ดูดไขมันเจ็บไหม? กี่วันหายเจ็บ พร้อมวิธีลดอาการเจ็บหลังทำ

ดูดไขมันเจ็บไหม? กี่วันหาย รวมเรื่องควรรู้ก่อนตัดสินใจ

ดูดไขมันเจ็บไหม

ดูดไขมัน เจ็บไหม? เป็นคำถามที่หลายคนมักถามเข้ามาเป็นเรื่องแรก ๆ ของการตัดสินใจดูดไขมัน เพราะการกำจัดไขมันส่วนเกินด้วยวิธีนี้ต้องเปิดแผลขนาดเล็กเพื่อสอดเครื่องมือเข้าไป จนทำให้หลายคนกังวลว่าระดับความเจ็บมันจะประมาณไหน ทนได้หรือเปล่า ซึ่งต้องบอกก่อนว่าความรู้สึกเจ็บของแต่ละคนจะแตกต่างกันออกไป เพื่อให้เข้าใจได้มากขึ้น บทความนี้เราได้รวบรวมข้อมูลปัจจัยที่ส่งผลต่อความเจ็บ พร้อมแนะนำวิธีดูแลตัวเองเพื่อลดอาการเจ็บและฟื้นตัวได้อย่างเหมาะสม

HIGHLIGHTS:

  • การดูดไขมันสามารถเกิดความรู้สึกเจ็บได้ แต่โดยทั่วไปอยู่ในระดับที่ผู้เข้ารับบริการส่วนใหญ่สามารถทนได้
  • ระหว่างทำมีการใช้ยาชาหรือการดมยาสลบ จึงช่วยลดความรู้สึกเจ็บได้เป็นอย่างดี
  • หลังดูดไขมันอาจมีอาการตึง ระบม หรือปวดเมื่อย คล้ายอาการหลังออกกำลังกายหนัก มักดีขึ้นภายใน 1–2 สัปดาห์
เลือกอ่านตามหัวข้อด้านล่าง

ดูดไขมัน เจ็บไหม? ในแต่ละขั้นตอน

หากถามว่าดูดไขมันเจ็บไหม? คำตอบคือ ความรู้สึกเจ็บสามารถเกิดขึ้นได้ แต่โดยทั่วไปแล้วจะอยู่ในระดับที่ผู้เข้ารับบริการส่วนใหญ่สามารถทนได้ ขึ้นอยู่กับช่วงของการรักษา ตั้งแต่ก่อนทำ ระหว่างทำ และหลังทำ รวมถึงปัจจัยต่าง ๆ เช่น เทคนิคการดูดไขมัน วิธีการระงับความรู้สึก และการตอบสนองของร่างกายแต่ละบุคคล

ปัจจุบันการดูดไขมันจะเปิดแผลขนาดเล็กเพียงประมาณ 3-5 มิลลิเมตร และมีการใช้ยาชาหรือการดมยาสลบตามแผนการรักษา เพื่อช่วยลดความรู้สึกเจ็บระหว่างทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยระดับความรู้สึกในแต่ละช่วงของการดูดไขมันมีความแตกต่างกัน ดังนี้

ระดับความเจ็บในขั้นตอนดูดไขมัน

ก่อนดูดไขมัน เจ็บไหม?

หลายคนกังวลว่าหลังดูดไขมันเจ็บไหม ซึ่งในช่วงการเตรียมตัวถือเป็นขั้นตอนที่มีความรู้สึกไม่สบายตัวเล็กน้อย เนื่องจากแพทย์จะทำการตรวจประเมินความพร้อมของร่างกาย วางแผนการรักษา และเตรียมการระงับความรู้สึก โดยช่วงเจาะเส้นเพื่อให้น้ำเหลือหรือให้ยาตามแผนการรักษา จะให้ความรู้สึกคล้ายกับการเจาะเลือดทั่วไป นอกจากนี้ทีมแพทย์ พยาบาล และวิสัญญีแพทย์จะคอยดูแลและอธิบายขั้นตอนต่าง ๆ เพื่อลดความกังวลและเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่การดูดไขมัน

ระหว่างดูดไขมัน เจ็บไหม?

ในระหว่างการดูดไขมัน ความรู้สึกเจ็บจะถูกควบคุมด้วยการใช้ยาหรือการดมยาสลบตามแผนการรักษาที่แพทย์ประเมินไว้ หากเป็นการดมยาสลบผู้เข้ารับบริการจะหลับตลอดการรักษาและไม่รับรู้ถึงความรู้สึกระหว่างทำ ส่วนกรณีที่ใช้ยาชาเฉพาะที่ อาจรับรู้เพียงแรงกด แรงดึง หรือตึงใต้ผิวหนังในบางช่วง แต่โดยทั่วไปจะไม่รู้สึกเจ็บรุนแรง โดยตลอดการรักษาทีมแพทย์ วิสัญญีแพทย์ และพยาบาลจะติดตามสัญญาณชีพและดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างราบรื่น

หลังดูดไขมัน เจ็บไหม?

หลังดูดไขมันเสร็จและยาชาเริ่มหมดฤทธิ์ ผู้เข้ารับบริการส่วนใหญ่อาจเริ่มรู้สึกตึง ระบม หรือปวดเมื่อยบริเวณที่ดูดไขมัน ซึ่งเป็นอาการที่พบได้ตามปกติจากการที่เนื้อเยื่อกำลังฟื้นตัว หลายคนอธิบายความรู้สึกว่า คล้ายอาการปวดกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกายหนัก มากกว่าจะเป็นอาการเจ็บแผลอย่างรุนแรง

แต่เทคโนโลยีการดูดไขมันในปัจจุบันนี้ ช่วยให้การดูดไขมันเจ็บน้อยลงกว่าเมื่อก่อนมาก ทั้งการระงับความรู้สึกและการดูแลหลังทำที่ครอบคลุม ช่วยให้เราก้าวข้ามความกลัวเรื่องความเจ็บไปได้เลย เพื่อแลกกับหุ่นที่ดูเป็นธรรมชาติและมั่นใจกว่าเดิม

ดูดไขมันเจ็บแค่ไหน? เปรียบเทียบความรู้สึกเหมือนอะไร 

หากใครที่ยังนึกภาพไม่ออกว่าการดูดไขมันเจ็บไหมหรือเจ็บแค่ไหน ให้ลองเปรียบเทียบกับความรู้สึกที่หลายคนคุ้นเคย จะช่วยให้เห็นภาพได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้ ระดับความรู้สึกเจ็บอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ดูดไขมัน ปริมาณไขมันที่กำจัดออก และการตอบสนองของร่างกาย

  • ระหว่างดูดไขมัน หากมีการใช้ยาชาหรือการดมยาสลบตามแผนการรักษา ผู้เข้ารับบริการส่วนใหญ่มักไม่รู้สึกเจ็บ แต่อาจรับรู้เพียงแรงกด แรงดึง หรือความตึงใต้ผิวหนังขณะที่แพทย์กำลังดูดไขมัน
  • หลังยาชาหมดฤทธิ์ (1–3 วันแรก) มักรู้สึกตึง ระบม หรือปวดเมื่อยบริเวณที่ดูดไขมัน คล้ายอาการปวดกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกายหนัก (DOMS) หรือมีรอยฟกช้ำจากการกระแทกเล็กน้อย ซึ่งเป็นอาการที่พบได้ตามปกติ
  • ช่วงที่เคลื่อนไหวร่างกาย อาจรู้สึกตึงมากขึ้นเวลาเปลี่ยนอิริยาบถ ลุก นั่ง เดิน หรือยืดตัว เนื่องจากเนื้อเยื่อกำลังอยู่ในกระบวนการฟื้นตัว แต่โดยทั่วไปอาการจะค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อพักผ่อนและดูแลตัวเองตามคำแนะนำของแพทย์
  • โดยภาพรวม ความรู้สึกหลังดูดไขมันส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นอาการเจ็บแผลรุนแรงอย่างที่หลายคนกังวล แต่เป็นความรู้สึกตึง ระบม และปวดเมื่อยที่สามารถบรรเทาได้ด้วยยาแก้ปวดและการดูแลหลังทำอย่างเหมาะสม

หมายเหตุ : ระดับความรู้สึกของแต่ละคนอาจแตกต่างกัน จึงไม่สามารถระบุระดับความเจ็บที่แน่นอนได้ และควรให้แพทย์เป็นผู้ประเมินตามบริเวณที่ต้องการดูดไขมันและแผนการรักษาของแต่ละบุคคล

ปัจจัยที่ส่งผลต่อความเจ็บจากการดูดไขมัน

ทำไมระดับความเจ็บของแต่ละคนถึงไม่เท่ากัน

หลายคนคงสงสัยว่าทำไมบางคนถึงบอกว่าการดูดไขมันแทบไม่เจ็บเลย แต่บางคนกลับรู้สึกระบมไปหลายวัน ซึ่งจริง ๆ แล้ว ระดับความเจ็บหลังดูดไขมันไม่ได้เท่ากันในทุกคน เพราะมีหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อการตอบสนองของร่างกาย ตั้งแต่ปริมาณไขมันที่ดูด บริเวณที่ทำ ไปจนถึงเทคนิคและประสบการณ์ของแพทย์ โดยมีรายละเอียดดังนี้

1. ปริมาณไขมันที่ต้องการดูด

ปริมาณไขมันและบริเวณที่ต้องการดูดมีผลต่อความรู้สึกหลังทำโดยตรง หากดูดในปริมาณมากหรือเป็นพื้นที่กว้าง ร่างกายอาจบวมและระบมมากขึ้น โดยเฉพาะดูดไขมันผู้ชายที่มักจะมีไขมันที่แน่นและแข็งกว่าผู้หญิง รวมถึงบางตำแหน่งอย่างหน้าท้อง เอว หรือหลัง ที่มีเส้นประสาทและการขยับตัวบ่อย จึงอาจรู้สึกตึงหรือเจ็บมากกว่าเล็กน้อยในช่วงแรก แต่อาการเหล่านี้ถือเป็นปกติและจะค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อร่างกายฟื้นตัว

2. บริเวณที่ทำการดูดไขมัน

บริเวณที่ทำการดูดไขมันส่งผลต่อความเจ็บปวดเช่นกัน บางพื้นที่ของร่างกายมีความไวต่อความเจ็บมากกว่าพื้นที่อื่น เช่น บริเวณหน้าท้องที่มีเส้นประสาทจำนวนมากอาจทำให้รู้สึกเจ็บมากกว่าการดูดไขมันบริเวณต้นขาหรือแขน หรือแม้แต่ในบริเวณที่ชั้นไขมันบางก็มีความเสี่ยงที่จะเจ็บจากการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อได้เช่นกัน ดังนั้น บริเวณที่ทำการดูดไขมันที่ต่างกันย่อมส่งผลในด้านระดับความเจ็บที่ต่างกันไปด้วย

3. เทคนิคและวิธีการที่ใช้ในการดูดไขมัน

เทคนิคการดูดไขมันที่ใช้มีผลต่อระดับความเจ็บในการดูดไขมันอย่างวิธีการแบบดั้งเดิม (Traditional Liposuction) มักทำให้เกิดอาการบาดเจ็บ ฟกช้ำ และบวมมากกว่าการใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น การดูดไขมันพลังงานน้ำ ซึ่งใช้พลังงานน้ำในการกำจัดไขมันอย่างอ่อนโยนก่อนดูดออก ทำให้ร่างกายได้รับบาดเจ็บน้อยลง เนื่องจากไม่ได้เป็นการสร้างความร้อนใต้ผิว นอกจากนี้ ไขมันที่ได้ยังเป็นเซลล์ไขมันที่ดีสามารถนำไปใช้เติมในส่วนที่ขาดต่อได้ด้วย (หรือที่เรียกว่าการเติมไขมัน)

4. วิธีระงับความเจ็บ

ชนิดของยาชาที่ใช้ในการดูดไขมันก็สามารถส่งผลต่อความเจ็บได้โดยตรง หากใช้ยาชาเฉพาะจุดอาจรู้สึกถึงแรงในการดูดไขมันหรือความรู้สึกบีบในระหว่างการทำเล็กน้อย แต่หากใช้ยาสลบจะไม่รู้สึกอะไรเลยตลอดขั้นตอน จนกระทั่งหลังจากยาชาหมดฤทธิ์จึงจะเริ่มรับรู้ถึงความเจ็บระบม ทั้งนี้ ระดับความเจ็บปวดก็จะขึ้นอยู่กับปริมาณยาที่ได้รับได้ด้วยเช่นกัน

5. สภาพร่างกายและความทนทานของแต่ละบุคคล

สภาพร่างกายของแต่ละบุคคลมีบทบาทสำคัญต่อระดับความเจ็บหลังดูดไขมัน เช่น คนที่มีผิวหนังหนาจะมีความทนทานต่อความเจ็บสูง อาจรู้สึกเจ็บน้อยกว่าคนที่ผิวบางหรือมีประวัติการแพ้ยาชา นอกจากนี้ ดูดไขมันเจ็บมากน้อยแค่ไหนหรือหลังดูดไขมันพักฟื้นกี่วัน ปัจจัยเรื่องอายุก็อาจเป็นปัจจัยอีกประการหนึ่งที่สำคัญ เพราะคนที่อายุน้อยกว่ามักฟื้นตัวได้เร็วและรู้สึกเจ็บน้อยกว่าคนที่อายุมากที่ค่อนข้างฟื้นตัวได้ช้ากว่านั่นเอง

 

สรุป การเข้าใจปัจจัยเหล่านี้สามารถช่วยให้เราสามารถเตรียมพร้อมตัวเองได้ดีขึ้นก่อนตัดสินใจดูดไขมัน และรู้ว่าจะสามารถรับมือกับความเจ็บปวดในแต่ละช่วงของการดูดไขมันได้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งสาเหตุทั้ง 5 ข้อนี้ยังช่วยคลายข้อสงสัยว่าการดูดไขมัน เจ็บไหม หรือเจ็บเพราะอะไรได้บ้าง

หลังดูดไขมันกี่วันหายเจ็บ?

หลังดูดไขมัน หลายคนมักกังวลว่าอาการเจ็บจะอยู่นานแค่ไหน และหลังดูดไขมันพักฟื้นกี่วันจึงจะสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยทั่วไปอาการตึง ระบม หรือปวดเมื่อยจะค่อย ๆ ลดลงตามกระบวนการฟื้นตัวของร่างกาย อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาการฟื้นตัวของแต่ละคนอาจแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ดูดไขมัน ปริมาณไขมันที่กำจัดออก เทคนิคที่ใช้ รวมถึงการตอบสนองของร่างกายแต่ละบุคคล โดยสามารถแบ่งลำดับการฟื้นตัวได้ ดังนี้

  • 1–3 วันแรก  เป็นช่วงที่อาจรู้สึกตึง ระบม หรือปวดเมื่อยมากสุด เนื่องจากยาชาเริ่มหมดฤทธิ์และร่างกายกำลังตอบสนองต่อการรักษา บริเวณที่ดูดไขมันอาจมีอาการบวม ช้ำ หรือรู้สึกตึงผิวหนังร่วมด้วย ซึ่งเป็นอาการที่พบได้ตามปกติ
  • วันที่ 4-7 อาการระบมและความปวดจะเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง แม้อาจยังรู้สึกตึงเมื่อมีการเคลื่อนไหว ลุก นั่ง หรือเดิน แต่โดยทั่วไปสามารถกลับไปทำกิจวัตรประจำวันเบา ๆ ได้ หากไม่มีข้อห้ามเพิ่มเติมจากแพทย์
  • สัปดาห์ที่ 2-4 รอยช้ำจะค่อย ๆ จางลง อาการบวมลดลงอย่างเห็นได้ชัด และความรู้สึกตึงจะดีขึ้นตามลำดับ ผู้เข้ารับบริการส่วนใหญ่สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ใกล้เคียงปกติ แม้อาจยังมีอาการตึงเล็กน้อยในบางบริเวณ
  • หลัง 1 เดือนขึ้นไป ในระยะนี้อาการเจ็บหรือระบมมักหายไปเกือบทั้งหมด เนื้อเยื่อจะค่อย ๆ ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง และอาการบวมจะทยอยลดลง แม้ว่าการฟื้นตัวของเนื้อเยื่อภายในและการเข้าที่ของรูปร่างอาจใช้เวลาหลายเดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ดูดไขมันและการตอบสนองของร่างกายแต่ละบุคคล

การดูแลหลังการดูดไขมันเพื่อลดอาการเจ็บ

หลังดูดไขมัน อาการตึง บวม ระบม หรือปวดเมื่อยเป็นอาการที่พบได้เป็นปกติในช่วงแรกของการฟื้นตัว แต่เราสามารถบรรเทาให้ดีขึ้นได้หากดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม ซึ่งการปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดจะช่วยลดอาการไม่สบายตัว ส่งเสริมการฟื้นตัว และลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนหลังดูดไขมันได้ โดยข้อที่ควรปฏิบัติมีดังนี้

1. การสวมชุดกระชับสัดส่วน (Compression Garment)

หลังจากการดูดไขมัน แพทย์จะแนะนำให้สวมชุดกระชับหลังดูดไขมันเพื่อช่วยลดอาการบวมและช้ำ ซึ่งเป็นชุดกระชับสำหรับการดูดไขมันโดยเฉพาะ จะช่วยกระชับบริเวณที่ดูดไขมัน ทำให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น ลดอาการน้ำใต้ผิว (Seroma) ป้องกันปัญหาก้อนแข็ง ก้อนไต ที่สำคัญคือช่วยลดอาการเจ็บปวดในช่วง 2-4 สัปดาห์แรกหลังการดูดไขมัน ทั้งนี้ ควรใส่ตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี

ชุดกระชับหลังดูดไขมัน

2. การใช้ยาลดปวดตามแพทย์สั่ง

อาการปวดและไม่สบายตัวที่เกิดขึ้นหลังการดูดไขมันเป็นเรื่องปกติ และสามารถบรรเทาได้ด้วยการใช้ยาลดปวดที่แพทย์จ่าย ยาที่ใช้ส่วนใหญ่จะเป็นยาลดปวดชนิดอ่อนที่ไม่ทำให้รู้สึกง่วงหรือมีผลข้างเคียง แต่หากมีอาการปวดรุนแรงหรืออาการที่ไม่ปกติ ควรปรึกษาแพทย์ทันที

3. การดูแลแผลและการทำความสะอาด

บริเวณที่มีเปิดแผลเพื่อดูดไขมันจะมีแผลขนาดเล็ก ๆ ซึ่งควรทำความสะอาดตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อป้องกันการติดเชื้อ การใช้ผ้าพันแผลและทำแผลใหม่เป็นประจำจะช่วยให้แผลหายเร็วขึ้นและลดโอกาสเกิดการอักเสบ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผลลัพธ์ไม่สวยและรู้สึกเจ็บหลังทำนานขึ้น

นอกจาก 3 ข้อปฏิบัติที่กล่าวไปข้างต้นแล้ว การพักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการยกของหนักหรือออกกำลังกายที่ใช้แรงในช่วงแรก รวมถึงการดื่มน้ำให้เพียงพอและรับประทานอาหารที่มีโปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุที่จำเป็น ล้วนเป็นปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนการซ่อมแซมเนื้อเยื่อและฟื้นฟูร่างกายได้ดีขึ้น หากมีอาการบวมหรือระบมในช่วง 24–48 ชั่วโมงแรก การประคบเย็นตามคำแนะนำของแพทย์ก็อาจช่วยบรรเทาอาการได้ 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับดูดไขมันเจ็บไหม?

ตอนใส่ "ชุดกระชับ" เจ็บไหม?

ช่วงแรกที่ใส่ชุดกระชับ อาจรู้สึกแน่นหรือตึงเล็กน้อย แต่ไม่ควรเจ็บ โดยควรใส่จากด้านล่างขึ้นบน ค่อย ๆ ดึงให้กระชับสม่ำเสมอ ไม่พับ ไม่ม้วน และไม่รัดเป็นจุด ๆ จะช่วยลดบวมและทำให้รู้สึกสบายขึ้น แนะนำให้ใส่ต่อเนื่องตามระยะเวลาที่แพทย์กำหนด เพื่อให้ผิวเข้ารูปและฟื้นตัวได้ดีขึ้น

การดูดไขมันด้วยยาชาเฉพาะที่ ผู้เข้ารับบริการจะรู้สึกตัวตลอดการรักษา อาจรับรู้ถึงแรงกด แรงดึง และความตึงบริเวณผิวที่ทำ ส่วนการดมยาสลบจะไม่รับรู้ความรู้สึกระหว่างทำ โดยอาการตึงหรือระบมมักเริ่มรู้สึกหลังยาหมดฤทธิ์

มีผล เพราะเทคนิคดูดไขมันแต่ละแบบส่งผลต่อการกระทบของเนื้อเยื่อโดยตรง เช่น เทคนิคที่ใช้ พลังงานคลื่นเสียง (UAL), พลังงานเลเซอร์ หรือพลังงานน้ำ (WAL) เพื่อช่วยแยกและกำจัดไขมันก่อนดูด จะช่วยให้ท่อดูดเคลื่อนไหวได้นุ่มนวล ลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อ ส่งผลให้บวมช้ำน้อยและความเจ็บหลังทำลดลงเมื่อเทียบกับเทคนิคแบบดั้งเดิม

แชร์ :

สรุป ดูดไขมันเจ็บไหม

เชื่อว่าบทความนี้จะช่วยให้ทุกคนที่ตั้งคำถามว่า “การดูดไขมัน เจ็บไหม?” ได้คำตอบที่ครบถ้วนไปแล้ว สรุปได้ว่าการดูดไขมันจัดเป็นการศัลยกรรมที่ยังก่อให้เกิดความเจ็บได้ แต่ไม่ได้เจ็บจนทำให้การใช้ชีวิตประจำวันของเรามีปัญหาหรือเจ็บนานเป็นปี ๆ อย่างที่หลายคนเข้าใจผิดแน่นอน เพราะการดูดไขมันในปัจจุบันนี้เปิดแผลเล็กมากและมีเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วยลดความเจ็บได้เยอะกว่าในอดีต ใครที่กำลังกังวลใจว่าการดูดไขมันจะสร้างความเจ็บปวดให้เยอะมาก ๆ สามารถหายห่วงได้เลย!

กรอกฟอร์ม ปรึกษาหมอ ฟรี!

Thank You!

You details has been successfully submitted. Thanks!

ขอบคุณ!

ข้อมูลของคุณถูกส่งเรียบร้อยแล้ว 

ขอบคุณข้อเสนอแนะติชม