Medically Reviewed by นพ. วันเฉลิม จงสิริวัฒนา
การผ่าตัดเหนียง (Double Chin Surgery) เป็นวิธีการกำจัดไขมันส่วนเกินบริเวณเหนียงใต้คางอย่างตรงจุด เหมาะสำหรับผู้ที่มีไขมันสะสมมากจนส่งผลให้กรอบหน้าไม่ชัด หน้าดูกลมกว่าความเป็นจริง การผ่าตัดช่วยลดเหนียงใต้คางและปรับรูปหน้าให้เรียวกระชับได้อย่างดูเป็นธรรมชาติ ช่วยเสริมแนวกรอบหน้าให้คมชัดโดยไม่ต้องพึ่งการดูดไขมันหรือการฉีดลดไขมันเพียงอย่างเดียว และให้ผลลัพธ์ที่เห็นชัดเจนตั้งแต่หลังทำ ช่วยคืนความมั่นใจให้กับโครงหน้าทั้งในมุมตรงและมุมด้านข้างอย่างลงตัว
ทว่าการผ่าตัดลดเหนียงใต้คางนั้น ก็เป็นการศัลยกรรมที่ต้องพิจารณาหลายปัจจัย เนื่องจากใต้เหนียงเป็นส่วนที่บอบบางและต้องระมัดระวังอย่างมาก เราจึงต้องศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับการผ่าตัดเหนียงอย่างถูกต้อง มาดูข้อควรรู้ต่าง ๆ กัน
การผ่าตัดเหนียง (Double Chin Surgery) คือการผ่าตัดศัลยกรรมเพื่อลดไขมันและกำจัดเนื้อเยื่อส่วนเกินที่สะสมบริเวณใต้คางและกรอบหน้า ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ใบหน้าดูหย่อนคล้อย ไม่กระชับ และเสียความคมชัดของกรอบหน้า
การผ่าตัดเหนียงไม่ได้เป็นเพียงการเอาไขมันออกเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการปรับแต่งชั้นเนื้อเยื่อและกล้ามเนื้อบริเวณเหนียง เพื่อให้รูปหน้าโดยรวมเรียวขึ้น ชัดเจนขึ้น และได้สัดส่วนที่เหมาะสมกับโครงสร้างใบหน้าของแต่ละคน โดยเน้นการให้ผลลัพธ์ระยะยาวและเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนหลังทำ
การผ่าตัดเหนียงมีหลายเทคนิคที่ออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาเหนียงใต้คางตามลักษณะของไขมัน ผิวหนัง และกล้ามเนื้อของแต่ละบุคคล แต่ละวิธีมีจุดเด่นแตกต่างกันทั้งในเรื่องของขนาดแผล วิธีการพักฟื้น และผลลัพธ์สุดท้าย การเลือกเทคนิคที่เหมาะสมจึงขึ้นอยู่กับการประเมินอย่างละเอียดโดยแพทย์เฉพาะทาง มาดูกันว่ามีวิธีการผ่าตัดทั้งหมดกี่ประเภท
การดูดไขมันเหนียงใต้คางเป็นวิธีที่เน้นกำจัดไขมันส่วนเกินออกโดยตรง ผ่านการสอดท่อดูดไขมันเข้าไปในแผลเล็ก ๆ ขนาด 3-5 มิลลิเมตรบริเวณใต้สันกรามหรือใต้คาง (ขึ้นอยู่กับวิธีของแพทย์ว่าจะเปิดแผลจุดไหนบ้าง) วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีไขมันสะสมจำนวนมากแต่ยังมีความกระชับของผิวดีอยู่ ไม่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยหรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง
การผ่าตัดยกกระชับใบหน้าจะเปิดแผลบริเวณผิวส่วนกรามหน้าใบหู จากนั้นทำการยกกระชับโดยการกำจัดผิวหนังส่วนเกินของใบหน้าออกไป เพื่อแก้ไขทั้งปัญหาเหนียงหย่อนคล้อย ริ้วรอย และความหย่อนคล้อยของใบหน้าโดยรวมด้วย วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการยกกระชับทั้งใบหน้าและลดเหนียงใต้คางไปพร้อม ๆ กัน
การผ่าตัดเสริมคางเป็นการวางซิลิโคนเสริมโครงสร้างบริเวณคาง เพื่อปรับความยาวและรูปทรงของคางให้สมดุลกับลำคอและใบหน้า เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ได้มีเหนียงหย่อนยานมาก แต่ต้องการปรับแนวคางให้ได้สัดส่วนที่สวยงาม ช่วยให้เหนียงใต้คางดูกระชับและแนวกรอบหน้าคมชัดมากขึ้นโดยไม่ต้องตัดผิวหนังหรือไขมันออก
การผ่าตัดกล้ามเนื้อพลาสทิสมา จะเป็นการศัลยกรรมเหนียงที่เน้นการเย็บกระชับกล้ามเนื้อพลาสทิสมา (Platysma Muscle) ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อบาง ๆ ที่ทอดตัวจากบริเวณคางลงไปถึงไหปลาร้า เมื่อกล้ามเนื้อนี้หย่อน จะทำให้คอและเหนียงดูหย่อนคล้อย การเย็บกระชับกล้ามเนื้อช่วยฟื้นฟูความตึงกระชับของสัดส่วนบริเวณลำคอ เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาเหนียงหย่อนเนื่องจากกล้ามเนื้ออ่อนแรง ไม่ได้เกิดจากไขมันสะสมเพียงอย่างเดียว
การผ่าตัดยกกระชับเหนียงคอ (Neck Lift หรือ Chin Tuck) เป็นการผ่าตัดเพื่อกำจัดผิวหนังส่วนเกินที่หย่อนยานอย่างชัดเจนบริเวณใต้คางและลำคอ เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวย้วยมากจากอายุหรือการลดน้ำหนักที่มากเกินไป การตัดผิวหนังส่วนเกินออกจะช่วยให้แนวคอดูกระชับ เรียบเนียน และสร้างความชัดให้กับแนวกรอบหน้ามากขึ้น (สามารถทำพร้อมกับการผ่าตัดกล้ามเนื้อพลาสทิสมาหรือการดูดไขมันเหนียงได้)
การดูดไขมันร่วมกับการผ่าตัดเหนียง หรือ Submentoplasty เป็นเทคนิคที่ผสานการดูดไขมันใต้คาง การเย็บกระชับกล้ามเนื้อพลาสทิสมา และการตัดแต่งเนื้อเยื่อผิวหนังส่วนเกินเข้าไว้ด้วยกัน เหมาะสำหรับผู้ที่มีไขมันสะสมมาก ร่วมกับปัญหาผิวหย่อนคล้อยและกล้ามเนื้อส่วนคออ่อนแรง การผ่าตัดเหนียงสามประเภทควบคู่กันนี้จะช่วยแก้ไขปัญหาเหนียงได้อย่างครอบคลุม และให้ผลลัพธ์ระยะยาว
การผ่าตัดเหนียงเป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยการวางแผนอย่างละเอียดและความแม่นยำในทุกขั้นตอน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและตอบโจทย์ โดยขั้นตอนการผ่าตัดเหนียงเบื้องต้น มีดังนี้
ศัลยแพทย์จะทำการประเมินโครงสร้างใต้คางและลำคอ เพื่อวิเคราะห์ปริมาณไขมัน ความหย่อนคล้อยของผิวหนัง และสภาพกล้ามเนื้อ โดยจะวางแผนการผ่าตัดที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล เพื่อให้ได้แนวกรอบหน้าที่เรียวชัด
ก่อนการผ่าตัด จะมีการตรวจร่างกายเบื้องต้น รวมถึงการตรวจเลือดเพื่อประเมินความพร้อมของร่างกาย เช่น การแข็งตัวของเลือด การทำงานของอวัยวะสำคัญ รวมถึงประวัติการแพ้ยา เพื่อวางแผนการใช้ยาชาหรือยาสลบอย่างปลอดภัย
ในระหว่างการผ่าตัด จะต้องผ่านการระงับความเจ็บปวดด้วยวิธีการที่เหมาะสม เช่น การยาชาเฉพาะที่ร่วมกับการดมยาสลบ ซึ่งดำเนินการโดยวิสัญญีแพทย์เท่านั้น เพื่อให้การผ่าตัดดำเนินไปอย่างราบรื่นและไม่เจ็บปวดระหว่างผ่าตัด
ศัลยแพทย์จะเปิดแผลขนาดเล็กบริเวณใต้คาง โดยมักจะใช้วิธีการซ่อนแผลตามความต้องการของผู้เข้ารับบริการเป็นหลัก แล้วทำการผ่าตัดหรือดูดไขมันเพื่อนำไขมันส่วนเกินบริเวณเหนียงใต้คางออกอย่างประณีต เพื่อลดขนาดและความหนาของไขมันเหนียงอย่างได้สัดส่วน
หากมีความหย่อนคล้อยของกล้ามเนื้อพลาสทิสมาใต้คางและลำคอ จะมีการเย็บกระชับกล้ามเนื้อให้แน่นขึ้น เพื่อเสริมโครงสร้างภายในและสร้างแนวคอที่ตึงกระชับ ช่วยให้ผลลัพธ์หลังทำดูเรียบเนียนและดูเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น
ขั้นตอนสุดท้าย คือการเย็บปิดแผลด้วยเทคนิคต่าง ๆ ตามที่ศัลยแพทย์แต่ละคนเลือกใช้ ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะมีการออกแบบมาเพื่อลดการเกิดแผลเป็นให้ได้มากเท่าที่จะเป็นไปได้ แนวแผลจะถูกซ่อนอยู่บริเวณใต้คาง ทำให้สังเกตเห็นได้ยากเมื่อแผลหายสนิท
การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการผ่าตัดเหนียงมีความสำคัญอย่างมาก เพื่อให้การผ่าตัดเป็นไปอย่างราบรื่น รวมถึงลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น การเตรียมตัวจะมีความแตกต่างกันเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับว่าวางแผนใช้ยาชาเฉพาะที่ หรือยาสลบเต็มรูปแบบในระหว่างการผ่าตัด รายละเอียดดังนี้
การดูแลตัวเองอย่างเหมาะสมหลังผ่าตัดเหนียงมีความสำคัญอย่างมากต่อการฟื้นตัวของแผล ลดอาการบวมช้ำ และช่วยให้ผลลัพธ์การรักษาออกมาตอบโจทย์ยิ่งขึ้น การปฏิบัติตามแนวทางการดูแลหลังผ่าตัดอย่างเคร่งครัดมีรายละเอียดดังนี้
แม้ว่าการผ่าตัดเหนียงจะเป็นหัตถการที่ปลอดภัยเมื่อดำเนินการโดยศัลยแพทย์ แต่เช่นเดียวกับการทำศัลยกรรมอื่น ๆ ก็ยังมีความเสี่ยงของผลข้างเคียงบางประการที่ควรทราบและเฝ้าระวัง ดังนี้
แม้อาการส่วนใหญ่จะเป็นผลข้างเคียงที่พบได้ทั่วไป แต่หากพบอาการผิดปกติรุนแรง เช่น แผลมีน้ำหนอง กลิ่นผิดปกติ ไข้สูง หรืออาการปวดบวมที่ไม่ลดลงตามที่ควร ควรรีบพบศัลยแพทย์ทันที เพื่อประเมินอาการและป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น
นอกจากข้อมูลเกี่ยวกับบริการโปรแกรมฉีดโบท็อกตามด้านบนแล้ว เรายังได้รวบรวมคำถามที่พบได้บ่อยและคำตอบเพื่อไขข้อสงสัย เพื่อเป็นรายละเอียดเพิ่มเติมในการศึกษาและทำความเข้าใจก่อนเข้ารับบริการ
การผ่าตัดเหนียงใช้เวลาโดยเฉลี่ยประมาณ 1–2 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับเทคนิคที่ใช้และความซับซ้อนของแต่ละเคส เช่น มีการเย็บกล้ามเนื้อร่วมด้วยหรือไม่
สามารถทำได้ทั้งแบบยาชาเฉพาะที่ร่วมกับยานอนหลับเบา ๆ หรือวางยาสลบ ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์และความสะดวกของผู้เข้ารับการผ่าตัด
ผลลัพธ์เบื้องต้นจะเริ่มเห็นได้หลังยุบบวมประมาณ 2–4 สัปดาห์ และเห็นผลชัดเจนเต็มที่ภายใน 2–3 เดือนหลังการผ่าตัด
ในระหว่างผ่าตัดจะไม่รู้สึกเจ็บเนื่องจากมีการให้ยาชา หรือยาสลบ หลังผ่าตัดอาจมีอาการตึง ปวดเล็กน้อย ซึ่งสามารถควบคุมได้ด้วยยาแก้ปวดตามที่แพทย์สั่ง
ราคาการผ่าตัดเหนียงโดยประมาณอยู่ที่ 50,000–120,000 บาท ขึ้นอยู่กับเทคนิคที่ใช้ และความซับซ้อนของปัญหาเหนียงในแต่ละบุคคล
หลังผ่าตัดเหนียงจำเป็นต้องใส่ผ้ารัดหน้าเพื่อช่วยลดบวมและกระชับผิว โดยควรใส่ติดต่อกันอย่างน้อย 1–2 สัปดาห์แรก หรือตามที่ศัลยแพทย์แนะนำ
แนวกรอบหน้าและเหนียงจะกระชับขึ้นทันทีบางส่วนหลังผ่าตัด แต่จะเห็นผลที่ชัดเจนมากขึ้นเมื่ออาการบวมลดลงภายใน 2–3 เดือน
ผลลัพธ์ของการผ่าตัดเหนียงสามารถอยู่ได้นานหลายปี หากรักษาน้ำหนักตัวให้คงที่ การทำซ้ำไม่จำเป็นหากไม่มีการกลับมาของไขมันส่วนเกิน
บางกรณีอาจใช้ HIFU หรือ RF เสริมภายหลัง เพื่อเก็บรายละเอียดผิวและกระตุ้นการกระชับเพิ่มเติม แต่ไม่ใช่ปัจจัยที่จำเป็นต่อทุกคน แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อทราบข้อมูลที่เหมาะสมกับตัวเอง
การผ่าตัดเหนียงเป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพสำหรับการกำจัดไขมันสะสมใต้คาง ปรับรูปหน้าให้เรียวกระชับ และคืนแนวกรอบหน้าที่คมชัดได้ดี เหมาะสำหรับผู้ที่มีไขมันเหนียงปริมาณมาก หรือมีปัญหาความหย่อนคล้อยของกล้ามเนื้อและผิวหนัง ที่ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการดูดไขมันหรือการทำหัตถการอื่น ๆ
การเลือกเทคนิคการผ่าตัดเหนียง เช่น การดูดไขมันเหนียง, การผ่าตัดยกกระชับใบหน้า, หรือการผ่าตัดเย็บกระชับกล้ามเนื้อ ต้องอาศัยการประเมินอย่างละเอียดโดยศัลยแพทย์ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงกับความต้องการ พร้อมลดโอกาสการเกิดภาวะแทรกซ้อน และทำให้การฟื้นตัวเป็นไปอย่างรวดเร็วและปลอดภัยในระยะยาว
การผ่าตัดเหนียง (Double Chin Surgery) เป็นวิธีการกำจัดไขมันส่วนเกินบริเวณเหนียงใต้คางอย่างตรงจุด เหมาะสำหรับผู้ที่มีไขมันสะสมมากจนส่งผลให้กรอบหน้าไม่ชัด หน้าดูกลมกว่าความเป็นจริง การผ่าตัดช่วยลดเหนียงใต้คางและปรับรูปหน้าให้เรียวกระชับได้อย่างดูเป็นธรรมชาติ ช่วยเสริมแนวกรอบหน้าให้คมชัดโดยไม่ต้องพึ่งการดูดไขมันหรือการฉีดลดไขมันเพียงอย่างเดียว และให้ผลลัพธ์ที่เห็นชัดเจนตั้งแต่หลังทำ ช่วยคืนความมั่นใจให้กับโครงหน้าทั้งในมุมตรงและมุมด้านข้างอย่างลงตัว
ทว่าการผ่าตัดลดเหนียงใต้คางนั้น ก็เป็นการศัลยกรรมที่ต้องพิจารณาหลายปัจจัย เนื่องจากใต้เหนียงเป็นส่วนที่บอบบางและต้องระมัดระวังอย่างมาก เราจึงต้องศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับการผ่าตัดเหนียงอย่างถูกต้อง มาดูข้อควรรู้ต่าง ๆ กัน
การผ่าตัดเหนียง (Double Chin Surgery) คือการผ่าตัดศัลยกรรมเพื่อลดไขมันและกำจัดเนื้อเยื่อส่วนเกินที่สะสมบริเวณใต้คางและกรอบหน้า ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ใบหน้าดูหย่อนคล้อย ไม่กระชับ และเสียความคมชัดของกรอบหน้า
การผ่าตัดเหนียงไม่ได้เป็นเพียงการเอาไขมันออกเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการปรับแต่งชั้นเนื้อเยื่อและกล้ามเนื้อบริเวณเหนียง เพื่อให้รูปหน้าโดยรวมเรียวขึ้น ชัดเจนขึ้น และได้สัดส่วนที่เหมาะสมกับโครงสร้างใบหน้าของแต่ละคน โดยเน้นการให้ผลลัพธ์ระยะยาวและเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนหลังทำ
การผ่าตัดเหนียงมีหลายเทคนิคที่ออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาเหนียงใต้คางตามลักษณะของไขมัน ผิวหนัง และกล้ามเนื้อของแต่ละบุคคล แต่ละวิธีมีจุดเด่นแตกต่างกันทั้งในเรื่องของขนาดแผล วิธีการพักฟื้น และผลลัพธ์สุดท้าย การเลือกเทคนิคที่เหมาะสมจึงขึ้นอยู่กับการประเมินอย่างละเอียดโดยแพทย์เฉพาะทาง มาดูกันว่ามีวิธีการผ่าตัดทั้งหมดกี่ประเภท
การดูดไขมันเหนียงใต้คางเป็นวิธีที่เน้นกำจัดไขมันส่วนเกินออกโดยตรง ผ่านการสอดท่อดูดไขมันเข้าไปในแผลเล็ก ๆ ขนาด 3-5 มิลลิเมตรบริเวณใต้สันกรามหรือใต้คาง (ขึ้นอยู่กับวิธีของแพทย์ว่าจะเปิดแผลจุดไหนบ้าง) วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีไขมันสะสมจำนวนมากแต่ยังมีความกระชับของผิวดีอยู่ ไม่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยหรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง
การผ่าตัดยกกระชับใบหน้าจะเปิดแผลบริเวณผิวส่วนกรามหน้าใบหู จากนั้นทำการยกกระชับโดยการกำจัดผิวหนังส่วนเกินของใบหน้าออกไป เพื่อแก้ไขทั้งปัญหาเหนียงหย่อนคล้อย ริ้วรอย และความหย่อนคล้อยของใบหน้าโดยรวมด้วย วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการยกกระชับทั้งใบหน้าและลดเหนียงใต้คางไปพร้อม ๆ กัน
การผ่าตัดเสริมคางเป็นการวางซิลิโคนเสริมโครงสร้างบริเวณคาง เพื่อปรับความยาวและรูปทรงของคางให้สมดุลกับลำคอและใบหน้า เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ได้มีเหนียงหย่อนยานมาก แต่ต้องการปรับแนวคางให้ได้สัดส่วนที่สวยงาม ช่วยให้เหนียงใต้คางดูกระชับและแนวกรอบหน้าคมชัดมากขึ้นโดยไม่ต้องตัดผิวหนังหรือไขมันออก
การผ่าตัดกล้ามเนื้อพลาสทิสมา จะเป็นการศัลยกรรมเหนียงที่เน้นการเย็บกระชับกล้ามเนื้อพลาสทิสมา (Platysma Muscle) ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อบาง ๆ ที่ทอดตัวจากบริเวณคางลงไปถึงไหปลาร้า เมื่อกล้ามเนื้อนี้หย่อน จะทำให้คอและเหนียงดูหย่อนคล้อย การเย็บกระชับกล้ามเนื้อช่วยฟื้นฟูความตึงกระชับของสัดส่วนบริเวณลำคอ เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาเหนียงหย่อนเนื่องจากกล้ามเนื้ออ่อนแรง ไม่ได้เกิดจากไขมันสะสมเพียงอย่างเดียว
การผ่าตัดยกกระชับเหนียงคอ (Neck Lift หรือ Chin Tuck) เป็นการผ่าตัดเพื่อกำจัดผิวหนังส่วนเกินที่หย่อนยานอย่างชัดเจนบริเวณใต้คางและลำคอ เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวย้วยมากจากอายุหรือการลดน้ำหนักที่มากเกินไป การตัดผิวหนังส่วนเกินออกจะช่วยให้แนวคอดูกระชับ เรียบเนียน และสร้างความชัดให้กับแนวกรอบหน้ามากขึ้น (สามารถทำพร้อมกับการผ่าตัดกล้ามเนื้อพลาสทิสมาหรือการดูดไขมันเหนียงได้)
การดูดไขมันร่วมกับการผ่าตัดเหนียง หรือ Submentoplasty เป็นเทคนิคที่ผสานการดูดไขมันใต้คาง การเย็บกระชับกล้ามเนื้อพลาสทิสมา และการตัดแต่งเนื้อเยื่อผิวหนังส่วนเกินเข้าไว้ด้วยกัน เหมาะสำหรับผู้ที่มีไขมันสะสมมาก ร่วมกับปัญหาผิวหย่อนคล้อยและกล้ามเนื้อส่วนคออ่อนแรง การผ่าตัดเหนียงสามประเภทควบคู่กันนี้จะช่วยแก้ไขปัญหาเหนียงได้อย่างครอบคลุม และให้ผลลัพธ์ระยะยาว
การผ่าตัดเหนียงเป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยการวางแผนอย่างละเอียดและความแม่นยำในทุกขั้นตอน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและตอบโจทย์ โดยขั้นตอนการผ่าตัดเหนียงเบื้องต้น มีดังนี้
ศัลยแพทย์จะทำการประเมินโครงสร้างใต้คางและลำคอ เพื่อวิเคราะห์ปริมาณไขมัน ความหย่อนคล้อยของผิวหนัง และสภาพกล้ามเนื้อ โดยจะวางแผนการผ่าตัดที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล เพื่อให้ได้แนวกรอบหน้าที่เรียวชัด
ก่อนการผ่าตัด จะมีการตรวจร่างกายเบื้องต้น รวมถึงการตรวจเลือดเพื่อประเมินความพร้อมของร่างกาย เช่น การแข็งตัวของเลือด การทำงานของอวัยวะสำคัญ รวมถึงประวัติการแพ้ยา เพื่อวางแผนการใช้ยาชาหรือยาสลบอย่างปลอดภัย
ในระหว่างการผ่าตัด จะต้องผ่านการระงับความเจ็บปวดด้วยวิธีการที่เหมาะสม เช่น การยาชาเฉพาะที่ร่วมกับการดมยาสลบ ซึ่งดำเนินการโดยวิสัญญีแพทย์เท่านั้น เพื่อให้การผ่าตัดดำเนินไปอย่างราบรื่นและไม่เจ็บปวดระหว่างผ่าตัด
ศัลยแพทย์จะเปิดแผลขนาดเล็กบริเวณใต้คาง โดยมักจะใช้วิธีการซ่อนแผลตามความต้องการของผู้เข้ารับบริการเป็นหลัก แล้วทำการผ่าตัดหรือดูดไขมันเพื่อนำไขมันส่วนเกินบริเวณเหนียงใต้คางออกอย่างประณีต เพื่อลดขนาดและความหนาของไขมันเหนียงอย่างได้สัดส่วน
หากมีความหย่อนคล้อยของกล้ามเนื้อพลาสทิสมาใต้คางและลำคอ จะมีการเย็บกระชับกล้ามเนื้อให้แน่นขึ้น เพื่อเสริมโครงสร้างภายในและสร้างแนวคอที่ตึงกระชับ ช่วยให้ผลลัพธ์หลังทำดูเรียบเนียนและดูเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น
ขั้นตอนสุดท้าย คือการเย็บปิดแผลด้วยเทคนิคต่าง ๆ ตามที่ศัลยแพทย์แต่ละคนเลือกใช้ ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะมีการออกแบบมาเพื่อลดการเกิดแผลเป็นให้ได้มากเท่าที่จะเป็นไปได้ แนวแผลจะถูกซ่อนอยู่บริเวณใต้คาง ทำให้สังเกตเห็นได้ยากเมื่อแผลหายสนิท
การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการผ่าตัดเหนียงมีความสำคัญอย่างมาก เพื่อให้การผ่าตัดเป็นไปอย่างราบรื่น รวมถึงลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น การเตรียมตัวจะมีความแตกต่างกันเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับว่าวางแผนใช้ยาชาเฉพาะที่ หรือยาสลบเต็มรูปแบบในระหว่างการผ่าตัด รายละเอียดดังนี้
การดูแลตัวเองอย่างเหมาะสมหลังผ่าตัดเหนียงมีความสำคัญอย่างมากต่อการฟื้นตัวของแผล ลดอาการบวมช้ำ และช่วยให้ผลลัพธ์การรักษาออกมาตอบโจทย์ยิ่งขึ้น การปฏิบัติตามแนวทางการดูแลหลังผ่าตัดอย่างเคร่งครัดมีรายละเอียดดังนี้
แม้ว่าการผ่าตัดเหนียงจะเป็นหัตถการที่ปลอดภัยเมื่อดำเนินการโดยศัลยแพทย์ แต่เช่นเดียวกับการทำศัลยกรรมอื่น ๆ ก็ยังมีความเสี่ยงของผลข้างเคียงบางประการที่ควรทราบและเฝ้าระวัง ดังนี้
แม้อาการส่วนใหญ่จะเป็นผลข้างเคียงที่พบได้ทั่วไป แต่หากพบอาการผิดปกติรุนแรง เช่น แผลมีน้ำหนอง กลิ่นผิดปกติ ไข้สูง หรืออาการปวดบวมที่ไม่ลดลงตามที่ควร ควรรีบพบศัลยแพทย์ทันที เพื่อประเมินอาการและป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น
นอกจากข้อมูลเกี่ยวกับบริการโปรแกรมฉีดโบท็อกตามด้านบนแล้ว เรายังได้รวบรวมคำถามที่พบได้บ่อยและคำตอบเพื่อไขข้อสงสัย เพื่อเป็นรายละเอียดเพิ่มเติมในการศึกษาและทำความเข้าใจก่อนเข้ารับบริการ
การผ่าตัดเหนียงใช้เวลาโดยเฉลี่ยประมาณ 1–2 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับเทคนิคที่ใช้และความซับซ้อนของแต่ละเคส เช่น มีการเย็บกล้ามเนื้อร่วมด้วยหรือไม่
สามารถทำได้ทั้งแบบยาชาเฉพาะที่ร่วมกับยานอนหลับเบา ๆ หรือวางยาสลบ ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์และความสะดวกของผู้เข้ารับการผ่าตัด
ผลลัพธ์เบื้องต้นจะเริ่มเห็นได้หลังยุบบวมประมาณ 2–4 สัปดาห์ และเห็นผลชัดเจนเต็มที่ภายใน 2–3 เดือนหลังการผ่าตัด
ในระหว่างผ่าตัดจะไม่รู้สึกเจ็บเนื่องจากมีการให้ยาชา หรือยาสลบ หลังผ่าตัดอาจมีอาการตึง ปวดเล็กน้อย ซึ่งสามารถควบคุมได้ด้วยยาแก้ปวดตามที่แพทย์สั่ง
ราคาการผ่าตัดเหนียงโดยประมาณอยู่ที่ 50,000–120,000 บาท ขึ้นอยู่กับเทคนิคที่ใช้ และความซับซ้อนของปัญหาเหนียงในแต่ละบุคคล
หลังผ่าตัดเหนียงจำเป็นต้องใส่ผ้ารัดหน้าเพื่อช่วยลดบวมและกระชับผิว โดยควรใส่ติดต่อกันอย่างน้อย 1–2 สัปดาห์แรก หรือตามที่ศัลยแพทย์แนะนำ
แนวกรอบหน้าและเหนียงจะกระชับขึ้นทันทีบางส่วนหลังผ่าตัด แต่จะเห็นผลที่ชัดเจนมากขึ้นเมื่ออาการบวมลดลงภายใน 2–3 เดือน
ผลลัพธ์ของการผ่าตัดเหนียงสามารถอยู่ได้นานหลายปี หากรักษาน้ำหนักตัวให้คงที่ การทำซ้ำไม่จำเป็นหากไม่มีการกลับมาของไขมันส่วนเกิน
บางกรณีอาจใช้ HIFU หรือ RF เสริมภายหลัง เพื่อเก็บรายละเอียดผิวและกระตุ้นการกระชับเพิ่มเติม แต่ไม่ใช่ปัจจัยที่จำเป็นต่อทุกคน แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อทราบข้อมูลที่เหมาะสมกับตัวเอง
การผ่าตัดเหนียงเป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพสำหรับการกำจัดไขมันสะสมใต้คาง ปรับรูปหน้าให้เรียวกระชับ และคืนแนวกรอบหน้าที่คมชัดได้ดี เหมาะสำหรับผู้ที่มีไขมันเหนียงปริมาณมาก หรือมีปัญหาความหย่อนคล้อยของกล้ามเนื้อและผิวหนัง ที่ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการดูดไขมันหรือการทำหัตถการอื่น ๆ
การเลือกเทคนิคการผ่าตัดเหนียง เช่น การดูดไขมันเหนียง, การผ่าตัดยกกระชับใบหน้า, หรือการผ่าตัดเย็บกระชับกล้ามเนื้อ ต้องอาศัยการประเมินอย่างละเอียดโดยศัลยแพทย์ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงกับความต้องการ พร้อมลดโอกาสการเกิดภาวะแทรกซ้อน และทำให้การฟื้นตัวเป็นไปอย่างรวดเร็วและปลอดภัยในระยะยาว
We always take care of your mobility
Tell : 064 445 5666
ปรึกษาแพทย์ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมรับโปรโมชั่นก่อนใคร
You details has been successfully submitted. Thanks!