โปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตา บอกลาตาคล้ำ ร่องลึก คืนความสดใสที่ AM International Hospital

ฟิลเลอร์ใต้ตาอยู่ได้กี่เดือน

ดวงตาเป็นอวัยวะสำคัญที่สะท้อนความสดใสและความอ่อนเยาว์ให้กับใบหน้า แต่ทว่าหลายคนมักเผชิญปัญหาใต้ตาลึก มีความหมองคล้ำ โปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตาจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่หลายคนให้ความสนใจ เพราะมันช่วยเติมเต็มร่องลึกและปรับผิวบริเวณใต้ตาให้ดูเรียบเนียนและสดใสขึ้น ซึ่งผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นมักเห็นได้ค่อนข้างเร็ว และไม่ต้องพักฟื้นนาน จึงตอบโจทย์คนที่ต้องการแก้ไขปัญหาแบบรวดเร็วโดยไม่ต้องผ่าตัด

ที่ AM International Hospital เราให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์ปัญหาและให้ข้อมูลอย่างละเอียดก่อนเข้ารับหัตถการ เพราะเราเชื่อว่าความสวยต้องมาพร้อมความเข้าใจและความเหมาะสมในแต่ละบุคคล

เลือกอ่านตามหัวข้อด้านล่าง

ทำความรู้จัก "โปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตา" คืออะไร ทำไมถึงได้รับความนิยม

โปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตา คือ การฉีดสารประเภท Hyaluronic Acid (HA) เข้าไปในชั้นผิวเพื่อแก้ไขปัญหาใต้ตาลึก ร่องน้ำตา หรือความหมองคล้ำใต้ตาในบางประเภท ซึ่งสารเติมเต็มที่จะเข้าไปเพิ่มปริมาตร ทำให้ร่องลึกดูตื้นขึ้น ผิวใต้ตากลับมาเรียบเนียนและดูกระจ่างใสขึ้น โดยไม่ต้องผ่าตัด และตัวสารยังสามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ ถือเป็นหัตถการที่ช่วยฟื้นฟูปัญหาใต้ตาที่เห็นผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นได้อย่างชัดเจนและรวดเร็ว 

โดยการทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาในแต่ละชั้นจะช่วยแก้ไขปัญหาที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งจะแบ่งเป็น 2 ชั้นหลัก ๆ ได้แก่ ชั้นลึกที่เน้นการเติมเต็มกระดูกและไขมันที่ยุบตัวหรือสลายตัวลง และชั้นตื้นสำหรับเน้นการเติมเต็มริ้วรอยหรือปรับผิวให้ดูเรียบเนียน ข้อดีของการแก้ไขปัญหาใต้ตาด้วยโปรแกรมฟิลเลอร์คือผลลัพธ์ที่ได้จะดูเป็นธรรมชาติ และแก้ไขได้ง่ายหากยังไม่พึงพอใจในผลลัพธ์

เจาะลึกประเภทสารเติมเต็ม (Filler) ที่เหมาะกับผิวใต้ตามากที่สุด

ผิวบริเวณใต้ตาเป็นจุดที่บอบบางที่สุดของใบหน้า ทั้งบาง มีเส้นเลือดอยู่ใกล้ผิว และเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ง่ายตามวัย การเลือกประเภทของสารเติมเต็มที่เหมาะสมจึงเป็นส่วนสำคัญของโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ ลดความเสี่ยง และแก้ปัญหาได้ตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นร่องลึก ใต้ตาคล้ำ หรือใต้ตาลึก

ชนิดของฟิลเลอร์

ทำไมต้องเป็นสารกลุ่ม Hyaluronic Acid (HA) สำหรับใต้ตา?

Hyaluronic Acid (HA) เป็นสารที่มีอยู่ตามธรรมชาติในผิว ทำหน้าที่อุ้มน้ำและช่วยพยุงโครงสร้างผิว เมื่อใช้เป็นฟิลเลอร์จึงมีคุณสมบัติเด่นที่เหมาะกับบริเวณใต้ตาอย่างมาก ได้แก่

  • เนื้อสัมผัสนุ่มและยืดหยุ่นสูง ช่วยเติมเต็มร่องลึกโดยไม่ทำให้ผิวดูแข็งหรือเป็นคลื่น
  • กระจายตัวได้ดี ลดความเสี่ยงของการเกิดปัญหาฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วเป็นก้อน
  • สามารถสลายได้ หากผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามที่ต้องการ แพทย์สามารถแก้ไขได้ เพิ่มความปลอดภัยในระยะยาว
  • ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวใต้ตา ทำให้ผิวดูอิ่มฟู สดใส ไม่แห้งกร้าน ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ ทำให้สารเติมเต็มฟิลเลอร์กลุ่ม HA จึงเป็นตัวเลือกหลักสำหรับการฉีดใต้ตา โดยเฉพาะในผู้ที่กังวลเรื่องหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วบวม หรืออยากได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ ฉีดแล้วไม่เป็นก้อน

ความแตกต่างของเนื้อฟิลเลอร์ในการแก้ปัญหาแต่ละจุด

แม้จะเป็นสารเติมเต็มฟิลเลอร์กลุ่ม HA เหมือนกัน แต่ “เนื้อฟิลเลอร์” มีความแตกต่างกัน และเหมาะกับปัญหาใต้ตาที่ไม่เหมือนกัน

  • เนื้อละเอียดมาก (Soft / Low G’) หมาะกับผู้ที่มีผิวใต้ตาบาง ใต้ตาคล้ำ หรือมีริ้วเล็ก ๆ ฟิลเลอร์ชนิดนี้ช่วยปรับผิวให้เรียบเนียน ลดเงาใต้ตา โดยไม่ทำให้เห็นขอบฟิลเลอร์หลังฉีด
  • เนื้อนุ่มปานกลาง (Medium G’) ใช้ในกรณีที่มีร่องใต้ตาชัด หรือใต้ตาตอบเล็กน้อย ให้การพยุงผิวได้ดีขึ้น แต่ยังคงความเป็นธรรมชาติ ผลลัพธ์มักเห็นการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างเร็ว จึงตอบคำถามที่หลายคนสงสัยว่า หลังทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ใต้ตากี่วันเห็นผล ซึ่งโดยทั่วไปจะเห็นการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่หลังฉีด และเข้าที่มากขึ้นภายใน 1–2 สัปดาห์
  • เนื้อที่มีความคงรูปสูง (Higher G’) โดยปกติจะไม่เลือกใช้กับผิวใต้ตาโดยตรง เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นก้อนหรือเห็นขอบสารเติมเต็มฟิลเลอร์ได้ง่าย เนื้อประเภทนี้เหมาะกับการเสริมโครงสร้างในจุดอื่นของใบหน้า เช่น คางหรือกรอบหน้ามากกว่า

โปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตา เหมาะกับใครบ้าง?

โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นหัตถการที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาเหล่านี้

  • ผู้ที่มีร่องน้ำตา หรือร่องใต้ตาที่ชัดเจน ทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้าหรือมีอายุ
  • ผู้ที่มีปัญหาใต้ตาคล้ำจากโครงสร้างกระดูกที่ยุบตัวลง
  • ผู้ที่มีถุงใต้ตาเล็กน้อย หรือผิวใต้ตาดูไม่เรียบเนียน
  • ผู้ที่ต้องการปรับปรุงใบหน้าโดยรวมให้ดูสดใส โดยไม่ต้องผ่าตัด

ใครบ้างที่ไม่เหมาะกับการฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตา?

ถึงแม้ว่าโปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตาจะเป็นหัตถการที่ให้ความปลอดภัย และสามารถแก้ไขปัญหาใต้ตาได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ก็มีข้อควรพิจารณาสำหรับบุคคลบางกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็น

  • สตรีมีครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร
  • ผู้ที่มีประวัติแพ้สารประกอบในโปรแกรมฟิลเลอร์
  • ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย หรือโรคเลือดออกง่าย
  • ผู้ที่มีการอักเสบหรือติดเชื้อบริเวณที่ต้องการฉีด

ปัญหาใต้ตาที่โปรแกรมฟิลเลอร์ช่วยได้ และสาเหตุที่แท้จริง

ปัญหาใต้ตา ไม่ว่าจะเป็นความหมองคล้ำ ร่องลึก หรือถุงใต้ตา ล้วนเป็นสิ่งที่ทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้า ไม่สดใส หลายครั้งที่คนส่วนใหญ่มักแก้ปัญหาด้วยการพักผ่อนให้เพียงพอหรือใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว แต่ก็ไม่เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน นั่นอาจเป็นเพราะว่าปัญหาที่เกิดขึ้นมีความซับซ้อนมากกว่าที่คิด และการแก้ไขปัญหาด้วยโปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตา อาจเป็นทางออกที่ช่วยคืนความสดใสให้กับดวงตาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ปัญหาใต้ตาคล้ำเหมือนแพนด้า 

สาเหตุหลัก ๆ ของปัญหาใต้ตาคล้ำเกิดจากหลายปัจจัยรวมกัน ไม่ว่าจะเป็น 

  • พันธุกรรม เป็นโครงสร้างของเส้นเลือดฝอยบริเวณใต้ตาที่อยู่ใกล้ผิวหนังเกินไป ทำให้มองเห็นความหมองคล้ำได้ง่ายกว่าปกติ
  • ภาวะภูมิแพ้ ทำให้เลือดไหลเวียนไม่ดี จึงมีส่วนที่ทำให้เกิดรอยคล้ำที่สะสมอยู่ใต้ตาได้ 
  • การพักผ่อนน้อย ก็ส่งผลให้เลือดไหลเวียนไม่ดี ผิวพรรณดูไม่สดใส และใต้ตาคล้ำขึ้น

ในกรณีที่ใต้ตาคล้ำจากผิวบางหรือมีร่องลึก โปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตาสามารถช่วยเติมเต็มชั้นใต้ผิว ทำให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น และลดการมองเห็นของเส้นเลือดใต้ผิวหนัง ส่งผลให้รอยคล้ำดูจางลง แต่หากรอยคล้ำเกิดจากเม็ดสี (Hyperpigmentation) โปรแกรมฟิลเลอร์อาจมีส่วนช่วยได้น้อยและควรใช้วิธีอื่นร่วมด้วย เช่น โปรแกรมเลเซอร์หรือการใช้ครีมบำรุงผิวเฉพาะจุด

ปัญหาร่องน้ำตาลึก ใต้ตาโหล ดูอิดโรย 

พออายุมากขึ้นร่างกายก็จะมีการเปลี่ยนแปลงได้เห็นได้ชัดบริเวณใบหน้า หนึ่งในนั้นก็คือ การยุบตัวของกระดูกและไขมันโดยเฉพาะบริเวณใต้ตา โดยไขมันที่แต่ก่อนเคยพยุงผิวไว้ก็จะค่อย ๆ ลดน้อยลง ส่งผลให้กระดูกเบ้าตาเกิดการทรุดตัวลง ทำให้เกิดเป็นร่องลึก หรือที่หลายคนเรียกกันว่าร่องน้ำตา ทำให้ใบหน้าดูโทรม อิดโรย หรือมีอายุ

ซึ่งโปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตาสามารถช่วยได้โดยการฉีดสารเติมเต็มเข้าไปในตำแหน่งที่เป็นร่องน้ำตา เพื่อชดเชยปริมาตรที่หายไป ทำให้ผิวในบริเวณดังกล่าวดูตื้นขึ้น ไม่เป็นแอ่ง ลดความลึกของร่องน้ำตา ทำให้ใบหน้าโดยรวมดูสดใส อ่อนเยาว์ และลดความเหนื่อยล้าลงได้อย่างชัดเจน

ปัญหาถุงใต้ตาเทียม (Pseudo Bags)

ถุงใต้ตาเทียม หรือ Pseudo Bags คือภาวะที่เนื้อเยื่อใต้ตาหย่อนคล้อยลง ทำให้ใต้ตาดูนูน ๆ คล้ายถุง แต่มันไม่ใช่ไขมันสะสมเหมือนถุงใต้ตาแท้ (True Bags) ซึ่งมักเกิดจากพันธุกรรมหรืออายุที่มากขึ้น ซึ่งความแตกต่างคือถุงใต้ตาแท้จะมีไขมันสะสมอยู่จริงและมักเป็นรอยนูนขึ้นมาตลอดเวลา แต่ถุงใต้ตาเทียมจะเกิดจากการหย่อนคล้อยของผิว อาจเห็นได้ชัดเมื่อผิวขาดความยืดหยุ่น แห้ง หรือเวลายิ้ม

ถึงแม้ว่าโปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตาจะไม่สามารถจัดการถุงใต้ตาเทียมได้โดยตรง แต่มีส่วนช่วยอำพรางใต้ตาให้ดูดีขึ้นได้ ด้วยการฉีดสารเติมเต็มเข้าไปในบริเวณที่เป็นร่องอยู่ใต้ถุงใต้ตาเทียม ช่วยปรับระดับความแตกต่างของผิวให้ดูเรียบเนียนขึ้น ทำให้ถุงใต้ตาเด่นน้อยลง ไม่เป็นชั้นหรือนูนออกมามากนัก

ปัญหาริ้วรอยเล็ก ๆ รอบดวงตา 

สาเหตุของริ้วรอยเล็ก ๆ บริเวณรอบดวงตา มักเกิดจากการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อรอบดวงตา เช่น การยิ้ม การหรี่ตา หรือการแสดงสีหน้าต่าง ๆ รวมไปถึงปัจจัยภายนอก เช่น แสงแดด หรือผิวที่ขาดความชุ่มชื้น ทำให้รอบดวงตาซึ่งเป็นบริเวณที่มีความบอบบางอยู่แล้วเกิดเป็นริ้วรอยขึ้นได้ง่าย

โปรแกรมฟิลเลอร์จึงมีส่วนช่วยแก้ไขปัญหาริ้วรอยเล็ก ๆ รอบดวงตาได้ โดยเฉพาะริ้วรอยที่เกิดจากผิวที่ขาดความยืดหยุ่น หรือจากการยุบตัวลงของเนื้อเยื่อ ซึ่งเมื่อฉีดสารเติมเต็ม HA เข้าไปแล้ว ตัวสารจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและเติมเต็มปริมาตรให้กับผิว ทำให้ผิวดูอิ่มฟูและเรียบเนียนขึ้น ริ้วรอยเล็ก ๆ ดูจางลง

แต่หากเป็นริ้วรอยลึกจากการทำงานของกล้ามเนื้อ อาจต้องพิจารณาการรักษาด้วยวิธีอื่น เช่น การทำโปรแกรมโบท็อกซ์ 

การฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตาต่างจากการทำดอลลี่อายอย่างไร

หลายคนอาจเกิดความสับสนว่าโปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตากับการทำดอลลี่อายต่างกันยังไง ? เนื่องจากทั้งสองหัตถการเป็นการปรับบริเวณรอบดวงตาที่คล้าย ๆ กัน แต่จริง ๆ แล้วทั้งสองหัตถการนี้มีวัตถุประสงค์ ตำแหน่งที่ฉีด และให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน โดยมีรายละเอียดดังนี้

คุณสมบัติ

โปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตา

ดอลลี่อาย (Dolly Eyes)

วัตถุประสงค์

แก้ปัญหาใต้ตาลึก หมองคล้ำ ใต้ตาโหล

เพิ่มความนูนให้ขอบตาล่าง ให้ดวงตาดูน่ารักสดใส

ตำแหน่งที่ฉีด

ชั้นผิวลึกหรือขั้นไขมันใต้ตา

ชั้นผิวตื้น ใต้ผิวหนังขอบตาล่าง

ปริมาณสารเติมเต็มที่ใช้

ใช้ปริมาณที่เหมาะสมกับการเติมเต็มร่องลึกและปริมาตรที่ขาดหายไป

ใช้ปริมาณน้อยมาก เน้นสร้างลักษณะนูนเล็กๆ

เหมาะกับใคร

ผู้ที่มีปัญหาใต้ตาชัดเจน

ผู้ที่ต้องการเพิ่มความน่ารัก หรือเพิ่มถุงใต้ตาเทียม

ผลลัพธ์

ใต้ตาเรียบเนียน, สดใส, ใบหน้าอ่อนเยาว์

ดวงตาดูโต, กลม, มีมิติ, ให้ความรู้สึกน่ารัก

ความปลอดภัยของการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ที่ AM International Hospital

เทคนิค triple layer lift ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
โปรแกรม the ultimate pre-assesment ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นหัตถการที่ต้องอาศัยทักษะและความแม่นยำ ซึ่งที่ AM International Hospital ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยตั้งแต่การประเมินปัญหาเฉพาะบุคคล ไปจนถึงการเลือกเทคนิคการฉีดที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับผิวใต้ตาซึ่งเป็นบริเวณบอบบาง

หนึ่งในจุดเด่นคือ “เทคนิค Triple Layer Lift” ซึ่งเป็นการฉีดสารเติมเต็มแบบวางแผนตามระดับความลึกของชั้นผิว ซึ่งแพทย์จะพิจารณาโครงสร้างใต้ตาในแต่ละเลเยอร์แล้วเติมเต็มอย่างสมดุล ช่วยพยุงผิวจากด้านใน ลดแรงดันที่ผิวชั้นบน จึงช่วยลดโอกาสเกิดอาการบวม เห็นขอบฟิลเลอร์ หรือปัญหาหลังทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วเป็นก้อน

นอกจากนี้ โรงพยาบาลเลือกใช้เฉพาะ “สารเติมเต็มฟิลเลอร์แท้ที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน” มีหลากหลายแบรนด์ให้เลือกตามสภาพผิวและปัญหา พร้อมการแกะกล่องให้ดูต่อหน้าและให้ผู้เข้ารับบริการนำกลับบ้าน เพื่อเช็กผลิตภัณฑ์จากบริษัทผู้ผลิต-นำเข้า ซึ่งจะช่วยให้มั่นใจได้ในมาตรฐานของผลิตภัณฑ์สารเติมเต็มที่ใช้ 

รวมถึงก่อนเข้ารับการรักษามีการประเมินด้วย “โปรแกรม The Ultimate Pre-Assessment” เพื่อวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้าอย่างละเอียด ช่วยให้การทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นไปอย่างปลอดภัย มีการแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกจุด และได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

ขั้นตอนการฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตาที่ AM International Hospital

AM International Hospital ให้บริการโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาโดยทีมแพทย์ที่มีความรู้ ความเข้าใจ มีทักษะและประสบการณ์ในด้านการรักษา พร้อมผสานการใช้เทคนิค Triple Layer Lift ซึ่งเป็นการฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ทั้งหมด 3 ชั้นผิว คือชั้นเหนือกระดูก ชั้นไขมัน และชั้นใต้ผิวหนัง เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ได้ดูเป็นธรรมชาติ ให้ความปลอดภัย และยังคงความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะบุคคลเอาไว้ โดยมีขั้นตอนการให้บริการ ดังนี้

การปรึกษาแพทย์และประเมินปัญหา 

ในขั้นตอนแรกผู้เข้ารับบริการสามารถเข้ามาพูดคุยกับแพทย์ เกี่ยวกับปัญหาและความต้องการในผลลัพธ์ โดยแพทย์จะประเมินโครงสร้างใบหน้า พร้อมวางแผนการรักษาเลือกปริมาณ ชนิด และยี่ห้อที่เหมาะสมต่อการแก้ไขปัญหาใต้ตาที่เหมาะสมในแต่ละคน นอกจากนี้ทางโรงพยาบาลก็ยังมีการใช้โปรแกรมประเมินคุณภาพผิว (Visage AI) และโปรแกรมประเมินโครงสร้างผิว (Personalized 4D) แบบเฉพาะบุคคลก่อนทำการรักษา เพื่อให้แพทย์สามารถเข้าถึงปัญหาได้อย่างถูกจุดและมีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น

การเตรียมตัวก่อนฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตา 

  • หลีกเลี่ยงยา อาหารเสริม และสมุนไพรบางชนิดที่มีผลให้เลือดออกง่าย อย่างน้อย 7 วันก่อนฉีด
  • พักผ่อนให้เพียงพอก่อนการฉีดจะช่วยให้ร่างกายพร้อมและฟื้นตัวได้ดีขึ้น
  • งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24-48 ชั่วโมง
  • แจ้งให้แพทย์ทราบถึงประวัติการแพ้ยา แพ้อาหาร โรคประจำตัว หรือยาที่รับประทานอยู่เป็นประจำ 

ขั้นตอนระหว่างการฉีด 

  • ทำความสะอาดผิวและฆ่าเชื้อผิวหน้าและใต้ตา เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
  • แปะยาชาชนิดครีม หรือฉีดยาชาเฉพาะที่ เพื่อลดความรู้สึกไม่สบายระหว่างทำหัตถการ
  • แพทย์ทำการฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ตามแผนที่วางไว้ด้วยเข็มปลายทู่
  • หลังฉีดเสร็จแพทย์จะแนะนำการดูแลตัวเอง และข้อควรระวังหลังฉีดเพื่อผลลัพธ์ในระยะยาว

การดูแลตัวเองหลังฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตา 

  • สามารถประคบเย็นบริเวณที่ฉีดได้ เพื่อลดอาการบวมช้ำที่อาจเกิดขึ้นหลังฉีด
  • งดการจับ ลูบคลำ หรือกดนวดบริเวณที่ฉีดอย่างรุนแรงในช่วง 2-3 วันแรก
  • งดกิจกรรมที่ทำให้เกิดความร้อนสูง หรือการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 2 สัปดาห์
  • ควรพักผ่อนที่เพียงพอเพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวได้ดี
  • ดื่มน้ำเยอะ ๆ ช่วยให้สารเติมเต็มอุ้มน้ำได้ดี ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ และคงอยู่ได้นานขึ้น
  • แพทย์อาจนัดหมายเพื่อติดตามผลลัพธ์และประเมินความพึงพอใจหลังการรักษา

ข้อห้ามที่ควรระวังหลังฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตา

  • หลีกเลี่ยงการกด นวด หรือคลึงบริเวณใต้ตาในช่วง 1–2 สัปดาห์แรก เพื่อลดความเสี่ยงของปัญหาหลังทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วเป็นก้อน หรือเคลื่อนตัว
  • งดแต่งหน้ารอบดวงตาอย่างน้อย 24 ชั่วโมง และหลีกเลี่ยงการสัมผัสที่ไม่จำเป็น ช่วยลดการระคายเคืองและโอกาสเกิดการอักเสบ
  • หลีกเลี่ยงความร้อนสูง เช่น ซาวน่า อบไอน้ำ เลเซอร์ หรือทรีตเมนต์ที่ให้ความร้อนกับใบหน้า ประมาณ 2 สัปดาห์ 
  • งดออกกำลังกายหนัก และกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีดมากในช่วง 24–48 ชั่วโมงแรก เพื่อลดอาการบวมและรอยช้ำหลังฉีด
  • หลังทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา นอนตะแคงได้ไหม แนะนำให้หลีกเลี่ยงการนอนคว่ำหน้า และระมัดระวังการนอนตะแคงทับบริเวณใต้ตาในช่วงแรก

ผลลัพธ์หลังฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นอย่างไร อยู่นานแค่ไหน

โปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตา เป็นหัตถการที่เห็นผลค่อนข้างเร็วเมื่อเทียบกับวิธีแก้ปัญหาใต้ตาแบบอื่น แต่ระยะเวลาการคงผลลัพธ์จะแตกต่างกันไปตามหลายปัจจัย เช่น ชนิดของโปรแกรมฟิลเลอร์ เทคนิคการฉีด และสภาพผิวหรือการใช้ชีวิตของแต่ละคน ซึ่งจุดเด่นของโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาคือช่วยทำให้ใบหน้าดูสดใสขึ้น ลดความอิดโรย และช่วยให้ใต้ตาเรียบเนียนดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น

โปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตาเห็นผลเลยหรือไม่? กี่วันเห็นผลชัดเจน? 

หลังทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ส่วนใหญ่จะเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้นได้เลยหลังจากที่โปรแกรมฟิลเลอร์เข้าไปเติมเต็มร่องลึก ใต้ตาจะดูเต็มขึ้นและความหมองคล้ำลดลง แต่ยังอาจมีอาการบวมเล็กน้อยในช่วง 1-3 วันแรก และจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนในช่วงประมาณ 7-14 วัน หลังฉีด เพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่อาการบวมยุบลง และสารเติมเต็มเริ่มเข้าที่ ทำให้ใต้ตาเรียบเนียนและดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น 

โปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตา อยู่ได้นานไหม?

หลายคนมักมีคำถามว่าโปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตา อยู่ได้นานไหม? หลังทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาอยู่ได้กี่เดือน? สำหรับอายุของสารเติมเต็มที่ใช้ โดยส่วนใหญ่จะอยู่ได้ประมาณ 6-18 เดือน อย่างไรก็ตามบางปัจจัยก็อาจทำให้สารเติมเต็มสลายตัวได้เร็วขึ้น เช่น การเผาผลาญของร่างกายแต่ละคน พฤติกรรมการกดทับใบหน้า หรือการใช้ชีวิตกลางแจ้งเป็นประจำ เป็นต้น

ต้องฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตาซ้ำบ่อยแค่ไหน?

โดยปกติแล้วเมื่อโปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตาเริ่มสลายตัวไปตามธรรมชาติ เราจะสังเกตเห็นได้ว่าปัญหาใต้ตาเริ่มกลับมาปรากฏให้เห็นอีกครั้ง ซึ่งเราสามารถกลับเข้ามาปรึกษาแพทย์และฉีดซ้ำได้ เพื่อคงสภาพผลลัพธ์ใต้ตา สำหรับความถี่ในการฉีดครั้งต่อไปนั้นขึ้นอยู่กับระยะเวลาของสารเติมเต็มที่คงอยู่ในแต่ละคน หรือความต้องการของผู้เข้ารับบริการ บางรายอาจเติมเพียงเล็กน้อยก่อนที่สารเติมเต็มเดิมจะสลายทั้งหมด เพื่อคงความต่อเนื่อง โดยส่วนใหญ่แล้วจะอยู่ในช่วงประมาณปีละ 1 ครั้ง หรือตามคำแนะนำของแพทย์

เลือกโปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตายี่ห้อไหนดี แต่ละยี่ห้อต่างกันอย่างไร

การเลือกยี่ห้อโปรแกรมฟิลเลอร์ที่เหมาะสมสำหรับการฉีดบริเวณใต้ตาเป็นสิ่งสำคัญ เพราะบริเวณนั้นเป็นผิวที่ค่อนข้างบอบบางและมีความละเอียดอ่อนมาก การเลือกใช้โปรแกรมฟิลเลอร์ผิดประเภทอาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ไม่เป็นธรรมชาติหรือเกิดปัญหาตามมาได้ ดังนั้น การทำความเข้าใจเกี่ยวกับปัจจัยในการเลือกและคุณสมบัติของโปรแกรมฟิลเลอร์แต่ละยี่ห้อจึงเป็นสิ่งจำเป็น ซึ่งรายละเอียดมีดังนี้

 ปัจจัยในการเลือกยี่ห้อโปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตา

ในการเลือกโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา แพทย์จะพิจารณาจากปัจจัยสำคัญหลายประการ ไม่ว่าจะเป็น

  • คุณสมบัติของโปรแกรมฟิลเลอร์ สารเติมเต็มที่เหมาะสำหรับใต้ตาควรมีค่าความยืดหยุ่นและความสามารถในการเกาะตัวกันที่เหมาะสม ไม่แข็งหรือเหลวจนเกินไป เพื่อให้สารเติมเต็มสามารถกลืนไปกับเนื้อเยื่อใต้ตาได้ดูเป็นธรรมชาติ ไม่เป็นก้อน หรือทำให้เกิดการบวมน้ำมากเกินไป
  • ความหนาแน่นของโมเลกุล โปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตาควรเป็นชนิดที่มีโมเลกุลขนาดเล็กและมีความละเอียดสูง เพื่อลดโอกาสการเกิดก้อนหรือความไม่เรียบเนียนบริเวณใต้ผิวหนัง
  • ระยะเวลาคงอยู่ของผลลัพธ์ ผลิตภัณฑ์สารเติมเต็มแต่ละยี่ห้อและรุ่นมีระยะเวลาที่คงอยู่ในร่างกายแตกต่างกัน ซึ่งแพทย์จะพิจารณาจากความต้องการของผู้เข้ารับบริการ
  • การรับรองมาตรฐาน โปรแกรมฟิลเลอร์ที่เลือกใช้จะต้องผ่านการรับรองมาตรฐาน นำเข้ามาอย่างถูกต้อง เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อสุขภาพผิว
  • ปัญหาใต้ตาของผู้เข้ารับบริการ ปัญหาแต่ละบุคคลมีความแตกต่างกัน เช่น ร่องลึกมากน้อยแค่ไหน มีถุงใต้ตาเทียมหรือไม่ ดังนั้น แพทย์จะเลือกใช้สารเติมเต็มที่เหมาะสมกับลักษณะปัญหาเฉพาะบุคคล

แนะนำยี่ห้อโปรแกรมฟิลเลอร์ที่เหมาะสำหรับฉีดใต้ตา

การเลือกยี่ห้อและรุ่นของฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและทำให้เกิดความปลอดภัย โดยแพทย์จะพิจารณาจากคุณสมบัติของสารเติมเต็ม รวมถึงปัญหาใต้ตาที่แตกต่างกันของแต่ละบุคคล และนี่คือยี่ห้อห้องโปรแกรมฟิลเลอร์ที่ได้มาตรฐานและถูกนิยมนำมาฉีดแก้ไขปัญหาบริเวณใต้ตา

โปรแกรม Restylane (รุ่น Refyne / Defyne และ Vital Light)

โปรแกรม Restylane Refyne โปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตา Restylane รุ่น Refyne เหมาะสำหรับการแก้ไขริ้วรอยใต้ตาในระดับปานกลางที่ต้องการความละเอียด คงผลลัพธ์ได้ประมาณ 9-12 เดือน

    • โปรแกรม Restylane Defyne  เป็นเนื้อเจลแน่น ที่เหมาะแก่การช่วยพยุงโครงสร้างผิวได้ดี เช่น ผู้ที่มีร่องใต้ตาลึกมาก ให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ คงผลลัพธ์ได้ประมาณ 9-12 เดือน
    • Restylane Vital Light เหมาะสำหรับผู้ที่มี ร่องใต้ตาไม่ลึกมาก ต้องการปรับสภาพผิวใต้ตาให้ดูเรียบเนียน ชุ่มชื้น และลดความหมองคล้ำเล็กน้อย คงผลลัพธ์ได้ประมาณ 6-9 เดือน

โปรแกรม Juvederm (รุ่น Volbella / Volift)

โปรแกรม Juvederm Volbella เป็นรุ่นที่มีเนื้อละเอียดมาก เหมาะสำหรับเติมเต็มร่องตื้น ๆ หรือริ้วรอยเล็ก ๆ บริเวณใต้ตาให้ความเรียบเนียน และช่วยลดปัญหาการบวมน้ำได้ดี คงผลลัพธ์ได้ประมาณ 9-12 เดือน

    • โปรแกรม Juvederm Volift เหมาะสำหรับร่องลึกใต้ตาปานกลาง ช่วยยกกระชับและเติมเต็มปริมาตร ให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและเรียบเนียน คงผลลัพธ์ได้ประมาณ 12-18 เดือน

โปรแกรม Belotero (รุ่น Soft / Balance) 

โปรแกรม Belotero Soft เป็นสารเติมเต็มที่มีเนื้อเนียนละเอียด สามารถฉีดในชั้นผิวที่ค่อนข้างตื้นได้โดยไม่เป็นก้อน เหมาะสำหรับลดริ้วรอยเล็ก ๆ รอบดวงตา และเติมเต็มร่องตื้น ๆ ให้ผิวใต้ตาดูเรียบเนียนยิ่งขึ้น คงผลลัพธ์ได้ประมาณ 6-9 เดือน

    • โปรแกรม Belotero Balance เหมาะสำหรับร่องลึกใต้ตาปานกลาง ช่วยเติมเต็มปริมาตร

 โปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตาที่ได้มาตรฐานดูอย่างไร?

เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ที่เรานำมาฉีดบริเวณใต้ตาได้มาตรฐานหรือทำให้เกิดความปลอดภัยหรือไม่ เราควรพิจารณาจากสิ่งเหล่านี้

  • มีฉลากภาษาไทยและเลขทะเบียน โปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตาที่ได้มาตรฐานจะต้องมีสติกเกอร์และฉลากภาษาไทยกำกับ พร้อมระบุเลขทะเบียนอย่างชัดเจน
  • ตรวจสอบจากบริษัทผู้จัดจำหน่าย บางยี่ห้อสามารถสแกน QR Code หรือโทรสอบถามไปยังบริษัทผู้จัดจำหน่ายโดยตรงเพื่อตรวจสอบว่าเป็นโปรแกรมฟิลเลอร์จากบริษัทหรือไม่
  • กล่องโปรแกรมฟิลเลอร์และซีลป้องกันการเปิด โปรแกรมฟิลเลอร์ควรอยู่ในกล่องที่ปิดสนิท มีซีลป้องกันการเปิด และมีรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อย่างครบถ้วน
  • บรรจุภัณฑ์ในซองปลอดเชื้อ หลอดโปรแกรมฟิลเลอร์จะต้องถูกบรรจุอยู่ในซองปลอดเชื้อ และเปิดใช้งานต่อหน้าผู้เข้ารับบริการเท่านั้น
  • แพทย์ที่ทำหัตถการ แพทย์ผู้ฉีดควรเป็นแพทย์ที่มีใบประกอบวิชาชีพ มีความชำนาญ และประสบการณ์ในด้านโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาโดยเฉพาะ และสามารถให้คำแนะนำที่ถูกต้องได้

ปริมาณโปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตาที่ใช้ และราคา

โดยทั่วไปโปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตาจะใช้ประมาณ 1-2 CC/ต่อข้าง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ปริมาณของสารเติมเต็มที่ใช้ในแต่ละคนอาจไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับสภาพปัญหาใต้ตา เช่น ความลึกของร่องใต้ตา ความหมองคล้ำ หรือความยุบตัวของกระดูก ในบางรายที่มีปัญหาร่องลึกค่อนข้างมากแพทย์อาจประเมินการใช้มากกว่า 1 CC ต่อข้าง หรือค่อย ๆ เติมทีละน้อยเพื่อคงผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ

สำหรับค่าบริการโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาที่ AM International Hospital จะอยู่ที่ 8,900 บาท* (1 CC) ทั้งนี้ ราคาดังกล่าวอาจแตกต่างกันออกไปในแต่ละช่วงเวลา หรือตามปริมาณและยี่ห้อที่ฉีด อย่างไรก็ตามหากใครที่มีความสนใจเข้ารับบริการโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา หรือในบริเวณอื่น ๆ

ข้อควรรู้เกี่ยวกับการฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตา

ก่อนการตัดสินใจเข้ารับการโปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตา สิ่งที่หลายคนสงสัยหรือมีความกังวลคือข้อที่ควรรู้ ความอันตราย หรือผลข้างเคียงที่จะเกิดขึ้น ซึ่งที่ AM International Hospital เราเข้าใจความกังวลนี้ และพร้อมให้ข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับข้อที่ควรรู้ก่อนทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาอันตรายไหม?

การทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาไม่ใช่หัตถการที่เป็นอันตรายแต่อย่างใด หากฉีดโดยแพทย์ที่มีความรู้ ทักษะ และมีประสบการณ์ในด้านโปรแกรมฟิลเลอร์ เข้าใจในโครงสร้างผิว และสามารถเลือกใช้ชนิดรวมไปถึงปริมาณที่เหมาะสมต่อการแก้ไขปัญหาบริเวณใต้ตาได้อย่างเหมาะสม

แต่ในขณะเดียวกัน หากเข้ารับบริการกับสถานพยาบาลที่ไม่ได้มาตรฐาน ฉีดโดยแพทย์ที่ไม่มีความรู้ ขาดประสบการณ์ ไม่มีใบประกอบวิชาชีพ หรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ผ่านการรับรองคุณภาพและมาตรฐาน อาจก่อให้เกิดอันตรายหรือผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ตามมาได้

โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เจ็บไหม? 

โปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นหัตถการที่ให้ความรู้สึกเจ็บน้อย เนื่องจากแพทย์จะมีการทายาชาทิ้งไว้ก่อนฉีด อีกทั้งในสารเติมเต็มใบนางรุ่นและบางยี่ห้อยังมีส่วนผสมยาชารวมอยู่ในสารเติมเต็มด้วย ดังนั้นมันจึงมีส่วนช่วยบรรเทาอาการเจ็บขณะทำหัตถการได้

โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา บวมกี่วัน? 

หลังจากการทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา อาการบวมเป็นเรื่องปกติที่สามารถเกิดขึ้นได้ โดยทั่วไปจะมีอาการบวมเล็กน้อยถึงปานกลาง และมักจะเห็นได้ชัดเจนในช่วง 2-3 วันแรก ซึ่งหลังจากนั้นอาการบวมจะค่อยๆ ลดลงภายใน 5-7 วัน และเริ่มเข้าที่อย่างสมบูรณ์ในช่วง 1-2 สัปดาห์

โปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นก้อน เกิดจากอะไร? แก้ไขได้ไหม?

การที่โปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตาจับตัวเป็นก้อนหลังการฉีดนั้นเป็นผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ ส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากเทคนิคการฉีดที่ไม่เหมาะสม เช่น การฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ในชั้นผิวที่ตื้นเกินไป หรือฉีดในปริมาณที่มากเกินไปในจุดเดียว ทำให้สารเติมเต็มไม่สามารถกลืนไปกับเนื้อเยื่อใต้ตาได้อย่างเป็นธรรมชาติ

นอกจากนี้ การเลือกชนิดสารเติมเต็มที่ไม่เหมาะสมกับบริเวณใต้ตาที่บอบบาง เช่น ใช้โปรแกรมฟิลเลอร์ที่มีเนื้อแข็งเกินไป หรือการดูแลตัวเองหลังฉีดไม่ถูกต้อง เช่น การนวด กด หรือขยี้บริเวณที่ฉีดอย่างรุนแรง ก็อาจทำให้สารเติมเต็มเคลื่อนที่และเกิดปัญหาโปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นก้อนได้เช่นกัน

หากโปรแกรมฟิลเลอร์เป็นก้อน สามารถแก้ไขได้โดยให้แพทย์จะพิจารณาวิธีการที่เหมาะสม ถ้าเพิ่งฉีดหรือมีก้อนไม่ใหญ่มาก แพทย์อาจช่วยนวดคลึงเบาๆ เพื่อให้สารเติมเต็มกระจายตัว แต่หากเป็นก้อนชัดเจนหรือเกิดจากการใช้สารเติมเต็มชนิดที่ไม่เหมาะสม แพทย์จะใช้เอนไซม์ Hyaluronidase เข้าไปเพื่อสลายโปรแกรมฟิลเลอร์ที่เป็นก้อนนั้น

การทำโปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตาทำให้ตาบอดจริงหรือ?

เป็นเรื่องที่หลายคนมีความกังวลและถูกพูดถึงกันมาก ซึ่งต้องย้ำว่า “การทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ใต้ตามีความเสี่ยงที่จะทำให้ตาบอดได้จริง แต่เป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้น้อยมาก” สาเหตุหลักมาจากการที่แพทย์ฉีดสารเติมเต็มเข้าไปในหลอดเลือดแดงที่เชื่อมต่อไปยังเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงจอประสาทตาโดยไม่ตั้งใจ ทำให้เกิดการอุดตันของหลอดเลือดและส่งผลให้ตาบอดได้

เพื่อลดความเสี่ยงที่น้อยนิดนี้ สิ่งสำคัญคือการเลือกเข้ารับบริการกับแพทย์ที่มีความชำนาญและมีประสบการณ์ ในการฉีดสารเติมเต็มเป็นอย่างดี รวมถึงการเลือกสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน มีอุปกรณ์ที่สะอาด และแพทย์ต้องใช้เทคนิคการฉีดอย่างระมัดระวัง เช่น การใช้เข็มปลายทู่ (Cannula) ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการแทงทะลุเส้นเลือดได้

คำแนะนำจากทีมแพทย์ที่ AM International Hospital

ทุกขั้นตอน ตั้งแต่การวิเคราะห์ปัญหาอย่างละเอียดไปจนถึงการดูแลหลังทำ เพื่อให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ และให้ความปลอดภัยในทุก ๆ การรักษา นอกจากนี้ยังมีการให้ข้อมูลที่ถูกต้อง รวมไปถึงข้อควรระวัง และความสำคัญในการเลือกใช้บริการให้เกิดความปลอดภัย และได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพตามมา

ความสำคัญในการเลือกคลินิก และแพทย์ผู้ให้บริการ

การเลือกโปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตา เป็นหัตถการที่ต้องอาศัยความแม่นยำในการรักษา ดังนั้น เราไม่ควรมองแค่ราคาเป็นปัจจัยสำคัญ แต่ควรพิจารณาจากสิ่งเหล่านี้

  • คุณสมบัติของแพทย์ว่ามีประสบการณ์ด้านการฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์โดยเฉพาะหรือไม่
  • สถานพยาบาลต้องมีมาตรฐานทางการแพทย์ มีการใช้สารเติมเต็มที่ผ่านการรับรอง
  • มีการดูแลและให้คำแนะนำก่อนทำอย่างละเอียด 

สิ่งที่ควรแจ้งแพทย์ก่อนทำหัตถการ

เพื่อให้แพทย์สามารถวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสมและทำให้เกิดความปลอดภัย ก่อนใช้บริการโปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตาควรแจ้งข้อมูลที่สำคัญเหล่านี้

  • ประวัติสุขภาพและโรคประจำตัว
  • ประวัติการแพ้ยา แพ้อาหาร หรือสารชนิดต่าง ๆ 
  • ยาที่รับประทานอยู่เป็นประจำ รวมไปถึงอาหารเสริม
  • ประวัติการทำหัตถการความงามบริเวณใบหน้าและรอบดวงตา
  • ความคาดหวังในผลลัพธ์ที่ต้องการ

สัญญาณเตือนที่ควรกลับมาพบแพทย์โดยเร็ว

ถึงแม้ว่าโปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตาจะเป็นหัตถการที่พบผลข้างเคียงได้น้อย แต่หากเกิดอาการผิดปกติหลังฉีดควรกลับมาพบแพทย์โดยเร็ว ซึ่งสัญญาณเตือนที่ควรกลับมาพบแพทย์ ได้แก่

  • มีอาการปวดรุนแรง โดยเฉพาะอาการปวดที่ไม่ตอบสนองต่อยาแก้ปวด
  • ผิวมีสีคล้ำผิดปกติ หรือมีผิวซีดจาง อาจบ่งบอกถึงการอุดตันของเส้นเลือด
  • ตาพร่ามัว มองเห็นภาพไม่ชัด หรือมีการมองเห็นที่เปลี่ยนไป ถือเป็นสัญญาณอันตรายต่อรีบแก้ไข
  • มีอาการบวมแดงมากผิดปกติ มีไข้ และหนอง อาจบ่งบอกถึงอาการติดเชื้อหลังฉีด
  • สารเติมเต็มเป็นก้อน นูน แม้จะไม่อันตรายถึงชีวิต แต่ควรเข้ารับการแก้ไขโดยแพทย์

รีวิวโปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตาจากผู้ใช้บริการจริงที่ AM International Hospital

ภาพรีวิวหลังทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาที่ AM International Hospital จากผู้มาใช้บริการจริง จะเห็นได้ว่าก่อนทำโปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตา ใต้ตาดูหมองคล้ำและมีร่องลึกชัด ทำให้หน้าดูเหนื่อยตลอดเวลา โดยหลังฉีดเห็นความเปลี่ยนแปลงคือใต้ตาที่ดูเต็มขึ้น ผิวเรียบเนียน ร่องลึกดูตื้นลง และความหมองคล้ำก็ยังดูลดลง ด้วย ส่งผลให้ภาพรวมของใบหน้าดูสดใส มีชีวิตชีวา (*ผลการรักษาขึ้นอยู่กับรายบุคคล)

ราคาโปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตา และโปรโมชั่นสุดคุ้ม

สำหรับการทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ราคาอยู่ที่ 8,900 บาท* ทั้งนี้ราคาอาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ปัญหาใต้ตาของแต่ละบุคคล ปริมาณสารเติมเต็มฟิลเลอร์ที่ใช้ ชนิดและแบรนด์ของสารเติมเต็มฟิลเลอร์ รวมถึงเทคนิคการฉีดที่แพทย์เลือกใช้เพื่อให้เหมาะกับโครงสร้างใบหน้าและสภาพผิว

ก่อนเข้ารับการฉีด แพทย์จะทำการประเมินอย่างละเอียดเพื่อวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล ช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและปลอดภัย พร้อมแนะนำโปรแกรมและงบประมาณที่เหมาะสม โดยไม่ใช้สารเติมเต็มฟิลเลอร์เกินความจำเป็น

สำหรับโปรโมชั่นโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาอาจมีการปรับเปลี่ยนตามช่วงเวลา แนะนำสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกับเจ้าหน้าที่ของ AM International Hospital เพื่อรับข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และเหมาะสมกับความต้องการของแต่ละบุคคล

ตารางเปรียบเทียบราคาฟิลเลอร์ใต้ตาแต่ละรุ่น

ยี่ห้อและรุ่นสารเติมเต็ม

จุดเด่น / เหมาะกับใต้ตาแบบไหน

ราคา / 1 CC

TEOSYAL Redensity 1

เนื้อบางละเอียด เหมาะกับใต้ตาคล้ำ ใต้ตาตื้น ผิวบาง

13,900 บาท

RESTYLANE Vital Light

เติมความชุ่มชื้น ลดริ้วเล็ก ๆ ใต้ตา ผิวบางมาก

13,900 บาท

BELOTERO Revive

ฟื้นฟูผิวใต้ตา เนียนใส ลดรอยคล้ำ

16,900 บาท

TEOSYAL Redensity 2

ใต้ตาลึกปานกลาง มีร่องชัด ต้องการความฟูแบบเป็นธรรมชาติ

16,900 บาท

Revolax Fine

ใต้ตาตื้น ต้องการปรับผิวเรียบ ราคาคุ้มค่า

16,900 บาท

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา (FAQ)

Q: โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เจ็บไหม?

โดยทั่วไปอาจรู้สึกเจ็บเพียงเล็กน้อย เพราะก่อนฉีดแพทย์จะใช้ยาทาเพื่อบรรเทาอาการ รวมไปถึงสารเติมเต็มในแต่ละยี่ห้อยังมียาชาผสมอยู่ในปริมาณที่เหมาะสมด้วย

หลังทำโปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตาอาจมีอาการบวมเล็กน้อยช่วง 1-3 วันแรก ในบางคนอาจยุบเข้าที่ภายใน 7 วัน โดยอาการบวมจะต่างกันไปตามสภาพผิว ปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้ และเทคนิคการฉีดของแพทย์

ราคาจะขึ้นอยู่กับยี่ห้อโปรแกรมฟิลเลอร์และปริมาณที่ใช้ ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ประมาณ 8,900 บาทต่อ 1 CC ซึ่งเพียงพอสำหรับแก้ปัญหาใต้ตาในคนส่วนใหญ่ ถ้าใช้มากกว่านี้ราคาจะคำนวณตามซีซีที่เพิ่มขึ้น

ไม่มี “ยี่ห้อที่ดีสุด” เพียงยี่ห้อเดียว เพราะแพทย์ต้องพิจารณาเลือกตามปัญหาและสภาพผิวแต่ละคน แต่โปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตาที่ได้มาตรฐานและนิยมนำมาฉีด ได้แก่ โปรแกรม Restylane, โปรแกรม Juvederm, โปรแกรม Belotero เพราะเนื้อเจลมีความละเอียด นิ่ม และลดโอกาสเป็นก้อนใต้ชั้นผิว ทั้งนี้ทั้งนั้น ก่อนฉีดแนะนำให้แพทย์ประเมินก่อนเลือกยี่ห้อ

หากผู้เข้ารับบริการต้องการฉีดเพิ่มเพื่อคงสภาพผลลัพธ์ สามารถกลับมาฉีดใหม่ได้หลังจากครั้งแรกประมาณ 1 ปี แต่อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาของแต่ละคนไม่เท่ากัน สามารถกลับเข้ามาพบแพทย์ เพื่อให้แพทย์ประเมินการรักษาที่เหมาะสมได้

ส่วนใหญ่แล้วโปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตาจะใช้ประมาณ 0.5 – 1 CC ต่อข้าง หรือรวม 1 – 2 CC ทั้งสองข้าง แต่สำหรับคนที่ร่องลึกมากอาจต้องเติมเพิ่มตามดุลยพินิจแพทย์ ซึ่งการฉีดมักเริ่มทีละน้อยเพื่อเลี่ยงอาการบวมและให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ

ถ้าฉีดโดยแพทย์ที่มีความรู้และประสบการณ์ในด้านโปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตาถือว่าเป็นการรักษาที่ให้ความปลอดภัย ปัจจัยสำคัญคือแพทย์ต้องเข้าใจโครงสร้างกายวิภาคใต้ตาที่มีความซับซ้อน และใช้โปรแกรมฟิลเลอร์ที่ได้มาตรฐาน เพื่อลดความเสี่ยงเรื่องก้อนแข็ง การอุดตันของหลอดเลือด หรือผลลัพธ์ไม่สวยตามต้องการ

แชร์ :

สรุป โปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตา ทางเลือกเพื่อคืนความอ่อนเยาว์และความมั่นใจรอบดวงตา

ใต้ตาหมองคล้ำ มีร่องลึก มีริ้วรอยและถุงใต้ตาเทียม ปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ไขให้ดีขึ้นได้ด้วยโปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตา หัตถการที่ใช้ช่วยคืนความสดใสให้กับใบหน้าได้อย่างเห็นผลและดูเป็นธรรมชาติ ด้วยการใช้สารเติมเต็มฉีดเข้าไปในชั้นผิวที่เหมาะสมเพื่อเติมปริมาตรที่ขาดหายไป ลดความเหนื่อยล้าของใต้ตา และช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ที่กังวลเกี่ยวกับปัญหาใต้ตาได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

ที่ AM International Hospital เรามุ่งเน้นให้บริการด้วยทีมแพทย์ที่มีความรู้และประสบการณ์ พร้อมใช้สารเติมเต็มที่มีคุณภาพ ผสานการใช้เทคนิค Triple Layer Lift ที่ประเมินและวางแผนแบบเฉพาะรายบุคคล เพื่อให้เกิดความปลอดภัย และได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ เข้ากับโครงหน้าของแต่ละบุคคล หากใครที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำโปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตา ไม่รู้ว่าจะใช้บริการโปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตาที่ไหนดี หรือต้องการปรึกษาเพื่อประเมินปัญหาเฉพาะบุคคล สามารถติดต่อสอบถามกับ AM International Hospital ได้เลย

กรอกฟอร์ม ปรึกษาหมอ ฟรี!

Thank You!

You details has been successfully submitted. Thanks!

ขอบคุณ!

ข้อมูลของคุณถูกส่งเรียบร้อยแล้ว 

ขอบคุณข้อเสนอแนะติชม