโดมีไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวสูง ซึ่งช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) และเพิ่มระดับคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) ในเลือด จึงช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ นอกจากนี้ยังมีโพแทสเซียมสูง จึงช่วยควบคุมระดับความดันโลหิตให้เป็นปกติ
  2. ตัวช่วยสำหรับการควบคุมน้ำหนัก

    ถึงแม้ว่าอะโวคาโดจะให้พลังงานสูง แต่ก็มีใยอาหารและไขมันดีที่ช่วยให้รู้สึกอิ่มนาน ลดความอยากอาหารหรือการทานจุกจิก และควบคุมปริมาณแคลอรีในแต่ละวันได้ ทำให้เป็นตัวช่วยที่ดีสำหรับผู้ที่กำลังควบคุมน้ำหนักหรืออยากมีหุ่นลีน
  3. เคล็ดลับเพื่อผิวพรรณและเส้นผมที่เปล่งปลั่ง

    วิตามินอีและวิตามินซีที่อยู่ในอะโวคาโดมีประโยชน์ต่อผิว เพราะมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องเซลล์ผิวที่เกิดความเสียหายจากแสงแดดและมลภาวะ ทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์ลง นอกจากนี้ไขมันดีก็ยังช่วยบำรุงเส้นผมให้เงางาม และมีสุขภาพที่ดี
  4. เสริมสร้างภูมิต้านทานโรค

    อะโวคาโดมีวิตามินซีสูง ซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยป้องกันการเจ็บป่วยจากโรคหรือการติดเชื้อต่าง ๆ ได้
  5. ส่งเสริมการทำงานของระบบย่อยอาหาร

    ใยอาหารในอะโวคาโดช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ ทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น ป้องกันอาการท้องผูก และช่วยรักษาสมดุลของแบคทีเรียในลำไส้ให้เป็นปกติ
  6. ลดความเสี่ยงของโรคร้ายแรง

    ด้วยอะโวคาโดเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและไขมันดี จึงมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรังหลายชนิด เช่น โรคหัวใจ เบาหวานชนิดที่ 2 และอาจช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งบางชนิดได้

เก็บอะโวคาโดอย่างไรให้สดใหม่อยู่เสมอ

การเก็บรักษาอะโวคาโดให้คงความสดใหม่และรสชาติดีมีเคล็ดลับง่าย ๆ ดังนี้

  • อะโวคาโดที่ยังไม่สุก ควรเก็บไว้ในอุณหภูมิห้องปกติ ไม่ต้องแช่ตู้เย็น วางไว้ในถุงกระดาษพร้อมกับผลไม้อื่นๆ เช่น กล้วยหรือแอปเปิล จะช่วยเร่งให้สุกเร็วขึ้น
  • อะโวคาโดที่สุกแล้ว หากยังไม่ต้องการทานทันที ให้นำไปแช่ตู้เย็นทั้งลูก จะช่วยชะลอการสุกและคงความสดใหม่ได้นานขึ้นประมาณ 3-5 วัน
  • อะโวคาโดที่หั่นแล้ว หากใช้ไม่หมด ให้บีบน้ำมะนาวหรือน้ำมะนาวใส่บนเนื้ออะโวคาโดที่เหลือแล้วห่อด้วยพลาสติกแรปให้มิดชิดเพื่อป้องกันอากาศเข้า จากนั้นนำไปแช่ตู้เย็น จะช่วยชะลอการเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลได้

แนะนำเมนูอะโวคาโดเพื่อสุขภาพ

อะโวคาโดประโยชน์สรรพคุณ

อะโวคาโดนอกจากประโยชน์ที่ได้รับแล้ว ยังเป็นผลไม้ที่สามารถนำมาทำอาหารได้หลากหลายเมนู ทั้งคาวและหวาน ซึ่งเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพ

อะโวคาโดสด

วิธีที่ง่ายสุดคือการทานแบบสด ๆ โดยอาจจะหั่นเป็นชิ้นแล้วทานเลย หรือนำไปทำเป็นเมนูอื่น ๆ เช่น อะโวคาโดโทสต์ (Avocado Toast) ซึ่งเป็นเมนูยอดนิยม เพียงแค่นำอะโวคาโดบดทาบนขนมปังโฮลวีทปิ้งแล้วโรยด้วยเกลือ พริกไทย และพริกป่นเล็กน้อย

อะโวคาโดปั่น

สำหรับผู้ที่ชอบเครื่องดื่มปั่น อะโวคาโดสามารถนำมาปั่นรวมกับผลไม้อื่น ๆ ได้หลากหลายชนิด เช่น อะโวคาโดปั่นนมสด หรืออะโวคาโดปั่นกับกล้วยหอมและผงคาเคาเพื่อเพิ่มรสชาติ เมนูนี้ให้ความรู้สึกอิ่มท้องและได้รับสารอาหารครบถ้วนอีกด้วย

สลัดอะโวคาโด

การเพิ่มอะโวคาโดลงในสลัดผักที่เราชื่นชอบจะช่วยเพิ่มรสชาติและคุณค่าทางโภชนาการได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้อะโวคาโดเข้ากันได้ดีกับผักโขม มะเขือเทศ หอมแดง และน้ำสลัดบัลซามิก ซึ่งทำให้สลัดจานนั้นมีทั้งไขมันดี วิตามิน และใยอาหาร เป็นหนึ่งในอาหารแคลน้อยที่ทำได้ง่าย

ข้อควรระวังและคำแนะนำในการบริโภคอะโวคาโด

แม้อะโวคาโดจะให้มีประโยชน์มากมาย แต่ก็ควรบริโภคอย่างพอเหมาะ เพราะมีปริมาณแคลอรีและไขมันสูง แม้จะเป็นไขมันดี แต่หากทานมากเกินไปก็อาจทำให้น้ำหนักขึ้นได้ ผู้ที่แพ้ยางพารา (Latex Allergy) ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากมีรายงานว่าอาจเกิดอาการแพ้อะโวคาโดร่วมด้วย นอกจากนี้ การซื้ออะโวคาโดควรเลือกจากแหล่งที่ไว้ใจได้ และล้างให้สะอาดก่อนบริโภคเสมอเพื่อป้องกันสารปนเปื้อน

คำถามที่พบบ่อย

รวบคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการรับประทานอะโวคาโดที่หลายคนเกิดข้อสงสัย

กินอะโวคาโดทุกวันได้ไหม

สามารถกินได้ แต่ควรควบคุมปริมาณให้พอเหมาะกับความต้องการพลังงานของร่างกาย เนื่องจากอะโวคาโดมีแคลอรีสูง โดยแนะนำให้กินประมาณ 1/4 ถึง 1/2 ลูกต่อวันสำหรับผู้ที่ควบคุมน้ำหนัก ซึ่งการทานทุกวันในปริมาณที่พอเหมาะจะช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่เป็นประโยชน์อย่างต่อเนื่อง

ไม่มีข้อห้ามที่ตายตัวว่าอะโวคาโดห้ามกินร่วมกับอาหารชนิดใด อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ได้รับประโยชน์เต็มที่ ควรเลี่ยงการทานอะโวคาโดร่วมกับอาหารที่มีไขมันสูงอยู่แล้ว เพื่อไม่ให้ร่างกายได้รับไขมันต่อวันมากเกินไป

หากทานในปริมาณที่มากเกินไป โทษของอะโวคาโดคืออาจทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นได้ เพราะมีแคลอรีสูง นอกจากนี้ผู้ที่มีอาการแพ้อะโวคาโดอาจมีอาการ เช่น คันปาก บวม หรือมีผื่นขึ้นได้ ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการทำงานของตับหรือถุงน้ำดี ควรปรึกษาแพทย์ก่อนบริโภคในปริมาณมาก

โดยทั่วไปแล้วสำหรับผู้ที่ดูแลสุขภาพและไม่ได้มีปัญหาน้ำหนักตัว แนะนำให้ทานอะโวคาโดประมาณ 1 ลูกต่อวัน ก็เพียงพอต่อการได้รับคุณประโยชน์แล้ว แต่หากกำลังควบคุมน้ำหนัก ควรลดปริมาณลงเหลือเพียง 1/4 – 1/2 ลูกต่อวัน เพื่อควบคุมปริมาณแคลอรีให้ไม่เกินความจำเป็น

แชร์ :

สรุป

อะโวคาโดเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์มากมาย ทั้งช่วยบำรุงหัวใจ ผิวพรรณ และส่งเสริมระบบย่อยอาหาร แต่ควรบริโภคอย่างพอเหมาะเพื่อไม่ให้ร่างกายได้รับแคลอรีและไขมันมากเกินไป การเก็บรักษาที่ถูกต้องจะช่วยคงความสดใหม่และรสชาติอร่อยได้นานขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู ทั้งคาวและหวาน เพื่อให้การทานอะโวคาโดเป็นเรื่องง่ายขึ้น

กรอกฟอร์ม ปรึกษาหมอ ฟรี!

Thank You!

You details has been successfully submitted. Thanks!

ขอบคุณ!

ข้อมูลของคุณถูกส่งเรียบร้อยแล้ว 

ขอบคุณข้อเสนอแนะติชม