ฟิลเลอร์ (Filler) คืออะไร? รวมสิ่งที่ต้องรู้ก่อนฉีดครั้งแรก!
ฉีดฟิลเลอร์เป็นอีกหนึ่งหัตถการที่ช่วยเติมเต็มร่องลึกริ้วรอยให้ผิวดูอ่อนเยาว์ นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มปริมาตรผิวและแก้ไขจุดต่าง ๆ บนใบหน้า เช่น เติมคาง หน้าผาก ขมับ และแก้มตอบ ซึ่งจะช่วยปรับความสมดุลของใบหน้าให้ดูเข้าที่และสมส่วนกันมากยิ่งขึ้น โดยที่ไม่ต้องพึ่งการผ่าตัด เห็นผลได้ตั้งแต่ครั้งแรกแบบไม่จำเป็นต้องพักฟื้นนาน แต่ก่อนตัดสินใจฉีดควรรู้ข้อมูลและรายละเอียดในการรักษา เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มีคุณภาพ
HIGHLIGHTS:
- ฟิลเลอร์ (Filler) คือสารเติมเต็มที่ใช้ฉีดเข้าสู่ชั้นผิวหรือเนื้อเยื่อ เพื่อช่วยเติมเต็มริ้วรอย ร่องลึก และปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วนมากขึ้น
- Hyaluronic Acid (HA) เป็นสารเติมเต็มที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย สามารถสลายได้ตามธรรมชาติของร่างกาย และมีผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรองสำหรับใช้ทางการแพทย์
- ฟิลเลอร์แต่ละชนิดมีคุณสมบัติ ระยะเวลาคงอยู่ และการใช้งานแตกต่างกัน จึงควรเลือกให้เหมาะกับบริเวณที่ต้องการแก้ไขและสภาพผิวของแต่ละบุคคล
- การฉีดฟิลเลอร์มีความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงและภาวะแทรกซ้อนได้ โดยเฉพาะเมื่อใช้ผลิตภัณฑ์ไม่ได้มาตรฐานหรือฉีดโดยผู้ที่ขาดความรู้และประสบการณ์
- ก่อนฉีดควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรอง ตรวจสอบแหล่งที่มา และทำหัตถการกับแพทย์ เพื่อให้สามารถประเมินปัญหาและเลือกชนิดฟิลเลอร์ได้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
ฟิลเลอร์หรือสารเติมเต็ม คืออะไร?
สารเติมเต็มบนใบหน้า หรือที่คนทั่วไปเรียกว่า ฟิลเลอร์ (Filler) คือ เป็นสารเติมเต็มประเภท Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งเป็นสารประกอบที่พบได้ตามธรรมชาติในร่างกายมนุษย์ โดยถูกนำมาใช้ในฟิลเลอร์ที่มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อลดเลือนริ้วรอย เติมเต็มร่องลึก หรือเพิ่มวอลุ่มในบริเวณที่มีการยุบตัวของชั้นไขมันหรือกระดูก เช่น ร่องแก้ม ใต้ตา ขมับ คาง หรือริมฝีปาก รวมถึงช่วยยกกระชับผิวให้เรียบเนียน อิ่มฟู แลดูอ่อนเยาว์ขึ้น
นอกจากนี้สารเติมเต็มหรือฟิลเลอร์ยังมีคุณสมบัติในการกักเก็บความชุ่มชื้น ส่งผลให้ผิวมีความยืดหยุ่นและเนียนกระจ่างใสยิ่งขึ้น ซึ่งสารเติมเต็มประเภท HA มีข้อดีคือ สามารถสลายตัวได้เองตามกลไกธรรมชาติของร่างกายภายในระยะเวลาประมาณ 6–18 เดือน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ ปริมาณที่ใช้ และตำแหน่งที่ฉีด โดยไม่ทิ้งสารตกค้างสะสมและสามารถฉีดซ้ำได้ภายใต้การดูแลของแพทย์
ประเภทของฟิลเลอร์ที่ควรรู้
โดยทั่วไป ฟิลเลอร์ (Filler) เป็นการฉีดสารเติมเต็ม ซึ่งในต่างประเทศมักจะแบ่งเป็นประเภทต่าง ๆ ได้ดังนี้
- Hyaluronic Acid (HA) เป็นสารเติมเต็มที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย สามารถสลายได้ตามกระบวนการของร่างกาย และมีผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรองสำหรับใช้ทางการแพทย์ จึงเป็นประเภทที่พบได้บ่อยในการฉีดเพื่อเติมเต็มและปรับรูปหน้า
- Collagen เป็นสารเติมเต็มที่มีคอลลาเจนเป็นองค์ประกอบ ใช้เพื่อช่วยเติมเต็มและปรับสภาพผิว โดยผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้มีทั้งคอลลาเจนจากแหล่งชีวภาพและคอลลาเจนที่ผ่านการปรับโครงสร้างเพื่อลดโอกาสเกิดปฏิกิริยาต่อสาร
- Fat หรือการเติมไขมัน เป็นการนำไขมันจากบริเวณหนึ่งของร่างกายมาผ่านกระบวนการเตรียมและเติมในบริเวณที่ต้องการ เหมาะกับผู้ที่ต้องการเติมปริมาตรในปริมาณมากกว่าการฉีดสารเติมเต็มทั่วไป โดยผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับการคงอยู่ของเซลล์ไขมันหลังเติม
หมายเหตุ: ในประเภทของ Biosynthetic Polymers เช่น ซิลิโคนเหลว เป็นสารสังเคราะห์ในรูปแบบของเหลวที่ไม่สามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ และอาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตราย จึงไม่ควรนำมาใช้ฉีดเพื่อความงาม
ฉีดฟิลเลอร์ช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง?
ฉีดฟิลเลอร์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเติมเต็มริ้วรอยเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นหัตถการที่สามารถตอบโจทย์ปัญหาด้านโครงสร้างใบหน้าและคุณภาพผิวได้อย่างหลากหลาย ดังนี้
- เติมเต็มริ้วรอยและร่องลึก ช่วยให้ร่องแก้ม ร่องมุมปาก และร่องลึกดูตื้นขึ้น
- ปรับรูปหน้าและเพิ่มมิติ เติมคาง หน้าผาก ขมับ หรือกรอบหน้า เพื่อช่วยให้สัดส่วนดูสมดุลขึ้น
- เติมเต็มใต้ตา ช่วยให้ร่องใต้ตาที่ลึกหรือโหลดูเต็มขึ้น และใบหน้าโดยรวมดูสดใสขึ้น
- เติมริมฝีปาก เพิ่มความอวบอิ่ม ปรับทรง และช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ริมฝีปาก
- เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ช่วยให้ผิวดูอิ่มฟูและเรียบเนียนขึ้น เหมาะกับผิวแห้งหรือขาดน้ำ
ฉีดฟิลเลอร์ เหมาะกับใคร
ฟิลเลอร์เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเติมร่องลึก ปรับโครงหน้าให้ดูมีมิติ อ่อนเยาว์ หรือแก้ไขปัญหาผิวที่เหมาะสำหรับบุคคลดังต่อไป
- ผู้ที่มีริ้วรอยร่องลึก เช่น ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก ร่องใต้ตาทำให้ใบหน้าดูโทรม แก่กว่าวัย
- ผู้ที่ที่ปัญหาใบหน้าไม่สมส่วน ต้องการปรับรูปหน้า เช่น เติมคางให้เรียวยาว แก้กรอบหน้าไม่ชัด
- ผู้ที่มีปัญหาผิวแห้ง ขาดน้ำ ต้องการเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว
- ผู้ที่ต้องการเพิ่มความอวบอิ่มให้ใบหน้า เช่น การเติมริมฝีปากให้ดูอวบอิ่มขึ้น
- ผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาผิวจากอายุที่เพิ่มขึ้น เช่น สูญเสียไขมันจนทำให้ใบหน้าดูซูบตอบลง
- ผู้ที่ต้องการปรับใบหน้าแต่ไม่อยากผ่าตัดศัลยกรรม และไม่มีเวลาพักฟื้น
เปรียบเทียบฉีดฟิลเลอร์กับการปรับรูปหน้าวิธีอื่น ๆ
การปรับรูปหน้าสามารถทำได้หลายวิธี โดยแต่ละวิธีมีหลักการและเหมาะกับปัญหาที่แตกต่างกัน การเปรียบเทียบคุณสมบัติของฟิลเลอร์ กับโบท็อก และวิธีการเติมไขมัน จะช่วยให้เห็นความแตกต่างและเลือกวิธีที่เหมาะกับความต้องการได้ง่ายขึ้น
ฟิลเลอร์ vs โบท็อก
| เปรียบเทียบ | ฟิลเลอร์ | โบท็อก |
|---|---|---|
| หลักการ | เติมสารเติมเต็ม HA เข้าไปเพื่อเพิ่มปริมาตรหรือพยุงเนื้อเยื่อ | ลดการทำงานของกล้ามเนื้อ |
| เหมาะกับ | ร่องลึก ใต้ตา ขมับ แก้มตอบ หรือการปรับสัดส่วนบางบริเวณ | ริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า กรามใหญ่จากกล้ามเนื้อ หรือกล้ามเนื้อบางมัดที่ต้องการลดขนาด |
| ผลลัพธ์ | ช่วยเติมเต็มและปรับรูปทรงบริเวณที่ต้องการ | ช่วยให้กล้ามเนื้อทำงานลดลงและบริเวณที่เกี่ยวข้องดูเล็กลง |
| ระยะเวลาผลลัพธ์ | ขึ้นอยู่กับชนิดฟิลเลอร์และบริเวณที่ฉีด | ขึ้นอยู่กับชนิดผลิตภัณฑ์ ตำแหน่ง และการตอบสนองของแต่ละบุคคล |
ฟิลเลอร์ vs เติมไขมัน
| เปรียบเทียบ | ฟิลเลอร์ | เติมไขมัน |
|---|---|---|
| สารที่ใช้ | Hyaluronic Acid (HA) หรือสารเติมเต็มตามชนิดผลิตภัณฑ์ | ไขมันของผู้รับการรักษาเอง |
| วิธีการ | ฉีดสารเติมเต็มเข้าสู่บริเวณที่ต้องการ | ดูดไขมันจากบริเวณหนึ่งของร่างกาย แล้วนำมาเตรียมก่อนเติม |
| เหมาะกับ | การเติมเต็มเฉพาะจุดและการปรับรูปทรงในปริมาณที่ต้องการ | ผู้ที่ต้องการเติมปริมาตรในบริเวณที่กว้างหรือปริมาณมากขึ้น |
| ระยะเวลาผลลัพธ์ | ประมาณ 6–24 เดือน ขึ้นอยู่กับชนิดและบริเวณที่ฉีด | ไขมันส่วนหนึ่งอาจคงอยู่ได้ หลายปี หลังผ่านช่วงที่ร่างกายปรับตัวและสลายไขมันส่วนที่ไม่ติด |
| ข้อควรรู้ | ไม่ต้องมีขั้นตอนดูดไขมัน | มีขั้นตอนดูดไขมันและเตรียมไขมันก่อนนำมาเติม |
ฉีดฟิลเลอร์บริเวณไหนได้บ้าง
ฉีดฟิลเลอที่ AM International Hospital ผสานเทคนิค Triple Layer Lift ช่วยเติมเต็มถึง 3 ชั้นผิว (ชั้นเหนือกระดูก ชั้นไขมัน ชั้นผิวหนัง) ช่วยปรับรูปหน้า ฟื้นฟูโครงสร้างผิว และแก้ไขจุดบกพร่อง โดยไม่ต้องผ่าตัด โดยสามารถเติมเต็มได้ในบริเวณต่าง ๆ ดังนี้
ฟิลเลอร์ใต้ตา
ฟิลเลอร์ใต้ตาเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาใต้ตาลึก เบ้าตาลึก หรือร่องใต้ตาชัดเจน ซึ่งส่งผลให้ใบหน้าดูโทรมและเหนื่อยล้า การเติมฟิลเลอร์บริเวณนี้ช่วยให้ใต้ตาดูเต็มขึ้น ลดรอยคล้ำ และคืนความสดใสให้กับดวงตา
ฟิลเลอร์ร่องแก้ม
ร่องแก้มลึกเป็นหนึ่งในสัญญาณของผิวที่สูญเสียคอลลาเจนและไขมัน ฟิลเลอร์ร่องแก้มสามารถเติมเต็มร่องลึกให้ตื้นขึ้น ช่วยลดเงาใต้ตาและบริเวณข้างจมูก ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์และมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น
ฟิลเลอร์คาง
ฟิลเลอร์คางช่วยปรับความยาวและรูปทรงของคางให้ดูสมส่วน ส่งเสริมความสมดุลของใบหน้า และเพิ่มปริมาตรสัดส่วนให้ใบหน้าดูเรียวยาวขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมองจากด้านข้าง
ฟิลเลอร์ปาก
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มความอวบอิ่มให้ริมฝีปาก แก้ไขริมฝีปากที่บาง แห้ง หรือขาดรูปทรง โดยฟิลเลอร์จะช่วยเติมปริมาตร เพิ่มความชุ่มชื้น และปรับรูปปากให้ได้สัดส่วนอย่างดูเป็นธรรมชาติ
ฟิลเลอร์หน้าผาก
หน้าผากที่แบนหรือมีรอยบุ๋มเล็ก ๆ สามารถแก้ไขได้ด้วยการเติมฟิลเลอร์ให้ดูโหนกนูนเรียบเนียน ช่วยปรับรูปหน้าส่วนบนให้ละมุน และทำให้ภาพรวมใบหน้าดูอ่อนโยนและหวานขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ฟิลเลอร์ขมับ
ขมับบุ๋มหรือขมันที่ตอบยุบตัวลงส่งผลให้ใบหน้าดูอิดโรย และขาดปริมาตรสัดส่วน ฟิลเลอร์ขมับจะช่วยเติมเต็มบริเวณนี้ให้ได้รูปโค้งสวย ทำให้ใบหน้าดูอิ่มเอิบและมีความสมดุลจากด้านข้างมากยิ่งขึ้น
ฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า
สำหรับคนที่มีปัญหาหลายบริเวณ ตัวอย่างเช่น เคสรีวิวฟิลเลอร์คุณลูกพลับ (ผู้เข้าร่วมรายการ Surgery Wars) ซึ่งมีปัญหาหลายส่วน เช่น หน้าผากแบน ขมับยุบ มีร่องแก้ม ใต้ตาดำคล้ำ รวมถึงมีประวัติฉีดสารเหลวที่คางมาจากที่อื่น ทำให้คางผิดรูป
ในเคสนี้ทีมแพทย์ AM International Hospital ได้ทำการวิเคราะห์อย่างละเอียด และฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าหรือโปรแกรม Mega Filler ช่วยให้ใบหน้าดูมีมิติยิ่งขึ้น แก้ไขจุดบกพร่อง เติมเต็มส่วนที่ขาดหาย ให้ใบหน้าดูอ่อนวัยและละมุนมากยิ่งขึ้น
ฟิลเลอร์ อันตรายไหม?
โดยทั่วไป ฉีดฟิลเลอร์ไม่ได้เป็นหัตถการที่มีความเสี่ยงสูง หากเลือกใช้สารเติมเต็ม Hyaluronic Acid ที่ได้มาตรฐานและฉีดโดยแพทย์ที่มีความรู้และประสบการณ์ อย่างไรก็ตาม การฉีดฟิลเลอร์ยังมีโอกาสเกิดผลข้างเคียงหรือภาวะแทรกซ้อนได้ จึงควรให้ความสำคัญกับทั้งผลิตภัณฑ์และผู้ที่ทำการฉีด
ฟิลเลอร์ปลอม อันตรายมากกว่าที่คิด
ฟิลเลอร์ปลอมหรือผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐานอาจมีส่วนประกอบไม่ตรงตามที่ระบุ และไม่มีการควบคุมคุณภาพเช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรอง จึงอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการอักเสบ ติดเชื้อ หรือเกิดก้อนและความผิดปกติบริเวณที่ฉีดได้
ก่อนฉีดจึงควรตรวจสอบว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรองและสามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้ รวมถึงเลือกฉีดกับแพทย์ในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้แพทย์ประเมินและเลือกชนิดฟิลเลอร์ให้เหมาะกับแต่ละบริเวณ
ข้อดีและข้อควรรู้ของการฉีดฟิลเลอร์
ฉีดฟิลเลอร์แม้จะมีข้อดีหลายด้าน แต่ก็ยังมีสิ่งสำคัญที่ควรรู้และพิจารณาก่อนตัดสินใจ เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ได้รับสามารถตอบโจทย์ได้มากยิ่งขึ้น
ข้อดีของฉีดฟิลเลอร์
- เห็นผลลัพธ์ได้เลยตั้งแต่ครั้งแรกหลังทำ
- ไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผล ไม่มีบาดแผลใหญ่
- ใช้เวลาในการทำไม่นาน (ประมาณ 30–60 นาที)
- พักฟื้นน้อย สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
- ช่วยปรับรูปหน้าให้ดูสมส่วนและอ่อนเยาว์อย่างดูเป็นธรรมชาติ
- หากไม่พอใจในผลลัพธ์ สามารถใช้วิธีสลายได้และเติมเต็มใหม่
ข้อควรรู้ก่อนฉีดฟิลเลอร์
- ผลลัพธ์อยู่ได้ชั่วคราว ประมาณ 6–18 เดือน ขึ้นอยู่กับชนิดของสารเติมเต็มและตำแหน่งที่ฉีด
- จำเป็นต้องฉีดซ้ำหากต้องการรักษารูปทรงหรือผลลัพธ์ไว้ต่อเนื่อง
- ควรเลือกแพทย์ที่มีประสบการณ์ และใช้สารเติมเต็มหรือฟิลเลอร์ที่ผ่านการรับรอง
- หากฉีดโดยผู้ที่ไม่มีความชำนาญ อาจเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น บวม ช้ำ อุดตันเส้นเลือด หรือรูปหน้าไม่สมดุล
- ควรพิจารณาหลีกเลี่ยงเลือกจากโปรโมชั่นราคาถูกเกินจริง ซึ่งอาจมาพร้อมกับสารเติมเต็มหรือฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐาน
ฟิลเลอร์ ยี่ห้อไหนดี แต่ละยี่ห้ออยู่ได้นานกี่เดือน?
การเลือกยี่ห้อและรุ่นของสารเติมเต็มฟิลเลอร์ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อผลลัพธ์ของการรักษา เพราะแต่ละรุ่นมีคุณสมบัติ เนื้อสัมผัส และความเหมาะสมที่แตกต่างกัน ดังนั้นจึงควรเลือกใช้สารเติมเต็มฟิลเลอร์ที่ผ่านการรับรอง และเหมาะสมกับปัญหาเฉพาะจุด โดยสามารถพิจารณาได้จากตัวอย่างยี่ห้อและรุ่นที่ได้รับความนิยม ดังนี้
ฟิลเลอร์ Restylane
ฟิลเลอร์ Restylane จากสวีเดน ที่มีเทคโนโลยี NASHA™ และ obt ช่วยให้เนื้อเจลสามารถคงรูปได้ดี มีความยืดหยุ่นตามความเคลื่อนไหวของใบหน้า เหมาะสำหรับเติมเต็มใต้ตา ร่องแก้ม และคาง มีหลายรุ่นให้เลือกใช้เหมาะกับทุกสภาพผิว ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 6-18 เดือน
ฟิลเลอร์ Juvederm
ฟิลเลอร์จากอเมริกา โดยมี 2 เทคโนโลยีคือ Hylacross™ และ Vycross™ ทำให้เนื้อเจลเนียนละเอียด ฉีดแล้วให้ความเป็นธรรมชาติ นิยมใช้กับใต้ตา ปาก และยกกระชับปรับรูปหน้า โดยฟิลเลอร์ Juvederm ให้ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 8-24 เดือน
ฟิลเลอร์ Belotero
ฟิลเลอร์ Belotero จากสวิตเซอร์แลนด์ มีเทคโนโลยี CPM™ ทำให้เวลาที่ฉีดเข้าไปแล้ว เนื้อเจลสามารถกลืนกับผิวได้ดี ลดโอกาสเกิดก้อนใต้ชั้นผิว เหมาะสำหรับฉีดบริเวณผิวที่บาง เช่น ใต้ตาและร่องแก้ม ทั้งยัง Belotero Revive ซึ่งเป็นรุ่นที่ช่วบปรับสภาพผิวโดยเฉพาะอีกด้วย ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 6-18 เดือน
ฟิลเลอร์ Yvoire
ฟิลเลอร์เกาหลีที่ใช้เทคโนโลยี HICE™ ที่ช่วยให้เนื้อเจลสามารถคงตัวดี มีความยืดหยุ่น และกระจายตัวอย่างสม่ำเสมอ เหมาะสำหรับเติมเต็มริ้วรอยร่องลึกอย่างขมับ แก้ม และปรับโครงหน้า หลังฉีดให้ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน
ฟิลเลอร์ Neuramis
ฟิลเลอร์ Neuramis จากเกาหลีที่มาพร้อมเทคโนโลยี SHAPE™ ทำให้เนื้อเจลมีความคงรูปได้ดีและมีความยืดหยุ่นสูง เหมาะสำหรับฉีดเติมเต็มร่องลึกบนใบหน้าหรือปั้นทรงได้สวย ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน
ฟิลเลอร์ Teoxane
ฟิลเลอร์จากสวิตเซอร์แลนด์ ใช้เทคโนโลยี RHA™ ทำให้ตัวเนื้อเจลยืดหยุ่นดีตามการเคลื่อนไหวของใบหน้าและปรับเข้ากับผิวหน้าได้ดี ฉีดแล้วไม่เป็นก้อน นิยมใช้กับริมฝีปาก ใต้ตา และขมับ ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 9-18 เดือน
ฟิลเลอร์ MesoFiller
ฟิลเลอร์จากสเปน โดยใช้เทคโนโลยี Densimatrix ทำให้เนื้อเจลมีความสม่ำเสมอ ลดการจับตัวกันเป็นก้อน มีความคงรูปได้ดี ความพิเศษของยี่ห้อนี้คือ มีรุ่นที่เหมาะสำหรับฉีดจุดซ่อนเร้นโดยเฉพาะ ซึ่งผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน
ฟิลเลอร์ Revolax
ฟิลเลอร์จากเกาหลี มีเทคโนโลยี Monophasic ทำให้เนื้อเจลที่มีความเรียบเนียน เกลี่ยง่าย และกระจายตัวได้ดี เหมาะสำหรับเติมร่องลึก ปรับโครงหน้า เช่นบริเวณคาง ร่องแก้ม กรอบหน้า และขมับ ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 12-18 เดือน
ฟิลเลอร์ Ultra V Hyal Filler
ฟิลเลอร์จากเกาหลีที่ใช้เทคโนโลยี R Square หรือ R2 ทำให้เนื้อเจลยึดเกาะกับผิวและคงรูปได้ดี ให้ความยืดหยุ่นสูงและเกลี่ยง่าย เหมาะสำหรับนำมาเพิ่มวอลลุ่มผิว ยกกระชับกรอบหน้า เติมเต็มร่องลึก ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 12-18 เดือน
ฉีดฟิลเลอร์แต่ละจุดใช้กี่ CC
ปริมาณสารเติมเต็มฟิลเลอร์ที่ใช้ฉีดในแต่ละจุดบนใบหน้าและร่างกาย ขึ้นอยู่กับลักษณะผิวและปัญหาของแต่ละบุคคล เช่น ระดับความลึกของผิว หรือขนาดของพื้นที่ที่ต้องการแก้ไข รวมไปถึงผลลัพธ์ที่ต้องการ และนี่คือ ปริมาณที่เหมาะสมที่แพทย์มักประเมินในการฉีดแต่ละจุด
- หน้าผาก – ใช้สารเติมเต็มประมาณ 1-2 CC
- ใต้ตา – ใช้สารเติมเต็มประมาณ 2-4 CC
- ขมับ – ใช้สารเติมเต็มประมาณ 2-4 CC
- ร่องแก้ม – ใช้สารเติมเต็มประมาณ 1-3 CC
- แก้มส้ม – ใช้สารเติมเต็มประมาณ 1-2 CC
- ริมฝีปาก – ใช้สารเติมเต็มประมาณ 1-2 CC
- คาง – ใช้สารเติมเต็มประมาณ 1-2 CC
วิธีตรวจสอบสารเติมเต็มฟิลเลอร์แท้
การเลือกใช้สารเติมเต็มฟิลเลอร์ประเภท HA ที่ได้มาตรฐานถือเป็นหัวใจสำคัญของการลดความเสี่ยงในการรับบริการ เพราะหากใช้ฟิลเลอร์ที่ไม่ผ่านการรับรองอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงรุนแรง เช่น การอักเสบ ติดเชื้อ หรืออุดตันเส้นเลือด เพื่อป้องกันความเสี่ยงเหล่านี้ จึงควรตรวจสอบผลิตภัณฑ์ก่อนฉีดด้วยวิธีต่อไปนี้
- ตรวจสอบเลข อย. และเอกสารกำกับภาษาไทย มีเลขทะเบียน อย. 13 หลัก พร้อมชื่อยา ชื่อผู้ผลิต และรายละเอียดเป็นภาษาไทยบนกล่องและแผ่นกำกับยา
- สังเกตลักษณะบรรจุภัณฑ์ที่สมบูรณ์ กล่องต้องไม่บุบ ฉีกขาด หรือมีร่องรอยเปิดใช้มาก่อน ต้องมีซีลครบ และฉลากชัดเจน ไม่มีรอยแก้ไขหรือปลอมแปลง
- สแกน QR code หรือสอบถามข้อมูลจากบริษัทผู้นำเข้าได้ ซึ่งฟิลเลอร์ที่ได้มาตราฐานจากผู้นำเข้าอย่างถูกต้องจะมี QR Code ให้สแกนเพื่อตรวจสอบข้อมูลสินค้า หรือสามารถสอบถามบริษัทผู้นำเข้าโดยตรง
- สถานพยาบาลต้องแกะกล่องใหม่ให้ดูต่อหน้า และให้กล่องพร้อมสติกเกอร์ Lot Number กลับไปด้วยทุกครั้ง เพื่อความโปร่งใสและตรวจสอบได้ภายหลัง
การเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์
- ก่อนเข้ารับบริการ 1 สัปดาห์ ควรงดทานอาหารเสริมที่มีผลต่อการไหลเวียนของเลือด เช่น แอสไพริน วิตามินอี ไอบูโพรเฟน หรือน้ำมันปลา เป็นต้น
- ก่อนเข้ารับบริการ 24 ชั่วโมง ควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และสูบบุหรี่
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อให้ผิวได้รับความชุ่มชื้นทำให้สารเติมเต็มเซตตัวได้ดี
- แจ้งแพทย์ให้ทราบเกี่ยวกับโรคประจำตัว อาการแพ้ยา หรือยาที่ทานประจำเพื่อความปลอดภัย
ขั้นตอนการฉีดฟิลเลอร์
- พบแพทย์เพื่อปรึกษา ประเมินปัญหา และวางแผนการรักษา โดยแพทย์จะทำการวิเคราะห์ปัญหาเฉพาะบุคคล วางแผนตำแหน่งและปริมาณสารเติมเต็มฟิลเลอร์ที่เหมาะสม
- เตรียมผิว ทำความสะอาด ทายาฆ่าเชื้อ และทายาชา เพื่อลดความรู้สึกเจ็บและเพิ่มความสบายผิวขณะทำหัตถการ
- แพทย์ทำการฉีดสารเติมเต็มฟิลเลอร์ด้วยเทคนิคที่ถูกต้องและเหมาะสม โดยคำนึงถึงสัดส่วน ความลึกของชั้นผิวและกล้ามเนื้อ และโครงสร้างของใบหน้า
- แพทย์ประเมินผลลัพธ์หลังฉีด และรับคำแนะนำการดูแล เช่น หลีกเลี่ยงการจับหรือกดทับบริเวณที่ฉีด และงดกิจกรรมที่กระทบต่อผิวและกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีด
การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์
- 24-48 ชั่วโมงหลังฉีด หลีกเลี่ยงการนวด กด หรือสัมผัสบริเวณที่ฉีด เพื่อป้องกันไม่ให้สารเติมเต็มเคลื่อนที่
- 24 ชั่วโมงแรก ควรหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอางเพื่อไม่ให้เกิดการรบกวนผิว
- 24 ชั่วโมงหลังฉีด หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ เพื่อป้องกันการอักเสบหรือบวม
- 3-7 วันหลังฉีด หลีกเลี่ยงการโดนความร้อน เช่น การแช่น้ำร้อน อาบแดด การออกกำลังกายหนัก
- ดื่มน้ำเยอะ ๆ เพื่อให้สารเติมเต็มอยู่ได้นานขึ้น
- หลีกเลี่ยงอาอาหารรสจัด เค็ม เผ็ด ของหมักดอง อาหารทะเล อาหารดิบ เนื่องจากอาหารเหล่านี้เมื่อทานเข้าไปแล้วอาจทำให้เกิดอาการบวมช้ำง่าย และเสี่ยงติดเชื้อได้ง่าย
อาการข้างเคียงหลังฉีดฟิลเลอร์
หลังฉีดฟิลเลอร์อาจมีอาการข้างเคียงบริเวณที่ฉีด ซึ่งมักเป็นอาการชั่วคราวและค่อย ๆ ดีขึ้นตามระยะเวลาการฟื้นตัว โดยอาการที่พบได้มีดังนี้
- บวมและตึง อาจเกิดขึ้นในช่วงแรกหลังฉีด โดยเฉพาะบริเวณที่มีการเติมปริมาตร
- รอยแดงหรือรอยช้ำ เกิดจากการใช้เข็มหรือการกระทบต่อเส้นเลือดขนาดเล็ก
- กดเจ็บหรือระบม บริเวณที่ฉีด อาจพบได้ในช่วงแรก
- คลำพบก้อนหรือผิวไม่เรียบ อาจเกิดจากอาการบวมในระยะแรก หรือการกระจายตัวของสารเติมเต็ม
- อาการผิดปกติที่ควรพบแพทย์ เช่น ปวดมากขึ้นผิดปกติ ผิวหนังเปลี่ยนสี หรือมีความผิดปกติบริเวณที่ฉีด ควรรีบติดต่อแพทย์เพื่อประเมินอาการ
ฟิลเลอร์ ราคาเท่าไหร่?
สำหรับฉีดฟิลเลอร์ราคาจะอยู่ที่ 9,900 บาทขึ้นไป ซึ่งค่าบริการขึ้นอยู่หลายปัจจัย เช่น สภาพผิว ยี่ห้อ ปริมาณที่ใช้ ตำแหน่งที่ฉีด ไปจนถึงเทคนิคการรักษาของแพทย์ที่จะมีการประเมินและวางแผนแบบรายบุคคล
รีวิวฉีดฟิลเลอร์ที่ AM International Hospital
ตัวอย่างภาพเปรียบเทียบผลลัพธ์ก่อนและหลังเข้ารับบริการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ปาก หน้าผาก ขมับ และคางจากผู้ที่เคยเข้ารับบริการ ซึ่งหลังจากทำแล้วผิวดูเต่งตึง เรียบเนียน อิ่มเอิบ และดูสมดุลกับใบหน้ามากขึ้น (*ผลการรักษาขึ้นอยู่กับรายบุคคล)
ฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี ? 5 วิธีเช็กสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน
การเลือกสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานเป็นถือสิ่งสำคัญ และเพื่อให้มั่นใจว่าการทำหัตถการจะมีความปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่ดี โดยสามารถตรวจสอบได้ด้วย 5 วิธีดังนี้
- มีใบอนุญาตถูกต้องจากกระทรวงสาธารณสุข คลินิกหรือสถานพยาบาลจะต้องมี ป้ายชื่อสถานพยาบาลและเลขที่ใบอนุญาต 11 หลัก ที่ออกโดยกระทรวงสาธารณสุข โดยเราสามารถตรวจสอบได้เองที่เว็บไซต์ของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ
- แพทย์มีใบประกอบวิชาชีพ และมีความรู้ด้านการทำหัตถการ แพทย์ผู้ทำการรักษาจะต้องมีใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมจากแพทยสภา ที่เราสามารถตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์ของแพทยสภา และควรมีทักษะ ประสบการณ์ด้านการฉีดสารเติมเต็มฟิลเลอร์
- ใช้สารเติมเต็มฟิลเลอร์ที่ผ่านการรับรอง ตรวจสอบได้ ต้องเป็นผลิตภัณฑ์จากบริษัทผู้ผลิต และสามารถตรวจสอบเลขที่ อย. บนกล่องผลิตภัณฑ์
- มีรีวิวจากผู้มาใช้บริการจริง ก่อนฉีดควรดูรีวิวจากผู้ใช้จริง ทั้งในเว็บไซต์ของสถานพยาบาล รวมไปถึงแพลตฟอร์มอื่น ๆ
- มีราคาที่เหมาะสม คลินิกหรือสถานพยาบาลต้องให้บริการด้วยราคาที่สมเหตุสมผล ไม่ถูกกว่ามาตรฐาน เพื่อป้องกันไม่ให้เจอผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน
- มีการดูแลและติดตามผลหลังการรักษา สถานพยาบาลควรให้คำแนะนำการดูแลหลังฉีด พร้อมติดตามผลในช่วง 1–2 สัปดาห์ เพื่อประเมินความเปลี่ยนแปลง และแก้ไขหากมีภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้น
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับฟิลเลอร์
หลังฉีดฟิลเลอร์ บวมกี่วัน ?
อาการบวมหลังฉีดฟิลเลอร์ถือเป็นเรื่องปกติ โดยทั่วไปจะอาการบวมจะอยู่ประมาณ 1-3 วันแรก หลังจากนั้นมันจะค่อย ๆ ดีขึ้นภายใน 5-7 วัน ซึ่งในระหว่างนี้สามารถรับประทานยาตามที่แพทย์จ่าย ร่วมกับการประคบเย็นเพื่อบรรเทาอาการบวมให้ลดลงได้
หลังฉีดฟิลเลอร์ กี่วันเห็นผล อยู่ได้นานกี่เดือน ?
หลังจากฉีดฟิลเลอร์จะสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ฉีด แต่ทั้งนี้ในช่วงระยะแรกอาจมีรอยแดง อาการบวมเกิดขึ้นเล็กน้อย แต่เมื่อผ่านไปแล้ว 2 สัปดาห์ก็จะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนขึ้น โดยจะคงผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 6-18 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิว ปริมาณที่ฉีด และการดูแลตัวเองหลังฉีด
ถ้าฟิลเลอร์สลายแล้ว จะทำให้หน้าแก่หรือเหี่ยวลงไหม ?
เมื่อสารเติมเต็มสลายไปแล้วจะไม่ทำให้หน้าดูเหี่ยวหรือแก่ลงกว่าตอนก่อนฉีด แต่ใบหน้าจะกลับเข้าสู่สภาวะเดิมตามธรรมชาติ เนื่องจากสารเติมเต็ม HA มีคุณสมบัติช่วยในการเติมเต็มร่องลึก เพิ่มความชุ่มชื้น เมื่อสลายไปแล้วผิวหน้าก็อาจจะไม่ได้ดูเต่งตึงเท่ากับช่วงที่มีสารเติมเต็ม
หลังฉีดฟิลเลอร์ ควรเว้นระยะห่างเท่าไหร่ถึงจะกลับมาฉีดใหม่ได้ ?
สามารถกลับมาฉีดใหม่ได้ โดยระยะเวลาที่ฉีดครั้งถัดไปขึ้นอยู่กับการสลายตัวของสารเติมเต็มและตำแหน่งที่ฉีด แต่โดยทั่วไปแล้วควรเว้นระยะห่างกันประมาณ 6 เดือนไปจนถึง 1 ปี อย่างไรก็ตาม หากต้องการฉีดซ้ำควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินปริมาณและวางแผนการรักษาให้เหมาะสมกับแต่ละคน
หลังฟิลเลอร์สลาย สามารถเปลี่ยนยี่ห้อได้ไหม ?
สามารถเปลี่ยนยี่ห้อได้หากสารเติมเต็ม HA ที่ฉีดเข้าไปสลายออกหมดแล้ว หรืออยู่ในปริมาณที่ไม่ได้ส่งผลต่อการฉีดครั้งถัดไป ทั้งนี้ ควรให้แพทย์ประเมินก่อน เพราะสารเติมเต็มแต่ละยี่ห้อมีคุณสมบัติรวมไปถึงความหนาแน่นที่ไม่เหมือนกัน ก่อนฉีดแพทย์จึงต้องพิจารณาความเข้ากันได้ของตัวยา
ถ้าฉีดแล้วยังไม่พอใจแก้ไขได้ไหม ?
ในกรณีที่ฉีดฟิลเลอร์ไปแล้วรู้สึกว่ายังไม่พอใจ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของรูปทรง ปริมาณ หรือผลลัพธ์ที่ได้ สามารถแก้ไขได้ 2 วิธีหลัก ๆ คือ
- เติมฟิลเลอร์เพิ่ม หากฉีดไปแล้วยังไม่ได้ปริมาณที่เพียงพอ สามารถฉีดเพิ่มได้หลังจากสารเติมเต็มเริ่มเซตตัว ซึ่งส่วนใหญ่ใช้ระยะเวลาประมาณ 2-4 สัปดาห์
- สลายฟิลเลอร์ บางเคสฉีดแล้วเป็นก้อน ไม่เรียบเนียน หรือไม่ได้รูปทรงตามที่ต้องการ สามารถใช้ Hyaluronidase (เอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดส) สลายออกได้
สรุปเกี่ยวกับฟิลเลอร์
ฉีดฟิลเลอร์เป็นการใช้สารเติมเต็ม Hyaluronic Acid หรือ HA เข้ามาช่วยเติมเต็มจุดที่ขาดหาย แก้ไขจุดบกพร่อง ซึ่งผลลัพธ์ช่วยให้ใบหน้าดูมีมิติ ดูอ่อนวัย แต่ทั้งนี้ ก่อนตัดสินใจว่าจะเลือกฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี ควรเช็กอย่างละเอียด ทั้งความชำนาญของแพทย์ สารเติมเต็มที่เลือกใช้ต้องตรวจสอบได้ ดูรีวิวฉีดฟิลเลอร์ของผู้เข้ารับบริการจริง รวมถึงสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานได้รับรองอย่างถูกต้อง






