เครื่องดูดไขมัน แบบไหนดี? แต่ละชนิดแตกต่างกันอย่างไร

เครื่องดูดไขมัน

เมื่อตัดสินใจดูดไขมันหลายคนก็คงมีคำถามตามมาว่าเครื่องดูดไขมันแบบไหนดี? เพราะปัจจุบันเทคโนโลยีดูดไขมันมีเข้ามาให้เลือกใช้บริการมากมาย ซึ่งแต่ละเครื่องก็มักจะมีความเหมาะสมของการแก้ไขปัญหาที่แตกต่างกันออกไป ทั้งยังมีความแตกต่างในด้านอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น การส่งพลังงาน ผลลัพธ์ การพักฟื้น บทความนี้ AM International Hospital ก็จะพาไปเจาะลึกว่าเครื่องดูดไขมันมีกี่ประเภท แต่ละชนิดแตกต่างกันอย่างไร และควรเลือกอย่างไรให้เหมาะกับปัญหาของเรา

HIGHLIGHTS: 

  • เครื่องดูดไขมันแต่ละชนิดมีหลักการทำงานและจุดเด่นแตกต่างกัน
  • การเลือกเทคโนโลยีควรพิจารณาจากปริมาณไขมัน สภาพผิว และเป้าหมายของผลลัพธ์
  • แพทย์อาจใช้หลายเทคโนโลยีร่วมกันเพื่อให้เหมาะกับปัญหาเฉพาะบุคคล
เลือกอ่านตามหัวข้อด้านล่าง

เครื่องดูดไขมัน มีกี่แบบ? แต่ละเทคโนโลยีมีหลักการทำงานอย่างไร

ปัจจุบันเทคโนโลยีเครื่องดูดไขมัน (Liposuction) ได้ถูกพัฒนาไปอย่างมาก จากในอดีตที่ใช้เพียงแรงในการกำจัดไขมันแบบดั้งเดิม เปลี่ยนมาเป็นการใช้พลังงานรูปแบบต่าง ๆ เข้ามาช่วยสลายเซลล์ไขมันให้นุ่มลง เพื่อให้แพทย์สามารถดูดไขมันออกได้ง่าย ลดการบอบช้ำ เนื้อเยื่อสมานตัวได้ไว และมอบผลลัพธ์การกระชับรูปร่างที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 

เครื่องดูดไขมันโปรแกรม Body-jet

เครื่องดูดไขมัน Body-jet

โปรแกรม Body-Jet เป็นเทคโนโลยีเครื่องดูดไขมันแบบ Water-Assisted Liposuction (WAL) ที่ใช้แรงดันน้ำช่วยแยกเซลล์ไขมันออกจากเนื้อเยื่ออย่างนุ่มนวล ก่อนดูดไขมันออกผ่านท่อดูดขนาดเล็ก แตกต่างจากการดูดไขมันแบบดั้งเดิมที่อาศัยแรงดูดเป็นหลัก หลักการทำงานนี้ช่วยลดการกระทบกระเทือนต่อเส้นเลือด เส้นประสาท และเนื้อเยื่อเกี่ยวพันโดยรอบ พร้อมช่วยให้แพทย์สามารถควบคุมการกำจัดไขมันได้อย่างแม่นยำในแต่ละตำแหน่ง

นอกจากการกำจัดไขมันส่วนเกินแล้ว โปรแกรม Body-jet ยังเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยรักษาคุณภาพของเซลล์ไขมันได้ค่อนข้างดี จึงสามารถนำไขมันที่ดูดออกไปใช้ในการเติมเต็มส่วนอื่นของร่างกาย (Autologous Fat Grafting) ได้ในกรณีที่แพทย์ประเมินว่าเหมาะสม อีกทั้งยังสามารถนำมาใช้เป็นเทคโนโลยีหลัก หรือใช้ร่วมกับเทคโนโลยีอื่นในการวางแผนดูดไขมัน เพื่อให้ผลการรักษาสอดคล้องกับลักษณะไขมันและเป้าหมายของแต่ละบุคคล

เครื่องดูดไขมันโปรแกรม Ultra Z

โปรแกรม Ultra Z เป็นเครื่องดูดไขมันที่ใช้เทคโนโลยีคลื่นอัลตราซาวนด์ความถี่สูง (Ultrasound-Assisted Liposuction: UAL) เพื่อช่วยให้เซลล์ไขมันแตกตัวก่อนการดูดออกจากร่างกาย โดยพลังงานอัลตราซาวนด์นี้จะส่งผ่านหัวอุปกรณ์เข้าสู่ชั้นไขมัน และเพิ่มความแม่นยำในการปรับรูปร่างในระหว่างการรักษา

ซึ่งเทคโนโลยีโปรแกรม Ultra Z มักถูกนำมาใช้เพื่อช่วยให้การกำจัดไขมันเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในบริเวณที่มีไขมันสะสมค่อนข้างหนาแน่นหรือกำจัดได้ยาก ทั้งนี้ แพทย์อาจเลือกใช้โปรแกรม Ultra Z เป็นเทคโนโลยีหลัก หรือใช้ร่วมกับเทคโนโลยีอื่นตามลักษณะของไขมันและแผนการรักษา เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

เครื่องดูดไขมัน Ultra Z

เครื่องดูดไขมันโปรแกรม MicroAire PAL

โปรแกรม MicroAire PAL หรือ Power-Assisted Liposuction (PAL) เป็นเทคโนโลยีดูดไขมันที่ใช้แรงสั่นเชิงกลความถี่สูงช่วยให้หัวดูดเคลื่อนผ่านชั้นไขมันได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้เซลล์ไขมันแยกออกจากเนื้อเยื่อได้ง่ายขึ้น และช่วยให้แพทย์สามารถควบคุมการดูดไขมันได้อย่างละเอียดมากขึ้นเมื่อเทียบกับการใช้แรงดูดเพียงอย่างเดียว

ด้วยหลักการทำงานดังกล่าวทำให้โปรแกรม MicroAire PAL ถูกนำมาใช้ในการดูดไขมันหลายบริเวณของร่างกาย ทั้งบริเวณที่มีไขมันปริมาณมากและบริเวณที่ต้องการความละเอียดในการปรับรูปร่าง นอกจากนี้ยังสามารถประยุกต์ใช้ร่วมกับเทคโนโลยีอื่น เพื่อให้การดูดไขมันมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับแผนการรักษาที่แพทย์วางไว้

เครื่องดูดไขมัน MicroAire PAL

เครื่องดูดไขมันโปรแกรม BodyTite Pro

เครื่องดูดไขมัน BodyTite Pro

โปรแกรม BodyTite PRO  เป็นเทคโนโลยีที่ผสานการดูดไขมันเข้ากับพลังงานคลื่นวิทยุ (Radiofrequency-Assisted Lipolysis: RFAL) โดยใช้พลังงานความร้อนในระดับที่เหมาะสม เพื่อช่วยให้ไขมันแตกตัวง่ายขึ้น พร้อมส่งพลังงานไปยังชั้นเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง เพื่อกระตุ้นการหดตัวของเส้นใยคอลลาเจนในระหว่างการรักษา

นอกจากช่วยกำจัดไขมันส่วนเกินได้แล้ว โปรแกรม BodyTite Pro ยังถูกนำมาใช้เพื่อช่วยดูแลความกระชับของผิวควบคู่กันในแผนการรักษาเดียว ทำให้แพทย์สามารถวางแผนการปรับรูปร่างได้อย่างครอบคลุมมากขึ้น และในบางกรณีอาจใช้ร่วมกับเทคโนโลยีดูดไขมันหรือเทคโนโลยีกระชับผิวอื่น เพื่อให้ผลลัพธ์เหมาะสมกับสภาพผิวและปัญหาของแต่ละบุคคล

เครื่องยกกระชับผิว J Plasma (เทคโนโลยีที่ใช้ร่วมกับการดูดไขมัน)

เครื่องยกกระชับผิว J Plasma

สำหรับเครื่องยกกระชับผิว J Plasma เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวที่นิยมใช้ร่วมกับการดูดไขมัน แม้จะไม่ใช่เครื่องสำหรับกำจัดไขมันโดยตรง แต่มีบทบาทสำคัญในการช่วยดูแลความกระชับของผิวหลังนำไขมันออก โดยใช้พลังงานคลื่นวิทยุร่วมกับก๊าซฮีเลียมเพื่อสร้างพลาสมา และส่งพลังงานไปยังชั้นใต้ผิวหนังอย่างแม่นยำ

ซึ่งเทคโนโลยีนี้ถูกนำมาใช้เพื่อช่วยให้เนื้อเยื่อใต้ผิวเกิดการหดตัว พร้อมกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติ จึงมีส่วนช่วยให้ผิวค่อย ๆ ดูกระชับมากขึ้นในช่วงหลังการรักษา แพทย์มักเลือกใช้ J Plasma ร่วมกับการดูดไขมันในผู้ที่ต้องการดูแลทั้งการลดไขมันและคุณภาพของผิว เพื่อให้ผลลัพธ์ของการปรับรูปร่างมีความสมดุลมากยิ่งขึ้น

เปรียบเทียบเครื่องดูดไขมันแต่ละชนิด เลือกเทคโนโลยีไหนดี?

เมื่อทำความรู้จักกับเทคโนโลยีดูดไขมันแต่ละชนิดแล้ว จะเห็นได้ว่าแต่ละเครื่องมีหลักการทำงาน และบทบาทในการรักษาแตกต่างกัน แน่นอนว่าหลายคนก็คงมีข้อกังวลว่าควรเลือกเครื่องดูดไขมันไหนดีสุด? และนี่คือตารางเปรียบเทียบให้เห็นความแตกต่างชัดขึ้นของแต่ละเทคโนโลยีที่นิยมใช้ในการดูดไขมันและการยกกระชับผิว

 

หัวข้อเปรียบเทียบโปรแกรม Body-Jetโปรแกรม Ultra Zโปรแกรม MicroAire PALโปรแกรม BodyTite ProJ Plasma
เทคโนโลยีพลังงานน้ำ Water-Assisted Liposuction (WAL)Ultrasound-Assisted Liposuction (UAL)พลังงาน Power-Assisted Liposuction (PAL)คลื่นวิทยุสองขั้ว (Bipolar Radiofrequency)พลังงานจากพลาสมาฮีเลียม ผสานคลื่นวิทยุ (RF)
หลักการทำงานใช้แรงดันน้ำแยกเซลล์ไขมันก่อนดูดออกใช้คลื่นอัลตราซาวนด์ช่วยให้ไขมันแตกตัวก่อนดูดใช้หัวดูดที่สั่นด้วยความถี่สูงช่วยแยกไขมันใช้คลื่นวิทยุช่วยให้ไขมันแตกตัวพร้อมส่งพลังงานสู่ชั้นผิวใช้พลาสมาที่เกิดจากคลื่นวิทยุและก๊าซฮีเลียมเพื่อกระชับเนื้อเยื่อใต้ผิว
เหมาะกับผู้ที่ต้องการลดการบอบช้ำของเนื้อเยื่อ และอาจมีแผนนำไขมันไปเติมเต็มส่วนอื่นผู้ที่มีไขมันหนาแน่น กำจัดได้ยาก หรือต้องการเก็บรายละเอียดเฉพาะจุด เช่น เหนียง แก้มผู้ที่ต้องการดูดไขมันหลายบริเวณหรือเก็บรายละเอียดรูปร่างผู้ที่ต้องการลดไขมันพร้อมดูแลความกระชับของผิวผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยหลังดูดไขมันหรือมีความกังวลเรื่องความกระชับ
ประเภทไขมันไขมันนิ่ม, ไขมันตื้น-ลึกทั่วไป, ไขมันที่ต้องการนำไปใช้ต่อไขมันชั้นตื้น, ไขมันบริเวณพื้นที่เล็กหรือเก็บรายละเอียดไขมันทั่วไปและไขมันปริมาณมากไขมันที่มีผิวหย่อนคล้อยร่วมด้วยไม่ได้ใช้กำจัดไขมันโดยตรง
ข้อดีช่วยรักษาคุณภาพเซลล์ไขมันและลดการกระทบกระเทือนต่อเนื้อเยื่อช่วยให้ไขมันแตกตัวก่อนดูดดูดไขมันได้ต่อเนื่อง ควบคุมทิศทางได้ดีควบคุมทิศทางได้ดี ลดไขมันพร้อมช่วยดูแลความกระชับของผิวในขั้นตอนเดียวช่วยเพิ่มความกระชับของผิวหลังดูดไขมัน
ข้อควรพิจารณาไม่เหมาะกับไขมันพังผืดหนามาก และอาจมีแผลเล็กในบริเวณอื่นต้องควบคุมการใช้พลังงานอย่างเหมาะสม และไม่สามารถนำไขมันไปใช้เติมเต็มส่วนอื่นต่อได้ไม่มีพลังงานความร้อนช่วยกระชับผิวในตัวไม่เหมาะกับการนำไขมันไปฉีดเติมเต็มต่อต้องทำควบคู่กับเครื่องดูดไขมัน (ดูดไขมันเองไม่ได้)
การพักฟื้น1-2 วัน (ขึ้นอยู่กับรายบุคคล)1-3 วัน (ขึ้นอยู่กับรายบุคคล)3-7 วัน (ขึ้นอยู่กับรายบุคคล)3-7 วัน (ขึ้นอยู่กับรายบุคคล)3-5 วัน (ขึ้นอยู่กับรายบุคคล)
ผลลัพธ์สัดส่วนลดลง พร้อมได้ไขมันคุณภาพสูงไปเติมจุดอื่นสัดส่วนลดลงอย่างเรียบเนียน ไม่เป็นคลื่นขรุขระสัดส่วนลดลง พร้อมผิวที่เรียบตึง กระชับ ไม่ย้วยลดไขมันพร้อมช่วยให้ผิวดูกระชับมากขึ้นช่วยเสริมความกระชับของผิวหลังดูดไขมัน

ทำไมปัจจุบันการดูดไขมันจึงนิยมใช้หลายเทคโนโลยีร่วมกัน

การดูดไขมันในปัจจุบันไม่ได้มีเป้าหมายแค่การกำจัดไขมันออกเพียงเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการปรับรูปร่างให้ได้สัดส่วน ความเรียบเนียนของผิว และการฟื้นตัวหลังทำ ด้วยเหตุนี้ แพทย์จึงมักวางแผนการรักษาโดยเลือกใช้เครื่องดูดไขมันหลายเทคโนโลยีร่วมกัน เพื่อให้แต่ละเทคโนโลยีทำหน้าที่ในส่วนที่แตกต่างกันและเสริมประสิทธิภาพซึ่งกันและกัน

การผสานหลายเทคโนโลยีจึงกลายเป็นมาตรฐานใหม่ที่แพทย์เลือกใช้ในการดูดไขมัน เช่น การใช้โปรแกรม MicroAire PAL เพื่อสลายชั้นไขมันที่หนาแน่นและพังผืดได้อย่างรวดเร็ว ควบคู่กับการใช้โปรแกรม BodyTiite Pro หรือ J Plasma เพื่อเก็บผิวหนังให้ยกกระชับเรียบตึง ไม่เกิดปัญหาผิวเหลวย้วยหลังดูด หรือการใช้โปรแกรม Body-Jet เก็บเซลล์ไขมันคุณภาพสูงร่วมกับการใช้โปรแกรม Ultra Z เพื่อเก็บรายละเอียดบริเวณผิวชั้นตื้น ซึ่งการทำงานร่วมกันเช่นนี้ช่วยลดบอบช้ำ ลดเวลาการทำหัตถการ และส่งมอบผลลัพธ์หุ่นสวยที่ลีน กระชับ เข้ากับสรีระของแต่ละบุคคล

เลือกเครื่องดูดไขมันอย่างไรให้เหมาะกับปัญหา

การเลือกเครื่องดูดไขมันที่ถูกต้อง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเครื่องไหนดีสุด แต่ขึ้นอยู่กับว่าเทคโนโลยีใดตอบโจทย์ปัญหาเรือนร่างของเรา โดยแพทย์มักโดยพิจารณาจาก 5 ปัจจัยสำคัญ ดังต่อไปนี้

ปริมาณไขมัน

ปริมาณไขมันเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการเลือกเครื่องดูดไขมัน หากมีไขมันสะสมในปริมาณมากหรือมีความหนาแน่น แพทย์อาจพิจารณาเลือกเทคโนโลยีที่ช่วยให้การแยกหรือกำจัดไขมันมีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะที่ผู้ที่มีไขมันเฉพาะจุดในปริมาณไม่มาก อาจใช้เทคโนโลยีที่เน้นความละเอียดในการปรับรูปร่างแทน ทั้งนี้ การเลือกเทคโนโลยีจะขึ้นอยู่กับการประเมินร่วมกับลักษณะของไขมันในแต่ละบริเวณ ไม่ได้พิจารณาจากปริมาณเพียงอย่างเดียว

ความหย่อนคล้อย

การประเมินสภาพผิวมีความสำคัญไม่แพ้การประเมินไขมัน เพราะหลังดูดไขมัน ผิวหนังจำเป็นต้องหดตัวให้แนบกับรูปร่างใหม่ หากมีปัญหาผิวหย่อนคล้อยหรือความยืดหยุ่นของผิวลดลง แพทย์อาจพิจารณาใช้เทคโนโลยีที่ช่วยดูแลความกระชับของผิวร่วมกับการดูดไขมัน เพื่อให้ผลลัพธ์มีความเรียบเนียนและสมดุลมากยิ่งขึ้น

บริเวณที่ต้องการดูด

ตำแหน่งของไขมันก็มีผลต่อการเลือกเครื่องดูดไขมันเช่นกัน เนื่องจากแต่ละบริเวณมีความหนาของชั้นไขมัน ความยืดหยุ่นของผิว และรายละเอียดของสรีระแตกต่างกัน บางบริเวณอาจต้องอาศัยความละเอียดในการปรับสัดส่วน ขณะที่บางบริเวณอาจมีไขมันสะสมค่อนข้างหนาแน่น การเลือกเทคโนโลยีจึงต้องสอดคล้องกับลักษณะของบริเวณที่รักษา เพื่อให้แพทย์สามารถออกแบบสัดส่วนได้อย่างเหมาะสม

ระยะเวลาพักฟื้น

ดูดไขมันพักฟื้นกี่วัน แม้เทคโนโลยีที่ใช้จะมีผลต่อประสบการณ์หลังทำ แต่ระยะเวลาพักฟื้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับเครื่องดูดไขมันเพียงอย่างเดียว ยังขึ้นอยู่กับปริมาณไขมันที่ดูดออก จำนวนตำแหน่งที่รักษา เทคนิคการผ่าตัด และการดูแลตัวเองหลังทำร่วมด้วย ดังนั้น ผู้ที่มีข้อจำกัดเรื่องเวลาควรแจ้งแพทย์ตั้งแต่ช่วงวางแผนการรักษา เพื่อให้สามารถเลือกแนวทางที่เหมาะสมกับการใช้ชีวิตได้

เป้าหมายของผลลัพธ์

ก่อนเลือกเทคโนโลยี ควรพิจารณาให้ชัดเจนว่าต้องการผลลัพธ์ในด้านใด เช่น ต้องการลดไขมันเฉพาะจุด ปรับรูปร่างให้ได้สัดส่วน เพิ่มความเรียบเนียนของผิว หรือดูแลความกระชับของผิวร่วมด้วย เนื่องจากแต่ละเทคโนโลยีมีบทบาทแตกต่างกัน ในหลายกรณีแพทย์อาจเลือกใช้มากกว่าหนึ่งเทคโนโลยีร่วมกัน เพื่อให้ผลลัพธ์ตอบโจทย์ทั้งการกำจัดไขมันและคุณภาพของผิวได้อย่างเหมาะสม

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเครื่องดูดไขมัน (FAQs)

เครื่องดูดไขมันแบบไหนดีสุด?

ไม่มีเครื่องดูดไขมันชนิดใดที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน เพราะแต่ละเทคโนโลยีถูกออกแบบมาให้เหมาะกับปัญหาที่แตกต่างกัน การเลือกเครื่องที่เหมาะสมควรอาศัยการประเมินของแพทย์ โดยพิจารณาจากปริมาณไขมัน สภาพผิว บริเวณที่ต้องการรักษา และผลลัพธ์ที่คาดหวัง

ดูดไขมันเจ็บไหม ระหว่างการดูดไขมัน ผู้เข้ารับบริการจะได้รับยาชาหรือยาระงับความรู้สึกตามแผนการรักษา จึงแทบไม่รู้สึกเจ็บขณะทำ หรืออาจรู้สึกตึง ๆ ผิวเล็กน้อย  โดยหลังทำอาจมีอาการปวดตึง บวม หรือระบมบริเวณที่รักษา ซึ่งมักค่อย ๆ ดีขึ้นตามระยะเวลาการฟื้นตัวและการดูแลหลังทำ

หากมีเป้าหมายในการดูแลความกระชับของผิว เทคโนโลยีอย่างโปรแกรม BodyTite Pro และ J Plasma มักถูกนำมาใช้ร่วมกับการดูดไขมัน เนื่องจากช่วยส่งเสริมการหดตัวของเนื้อเยื่อและกระตุ้นการสร้างเส้นใยคอลลาเจน อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้เทคโนโลยีควรขึ้นอยู่กับระดับความหย่อนคล้อยและการประเมินของแพทย์เป็นสำคัญ

แชร์ :

สรุป เครื่องดูดไขมัน

เครื่องดูดไขมันในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่แค่การกำจัดไขมันเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นศาสตร์ของการปรับรูปร่างที่ต้องอาศัยเทคโนโลยีและทักษะของแพทย์ การทำความเข้าใจหลักการทำงานของเครื่องดูดไขมันแต่ละชนิด ไม่ว่าจะเป็นระบบ Water-jet, Ultrasound, RF หรือระบบ PAL จะช่วยให้เราเห็นภาพได้อย่างชัดเจนว่าแต่ละเทคโนโลยีมีจุดเด่นและข้อควรพิจารณาอย่างไร ทั้งในด้านความอ่อนโยน การกระชับผิว และประสิทธิภาพในการแยกเซลล์ไขมัน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงกับความต้องการมากเท่าที่จะเป็นไปได้

กรอกฟอร์ม ปรึกษาหมอ ฟรี!

Thank You!

You details has been successfully submitted. Thanks!

ขอบคุณ!

ข้อมูลของคุณถูกส่งเรียบร้อยแล้ว 

ขอบคุณข้อเสนอแนะติชม