ดูดไขมันนมน้อย คืออะไร ช่วยลดไขมันใต้รักแร้ แก้เนื้อปลิ้นข้างรักแร้ได้จริงไหม?
ดูดไขมันนมน้อย เป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่มีปัญหา “เนื้อปลิ้นที่ใต้รักแร้ เนื้อปลิ้นรอยพับรักแร้” และต้องการลดความนูนหรือเนื้อปลิ้นที่เห็นชัดเมื่อใส่เสื้อผ้า อย่างไรก็ตาม ลักษณะนูนบริเวณนี้อาจเกิดจากไขมัน เนื้อเยื่อเต้านมนอกตำแหน่งปกติ หรือมีทั้งสองส่วนร่วมกัน จึงต้องประเมินองค์ประกอบของเนื้อเยื่อก่อนวางแผนรักษา สำหรับดูดไขมันเหมาะกับนมน้อยแบบไหน ใช้เทคโนโลยีอะไรได้บ้าง และหลังทำเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างไร AM International Hospital ชวนมาติดตามรายละเอียดในบทความนี้
HIGHLIGHTS:
- นมน้อยอาจประกอบด้วยเนื้อเยื่อต่อมน้ำนม ไขมัน หรือมีทั้งสองส่วนร่วมกัน จึงต้องประเมินก่อนรักษา
- ดูดไขมันนมน้อย เหมาะกับกรณีที่มีไขมันเป็นองค์ประกอบสำคัญ ช่วยลดความนูนและเนื้อปลิ้นบริเวณรักแร้ได้
- หากมีเนื้อเยื่อต่อมน้ำนมร่วมด้วย อาจพิจารณาผ่าตัดนำออกหรือทำร่วมกับการดูดไขมันนมน้อย
- ผลลัพธ์หลังทำ ช่วยให้เนื้อที่เคยนูนกลับมาเรียบขึ้น รับกับช่วงต้นแขนซึ่งจะส่งเสริมให้แขนดูเรียวขึ้น
ดูดไขมันนมน้อย คืออะไร ช่วยลดเนื้อปลิ้นใต้รักแร้ได้จริงไหม
ดูดไขมันนมน้อย หรือดูดไขมันใต้รักแร้ คือ การลดไขมันส่วนเกินบริเวณรักแร้และด้านข้างของหน้าอกด้วยการดูดไขมัน ซึ่งจะช่วยปรับลดความนูนหรือเนื้อปลิ้นที่เห็นชัดเมื่อยกแขน ใส่เสื้อแขนกุด หรือเสื้อผ้าที่มีความกระชับ ช่วยให้แนวรักแร้และลำตัวดูเรียบและกลมกลืนมากขึ้น นอกจากนี้ ส่วนใหญ่ยังนิยมทำคู่กับดูดไขมันต้นแขนเพื่อต้นแขนที่ดูเรียวขึ้นรับกัน
อย่างไรก็ตาม “นมน้อย” อาจหมายถึง Accessory Breast Tissue คือ เนื้อเยื่อเต้านมนอกตำแหน่งปกติ และอาจมีทั้งเนื้อเยื่อต่อมน้ำนมและไขมันร่วมกัน ดังนั้นการดูดไขมันจึงเหมาะกับกรณีที่มีไขมัน หากมีเนื้อเยื่อต่อมน้ำนมร่วมด้วย แพทย์อาจพิจารณาการผ่าตัดนำเนื้อเยื่อออก หรือทำร่วมกับการดูดไขมันตามลักษณะของแต่ละเคส
สาเหตุของนมน้อย และปัจจัยที่ทำให้นมน้อยเห็นชัดขึ้น
นมน้อยเกิดจากเนื้อเยื่อเต้านมที่คงอยู่ตั้งแต่พัฒนาการระยะตัวอ่อน โดยมักพบบริเวณรักแร้ และอาจมีทั้งเนื้อเยื่อต่อมน้ำนมและไขมันร่วมกัน ปัจจัยที่อาจทำให้บริเวณนมน้อยดูนูนหรือเห็นชัดขึ้น ได้แก่
- ไขมันสะสม ทำให้บริเวณรักแร้ดูนูนมากขึ้น
- น้ำหนักตัวเปลี่ยนแปลง อาจทำให้ปริมาณไขมันบริเวณนี้เพิ่มหรือลด
- ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง ทำให้เนื้อเยื่อเต้านมบวม คัด หรือตึงในบางช่วง เช่น ก่อนหรือระหว่างมีประจำเดือน ตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร
- ความหย่อนของผิวและเนื้อเยื่อ อายุที่เพิ่มขึ้นหรือการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักอาจส่งผลให้ผิวและเนื้อเยื่อบริเวณรักแร้หย่อน ทำให้ความนูนเห็นได้ชัดขึ้น
นมน้อยหรือไขมันใต้รักแร้ แยกกันอย่างไร?
บริเวณรักแร้ที่นูนอาจเกิดจากไขมันส่วนเกิน นมน้อย หรือมีทั้งสองส่วนร่วมกัน ซึ่งมีความแตกต่างกันดังนี้
- นมน้อย อาจมีเนื้อเยื่อต่อมน้ำนมและไขมันร่วมกัน หากเป็นเนื้อเยื่อต่อมน้ำนม อาจพิจารณาผ่าตัดนำออก
- ก้อนไขมันใต้รักแร้ เป็นไขมันสะสมบริเวณรักแร้และด้านข้างลำตัว สามารถพิจารณาดูดไขมันได้
- มีทั้งสองส่วน อาจพิจารณาดูดไขมันร่วมกับการผ่าตัดนำเนื้อเยื่อออกตามลักษณะของแต่ละเคส
ดูดไขมันนมน้อย ใช้เทคโนโลยีอะไรได้บ้าง
การเลือกเทคโนโลยีเครื่องดูดไขมันนมน้อย รวมถึงเทคโนโลยีช่วยกระชับผิว จะพิจารณาจากปริมาณไขมัน ตำแหน่งที่ต้องการลด และความกระชับของผิว เพื่อเลือกวิธีที่เหมาะกับลักษณะของแต่ละคน
โปรแกรม Body-Jet
ด้วยโปรแกรม Body-Jet ดูดไขมันด้วยพลังงานน้ำ ช่วยแยกเซลล์ไขมันโดยไม่ใช้ความร้อน เป็นเทคนิคที่อ่อนโยน ลดความเสียหายต่อเส้นประสาทและเนื้อเยื่อข้างเคียง นอกจากนี้ ยังช่วยถนอมเซลล์ไขมันจึงสามารถนำมาเติมไขมันต่อได้
โปรแกรม Vaser Smooth 2.2
สำหรับเครื่องโปรแกรม Vaser Smooth 2.2 ใช้พลังงาน Ultrasound ช่วยแยกชั้นไขมันก่อนดูดออก เหมาะกับบริเวณที่ต้องการเก็บรายละเอียด เช่น รักแร้และด้านข้างหน้าอก เพื่อช่วยปรับแนวให้ดูเรียบขึ้น
โปรแกรม Ultra Z
ใช้พลังงาน Ultrasound ช่วยทำให้เซลล์ไขมันแตกตัวก่อนนำออก เหมาะกับบริเวณที่ต้องการเก็บรายละเอียดและลดไขมันเฉพาะจุด เช่น รักแร้และด้านข้างหน้าอก โดยแพทย์จะประเมินความเหมาะสมตามลักษณะไขมันของแต่ละเคส
โปรแกรม ACCUTITE
เป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีเครื่องดูดไขมันที่นิยมใช้ เพราะมีหัวโพรบขนาดเล็กที่ออกแบบมาเพื่อใช้ในบริเวณเล็ก ๆ เข้าถึงยาก ด้วยการใช้พลังงาน RF ส่งผ่านชั้นผิวเพื่อช่วยจัดการไขมันบริเวณเล็ก ๆ พร้อมช่วยกระชับเนื้อเยื่อ เหมาะกับคนที่มีไขมันสะสมร่วมกับผิวที่เริ่มหย่อนคล้อย
โปรแกรม MicroAire PAL
เป็นเทคนิคดูดไขมันที่ใช้แรงสั่นสะเทือนช่วยให้การนำไขมันออกทำได้ง่ายขึ้น เหมาะกับบริเวณที่ต้องการเก็บรายละเอียดและปรับรูปทรงเฉพาะจุด
โปรแกรม J Plasma
เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยกระชับผิว ด้วยการใช้พลังงานพลาสมาร่วมกับ RF ส่งพลังงานใต้ผิว เพื่อช่วยให้เนื้อเยื่อหดตัวและกระชับขึ้น จึงสามารถนำโปรแกรม J Plasma มาใช้ร่วมกับการดูดไขมันในบางเคสที่มีผิวหย่อนร่วมด้วย
ทั้งนี้แพทย์จะประเมินปริมาณไขมันและสภาพผิวก่อนเลือกเทคนิค โดยบางเคสอาจใช้มากกว่าหนึ่งเทคนิคร่วมกัน เพื่อให้เหมาะกับลักษณะของเนื้อเยื่อและรูปทรงที่ต้องการ
ดูดไขมันนมน้อย ช่วยเรื่องอะไรบ้าง
- ลดความนูนของไขมันบริเวณรักแร้
- ลดลักษณะเนื้อปลิ้นที่เห็นชัดเมื่อยกแขนหรือใส่เสื้อรัดรูป
- ช่วยให้บริเวณรักแร้และด้านข้างหน้าอกดูเรียบขึ้น
- ช่วยปรับแนวต่อระหว่างต้นแขน รักแร้ และลำตัวให้ดูกลมกลืน
- ช่วยให้สวมเสื้อแขนกุดหรือเสื้อผ้าที่กระชับได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
ทั้งนี้ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับปริมาณไขมัน ความยืดหยุ่นของผิว และองค์ประกอบของเนื้อเยื่อในบริเวณที่ทำ
ใครที่เหมาะกับดูดไขมันนมน้อย
- มีไขมันใต้รักแร้ค่อนข้างชัด และต้องการลดความนูนของบริเวณนี้
- น้ำหนักตัวค่อนข้างคงที่ เพื่อให้การปรับรูปทรงมีความเหมาะสม
- ผิวยังมีความยืดหยุ่นเพียงพอ สำหรับการปรับรูปทรงหลังลดไขมัน
- ไม่มีเนื้อเยื่อต่อมน้ำนม หากมีเนื้อเยื่อต่อมน้ำนม อาจพิจารณาผ่าตัดนำออก หรือใช้ร่วมกับการดูดไขมันตามความเหมาะสม
- หากมีผิวหย่อนหรือเนื้อเยื่อต่อมน้ำนมเด่น แพทย์อาจพิจารณาวิธีอื่นหรือการรักษาร่วมกันตามลักษณะของแต่ละเคส
ราคาดูดไขมันนมน้อยอยู่ที่ 25,000 บาท ทั้งนี้ราคาในแต่ละเคสอาจไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับปริมาณไขมัน บริเวณที่ต้องการทำ เทคโนโลยีที่เลือกใช้ และเทคนิคที่ใช้ในการรักษา หากมีเนื้อเยื่อต่อมน้ำนมหรือผิวหย่อนคล้อยร่วมด้วย อาจต้องใช้การรักษาหรือเทคโนโลยีเพิ่มเติม ซึ่งมีค่าใช้จ่ายแตกต่างกันไป โดยแพทย์จะประเมินลักษณะของแต่ละเคสและแจ้งรายละเอียดค่าใช้จ่ายก่อนวางแผนการรักษา
ดูดไขมันนมน้อย ราคาเท่าไหร่
ราคาดูดไขมันนมน้อยอยู่ที่ 25,000 บาท ทั้งนี้ราคาในแต่ละเคสอาจไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับปริมาณไขมัน บริเวณที่ต้องการทำ เทคโนโลยีที่เลือกใช้ และเทคนิคที่ใช้ในการรักษา หากมีเนื้อเยื่อต่อมน้ำนมหรือผิวหย่อนคล้อยร่วมด้วย อาจต้องใช้การรักษาหรือเทคโนโลยีเพิ่มเติม ซึ่งมีค่าใช้จ่ายแตกต่างกันไป โดยแพทย์จะประเมินลักษณะของแต่ละเคสและแจ้งรายละเอียดค่าใช้จ่ายก่อนวางแผนการรักษา
การเตรียมตัวก่อนทำ
- แจ้งข้อมูลสุขภาพกับแพทย์ เช่น โรคประจำตัว ยาที่รับประทานเป็นประจำ อาหารเสริมหรือวิตามิน ประวัติแพ้ยา และประวัติการผ่าตัดหรือการทำหัตถการ
- หากใช้ยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อน
- นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนดูดไขมันนมน้อย
- เตรียมผู้ดูแลหรือผู้พากลับบ้าน หากโรงพยาบาลแนะนำให้มีผู้ดูแลหลังทำ
ขั้นตอนดูดไขมันนมน้อย
- ประเมินและวิเคราะห์บริเวณรักแร้ ประเมินปริมาณไขมัน ลักษณะเนื้อเยื่อ ความหย่อนของผิว และบริเวณที่นูน เพื่อพิจารณาว่าการดูดไขมันเหมาะสมหรือควรใช้วิธีอื่นร่วมด้วย
- วางแผนแนวการดูดไขมัน กำหนดขอบเขตและแนวการเก็บไขมันให้สัมพันธ์กับต้นแขน หน้าอก และลำตัว เพื่อให้รูปทรงโดยรวมดูกลมกลืน
- ขั้นตอนใช้ยาชาเฉพาะที่ เพื่อระงับความรู้สึกระหว่างดูดไขมัน
- ขั้นตอนดูดไขมัน โดยเแพทย์เริ่มใช้เครื่องดูดไขมันชนิดที่ได้เลือกไว้ ทำการดูดไขมันเพื่อลดความนูนใต้รักแร้ ช่วยให้บริเวณนี้เรียบเนียนขึ้น จากนั้นทำการเย็บแผลดูดไขมัน และใส่ชุดกระชับหลังดูดไขมันให้เลย
- ตรวจประเมินหลังทำ แพทย์ตรวจบริเวณที่ทำ พร้อมให้คำแนะนำเรื่องการดูแลตัวเอง การใส่ชุดกระชับ และการนัดติดตามผลและทำโปรแกรม After Care
การดูแลตัวเองหลังทำ
- ช่วงแรกอาจมีอาการบวม ช้ำ ตึง หรือระบม บริเวณที่ทำ ซึ่งมักค่อย ๆ ลดลงตามการฟื้นตัว
- ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์เรื่องการใส่ชุดกระชับ (ตามระยะเวลาที่กำหนด) การดูแลแผล และกินยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
- หลีกเลี่ยงกิจกรรมหรือการออกแรงมาก จนกว่าแพทย์จะประเมินว่าสามารถกลับไปทำได้
- มาตามนัดเพื่อติดตามการฟื้นตัว รวมถึงเข้ารับบริการโปรแกรม After Care ดูแลหลังดูดไขมัน
ผลลัพธ์ที่ได้หลังดูดไขมันนมน้อย
หลังดูดไขมันนมน้อย 1-3 เดือน อาการบวมและอาการข้างเคียงต่าง ๆ จะเริ่มดีขึ้น ทำให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนขึ้น ดังนี้
- ลดความนูนบริเวณรักแร้ จากการลดปริมาณไขมันส่วนเกิน
- ลดเนื้อปลิ้นด้านข้างหน้าอก ช่วยให้บริเวณที่เคยนูนดูเรียบขึ้น
- ลดการเสียดสีบริเวณรักแร้ จากปริมาณเนื้อเยื่อส่วนเกินที่ลดลง
- ปรับแนวรักแร้และลำตัวให้ดูบาลานซ์ขึ้น ช่วยให้ส้ดส่วนช่วงบนของลำตัวดูกลมกลืน
- ใส่เสื้อผ้าได้มั่นใจ เช่น เสื้อกล้าม สายเดี่ยว เกาะอก บิกินี หรือสปอร์ตบรา
ความเสี่ยงและผลข้างเคียงหลังดูดไขมันนมน้อย
อาการข้างเคียงหลังดูดไขมันนมน้อยเป็นสิ่งที่พบได้ในช่วงพักฟื้น โดยอาการบวม ช้ำ ตึง หรือชา มักค่อย ๆ บรรเทาลงตามลำดับภายใน 7–14 วัน ทั้งนี้ควรหมั่นสังเกตอาการของตัวเองหลังทำ หากอาการไม่ดีขึ้น รุนแรงขึ้น หรือมีความผิดปกติที่น่ากังวล แนะนำให้พบแพทย์เพื่อประเมินและรับการดูแลอย่างเหมาะสม
อาการที่พบได้ทั่วไป
- บวม ช้ำ หรือระบมบริเวณที่ทำ
- รู้สึกตึงหรือชาในบริเวณที่ดูดไขมัน
- รูปทรงยังไม่เรียบหรือเห็นความไม่สมมาตรในช่วงแรกจากอาการบวม
- อาการต่าง ๆ มักค่อย ๆ ดีขึ้นตามระยะเวลาการพักฟื้น
ความเสี่ยงหรืออาการผิดปกติที่ต้องพบแพทย์
- ปวดมากขึ้นอย่างต่อเนื่องหรือผิดปกติ
- มีไข้บวม แดง หรือร้อนมากขึ้น
- เลือดออกมากหรือหยุดยาก
- มีของเหลวหรือหนองออกจากแผล
- หายใจลำบากหรือมีอาการผิดปกติรุนแรงอื่น ๆ
รีวิวจากผู้เข้ารับบริการดูดไขมันนมน้อย ที่ AM International Hospital
หลังดูดไขมันนมน้อย ช่วยลดความนูนหรือเนื้อปลิ้น ทำให้แนวรักแร้และลำตัวดูเรียบและกลมกลืนมากขึ้น โดยผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นเมื่ออาการบวมลดลง จากภาพ Before–After รีวิวจากผู้เข้ารับบริการดูดไขมันนมน้อยจะเห็นได้ถึงความเปลี่ยนแปลงในแต่ละเคส ทั้งนี้ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับปริมาณไขมัน ลักษณะผิว และโครงสร้างบริเวณที่ทำของแต่ละบุคคล
ดูดไขมันนมน้อยที่ AM International Hospital กับมาตรฐานระดับโรงพยาบาล
สำหรับ AM International Hospital เราเน้นผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์กับการแก้ไขลักษะปัญหาและความต้องการของผู้เข้ารับบริการแต่ละราย ซึ่งต้องมาพร้อมกับมาตรฐานการดูแลให้เกิดความปลอดภัยในทุกขั้นตอน เพื่อประสบการณ์ที่ดีของผู้เข้ารับบริการทุกท่าน
- ทีมแพทย์ที่มีทักษะและประสบการณ์ด้านดูดไขมัน ผสานกับการวิเคราะห์เคสแบบเฉพาะบุคคล ร่วมกับการดีไซน์สัดส่วนตามหลักกายวิภาคศาสตร์ และเทคนิคดูดไขมันที่เน้นผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ
- ห้องผ่าตัดที่ได้มาตรฐาน ด้วยการใช้ระบบปลอดเชื้อที่ได้มาตรฐานระดับโรงพยาบาล ที่ออกแบบตามหลักวิศวกรรมศาสตร์ทางการแพทย์
- เทคโนโลยีหลากหลาย ทั้งเครื่องดูดไขมันและเครื่องกระชับผิว ทำให้แพทย์เลือกใช้ได้ตามลักษณะเคสที่แตกต่างกัน
- ทีมวิสัญญีแพทย์ พยาบาลวิชาชีพ และเจ้าหน้าที่ โดยทุกเคสจะได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด
- โปรแกรม After Care ดูแลหลังดูดไขมัน เพื่อให้การฟื้นตัวในทุกด้านเป็นไปอย่างราบรื่น
- รีวิวจากเคสจริงให้ดูเยอะ เลือกดูรีวิวดูดไขมันได้ตามลักษณะปัญหาที่คล้ายกัน เพื่อเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับดูดไขมันนมน้อย
ดูดไขมันนมน้อยเจ็บไหม?
ระหว่างทำจะมีการใช้ยาชาหรือการระงับความรู้สึกตามแผนการรักษา จึงไม่มีความเจ็บปวดระหว่างหัตถการ ส่วนหลังทำอาจมีอาการตึงและระบมที่เกิดขึ้นชั่วคราว
ดูดไขมันนมน้อยพักฟื้นกี่วัน? เข้าที่เมื่อไหร่?
ระยะพักฟื้นแตกต่างกันตามปริมาณไขมัน เทคนิคที่ใช้ และสภาพร่างกายของแต่ละคน โดยช่วง 1-3 วัน อาจมีบวมและช้ำ ใน 7-14 วัน อาการค่อย ๆ ลดลง จากนั้น 1-2 เดือน ผิวเริ่มกระชับ สัดส่วนเริ่มเข้าที่ และช่วง 3-6 เดือน จะเป็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุด
ดูดไขมันนมน้อยแล้วกลับมาเป็นอีกไหม?
เซลล์ไขมันที่ถูกดูดออกจะลดลง แต่เซลล์ไขมันที่เหลืออยู่ยังสามารถขยายตัวได้หากน้ำหนักเพิ่มขึ้น จึงควรรักษาน้ำหนักให้อยู่ในระดับคงที่ รวมถึงดูแลตัวเองด้วยการควบคุมอาหารและออกกำลังกาย เพื่อช่วยคงรูปร่างหลังทำ
ถ้ามีเนื้อเยื่อต่อมน้ำนม ดูดไขมันอย่างเดียวได้ไหม?
หากมีเนื้อเยื่อต่อมน้ำนมเป็นองค์ประกอบสำคัญ การดูดไขมันเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถนำเนื้อเยื่อส่วนนี้ออกได้ทั้งหมด แพทย์อาจพิจารณาการผ่าตัดนำเนื้อเยื่อออก หรือทำร่วมกับการดูดไขมันตามลักษณะของแต่ละเคส
ดูดไขมันนมน้อยกับผ่าตัดนมน้อยต่างกันอย่างไร?
การดูดไขมันเหมาะกับกรณีที่ไขมันเป็นองค์ประกอบสำคัญ ส่วนการผ่าตัดสามารถนำเนื้อเยื่อต่อมน้ำนมหรือเนื้อเยื่อส่วนเกินออกได้โดยตรง ในบางเคสจึงอาจใช้ทั้งสองวิธีร่วมกันเพื่อปรับรูปทรงให้เหมาะสม
ต้องตรวจก่อนดูดไขมันหรือไม่?
หากมีก้อนชัดเจน ลักษณะไม่แน่นอน มีอาการปวด หรือมีการเปลี่ยนแปลงของก้อน แพทย์อาจพิจารณาตรวจเพิ่มเติมก่อนวางแผนรักษา เพื่อประเมินลักษณะของเนื้อเยื่อและแยกสาเหตุอื่นที่อาจเกิดบริเวณรักแร้
สรุป
ดูดไขมันนมน้อยเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยแก้ไขปัญหาเนื้อปลิ้นใต้รักแร้ ซึ่งเกิดจากไขมันสะสม ทั้งนี้ในกรณีที่เกิดจากเนื้อเยื่อต่อมน้ำนมร่วมด้วย แพทย์อาจพิจารณาเลือกใช้ทั้งดูดไขมันนมน้อยร่วมกับการผ่าตัด เพื่อแก้ไขได้อย่างถูกจุด ให้ผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์ ทำให้กลับมามั่นใจกับการแต่งตัว ไม่ว่าจะเป็นเสื้อกล้าม สปอร์ตบรา เสื้อสายเดี่ยว ซึ่งหลังจากทำไปแล้วควรมีการดูแลตัวเองตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้ตามระยะเวลาที่ควรเป็นและผลลัพธ์ที่อยู่ได้นาน






